นรินทร์ธิราขับรถออกจากบ้านลอเรนโซ่มาบนถนนสายหลักที่มุ่งตรงไปยังโรงแรม ระหว่างขับรถเธอก็คิดอยู่ตลอดว่า ทำอย่างนี้ดีหรือไม่ เพราะในใจยังกังวลว่า ลอเรนโซ่จะไม่พอใจที่ตนไปงานเลี้ยงโดยที่เขาไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้เธอตกอยู่ในอาการจิตใจไม่อยู่กับตัว ตามองถนน แต่สมองกลับคิดไม่หยุด
โครม!
ท้ายรถที่นรินทร์ธิรานั่งอยู่ถูกรถอีกคันชนเข้าอย่างจัง แม้ว่าจะไม่รุนแรงแต่เธอก็คาดเดาได้ว่า มันต้องได้รับความเสียหาย แน่นอนว่าคนขับรถทั้งสองคันต้องลงมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยรถคันที่มาชนท้ายรถหญิงสาวมาด้วยกันสองคน
“ขอโทษด้วยครับ ผมมาจากต่างเมือง มัวแต่มองดูโลเกชั่นที่เพื่อนส่งมาให้ เลยไม่ได้มองทางครับ”
คนพูดคือหนึ่งในลูกน้องของฟรังโก้ที่มาทำตามแผน นรินทร์ธิรามองหน้าคู่กรณีเป็ผู้ชายสองคนก่อนก้มมองดูท้ายรถยนต์ที่บุบเล็กน้อย ตอนนี้เธอรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย เดิมทีมีแต่ความกังวลเื่ไปเซอร์ไพรส์ลอเรนโซ่ ตอนนี้มีความกังวลเื่อุบัติเหตุครั้งนี้ ที่ไม่รู้ว่าจะทำให้ลอเรนโซ่ไม่พอใจคูณสองหรือไม่
“คุณเรียกประกันรถคุณนะคะ ฉันก็จะเรียกประกันรถฉัน”
การที่นรินทร์ธิราต้องโทรเรียกประกัน นั่นหมายความว่า เธอต้องโทรศัพท์บอกให้ลอเรนโซ่รู้ แล้วให้เขาเป็คนจัดการโทรเรียกประกัน เธอถึงกับถอนหายใจขณะหมุนตัวเดินไปยังประตูรถยนต์ด้านฝั่งคนขับ ขณะที่ก้าวเดินไปได้เพียงสองก้าวและไม่ทันระวังภัย ทำให้ชายคนนั้นมายืนซ้อนทับด้านหลังนรินทร์ธิราแล้วล็อคตัวเธอไว้ด้วยลำแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างให้มือทำหน้าที่โปะยาสลบ นรินทร์ธิราใ ดีดดิ้นตัวไม่กี่ครั้งร่างเธอก็อ่อนแรง สติเหมือนถูกดึงออกจากหัว รอบกายมืดสนิท
นรินทร์ธิราสลบ
ลูกน้องอีกคนของฟรังโก้รีบไปเปิดประตูรถให้เพื่อนนำร่างนรินทร์ธิราเข้าไปในรถ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย รถยนต์คันนั้นก็แล่นออกจากจุดที่จอดมุ่งตรงไปยังสถานที่นัดหมายกับฟรังโก้
หัวใจลอเรนโซ่ร้อนรนอย่างหนักเมื่อรู้ว่า รถยนต์ที่นรินทร์ธิ-ราขับออกไปจากบ้านตอนสี่ทุ่มสี่สิบห้านาทีจอดอยู่ริมถนนห่างจากบ้านของเขาราวสามร้อยเมตร สภาพรถที่ลูกน้องเขาไปเจอ เครื่องยนต์ยังติดอยู่ บานประตูรถฝั่งคนขับปิดไม่สนิท ท้ายรถได้รับความเสียหายจากการถูกชนเล็กน้อย
ลอเรนโซ่สั่งให้ลูกน้องเปิดดูกล้องติดรถยนต์ทั้งหน้าและหลังรถ จากภาพที่กล้องหลังรถบันทึกไว้จึงได้รู้ว่า มีรถคันหนึ่งชนท้าย ชายสองคนเดินลงมาจากรถ หนึ่งในสองชายเหมือนเดินมาคุยกับนรินทร์ธิรา เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาร่างเธอก็ถูกอุ้มเข้าไปในรถในสภาพหมดสติ จากนั้นรถยนต์ของคนร้ายก็ขับออกไป
กล้องติดรถยนต์ของลอเรนโซ่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสมกับราคา มันสามารถจับภาพยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน ทำให้มองเห็นทะเบียนรถยนต์คันนั้นอย่างชัดเจน ลอเรนโซ่จึงให้ลูกน้องไปตามสืบว่า ป้ายทะเบียนที่เห็นใครคือผู้
เมื่อทราบเื่นรินทร์ธิราถูกลักพาตัวไป ลอเรนโซ่อยู่ร่วมงานเลี้ยงไม่เป็สุข แม้ว่าจะสั่งงานให้ลูกน้องทำ และเชื่อมั่นว่าลูกน้องตนทำงานได้อย่างไม่มีผิดพลาด ทว่าหัวใจเขาเหมือนมีไฟลนตลอดเวลา พูดคุยกับคนในงานแทบไม่รู้เื่ สมองไม่ได้รับรู้เื่ที่พูดคุย แม้แต่ตอนสนทนากับเมอดิสัน เขาต้องดึงสติของตนเองให้กลับมา งานวันนี้สำคัญมา ลอเรนโซ่ในฐานะเ้าของงานจึงต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
เวลาเพียงสิบห้านาทีที่อองรีไปจัดการเื่นี้สำหรับลอเรนโซ่ช่างยาวนานเหลือเกิน มันทรมานใจเขามาก กระวนกระวายเป็ที่สุด เมื่อเห็นอองรีเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง ลอเรนโซ่รีบปรี่เข้าไปหาเพื่อถามความคืบหน้า
“ว่าไง ได้เื่ไหม”
“ได้เื่ครับ เ้าของรถยนต์ชื่อลูเก้ เป็ลูกน้องของฟรังโก้ แล้วผู้ชายสองคนที่ลักพาตัวคุณนีน่าก็เป็ลูกน้องของฟรังโก้ครับ งานนี้ฟรังโก้อยู่เื้ัแน่นอนครับ”
อองรีรายงานเ้านาย ลอเรนโซ่กัดฟันกรอดเมื่อรู้ว่า ใครคือผู้อยู่เื้ั ั์ตาประกายแสงแห่งความโกรธ แล้วรู้ด้วยว่า ฟรังโก้ลักพาตัวนรินทร์ธิราไปเพื่ออะไร
“อีกสิบนาทีเตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะไปบ้านไอ้ฟรังโก้”
อองรีรู้ความหมายของคำว่า เตรียมตัวให้พร้อม เขาพยักหน้าก่อนเดินออกไปจากงานเลี้ยง
“วอนหาเื่นะมึง...ไอ้ฟรังโก้”
ลอเรนโซ่เอ่ยออกมาเบาๆ แต่พลังในประโยคไม่ได้เบาตามมันคือความอาฆาตแค้นสุดแรงกล้า ั์ตาลอเรนโซ่ดุจมัจจุราชกำลังพรากิญญาของเ้าของชื่อที่เอ่ยออกให้ออกจากร่าง ในใจเป็ห่วงนรินทร์ธิรามาก เพราะรู้ว่า การลักพาตัวครั้งนี้ฟรังโก้้าสิ่งใด
หัวใจลอเรนโซ่ประดุจมีไฟลามเลีย ในหัวกำลังจินตนาการขณะฟรังโก้ััร่างกายนรินทร์ธิรา มันเหมือนมีใครเอาค้อนปอนด์มาทุบกลางดวงใจ เ็ปรวดร้าวขึ้นมาทันใด เขาภาวนาให้ตนไปช่วยเหลือเธอได้ทัน หรือหากไม่ทันลอเรนโซ่ก็ไม่คิดทอดทิ้งนรินทร์ธิรา แต่มันต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม
นรินทร์ธิราคือผู้หญิงของเขา...
ใครกล้าแตะต้องไม่ได้ตายดีแน่
