หลี่ชิงหลิงชำเลืองมองหลิวจือโม่ กระตุกมุมปากและเล่าด้วยน้ำเสียงเ็า "แม่นางถงบอกว่า ข้าซึ่งเป็ผู้หญิงบ้านนอกไม่เพียงช่วยการงานพี่ไม่ได้ แต่ยังจะเป็ตัวถ่วง จึงให้ข้าถอยห่างเพื่อเห็นแก่พี่” นางพูดต่อเหมือนไม่เห็นสีหน้าย่ำแย่ของหลิวจือโม่ "พี่คิดว่าข้าควรฟังไหม"
"กล้าหรือ” หลิวจือโม่เสียงดังกว่าในยามปกติ เขาดึงนางเข้ามาในอ้อมแขนและกอดแน่น "หลี่ชิงหลิง ถ้ากล้าไป ระวังก้นเลยนะ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็ตีบั้นท้ายของนางอย่างแรง
"...หลิวจือโม่!" หลี่ชิงหลิงเรียกชื่อเขาด้วยความโกรธและอับอาย นางไม่เคยถูกตีมาก่อน ยามนี้ใบหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าโกรธหรืออายกันแน่
นางยังไม่ได้คิดบัญชีกับเขา แต่กล้ามาตีก้นนาง จริงๆ เลย…
หัวของหลี่ชิงหลิงว่างเปล่าด้วยความโกรธ...
“เ้ายังจะกล้าพูดว่าทิ้งข้าอีกไหม หืม?” แค่คิดว่านางกำลังจะจากเขาไป หัวใจของเขาเ็ปจนหายใจไม่ออกราวกับถูกมีดกรีด “อย่าแม้แต่จะคิด ชั่วชีวิตนี้เลย ได้ยินหรือยัง"
ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยนางไป
มุมปากหลี่ชิงหลิงยกขึ้น แต่ปากพูดอย่างใจร้ายว่า ถ้านางไม่รักเขา เขายัง้าให้นางอยู่เคียงข้างเขาหรือไม่?
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง หลิวจือโม่ก็เงียบ เขาไม่เคยคิดเกี่ยวกับคำถามนี้ นางไม่รักเขาหรือ?
เขาจับมือนางแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ
เขามีความรู้สึกว่าเขากำลังจะสูญเสียนางไปจริงๆ
"เจ็บ..." หลี่ชิงหลิงร้องด้วยความเ็ป ชายหนุ่มคนนี้อยากหักเอวนางหรือ?
เขาไม่ได้ยินและยังคงจมอยู่ในโลกที่เขากำลังจะถูกทอดทิ้ง
"จือโม่ ปล่อย" หลี่ชิงหลิงเอื้อมมือไปตบแขนของหลิวจือโม่ บอกให้เขาผ่อนแรง
เขาได้สติ ส่ายหัวบอกไม่และจับแรงกว่าเดิม
ไม่?
นางแทบจะหัวเราะด้วยความโมโห นางตบมือเขาอย่างแรงอีกครั้งแล้วพูดเสียงดัง “พี่อยากบีบคอข้าให้ตาย จะได้ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นหรือ หืม?"
หากไม่ปล่อยอีก นางจะไม่เกรงใจแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาจึงรู้ตัวว่าเขากอดนางแรงเกินไปจนทำให้นางเจ็บ
เขาผ่อนแรงเล็กน้อยอย่างเขินอาย แต่มือยังคงอยู่ที่เอวของนางไม่ยอมปล่อยไป
เขาหายใจเข้าลึกๆ กลืนน้ำลาย ก้มมองนางพลางใช้มือเชยคางนางขึ้น
หลี่ชิงหลิงคิดว่าเขากำลังจะบอกอะไรบางอย่าง จึงไม่ส่งเสียง รอคอยคำพูดของเขาเงียบๆ
แต่หลังจากรอเขาอยู่พักหนึ่ง เขาก็ยังไม่ส่งเสียง เอาแต่มองนางอย่างเงียบๆ
นางรู้สึกว่าตาจะหลุดแล้ว จึงพูดอย่างช่วยไม่ได้ “พี่อยากพูดอะไร”
มีอะไรจะพูดก็พูดออกมา เก็บไว้ในใจเพื่ออะไร
หลิวจือโม่เม้มริมฝีปาก และกระแอม “หลิงเอ๋อ เ้า... เ้ารักข้าไหม"
ทันทีที่เขาถามจบ เขาก็กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มองนางด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อย
เขากลัวจริงๆ ว่าจะได้ยินคำตอบที่ไม่ชอบจากปากของนาง
ถ้านางไม่รักเขาจริงๆ เขาจะปล่อยนางไปไหม?
เขารู้สึกขัดแย้งมาก
เขาไม่อยากปล่อยนางไป แต่เขากลัวว่าการอยู่เคียงข้างนางจะทำให้นางไม่มีความสุข
นางเป็คนชอบหัวเราะ เขาไม่อยากเสียรอยยิ้มของนางไป
หลี่ชิงหลิงกลั้นยิ้ม มองหลิวจือโม่พักหนึ่ง เมื่อเห็นความตึงเครียดในดวงตาก็ค่อยๆ พูด “แล้วพี่ละ? รักข้าไหม ข้าอยากได้ยินความจริง"
พูดจบเขาก็ไอเบาๆ อีกครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ หูเริ่มแดงขึ้นมาเล็กน้อย
คนสมัยโบราณรู้สึกอายที่จะพูดคำว่ารักออกมาดังๆ
หลิวจือโม่อยากเช็ดเหงื่อเย็นๆ จากหน้าผาก
“รักหรือไม่รัก คำถามง่ายๆ ใช้เวลาคิดนานขนาดนั้นเชียว? หา?”
หลี่ชิงหลิงเขย่าอย่างแรง เพื่อให้เขาตอบคำถามอย่างรวดเร็ว
"อืม..."
ด้วยความกลัวว่านางจะเข้าใจผิด หลิวจือโม่จึงตอบรับเสียงเบาเหมือนยุง
พูดจบก็เขินอายเกินกว่าจะมองนาง เขาเบือนสายตาไปมองตู้ข้างๆ
เด็กหนุ่มคนนี้ขี้อายชะมัด...
แต่นางชอบ...
หลี่ชิงหลิงเอื้อมมือไปจับหน้าให้เขามองนางตรงๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง “ข้าก็ด้วย" นางเองก็รักเขา ถ้านางไม่รักเขา นางจะตกลงแต่งงานกับเขาได้อย่างไร
คำสารภาพกะทันหันของนางทำให้หลิวจือโม่ตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นเขาก็ตอบรับด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
"เ้า… เ้า…” เขาพูดอยู่หลายครั้งก็ต่อไม่ติด
เขามีความสุขมาก มีความสุขมาก!
แม้ว่าเขาจะรู้ว่านางยอมแต่งงานกับเขา แต่เขาก็ยังกังวลเล็กน้อย
ตอนนี้ได้ยินแบบนี้ เขาก็โล่งใจอย่างสมบูรณ์
"โง่หรือไงนะ?"
เมื่อเห็นเขามีความสุข มุมปากของหลี่ชิงหลิงก็ยกขึ้นเช่นกัน
เด็กสาวเขย่งเท้าแล้วจูบริมฝีปากของเขา "เอาล่ะ เลิกโง่แล้วไปกินข้าวกันเถอะ!"
หลิวจือโม่แตะริมฝีปากของเขา กอดนางแน่น “หลิงเอ๋อ ข้าไม่รู้จักกับแม่นางถงเลย อย่าเอาคำพูดของนางมาใส่ใจ" แววตาเขานิ่งลง "ข้าจะจัดการเื่นี้เอง ไม่ต้องกังวล!"
เขาควรบอกให้นางรู้ว่ามารยาท ความชอบธรรม และความละอายคือสิ่งใด
หลี่ชิงหลิงตบหลังหลิวจือโม่ก่อนจะหัวเราะ "ข้าไม่ได้รู้จักกับพี่วันแรกเสียหน่อย จะเชื่อคำพูดของนางได้อย่างไร" หากเพิ่งเจอกันไม่กี่วันอาจรู้สึกตะขิดตะขวง แต่ไม่ใช่สำหรับพวกเขา “นางเป็ลูกสาวอาจารย์ถง พี่ต้องจัดการดีๆ อย่าให้อาจารย์ไม่พอใจ”
หลิวจือโม่ยังต้องเรียนหนังสือ จะฉีกหน้ากันตอนนี้ไม่ได้
“ข้ารู้ ไม่ต้องห่วง”
หลี่ชิงหลิงตอบรับ กำชับอีกเล็กน้อย จากนั้นยกอาหารไปที่ห้องโถงเพื่อรับประทานอาหารเย็น
…
วันรุ่งขึ้น เมื่อหลิวจือโม่ทำการบ้านเสร็จก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อาจารย์ เมื่อวานแม่นางถงไปหาคู่หมั้นของข้าที่หมู่บ้าน คู่หมั้นของข้าไม่รู้จักนาง พูดสิ่งที่ไม่รื่นหูนัก ข้าจึงหวังจะขอโทษแทน หวังว่าอาจารย์จะช่วยบอกแม่นางถง ให้นางใจกว้างและยอมยกโทษด้วยขอรับ”
อาจารย์ถงได้ยินก็อึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะพยักหน้า บอกจะกลับไปถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น?
เขามองหลิวจือโม่ในแล้วรู้สึกเขินอายเล็กน้อย หลังคุยเื่การเรียนเสร็จก็ให้เขากลับไป
เขาลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าบูดบึ้ง จากนั้นจึงตรงกลับบ้าน
ทันทีที่เขากลับถึงบ้าน เขาก็ตรงไปหาถงว่านหรง
ทันทีที่ตงเหมยเห็นก็รีบเข้ามาทักทาย
ทว่านึกสงสัยอยู่ในใจ ทำไมนายท่านถึงมีเวลากลับมา
“นางอยู่ที่ไหน”
“คุณหนูกำลังพักผ่อน นายท่านโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเรียกให้เ้าค่ะ”
ตงเหมยเดินไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว ยื่นมือไปผลักถงว่านหรงเบาๆ แล้วเรียกเสียงเบา "คุณหนูเ้าคะ นายท่านมา"
ถงว่านหรงไม่ได้หลับลึก เมื่อได้ยินตงเหมยเรียกจึงลืมตาขึ้น
“ท่านพ่อ? ท่านไม่ได้ไปสอนหรือ? ทำไมถึงมาเวลานี้” นางถามอย่างสงสัย ลุกขึ้นจากเตียง และขอให้ตงเหมยช่วยแต่งตัว
ท่านพ่อมาหานางตอนนี้ หรือว่าจะมีเื่อะไร?
นางบีบนิ้วบังคับให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ และเดินออกจากห้องไปหลังจากที่ตงเหมยช่วยหวีผมเสร็จ
นางมองบิดาด้วยรอยยิ้ม "ท่านพ่อ มีอะไรหรือ” นางจูงมือบิดาเข้าห้อง หันไปขอให้ตงเหมยยกน้ำชามาให้
ตอนรออยู่ข้างนอก เขากดกลั้นความโกรธไว้ เขามองถงว่านหรงด้วยสายตาที่ซับซ้อน
เขาคิดเสมอว่าลูกสาวคนนี้ฉลาดมาก ไม่คิดเลยว่านางจะทำในสิ่งที่โง่เขลาเช่นนี้
ถ้าคนอื่นรู้เื่นี้ ชื่อเสียงของนางจะเสียหายขนาดไหน
ใจของถงว่านหรงเต้นไม่เป็จังหวะ นางยิ้มไม่เป็ธรรมชาติ "ท่านพ่อมาหาข้า มีอะไรหรือเ้าคะ”
“เมื่อวานไปไหนมา”
หัวใจเต้นสะดุดอีกครั้ง นางมองอาจารย์ถง แต่ไม่เห็นอะไรจากสีหน้าของเขา
นางไม่รู้ว่าเขารู้เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานหรือเปล่า
เด็กสาวบิดผ้าเช็ดหน้า สูดหายใจเงียบๆ แสร้งทำเป็หัวเราะอย่างใจเย็น “ข้าไปซื้อของ ทำไมหรือ”
อาจารย์ถงมองถงว่านหรงด้วยสายตาผิดหวัง ลูกสาวของเขาโตแล้ว กล้าโกหกเขาแล้ว
“จริงหรือ? เ้าแน่ใจ?” สีหน้าเขาแย่ลง แววตาฉายโทสะ “ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง ไปซื้อของจริงๆ หรือ? หือ?”
อย่าใ อย่าใไป ท่านพ่ออาจไม่รู้เื่นี้ ถงว่านหรงพึมพำกับตัวเองสองสามครั้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ และตอบว่าใช่
อาจารย์ถงไม่อยากต่อปากต่อคำกับนาง เขาตบโต๊ะอย่างแรงด้วยความโกรธ “เ้ายังกล้าโกหกข้าอีกหรือ หา? เ้าเด็กคนนี้ อ่านสี่หนังสือห้าคัมภีร์ไปถึงไหนแล้ว?” เขารู้สึกผิดหวังในตัวลูกสาวคนนี้จริงๆ “เ้า… อยากทำให้ข้าอกแตกตายหรืออย่างไร?”
