หิมะควรเป็สีขาว
อย่างน้อย…มันควรจะเป็เช่นนั้นบนแดน์
เกล็ดหิมะโปรยปรายลงจากท้องฟ้าสีเงิน ท่ามกลางเสียงกลองศึกที่ดังกึกก้องไปทั่วสามภพ เมฆาแยกตัวออกเป็สองฟาก ฝั่งหนึ่งคือกองทัพเทพในชุดเกราะขาวสะท้อนแสง อีกฝั่งคือเผ่ามารในอาภรณ์สีดำดุจราตรี
กลางสนามรบ
สตรีในชุดแดงยืนเด่นท่ามกลางสายลมผมยาวสีดำปลิวไสว ดวงตาเย็นเฉียบดุจเปลวเพลิงใต้หิมะ
หลีเยว่ ธิดาแห่งเผ่ามารโลหิตไหลซึมจากมุมปากของนาง
แต่ท่วงท่ายังคงสง่างาม
เบื้องหน้า คือบุรุษผู้สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์
กระบี่เงินในมือสะท้อนประกายเย็นเยียบ
เทียนอวี้ เทพบุตรผู้สืบทอดบัลลังก์์
สายตาของเขานิ่งราวผืนน้ำแข็งแต่ลึกลงไป…กลับสั่นไหว
“หลีเยว่” เสียงของเขาเรียบเฉย “วางพลังมารเสีย แล้วตามข้ากลับ์”
เสียงหัวเราะแ่เบาหลุดจากริมฝีปากสีชาด
“กลับไป…เพื่อรอวันถูกปะาหรือ?”
สายลมพัดแรงขึ้นเกล็ดหิมะเริ่มตกหนักกว่าเดิม
“คำทำนายกล่าวไว้ชัดเจน” เทียนอวี้เอ่ย “เ้าคือหายนะ”
ดวงตาของนางไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความสงบนิ่ง
“แล้วท่านเล่า ท่านเทพ” นางก้าวเข้าใกล้เขาช้า ๆ “ท่านเคยถามตนเองหรือไม่…ว่าคำทำนายนั้นถูกต้องจริงหรือ”
ปลายกระบี่เงินยกขึ้นชี้ตรงไปยังอกของนาง แต่ระยะห่างเพียงหนึ่งก้าวกลับหนักอึ้งราวภูผา
เสียงกลองศึกเงียบลงอย่างน่าประหลาดราวกับฟ้าดินกำลังรอคำตัดสินหลีเยว่ยิ้มบาง ๆ
“หากวันนี้ท่านต้องฆ่าข้า…”
เสียงของนางเบาราวหิมะตก
“ขอเพียงท่านจำไว้ ว่ามารตนนี้…ไม่เคยคิดทำร้าย์เลยแม้แต่น้อย”
มือที่ถือกระบี่ของเทียนอวี้สั่นเล็กน้อยชั่วขณะนั้นเองกองทัพเทพด้านหลังะโพร้อมกัน
“ลงทัณฑ์มาร! ลงทัณฑ์มาร!”พลังศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งจากท้องฟ้า
กดทับร่างของนางจนเข่าทรุดลงเืสีแดงสดหยดลงบนหิมะ
หนึ่งหยด
สองหยด
สีขาวบริสุทธิ์ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉานเทียนอวี้มองภาพนั้นนิ่งงัน หิมะ…ไม่ควรเป็สีแดง แต่คืนนี้มันกำลังกลายเป็เช่นนั้นและเขารู้ดีไม่ว่ากระบี่ในมือจะฟันลงหรือไม่์จะไม่มีวันขาวสะอาดดังเดิมอีกต่อไป
ลมหนาวพัดผ่านเกล็ดหิมะสีแดงปลิวว่อนกลางท้องฟ้าราวกับเป็ลางบอกเหตุ
ว่าความรักและากำลังจะกลืนกินสามภพจนไม่เหลือสิ่งใด
