“พี่เชนทร์ช่วยโทรบอกคุณไผ่ให้ไปส่งอิงค์ทีสิ อิงค์ออกจากบ้านเราไปแล้ว คะนิ้งห้ามไม่ฟังดื้อจะกลับเอง”
“โอเค” ชายหนุ่มนอนคิดครู่หนึ่งแทนที่เขาจะโทรหาคุณไผ่ตามที่น้องสาวขอร้อง กลับลุกจากเตียงแล้วเร่งแต่งตัวภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที รถหรูเปิดประทุนสีขาวขับออกจากโรงรถเลี้ยวมุ่งหน้าไปยังถนน ระหว่างนั้นสายตาคมสังเกตเห็นร่างเล็กเดินอยู่ริมถนนในหมู่บ้านตามลำพัง ก่อนจะตบไฟเลี้ยวแล้วเข้าจอดเทียบ
“ปี๊ด” เสียงแตรรถทำให้อินทิราหยุดหันมองด้วยความแปลกใจ หากแต่เมื่อเห็นแน่ชัดว่าคือลูกชายบ้านหลังใหญ่ที่เธอพึ่งหลบหน้าเขา แล้วหนีออกมาโดยไม่กล่าวลา ก็เร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้น ชายหนุ่มร่างสูงเปิดประตูรถแล้วเดินไล่เข้าไปหาด้วยความเร็วเช่นเดียวกัน
“ทำไมไม่ให้คุณไผ่ไปส่ง” คเชนทร์คว้าข้อมมือของหญิงสาวเพื่อรั้งเธอเอาไว้ สายตาระริกของชายหนุ่มมองอินทิราอย่างมีความหมาย
“อิงค์เกรงใจค่ะ” คำตอบของหญิงสาว เสมือนตอบส่งๆ ก่อนจะหันหน้าหนีแล้วทำท่าเดินต่อ
“หยุดเดี๋ยวนี้ เธอจะหนีหน้าพี่ไปถึงเมื่อไหร่” เขากระชับมือแน่นขึ้น พฤติกรรมของหญิงสาวยิ่งตอกย้ำ ว่าที่เธอบึ้งตึงนั้น เกิดจากความผิดที่เขาโยนเธอลงน้ำ
“คุณเชนทร์มีธุระอะไรกับอิงค์หรือเปล่าคะ อิงค์รีบกลับบ้านค่ะ ป่านนี้คุณแม่คงรอแล้ว” หญิงสาวเหลือบมองลงมาที่ข้อมือของตัวเองเป็การเตือนเขากลายๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะรู้ตัวแล้วค่อยๆ คลายมือออก
“คุณเชนทร์หรือ เธอเรียกพี่ว่าคุณ เปลี่ยนสรรพนามของพี่โดยไม่ขอเลยหรือ” หญิงสาวยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่ตอบโต้
“ให้พี่ไปส่ง”
“ไม่ค่ะ”
“ไหนบอกว่ารีบ” เขาเผลอคว้าแขนของหญิงสาวอีกรอบ ระหว่างนั้นอินทิราใช้จังหวะเบี่ยงออกจากร่างสูง แล้วหันหลังเดินหนีเพื่อตัดปัญหา คเชนทร์ยืนมองอินทิราที่กำลังเดินห่างออกไป เขารู้สึกถึงความเ็ปบางอย่าง ภาพความทรงจำประหลาดย้อนประทับเข้ามาในสมอง เห็นเป็ร่างของหญิงสาวในชุดโบราณนอนแน่นิ่งอยู่ภายใต้อ้อมกอด ในขณะที่เขาะโอ้อนวอนจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอให้เธอมีชีวิตต่อ หากแต่คำอ้อนวอนนั้นไร้ผล คนรักของเขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
“ได้โปรดกลับมาหาข้า อย่าทิ้งข้าไปเยี่ยงนี้ ข้าจักอยู่ได้อย่างไรหากขาดเ้า” เป็กอดที่ชายหนุ่มชุดโบราณได้กอดลาหญิงผู้เป็ที่รักครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทั้งสองจะพรากจากกันนิรันดร์ เป็ความเ็ปบาดลึกไปยังแก่นหัวใจ บรรยายออกมาไม่ได้ เขาเห็นอินทิราเดินห่างออกไป ยิ่งััถึงความเ็ปนั้นอย่างลึกซึ้ง คเชนทร์รู้ตัวอีกที น้ำตานั้นได้อาบนองเต็มหน้า ไม่อาจให้เธอจากเขาไปได้อีก ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปสวมกอดเธอจากด้านหลัง หวังเพียงรั้งหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้หันหลังให้เขา
“คุณเชนทร์ จะทำอะไรคะ” อ้อมกอดของชายหนุ่มทำให้อินทิรารู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกโกรธเคืองที่มีหายไปในพริบตา หญิงสาวยืนตะลึงกับความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะเห็นเพียงหยดน้ำตาของคเชนทร์หล่นลงบนเสื้อ
“ได้โปรดอย่าเดินหนีพี่ อย่าทำแบบนี้กับพี่ รู้ไหมว่ามันเ็ปขนาดไหน” กลุ่มควันสีขาวโพยพุ่งจากต้นไทรมาหยุดอยู่ด้านหลังของคนทั้งสองแล้วค่อยๆ กลายร่างเป็หญิงสาวในชุดนางรำ สายตาแดงก่ำจ้องมองอินทิราราวกับจะกินเืกินเนื้อ ผมสีดำสยายพลิ้ว แสดงถึงความริษยาที่ปะทุขึ้นยากที่จะยับยั้ง
“อีกลิ่นทิพย์” เสียงอันเยือกเย็นจากดวงิญญาบ่งบอกถึงความอาฆาตที่สุมอยู่ในอก เธอรอคอยเวลานี้มายาวนานนับร้อยกว่าปี รอเพื่อที่จะได้พบคนรักของเธอ แต่ไม่ใช่รอเพื่อที่จะได้เห็นภาพบาดใจเฉกเช่นนี้ ดวงตาแข็งกร้าวจับจ้องอินทิราไม่วาง สายตาสีแดงมองดูคเชนทร์จูงมืออินทิราเดินขึ้นรถไป
“เื่เมื่อคืน พี่ขอโทษที่ใช้อารมณ์กับเธอยกโทษให้พี่ได้ไหม” เมื่อรถแล่นมาได้สักระยะ ชายหนุ่มจึงเอ่ยปากขอโทษหญิงสาวด้วยใจจริง เพราะเื่นี้ทำเอาเขาแทบไม่ได้นอนทั้งคืนด้วยความรู้สึกผิด
“....” ความเงียบจากหญิงสาว แสดงให้เห็นชัดว่าเธอไม่อยากนึกถึงเื่เลวร้ายนั้นอีก
“แล้วช่วยเปลี่ยนสรรพนามของพี่ให้กลับมาเป็เหมือนเดิมด้วย เคยเป็อย่างไรก็ให้เป็อย่างนั้น” คเชนทร์พูดด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ดวงตามุ่งตรงไปยังถนนเส้นตรง เขาไปตามเส้นทางที่อินทิราบอกแม้เธอจะรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง หากแต่สีหน้ารู้สึกผิดของชายหนุ่มเมื่อครู่ ทำให้เธอใจอ่อนโดยปริยาย
“พี่เชนทร์ นี่ไม่ใช่ทางที่อิงค์บอกนี่คะ พี่เลี้ยวเข้ามาทำไมคะ” อินทิรามองสองข้างทางก่อนจะหันมองหน้าเขาอย่างแปลกใจ
“พี่หิว เราแวะหาไรทานอาหารก่อนได้ไหม” คเชนทร์แย้มยิ้มออกมาแล้วใช้มืออีกข้างลูบวนที่ท้อง
“แต่อิงค์รีบกลับบ้านนะคะ”
