ิญญาของคุณหมอหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มหมอกควันสีขาวจาง ๆ ปกคลุมพื้นที่รอบตัว ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด จนเขา มองไม่เห็นสิ่งใดเลย
มีหลายคนเคยสงสัยว่าตายแล้วไปไหน เขาที่เพิ่งตายตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน
ไม่น่าจะเป็นรกหรอกนะ
จันทร์คิดว่าตัวเองก็ทำบุญมาเยอะ แต่ดูแล้วว่าไม่น่าจะเป็์เช่นกัน เพระถ้าเป็์จริงก็ต้องเป็สถานที่ที่สวยกว่านี้สิ
“ จันทร์ ” เสียงนุ่มหวานของผู้หญิงเอ่ยเรียกชื่อของิญญาหนุ่มที่เพิ่งตายได้ไม่นาน จันทร์หันมองตามเสียงแล้วหมุนตัวมองไปรอบ ๆ แต่ก็มองไม่เห็นใคร เห็นเพียงหมอกสีขาวเท่านั้น
“ ใคร! ออกมานะ ” เขาะโเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา
เงาสีดำรูปร่างคล้ายกับมนุษย์เป็ชายหญิงคู่หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
“ พวกคุณเป็ใคร ทำไมถึงรู้จักชื่อของผม ”
เงาสีดำยังคงเงียบไม่ตอบ จากนั้นทั้งสองก็หันหลังเดินจากไป จันทร์มองเห็นหน้าพวกเขาไม่ชัดว่าเป็ใคร เพราะมีม่านหมอกจาง ๆ บังเอาไว้ แต่จันทร์รู้สึกคุ้นเคยกับเงาสีดำทั้งสองมากราวกับรู้จักเป็อย่างดี
“ เดี๋ยว! พวกคุณจะไปไหนกัน รอผมด้วยสิ ” จันทร์ะโเรียกเงาทั้งสองคนที่เดินห่างออกไป จากนั้นไม่นานเงาก็เลือนรางและหายไปในที่สุด
จันทร์ไม่รู้ว่าทั้งคู่เดินหายไปทางไหน เลยเลือกใช้สัญชาตญาณของตนเองเอา ิญญาหนุ่มเดินต่อไปข้างหน้า หมอกที่หนาก็เริ่มจางลง เขาเห็นแสงสีขาวจุดเล็ก ๆ ด้านหน้า จึงรีบเดินเข้าไป ยิ่งใกล้แสงมันก็ยิ่งเริ่มขยายใหญ่ขึ้นมากเรื่อย ๆ แสงสีขาวสว่างจ้าจนจันทร์ต้องยกมือขึ้นมาป้องหน้าเอาไว้ หลับตาลงเพื่อไม่ให้แสงมันเข้าตา ก่อนจะหรี่ตาลืมขึ้นอย่างช้า ๆ
เอ๊ะ! เหมือนว่าเขาจะอยู่ในเป็ป่านะ
แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือว่าสองคนนั้นจะเป็คนพาเขามาที่นี่ แต่ว่าทำไมกันล่ะ ิญญาหมอหนุ่มได้แต่สงสัย
ผืนป่าอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด รวมไปถึงยังมีสัตว์ป่าตัวน้อยตัวใหญ่ที่อาศัยอยู่ในป่าอีกด้วย จุดที่เขายืนอยู่มีต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้
แต่ที่น่าแปลกคือทั้งที่ตอนนี้เป็เวลากลางคืน ดูจากดวงจันทร์และดวงดาวที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า แต่แล้วทำไมเขาถึงมองเห็นทุกอย่างในความมืดได้ชัดเจนขนาดนี้ล่ะ เห็นแม้กระทั้งสัตว์ตัวเล็กที่กำลังปีนป่ายอยู่บนต้นไม้ และมีบางตัวที่เดินหาอาหารตามพื้นดิน
คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันแน่น จันทร์ไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมว่าต้นไม้พวกนี้ดูสูงและใหญ่มากกว่าปกติ
เขายกมือขึ้นมาแตะลงบนลำต้นของต้นไม้ต้นหนึ่ง ก่อนจะสะดุ้งใ ก้าวถอยหลังไปสองก้าว ดวงตาอัญมณีคู่งามเบิกกว้าง “ เฮ้ย! อะไรเนี่ย ”
เมื่อกี้เขาไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมที่เห็นว่ามือของตัวเองไม่ใช่มือของตัวเอง แต่เป็สิ่งอื่นแทน
เขาก้มมองดูมือตัวเองอีกครั้ง พบว่ามือของเขากลายเป็ก้อนกลม ๆ อะไรสักอย่างสีดำ ๆ เหมือนกลับอุ้งเท้าของแมวแต่มีขนาดใหญ่กว่า
เอียงคอมองด้านข้าง สำรวจรอบตัวเองว่าเป็อะไร แม้เห็นไม่หมด แต่คิดว่าตัวเขาน่าจะเป็สัตว์ตัวสีดำ ไม่ใช่ดำเพราะความมืดแต่สีดำจริง ๆ แถมมีขนด้วย
โอ๊ย!! ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้ หรือว่าเขาจะเกิดใหม่เป็สัตว์ แต่มันจะเร็วไปหน่อยไหมถามจริง เขาเพิ่งจะตายมาไม่นานเองนะ ทำไมถึงได้รีบส่งเขามาเกิดเร็วนัก จะไม่ให้พักหายใจกันก่อนเหรอ
ช่างมันเถอะ อุตส่าห์ได้มาเกิดใหม่ทั้งที คิดอะไรให้มาก
จันทร์ตั้งท่าเตรียมที่จะวิ่งเหมือนที่สัตว์ทำกัน พุ่งแรงไปข้างหน้าอย่างเร็ว เขาวิ่งไปโดยไม่รู้ทิศทาง หลบหนีต้นไม้ สิ่งที่ขวางทางอย่างพลิ้วไหว
เวลานี้เขาไม่ได้รู้สึกเคร้าเสียใจที่ตาย รู้เพียงแต่ว่าตัวเองสนุกมาก ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว
สายลมที่พัดผ่านกระทบใบหน้าขณะวิ่ง เสียงหนักแน่นของอุ้มเท้ายามที่ััลงกับพื้นดิน จมูกของเขาสามารถแยกกลิ่นหญ้ากลิ่นดินหรือกลิ่นอื่น ๆ ได้หมดเลย หูทั้งสองข้างก็ยังได้ยินเสียงที่ไกลห่างออกไป มันชัดเจนมาก ราวกับเป็เวทมนต์
อุ้มเท้าใหญ่ยก้าวเท้าวิ่งไปเรื่อย ๆ และเร็วขึ้น รู้สึกถึงอิสระ ตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน หัวใจเต้นเร็วขึ้น เืในกายสูบฉีด ใบหูทั้งสองข้างกระดิกรัว ๆ เมื่อได้ยินเสียงน้ำที่อยู่ไม่ไกลมาก ก่อนขาทั้งสองคู่จะเปลี่ยนทิศทางวิ่งไปทางนั้น
ซ่า ~~
ภาพน้ำตกขนาดใหญ่ น้ำที่ไหลลงมาจากหุบเขา เป็แหล่งน้ำจืดมีปลาอาศัยอยู่หลายสายพันธุ์ เท่าที่จันทร์เห็นมีปลา ที่ว่ายอยู่ในน้ำประมาณสิบตัวเลย
ทั้งที่นี่ยังเป็แหล่งน้ำที่ให้สัตว์น้อยใหญ่ได้มาดื่มกิน เพราะเมื่อครู่เขาเห็นว่ามีกวางมากินน้ำอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่พอมันเห็นเขาก็วิ่งหนีหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
แสงจากดวงจันทร์ที่สะท้อนบนผิวน้ำ จนเกิดภาพสะท้อนสวยงาม และส่องผ่านลงไปยังด้านล่าง จนเห็นพื้นหินทราย
ทำให้รู้ว่าน้ำนั้นใสเพียงใด ทั้งยังช่วยส่องแสงสว่าง ให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้วยังมีแสงจากดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับไปทั่วท้องฟ้า ช่างเป็ภาพที่สวยมากจริงๆ
ว่าแต่… ตรงไหนคือดาวลูกไก่นะ ??
จันทร์ค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไปใกล้ริมธาร ก้มหน้ามองเงาสะท้อนใบหน้าของตัวเอง แม้ไม่ค่อยอยากจะเชื่อกับสิ่งตรงหน้าที่เห็นสักเท่าไร แต่พอเขาลองหัวเอียงไปซ้ายหรือขวาเงาสะท้อนในน้ำก็เอียงตามไปทิศเดียวกัน
เขาถึงรู้ว่าตัวเองเกิดใหม่เป็สัตว์ แต่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดใหม่เป็เสือดำตัวโตเต็มแบบนี้
จันทร์ก้มหน้าลงดื่มน้ำ หลังจากที่วิ่งมานาน รู้สึกคอแห้ง ก่อนจะหยุดชะงักลง เมื่อจมูกของเขาได้กลิ่นคาวเืที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่
อีกด้านหนึ่งไม่ไกลจากน้ำตก มีบุรุษสวมชุดดำทั้งตัวกำลังนั่งพิงกายกับต้นไม้ใหญ่ เขาได้รับาเ็เสียเืไปจำนวนมาก
มือหนาหยิบยาที่อยู่ในแขนเสื้อออกมา เปิดฝาเทผงยาลงบนาแของตัวเอง ผงยาทำงานรวดเร็วมาก เืในกายหยุดไหลในทันที แม้จะห้ามเืได้ แต่ยาก็ไม่สามารถรักษาพิษที่ติดอยู่ในร่างกายของเขาได้
โจวหยางิหลับตาลง โคจรลมปราณภายในร่างกายให้ขับพิษออกมา ไม่นานก็กระอักเืสีดำออกมาคำโต
แต่พิษก็ออกมาเป็ส่วนหนึ่งของพิษเท่านั้น ยังมีพิษที่หลงเหลือในร่างกายเขาอีก เมื่อคิดถึงลูกน้องที่แยกทางกัน ไม่รู้ว่าป่านนี้ทุกคนจะเป็ยังบ้าง
ก่อนหน้านี้เขากับลูกน้องจำนวนหนึ่งได้รับมอบหมายให้เดินทางไปปราบโจรที่ปล้นสะดมชาวบ้านที่เดือดร้อน ไม่มีข้าวที่จะกิน ระหว่างทางที่กลับจากการทำภารกิจเสร็จ ก็ปะทะกับกลุ่มนักฆ่าจำนวนหนึ่ง
พวกเราต่อสู้กันอย่างดุเดือด ฝั่งโจวหยางิได้เสียลูกน้องไปจำนวนมาก เพราะศัตรูมากเกินไปจะสู้ต่อไปก็เสียเปรียบ เขาเลยสั่งในทุกคนแยกย้ายกันหนี เพื่อให้รักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ก่อน
แต่ระหว่างหนีเขาไม่ทันระวังถูกพิษจากศัตรู ทำให้กำลังภายในถดถอย พลั้งมือโดนฟันเข้าที่หน้าอกจนเกิดแผลใหญ่
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างใกล้เข้ามา คิดว่าไม่ใช่คนแน่ ฟังจากเสียงเหมือนสัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่มากกว่า ไม่รู้ว่าจะเป็สัตว์ชนิดไหน โจวหยางิมองพุ่มไม้ด้านหน้านิ่ง ไม่มีอาการตื่นกลัว
“ ออกมา ” น้ำเสียงทุ้มแหบปนเ็าเปล่งออกไป โจวหยางิจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวตรงพุ่มไม้ เขาไม่ลังเลที่จะสังหาร หากสิ่งนั้นคิดจะทำร้ายเขา
พุ่มไม้ขยับเล็กน้อย เงาสีดำขนาดใหญ่เคลือบคลานเข้ามาเด่นชัดขึ้น ปรากฏเป็ร่างของเสือดำตัวตัวโตขนาดเต็มวัย จ้องมองมาที่เขา มือหนากำกระบี่ข้างกายแน่น ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับตัว รอดูท่าที
หากว่ามันพุ่งกระโจมเข้ามาทำร้ายเขาเมื่อไร กระบี่ในมือจะแทงทะลุเข้าหัวใจเสือดำตัวนั้นในทันที
ดวงตาคู่คมประกายเ็าประสานกับดวงตาอัญมณีคู่งามสีน้ำเงินเรืองแสงแวววาวในความมืด
โจวหยางหมิวรู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด ทั้งคู่สบตากันอยู่นาน ไม่มีใครขยับตัวแม้แต่น้อย
จันทร์มองใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรของชายชุดดำตรงหน้า อีกฝ่ายก็จ้องมาที่เขาเช่นกัน ในแววตาคู่นั้นไม่มีความกลัวอยู่เลย สายตาคมกริบยังคงจ้องมองนิ่ง จนคนถูกมองรู้สึกขัดเขินขึ้นมาเสียเอง ไม่เคยมีใครมาจ้องเขาตรง ๆ แบบนี้มาก่อน
แรงกดดันที่แผ่ออกมาชวนให้รู้สึกหนาวสันหลังแปลก ๆ ทั้งที่ตรงนี้ก็ไม่ได้มีลมพัดซะหน่อย เขารู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลย อดที่จะก้มมองตัวเองเสียไม่ได้ว่าตนมีอะไรแปลกประหลาดไปหรือเปล่า
เอ๊ะ! เขาอยู่ในร่างเสือหนิ ไม่ใช่มนุษย์เหมือนแต่ก่อน
เข้าใจแล้ว!! แต่ว่า...
เขาเอียงคอเล็กน้อยมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย ทำไมอีกฝ่ายดูไม่กลัวเขาเลยล่ะ ถ้าเกิดจันทร์เป็อีกฝ่ายที่เข้าป่ามา นั่งพักอยู่แล้วเจอกับเสือตัวเป็ ๆ ยืนอยู่ตรงหน้า คงใกลัวไม่น้อย
หากขาเป็อีกฝ่าย ป่านนี้คงวิ่งหนีจนป่าราบเพราะความใกลัวไปแล้ว
โจวหยางิมองเสือดำตัวโตที่ทำท่าทางแปลก ๆ เดี๋ยวก็สะบัดหน้า เดี๋ยวก็เบิกตากว้างคล้ายกับใอะไรบางอย่างเพียงในเวลาไม่นาน เ้าตัวกลับแสดงสีหน้าออกมาให้เขาเห็นได้หลายแบบ จนเขารู้สึกขบขันในใจ
อึก ชายหนุ่มได้กระอักเลือกมาอีกครั้ง ถ้าตอนนี้สว่างอยู่จะเห็นว่าเืที่ออกมาเป็สีดำเข้ม
เสียงทุ้มแหบดังขึ้น ทำให้สติของจันทร์กลับคืนมา เขามองไปที่ใบหน้าเ้าของเสียง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองแผลบริเวณหน้าอก
เสื้อของชายหนุ่มได้เปิดออกข้างหนึ่งจากการเทผงยาห้ามเืก่อนหน้า เผยให้เห็นแผ่นอกที่หนาแน่นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
อ่า หุ่นดีชะมัด
ไม่ใช่สิ! จันทร์นายต้องตั้งสติไว้ สติ
จันทร์รู้สึกว่าใบหน้าของเขาร้อนวูบวาบ สาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ คนเจ็บ มือหนายกกระบี่ตวัดชี้ไปด้านหน้า อุ้งเท้าใหญ่หยุดชะงัก
ใบหน้าของแมวใหญ่เงยหน้าขึ้นแล้วมองเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มนิ่ง สื่อให้รู้ว่าเขาไม่ได้จะทำอันตรายหรือมีเจตนาคิดที่จะทำร้าย
เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจสิ่งที่เขาสื่อหรือเปล่า จากนั้นจึงตัดสินใจก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไปอีกครั้ง ไม่สนใจกระบี่แหลมคมในมือของชายหนุ่ม มองแผลที่บาดลึกลงเข้าไปในเนื้อ
แม้ว่าเืจะหยุดไหลแล้ว แต่ก็ไม่ควรปล่อยไว้อย่างนี้ แผลค่อนข้างลึกจำเป็ต้องเย็บแผลก่อนจะได้ไม่ติดเชื้อ
ทว่าเขาอยู่ในร่างเสือ แบบนี้จะช่วยคนเจ็บได้อย่างไร แต่จะให้ยืนดูอยู่เฉย ๆ ทำอะไรก็ไม่ได้แบบนี้น่ะหรือ
เขาจะทำยังไงดี ถึงจะช่วยอีกฝ่ายได้ ตอนแรกคิดว่าเกิดเป็เสือก็ไม่เป็ไรอยู่หรอก จะได้อยู่สงบ ๆ คนเดียวไม่ต้องยุ่งกับใคร พอมาถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่าตนคิดผิด กลับรู้สึกหดหู่แทนที่ไม่สามารถช่วยคนเจ็บตรงหน้าได้
โจวหยางิจ้องมองเสือที่เดินเข้ามา เขารู้สึกเหมือนว่ามันจะไม่ทำร้ายเขา มือที่ถือกระบี่อยู่ก็ค่อย ๆ ลดลงแล้ววางลงบนพื้นข้างลำตัว สายตาคมจับจ้องไปที่เสือดำตัวโตตรงหน้าทุกความเคลื่อนไหว มันใช้หัวมาคลอเคลียที่ไหล่ขวาอย่างออดอ้อน
ครืด~~มันครางเสียงเบา ๆ ในลำคอ
“ เจ็บมากไหมครับ ”
ร่างสูงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงคนพูด มันใกล้มาก เหมือนว่าเสียงนั่นมาจากเสือดำตัวโตที่อยู่ข้างเขา แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไร เสือพูดไม่ได้
“ ขอโทษนะครับ ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้เลย ”
คราวนี้ไม่ผิดแน่ โจวหยางิมั่นใจ เสียงออกมาจากเสือตัวนี้ เสียงดังมาจากข้างหูของเขา
“ เ้าพูดได้ ” โจวหยางิเอ่ยถามด้วยเสียงนิ่งเรียบ แล้วหันมองเสือดำตัวโตที่เอาหัวมาถูกับไหล่เขาไม่หยุด เขาไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับ ั์ตาของชายหนุ่มไม่มีความใ เพียงแค่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ หืม ” หัวที่คลอเคลียกับไหล่กว้างหยุดชะงัก จันทร์ผงกหัวขึ้น เอียงคอมองหน้าคนเจ็บอย่างสงสัย
“ คุณพูดกับผมเหรอ ” เอ่ยถามเพื่อความมั่นใจ ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายพูดกับเขาหรือเปล่า
“ ใช่ ” ชายหนุ่มมองเสือดำตรงหน้านิ่งราวกับจะบอกว่าไม่พูดกับเ้าแล้วข้าจะพูดกับใคร
“ คุณ เอ้ย! ท่านได้ยินที่ข้าพูดด้วยหรือ ” จันทร์เบิกตากว้างอย่างใที่คนตรงหน้าได้ยินเสียงของเขา
“ ใช่ ”
“ เชี่ย ! …นี่มันน่าเหลือเชื่อที่สุดเลย ”
จันทร์รู้สึกตื่นเต้นมากกับเื่ที่เกิด ั้แ่มาที่นี่ก็มีแต่เื่ที่ทำให้เขาแปลกใจอยู่ตลอด ทั้งที่เกิดใหม่เป็เสือดำและยังเื่ที่พูดคุยกับมนุษย์ได้
โจวหยางิที่ได้ยินสิ่งที่เสือดำตรงหน้าพูดถึงกับคิ้วกระตุก คำพูดนั้นควรจะเป็ของเขามากกว่า นั่งทำแผลอยู่ดี ๆ ก็เจอกับเสือพูดได้
จันทร์ดีใจได้ไม่นานก็กลับมาเศร้าอีกครั้ง ถึงจะพูดคุยกันรู้เื่ แต่ก็ช่วยอีกคนไม่ได้อยู่ดี เขาไม่อยากให้คนตรงหน้าเป็อะไรไปเลย อุส่ามีคนพูดกับเขาได้แล้วแท้ ๆ
แล้วอีกอย่างเขาได้กลิ่นพิษจากเืของคนเจ็บอีกด้วย หนำซ้ำผิวรอบ ๆ แผลก็เปลี่ยนเป็สีดำวงกว้างแล้วด้วย ถ้าอีกฝ่ายยังไม่ได้รับการรักษาและถอนพิษคงอยู่ได้ไม่พ้นคืนนี้แน่ ๆ
ใบหน้าที่หล่อเหลาราวเทพเซียนแบบนี้ไม่อยากให้ตายเลย อยากจะเก็บไว้มองต่อไปอีกนาน ๆ โดยที่เ้าตัวไม่รู้เลยว่าในอนาคตเขาจะได้มองใบหน้านี้ไปตลอดชีวิต
“ เป็อะไร ”
เสือดำตัวโตส่ายหัวตอบ มองไปที่าแ ไม่รู้อะไรดลให้เขาใช้ลิ้นเลียาแตรงหน้าอก เพราะสัตว์เวลามีแผลมักจะชอบเลียแผลของตน เขาเลยอยากลองทำดูบ้าง ไม่คิดว่าจะมีแสงสีฟ้าสว่างวาบตรงรอยแผลก่อนมันจะหายไป เรียบสนิทเหมือนไม่เคยได้รับาเ็มาก่อน
โจวหยางหมิวมองภาพตรงหน้าพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ชั่วพริบตาาแของเขาพลันหายไป
เหตุใดถึงเป็เช่นนี้ไปได้
จ้องมองเสือดำตัวโตเพื่อขอคำตอบ แต่เ้าตัวกลับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าใ นี่ก็เป็อีกเื่ที่เขาอยากจะพูดว่าคนที่ใควรจะเป็เขามากกว่า
แล้วอะไรคือเสือดำตัวนี้เป็คนทำแท้ ๆ กลับมีท่าทางใมากกว่าเขาเสียอีก
“ เกิดอะไรขึ้น ” เอ่ยถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“ ... ” ไม่มีอะไรจะพูด แล้วประโยคนี้ควรเป็ข้าที่จะถามเ้า เ้าเสือดำตัวประหลาด
“ แผลหายไปแล้ว ”
“ อืม ” โจวหยางิตอบรับในลำคอ เมื่อเสือดำตัวโตหันมาถามเขา เ้าตัวเอียงคออย่างสงสัย แล้วจ้องมองเขาตาแป๋ว
น่ารัก…
แม้เสือจะเหมาะกับคำว่าน่ากลัว ดุร้าย แต่สำหรับเสือดำตัวนี้เขาคิดว่ามันเหมาะกับคำว่าน่ารักมากกว่า ทั้งน่ารักและไร้เดียงสา
ไม่เคยคิดว่าเสือที่ใครเห็นก็ต่างหวาดกลัว หลีกหนี ไม่เข้าใกล้เลยยิ่งดี จะมีนิสัยเป็เฉกเช่นนี้ด้วย ไม่สิ ไม่มีตัวอื่นแล้ว น่าจะมีเพียงเสือตรงหน้าของเขาตัวนี้ตัวเดียวเท่านั้นที่ต่างจากเสือตัวอื่น
คราแรกเขากะว่าจะสอบถามให้รู้เื่ ว่ามันทำได้อย่างไร ไม่ใช่แผลที่หายแต่พิษที่ยังเหลือในร่างกายยังหายไปอีกด้วย แต่เ้าตัวกลับมาถามเขาแทน ท่าทางที่แสดงบ่งบอกได้เป็อย่างดี เดาว่าเสือดำตัวนี้ก็น่าไม่รู้เื่นี้เหมือนกันว่าตนเองทำได้อย่างไร นี่คงจะเป็ครั้งแรกที่ทำ
และทำมันได้ดีมากอีกด้วย มันคงไม่รู้ว่าถ้าไปเจอกับคนอื่นที่ไม่ดี ทั้งเปิดเผยความสามารถนี้ให้ใครเห็น จะนำภัยมาสู่เ้าตัวโดยที่ไม่รู้ตัว จากประสงค์ดีคิดช่วยคนอื่นจะเปลี่ยนเป็คนอื่นมีประสงค์ร้ายมาถึงตนเองแทน
โชคดีที่เสือดำตัวนี้มาเจอกับเขาเสียก่อน เพราะถ้าคนอื่นไม่รู้ว่าป่านนี้คงถูกจับไปขายให้กับพวกเศรษฐีนานแล้ว
