บทที่ 93 ใครควรรังเกียจใคร
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินชู ใบหน้าขาวนวลของเฉียนหลิงอู่ก็แดงก่ำ นางอายแกมโมโห อายเพราะนางเป็ผู้หญิง แล้วจะตามไปดูผู้ชายปัสสาวะได้อย่างไร โมโหเพราะไม่ว่าจะเป็คำพูดแบบไหน ฉินชูก็กล้าพูดออกมา ไม่ไว้หน้านางแม้แต่น้อย มีเจตนาขับไล่นางอย่างชัดเจน
“ข้าอยู่เพื่อเป็แขก เป็แเื่ เ้าปฏิบัติกับแขกแบบนี้ นับว่ามีมรรยาทงั้นหรือ” หลังจากสงบสติอารมณ์ตัวเอง เฉียนหลิงอู่ก็พูดขึ้น
เขาหันกลับมามองเฉียนหลิงอู่สักพัก ก็ไม่พูดอะไรอีก เขาได้แต่ย่ำเท้าเดินออกจากยอดเขาหลัก
เมื่อฉินชูกลับมาถึงหอศิษย์รับใช้บนยอดเขาชิงจู๋ เฉียนหลิงอู่ก็ยังคงเดินตามหลังมาติดๆ
เหล่าศิษย์รับใช้ในหอศิษย์รับใช้บนยอดเขาชิงจู๋ต่างพากันมองเฉียนหลิงอู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ เพราะว่าหลิ่วเจ๋อที่ตายไปกับหลิวเสวี่ยที่ค่อนข้างสนิทกับฉินชู ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนมาที่หอศิษย์รับใช้เลย
นอกจากนี้ ใบหน้าของเฉียนหลิงอู่งดงามยิ่งนัก พวกเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่งดงามขนาดนี้มาก่อน อีกทั้งราศีของเฉียนหลิงอู่ก็ไม่เหมือนหญิงสาวทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
เนื่องจากมีต้นกำเนิดสูงส่ง จึงให้ความรู้สึกหยิ่งทะนงอย่างผู้มีฐานะสูงศักดิ์ อีกอย่างนางเป็ผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อ พลังปราณแผ่ซ่านอยู่รำไร สายตาที่กวาดมองคนอื่นก็ดูน่าเกรงขาม
ฉินชูเดินจากลานหอศิษย์รับใช้มาจนถึงผาหินตัด และมาถึงด้านหน้ากระท่อมไม้ของตัวเอง
หลังจากหันกลับไปมองเฉียนหลิงอู่ ฉินชูก็เริ่มจุดไฟต้มน้ำชงชา เมื่อครู่สู้ไปหลายรอบ เขาค่อนข้างกระหายน้ำ
เฉียนหลิงอู่เห็นเก้าอี้ไม้ ก็หยิบผ้าผืนเล็กออกมาเช็ดก่อนนั่งลงไป
“ถ้ารังเกียจที่อยู่ของข้าว่าสกปรก ก็ไม่ต้องตามมา” เมื่อเห็นการกระทำของเฉียนหลิงอู่ที่เช็ดเก้าอี้ก่อนนั่งลงไป ฉินชูก็ไม่พอใจ ใครควรรังเกียจใครกันแน่ การที่ฉินชูไม่รู้สึกถึงขั้นรังเกียจนางก็ดีแค่ไหนแล้ว
“เ้าอย่าทำตัวเกินเื่ รักความสะอาดกับรังเกียจมันเกี่ยวข้องกันตรงไหน” เฉียนหลิงอู่ขมวดคิ้ว คำพูดคำจาของฉินชูกวนประสาทจริงๆ ดูเพ่งเล็งโจมตีนางอยู่ตลอดเวลา
ฉินชูนิ่งเงียบ หลังจากน้ำเดือดเขาก็ชงชา หลังจากลังเลสักพัก ก็ตัดสินใจยื่นให้เฉียนหลิงอู่หนึ่งแก้ว “พวกเรามาคุยกันหน่อย เมื่อเทียบกับเ้า ข้าเป็แค่คนตัวเล็กๆ เ้าอย่ากัดข้าไม่เปล่อยเช่นนี้เลย มันไม่คุ้มที่จะทำถึงขนาดนั้น”
“เ้าพูดจาดีๆ หน่อย ั้แ่ข้าพาเ้ากลับไปเมืองหลวงต้าเฉียน ข้าปฏิบัติกับเ้ายังไงบ้าง ข้าเคยสร้างความลำบากใจให้เ้าขนาดนั้นเชียวหรือ ตอนที่ข้าสู้กับจื่อหลวน เ้ากลับวิ่งไปหานาง แบบนี้มันสมควรหรือ การกระทำของเ้ามันคือการทรยศอย่างชัดเจน” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูและพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ช้าก่อน อะไรคือการทรยศ พวกเราควรทำความเข้าใจใหม่ั้แ่แรก ก่อนอื่น เ้าเป็ฝ่ายจับข้า ข้าเป็เชลยของเ้า ในฐานะเชลย ก็ต้องคิดจะหนีเป็เื่ธรรมดา อีกทั้งข้ากับจื่อหลวนรู้จักและเคยพบกันมาก่อน การที่ข้าวิ่งไปหานางเพื่อขอความช่วยเหลือมันผิดแปลกงั้นหรือ หากข้ายินยอมเป็เชลยอยู่ข้างกายเ้าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แบบนั้นสมองข้าคงเพี้ยนไปแล้วกระมัง” เมื่อได้ยินเฉียนหลิงอู่บอกว่าตัวเขาทรยศ ฉินชูก็ไม่ยอม ใครกันแน่ที่ทรยศใคร
“ข้าบอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าจะปล่อยเ้าเมื่อถึงเวลาอันสมควร มันหมายความว่าข้าไม่คิดจะสร้างความลำบากใจให้เ้า” เฉียนหลิงอู่พูดขึ้น
เมื่อคิดดีๆ ฉินชูก็รู้สึกว่าสิ่งที่เฉียนหลิงอู่พูดอาจเป็ความจริงก็ได้ เพราะตอนที่เขาวิ่งไปหาจื่อหลวน เฉียนหลิงอู่ะโบอกเขาว่าอันตราย “แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าการทรยศ เ้าจับข้า ข้าก็หนี แบบนี้ถือว่าหายกัน เ้าเป็ถึงองค์หญิงคนโตผู้ยิ่งใหญ่ อย่าได้มายุ่มย่ามกับคนตัวเล็กๆ อย่างข้านักเลย เ้าดูสิ เมื่อครู่เ้ากดดันข้าจนเกือบฆ่าตัวตาย แล้วเ้ายังจะเอาอะไรอีก” ฉินชูจิบชาก่อนพูดขึ้น เขาไม่อยากให้เฉียนหลิงอู่ตามรังควานเขาอยู่แบบนี้ ตบะห่างกันขนาดนี้ เขาจะลงมือกับนางก็ไม่ได้
“เ้าเนี่ยนะฆ่าตัวตาย พูดเป็เล่น เมื่อครู่ข้าแค่ตื่นตระหนก ไม่มีเวลาไตร่ตรอง เ้าคิดจะฆ่าตัวตายจริงๆ งั้นหรือ เ้าก็แค่แสดงเท่านั้น ตอนนี้ข้าเป็แขกของที่นี่แล้ว ดังนั้นเ้าไม่ต้องพูดเื่พวกนั้นแล้ว มันจบแล้ว ปล่อยให้มันผ่านๆ ไปเถอะ” เฉียนหลิงอู่พูดขึ้น นางไม่ใช่คนโง่ ั้แ่ยอดเขาหลักมาจนถึงที่นี่ นางสังเกตคำพูดและพฤติกรรมของฉินชูมาตลอดทาง ทำให้นางตระหนักได้ว่าคนอย่างฉินชูไม่มีทางฆ่าตัวตาย ที่ทำเช่นนั้นก็แค่ขู่ให้ใเล่นเท่านั้น
“ก็ได้ เ้าอยากเป็แขกก็เป็ไป เ้าอยากจะอยู่ที่นี่ก็อยู่ไป แต่ข้าไม่มีเวลาต้อนรับ” หลังจากพูดจบ ฉินชูก็ชักกระบี่ออกจากฝักและเริ่มฝึกวิชากระบี่พื้นฐานเพื่อขัดเกลาความคุ้นเคยตอนที่กระบี่อยู่ในมือ
ตกเย็น เอ้อพั่งก็มาส่งข้าว เมื่อเห็นเฉียนหลิงอู่เพียงแวบเดียว เขาก็รีบถอยหลังทันที เพราะเขารู้สถานะของผู้หญิงคนนี้ดี
เมื่อฉินชูมองเฉียนหลิงอู่ เฉียนหลิงอู่ก็มองฉินชูกลับ
“ถึงแม้อาหารของพวกเราอาจไม่ถูกปากนาง แต่เ้าจงไปเตรียมมาอีกหนึ่งสำรับ” ฉินชูสั่งเอ้อพั่ง
“ไม่ต้อง เ้ากินของเ้าไปเถอะ” เฉียนหลิงอู่พูดขึ้น หลังจากบรรลุตบะขั้นที่หก นางก็ไม่ค่อยกินอาหาร
เมื่อได้ยินเฉียนหลิงอู่พูดว่าไม่้า เอ้อพั่งก็จากผาหินตัดไป
หลังจากกินข้าวเสร็จ ฉินชูก็บิดี้เีและเข้าไปในกระท่อมไม้ เฉียนหลิงอู่เดินตามเข้าไปทันที
“องค์หญิงผู้สูงส่ง สิ่งที่เ้าควรทำตอนนี้คือกลับไปที่เรือนรับแขกของสำนัก ที่นั่นเป็สถานที่พักผ่อนของเ้า ที่กระท่อมไม้แห่งนี้ธรรมดาเกินไป ไม่คู่ควรกับสถานะของเ้า” ฉินชูหันกลับไปมองเฉียนหลิงอู่
เฉียนหลิงอู่ะเิพลังปราณออกมาท่วมร่างกายเพื่อกดดันฉินชู จากนั้นก็จับฉินชูโยนออกนอกกระท่อม “คืนนี้ ข้าจะเข้าฌานที่นี่ เ้าออกไปข้างนอก”
“แบบนี้มันนกพิราบยึดรังนกสาลิกา[1] ชัดๆ ทำไมเ้าถึงเอาแต่ใจขนาดนี้” หลังจากถูกเฉียนหลิงอู่โยนออกมาข้างนอก ฉินชูก็โกรธจัด
เห็นท่าทางโกรธกระฟัดกระเฟียดของฉินชู เฉียนหลิงอู่พลันยิ้มออกมา “จะให้ใช้เหตุผลงั้นหรือ ได้ งั้นเ้าโยนข้าออกไปข้างนอก แล้วเ้าเข้าไปอยู่ข้างใน ข้าเข้าฌานนอกกระท่อม”
“พูดเช่นนั้นแล้วคิดว่าข้าทำได้หรือ เ้าเก่งกาจเพียงนั้น ข้าสู้เ้าไม่ไหว” ฉินชูคิดจะจากไป ตอนนี้ที่พักบนยอดเขาชิงจู๋ถูกยึดแล้ว เขาจะไปพักบนยอดเขาหลัก
“วันนี้ข้าจะเข้าฌานในกระท่อม เ้าอยู่ข้างนอก หรือไม่เ้าก็จับข้าโยนออกไปข้างนอก แล้วเ้าเข้ามาอยู่ข้างใน” เฉียนหลิงอู่ะเิพลังปราณใส่ฉินชูอีกครั้ง
เอาแต่ใจ เป็องค์หญิงที่เอาแต่ใจชัดๆ เฉียนหลิงอู่ใช้พลังกดดันคนอื่น พลังปราณที่โถมเข้ามาตรึงร่างฉินชูทำให้ขยับไม่ได้ แล้วแบบนี้ฉินชูจะทำอย่างไรได้ ทำได้แค่หยิบเบาะอาสนะออกมานั่งลงไปข้างนอกกระท่อม
เมื่อเห็นฉินชูยอมนั่งลงไปแต่โดยดี เฉียนหลิงอู่ก็กลับเข้ากระท่อมและเริ่มเข้าฌานเช่นกัน
ภายในจวนที่พำนักของโม่เต้าจื่อ หลิงหยุนจื่อ หลัวเจินกับลู่หยวนล้วนอยู่กันพร้อมหน้า
“ศิษย์ลุง เฉียนหลิงอู่ยังอยู่ที่หอศิษย์รับใช้บนยอดเขาชิงจู๋ แบบนี้ก็จะไม่คิดทำอะไรฉินชูหรือ” ลู่หยวนถามอย่างเป็กังวล
โม่เต้าจื่อส่ายหน้า “ไม่หรอก เฉียนหลิงอู่ไม่มีจิตสังหารต่อฉินชู อย่างมากก็แค่ดุว่าด่าทอ แต่คงไม่ลงไม้ลงมือกับเขา”
“ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งเกินไป พวกเราไม่มีทางต่อกรกับนางได้ เมื่อไร้พลังก็ย่อมถูกรังแก ช่างเป็เื่ที่จนปัญญาจริงๆ” หลัวเจินถอนหายใจ
เข้าฌานยันรุ่งสางมาเยือน ฉินชูแบกน้ำมาใส่อ่าง ขณะฉินชูกำลังจะอาบน้ำ อยู่ๆ ร่างกายของตัวเองก็ขยับไม่ได้
เฉียนหลิงอู่เดินออกมาจากด้านในกระท่อม ยกอ่างน้ำของฉินชูไปหน้าตาเฉย เสียงปิดประตูดังขึ้น นางกลับเข้าไปในกระท่อมตามเดิม
“เ้าทำเกินไปแล้ว” เมื่อฉินชูขยับได้ ก็รีบถีบประตูเข้าไป แต่เท้าขาวนวลดุจหยกกลับสวนออกมา ถีบฉินชูจนกระเด็นออกไป
ฉินชูร่วงก้นจ้ำเบ้าลงพื้น ได้แต่ถอนหายใจ เขาตัดสินใจจะเอาคืนนาง จะต้องเอาคืนให้ได้
[1] นกพิราบยึดรังนกสาลิกา หมายถึงเข้าบุกรุกบ้านหรือที่ดินของผู้อื่นโดยพลการ
