“ฤา..นี่จะเป็เพราะผ้าปักลายหงส์ขององค์หญิงเพคะ ดอกเหมย์จึงปรากฏ” ฟางเหนียงก้มมองผ้าปักของตัวเอง แล้วเงยหน้ามองหมู่มวลเหมย์ที่ลอยละล่องปลิวบนอากาศ
“องค์หญิงเพคะ เหตุการณ์นี้ อาจบ่งบอกว่าองค์หญิงเป็คู่บารมีขององค์ชายรอง”
“แล้วเหตุใดดอกเหมย์จึงเพิ่งปรากฏ ทั้งที่ข้าอยู่ใกล้ชิดกับองค์ชายรองมาั้แ่เด็ก”
“นั่นก็เป็เพราะที่ผ่านมา องค์หญิงเฝ้ามองแต่องค์รัชทายาท ไม่เคยหันมองมายังองค์ชายรองเลยสักครั้ง แต่เวลานี้ไม่เหมือนกันนะเพคะ องค์หญิงได้ปักผ้าผืนนี้ให้กับองค์ชายรอง นั่นหมายความว่าท่านกำลังจะมอบหัวใจให้กับเขาแล้ว จึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ขึ้น อย่างไรข้าก็คิดไม่ผิดแน่เพคะ” สาวใช้รีบเข้ามาจูงมือฟางเหนียงออกจากตำหนักไท่จือทันที
“อิงอิง เ้าจะพาข้าไปที่ใด”
“ก็ไปหาองค์ชายรองไงเพคะ รีบเอาผ้าเช็ดหน้าไปมอบให้กับองค์ชายรอง” ฟางเหนียงไม่อาจคัดค้านเซียนน้อยผู้รับใช้ได้ จึงยอมให้นางดึงมือไปยังตำหนักฉางชุน
อิงอิงพาองค์หญิงฟางเหนียงเดินลัดเลาะมุ่งตรงไปยัง ท่ามกลางดอกเหมย์ ที่ยังคงร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย พร้อมกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่ว
“นี่มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น” าา์ละจากงานราชการ แล้วเงยหน้ามองออกไปด้านนอกด้วยความแปลกใจ
“ดอกเหมย์สำแดงฤทธิ์ พ่ะย่ะค่ะ”
“ดอกเหมย์ฤา” เจี้ยนไท่เถียนาาแห่ง์ผู้มีอำนาจสูงสุด ยกมือลูบเคราตัวเองแล้วทบทวนโดยละเอียด
“เทพแห่งชะตาเคยทำนายไว้ ว่าวันใดที่ดอกเหลียน์ร่วงหล่น นั่นแปลกว่าคู่บารมีขององค์รัชทายาทจะแสดงตัว แต่ถ้าเป็ดอกเหมย์ร่วงหล่นล่ะก็ นั่นแปลว่าคู่บารมีขององค์ชายรองกำลังแสดงตัว เหตุใดคู่บารมีขององค์ชายรองจึงแสดงตัวก่อนองค์รัชทายาท”
“ทูลาา์ ข้าพอเข้าใจเหตุนี้อยู่บ้าง” เทพรับใช้คนสนิทน้อมตัวลง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เหตุที่ยามนี้ องค์รัชทายาทกำลังเข้าบำเพ็ญบารมีเคร่งครัด ปรากฏการณ์วิเศษเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นกับองค์รัชทายาทเป็อันขาด จนกว่าองค์รัชทายาทจะออกจากการบำเพ็ญ”
“หมายความว่า ข้าต้องแต่งตั้งชายาขององค์ชายรองขึ้นมาก่อนอย่างนั้นฤา”
“พ่ะย่ะค่ะ แม้ตามราชประเพณีแล้ว องค์รัชทายาทควรได้อภิเษกก่อน แต่ก็ไม่มีกฎตายตัวว่าองค์ชายรองจะอภิเษกก่อนมิได้ เมื่อเหตุการณ์เป็เช่นนี้แล้วพระองค์จะจัดพิธีอภิเษกให้องค์ชายรองก่อนก็มิผิดราชประเพณีอันใด” เมื่อาา์รับฟังดังนั้นแล้ว จึงยกมือลูบเคราตัวเองพร้อมความคิดมากมายผุดขึ้นมา
“เช่นนั้น ผู้ใดกันที่ชะตาต้องกับองค์ชายรอง สามารถทำให้เหมย์ปรากฏเช่นนี้ได้ พวกเ้าช่วยข้าจับตาดูคู่บารมีขององค์รองด้วย ว่านางจะเป็ผู้ใดกัน”
“พ่ะย่ะค่ะ” เหล่าเทพรับคำสั่งแล้วเดินออกจากท้องพระโรงไป ท่ามกลางดอกเหมย์ที่ยังคงร่วงหล่นเป็สัญลักษณ์ บ่งบอกเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
ชายหนุ่มรูปงามยืนทอดเนตรมองดอกเหมย์ที่กำลังร่วงหล่นลงพื้น พร้อมกลิ่นหอมอบอวลคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ สายพระเนตรเลื่อนมองอย่างเงียบ ๆ พร้อมความคิดในใจสุดแสนว่างเปล่า
“องค์ชายรองเพคะ” ชายหนุ่มหันพระพักตร์มาพบกับหยางฟางเหนียง องค์หญิงแห่งเ้าสมุทรเก๋อไห่ ที่าา์ทรงชุบเลี้ยงเคียงคู่กันมาั้แ่วัยเยาว์ ด้วยพลังอำนาจแห่งเทพที่มีบารมีสูงส่ง วรกายของเจี้ยนลู่ฟางวูบเข้ามาหานางเพียงเสี้ยวพริบตา
“ข้ากำลังคิดถึงเ้าอยู่พอดี” องค์ชายรองตรัสสั้น ๆ พร้อมสายตาแห่งอำนาจมองเซียนรับใช้ที่ยืนอยู่รอบ ๆ ก่อนที่พวกนางจะรู้ความหมาย แล้วพากันเดินออกจากตำหนักไป เหลือเพียงแค่หยางฟางเหนียงเพียงเท่านั้น ที่ยืนอยู่เคียงคู่กับเขา
“เหตุใดเ้าจึงมาหาข้า ข้ามิได้ฝันไปใช่ฤาไม่” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถาม พร้อมสายตาเสน่หาจับจ้องมองนางไม่วางตา
“ข้าตั้งใจปักผ้าผืนนี้มาให้พระองค์เพคะ ไม่รู้ว่าจะถูกใจพระองค์ฤาไม่ ฝีมือข้ายังอ่อนด้อย ต้องฝึกอีกมากจึงจะงดงามเหมือนผ้าผืนอื่น” มือบางค่อย ๆ ยืนผ้าเช็ดหน้าให้เขาด้วยกิริยาอ่อนหวาน ก่อนองค์ชายรองจะทอดเนตรมองผ้าปักผืนนั้น พลันน้ำตาเอ่อขึ้นด้วยความอัดอั้นใจ ก่อนจะดึงร่างขององค์หญิงฟางเหนียงเข้ามาโอบกอด
“ข้ารอเวลานี้มานานแสนนาน รอวันที่เ้าเห็นความจริงใจของข้า ในที่สุดเ้าก็ตอบรับความจริงใจนั้นแล้ว” หยางฟางเหนียงปล่อยยิ้มออกมาบางเบา
“ข้าเก็บคำพูดของท่านไปคิดทบทวน อาจจะจริงที่ข้าไร้หัวใจทำเ็ากับท่านมาตลอด แต่แท้จริงแล้วข้าไม่เคยรังเกียจพระองค์เลย ข้าขอโทษที่แสดงความรู้สึกต่อท่านช้าไปหน่อย หวังว่าท่านยังรอข้าอยู่...” ร่างของฟางเหนียงถูกองค์ชายรองกระชับแแ่กว่าเดิม ขณะเหมยสรรค์กำลังร่วงหล่นแสดงความงดงามและกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วแดน์
เจี้ยนลู่ฟางค่อย ๆ จับใบหน้าหญิงอันเป็ที่รักหญิงเงยขึ้น เขาทอดมองความงามของนางครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีวันใดเบื่อนางสักครั้ง นับจากเด็กจนโต นางเป็รักเดียวที่เขาปรารถนา ไม่มีหญิงอื่นแทรกเข้ามาในรักมั่นนั้น เจี้ยนลู่ฟางค่อย ๆ ประทับรอยจูบแห่งรักบนริมฝีปากนาง ตามความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายใน
