เสียงรถคันหรูแล่นกลับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ป้านุชที่แอบมองดูอยู่ในความมืด ค่อย ๆ ขยับเท้าแอบเดินตามธไนยไปยังชั้นบน แล้วยกยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อเห็นชายหนุ่มหายลับเข้าไปในห้องของปลายฝนอีกครั้ง
“ไม่ท้องก็ให้รู้กันไป” หญิงกลางคนก้มมองเข็มเล็กในมือที่ถืออยู่อย่างมีความหวัง
ชายหนุ่มใช้มือหนาผลักปิดประตูห้อง พลางถอดเสื้อสูทออกแล้วพาดไว้กับเตียงนอน ก่อนจะเดินมาทอดสายตามองร่างบางที่นอนหลับอยู่ แล้วตัดสินใจขยับกายขึ้นเตียงไป พลางใช้แขนรั้งตัวหญิงสาวเข้ามา แล้วก้มลงหอมแก้มเธออย่างถนอม เตรียมจะรวบกินเธอเหมือนอย่างเคย ก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกตัวแล้วดันกายเขาออกด้วยความใ
“เป็อะไร” เขาเห็นท่าทางตื่นตระหนกของเธอจึงเอ่ยเตือนสติ ก่อนที่ปลายฝนจะกะพริบตา แล้วผ่อนแรงลง
“คุณไนย” เสียงถอนหายใจของปลายฝนทำให้ธไนยปล่อยยิ้มออกมาบางเบา
“เพิ่งกลับเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม
“ใช่”
“งานยุ่งเหรอคะ”
“ก็นิดหน่อย” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แล้วคุณลิตาล่ะคะ”
“ถามทำไม หึงเหรอ” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้มออกมา แล้วส่ายศีรษะ
“แค่ถามเฉย ๆ ค่ะ”
“ถ้าผมพาลิตามา แล้วผมต้องมานอนห้องคุณ จะพามาทำไมให้เสียเวลา” ปลายฝนขมวดคิ้ว แล้วจ้องใบหน้าหล่อเหลากลับด้วยความแปลกใจ
“ก็แล้วทำไมไม่นอนกับเธอล่ะคะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน” เขาทำท่าจะใช้มือคืบคลานเข้ามาในเสื้อ ก่อนที่หญิงสาวจะจับมือไวของเขาได้ทัน
“ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” ธไนยพยักหน้า
“คุณไม่คิดมีแฟนเป็ตัวเป็ตนจริง ๆ เหรอคะ ป้านุชบอกว่าคุณพาผู้หญิงมาบ้านไม่ซ้ำหน้า และไม่เคยจริงจังกับใครสักคน” ธไนยถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนอนด้านข้างปลายฝน เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจพูดบางอย่าง
“ในโลกนี้ไม่มีรักแท้ อยู่จริงหรอก”
“มีค่ะ” ปลายฝนเถียง
“คุณพูดเหมือนเคยมีความรักงั้นล่ะ”
“เปล่าค่ะ แต่ฉันเห็นตัวอย่างจากพ่อ พ่อรักแม่ของฉันมาก ๆ รักขนาดที่ว่า...” ปลายฝนหยุดพูด ก่อนจะเปลี่ยนเื่อย่างกะทันหัน
“ที่คุณบอกว่าไม่มีรักแท้อยู่จริงนั้น คุณอาจจะยังไม่เจอ ฉันพอเข้าใจ แต่อย่างน้อยพ่อกับแม่ของคุณก็ต้องรักกันมาก ถึงมีคุณมาเป็ตัวเป็ตนไงคะ”
“หึ เด็กโง่อย่างคุณจะรู้อะไร พ่อกับแม่ผมแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์ แม่ไม่เคยรักพ่อเลย แม่แต่งกับพ่อเพราะฐานะทางบ้านเท่าเทียมกันต่างหาก พอผมอายุได้สิบห้าปี แม่ก็ขอหย่ากับพ่อ แล้วหนีไปกับผู้ชายอีกคน จนในที่สุดก็ป่วยตาย ปล่อยให้พ่อเลี้ยงผมคนเดียวจนถึงปัจจุบัน รู้ไหมอะไรที่ทำให้พ่อโดนแม่หลอกให้แต่งงานด้วย” ปลายฝนขมวดคิ้ว แล้วผงกศีรษะขึ้นมองชายหนุ่ม ด้วยอยากรู้คำตอบ
“อะไรคะ”
“การมองโลกในแง่ดีของพ่อ พ่อเป็คนขี้สงสารและเป็คนใจอ่อน คิดว่าทุกคนที่เข้ามาจะหวังดี เหมือนที่พ่อหวังดีกับเขา แต่เปล่า แม่หักหลังพ่ออย่างไม่น่าให้อภัย”
“การเลิกกันเป็เื่ปกติ จะกล่าวหาว่าคุณแม่หักหลังคุณพ่อก็ไม่ถูกนัก”
“คุณจะรู้อะไร ผมอยู่กับพวกเขามา ผมรู้ว่าแม่แอบคุยกับผู้ชายคนอื่นตลอด ภายใต้ความดีของพ่อ แม่กล้าย่ำยีพ่ออย่างไม่แยแส ด้วยคิดว่ายังไงซะคนอย่างพ่อก็จะให้อภัย และมันก็จริงอย่างที่แม่คิด หลังจากพ่อรู้ว่าแม่มีคนอื่น พ่อไม่แม้แต่จะต่อว่าแม่สักคำ ปล่อยให้แม่ทำตามใจตัวเอง โดยที่ผมเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด แม่ไม่แม้แต่จะสำนึก แต่นับวันก็ยิ่งเหิมเกริม...จนผมนี่แหละ ที่อาละวาดชู้ของแม่จนกระเจิงไป แล้วแม่ก็ขอหย่ากับพ่ออย่างเป็ทางการในไม่กี่อาทิตย์ถัดมา”
“หึ..คุณร้ายั้แ่เด็กเลยนะคะ” ปลายฝนเผลอยิ้ม ทว่ารอยยิ้มหวานของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มเผลอมองจนไม่อาจละสายตาได้ เขาอดใจไม่ไหวจึงดึงร่างบางเข้ามาโอบรัด แล้วจุมพิตไปทั่วทุกส่วนของร่างกายนั้นอย่างกระหาย ครั้งแล้วครั้งเล่าร่างกายของเธอตกเป็ของเขาในฐานะดอกเบี้ยเงินล้านที่น้องชายก่อไว้ ธไนยเองรู้สึกมีความสุขกับร่างกายของปลายฝนอย่างบอกไม่ถูก จนหลายครั้งแอบเผลอภาวนาให้กองทัพหาเงินมาไถ่ตัวปลายฝนคืนไม่ได้ เพื่อที่จะรั้งเธอไว้ให้เขาได้ชื่นใจแบบนี้ทุกวัน
หลังจากนั้นผ่านไปเกือบสองเดือน หัวใจที่แข็งกระด้างของชายหนุ่มยังคงเดิม เขาไม่เคยคิดฝากใจไว้กับผู้หญิงคนไหน แม้กระทั่งปลายฝนเองก็ไม่สามารถกุมหัวใจเขาไว้ได้ ธไนยยังคงมีผู้หญิงอื่นเรื่อย ๆ ตามประสาโดยยึดหลักการที่ว่าต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ เขาได้ความสุข ส่วนผู้หญิงได้เงิน มันก็สมเหตุสมผลแล้ว ไม่ควรมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผูกมัดกัน
ส่วนเื่การบริหารโรงพยาบาลเขายังคงยึดเื่กำไรเป็หลัก โครงการการกุศลต่าง ๆ ที่เข้ามาขอรับบริจาคชายหนุ่มทำการปฏิเสธสิ้น ลูกค้าของเขาล้วนเป็คนมีฐานะเท่านั้น ที่เข้ามารับบริการ นอกหนือจากนั้นไม่มี
แม้ธเนตรจะพยายามโน้มน้าวให้ธไนยมีเมตตาต่อบุคลากร หรือลูกค้ากลุ่มอื่นบ้าง แต่เขายังยืนยันว่าจะบริหารเช่นเดิม โดยยึดผลกำไรเป็หลัก จนธเนตรเริ่มถอดใจ เขาอาจสูญเสียลูกชายไปพร้อมกับคำว่าผลประโยชน์ที่ธไนยตั้งขึ้น เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิต
