เมื่อเืสดตกถึงมือ เ่ิูพลันรู้สึกถึงความร้อนที่ทิ่มแทงกระดูกฝ่ามือทันใด
เืสดนั้นเหมือนเดือดพล่าน มันเปลี่ยนรูปร่างประหลาดร้อยแปดพันเก้าอย่าง คล้ายเป็ของน่ากลัวะโออกมาจากเืสดที่บิดเบี้ยวหยดนี้ มีริ้วแสงสีขาวและความร้อนโชติ่สีแดงเข้ม แล้วยังพลังประหลาดสีแดงฉานราวกับสามวีรบุรุษกำลังต่อสู้่ชิง ห้ำหั่นกันอย่างบ้าระห่ำในเืหยดนี้
เ่ิูเงยหน้ามอง
เืนี่มัน ของใครกันนะ?
ครู่ต่อมา เ่ิูก็รู้สึกเหมือนฝ่ามือของเขากำลังหลอมละลาย ความเ็ปรุนแรงกึ่งชาหนึบเป็ริ้วๆ เข้าครอบงำฝ่ามือ ความชานี้ไม่นานก็กระจายไปทั่วทั้งร่าง ทำให้เขาเหมือนกับหินไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่เสี้ยวเดียว
“เฮ้? แม่เ้าโว้ย...หมายความว่าอะไรกันเนี่ย?” เ่ิูใหนัก “เมื่อครู่ข้าเพิ่งนอนมองการวิวาทบนพื้นไปเอง ทำไมตอนนี้เคราะห์ยังซ้ำกรรมยังซัดได้อีก? คนที่วิวาทกันก็ไปจนหมดแล้ว หรือว่าข้าจะถูกเืปริศนานี่ฆ่าตาย?”
หลายอึดใจต่อมา เ่ิูก็รู้สึกเหมือนตนใกล้ละลายเต็มที
ทำอย่างไรดี?
หนังศีรษะเ่ิูเริ่มชาแล้ว
ถูกเืหยดเดียวฆ่าตาย จะไม่ยุติธรรมเกินไปแล้วกระมัง
ข้าตกกระไดพลอยโจนไปด้วยชัดๆ
ทำได้แค่ต้องพึ่งเพลิงน้ำแข็งยอดยุทธ์แล้ว
เ่ิูรวบรวมสมาธิกระตุ้นเพลิงน้ำแข็งยอดยุทธ์ที่ล่องลอยอยู่ในโลกตันเถียนสุดกำลัง กลายเป็กระแสน้ำหลั่งไหลมาถึงฝ่ามือของเขา ห่อหุ้มเอาหยดเืสดๆ ที่ซึมเข้าฝ่ามือเขาไปแล้วเอาไว้
เพลิงน้ำแข็งยอดยุทธ์มีฉายาว่าเย็นบาดลึกถึงที่สุด ไม่เพียงไว้ใช้ประหัตปะาศัตรูได้ ทำได้แม้กระทั่งทำลายทุกสิ่งที่มีอยู่บนโลกใบนี้ รวมทั้งพิษร้ายและพลังประหลาดด้วย
ก่อนหน้านี้เ่ิูใช้เพลิงน้ำแข็งยอดยุทธ์ขับพิษของปีศาจกิ้งก่าขาว
เป็ไปดังคาดเมื่อความเย็นตกต้องผิวเนื้อ ร่างกายของเขาก็ค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม
เ่ิูขยับร่างกายเล็กน้อยแล้วอดหวาดกลัวย้อนหลังไม่ได้
เืนี่เป็ของใครกันนะ?
ทำไมน่ากลัวถึงเพียงนี้?
เ่ิูมองกลางมือตัวเอง
เขารู้สึกได้ว่าหลังเพลิงน้ำแข็งยอดยุทธ์ห่อหุ้มมันเอาไว้แล้ว โลหิตที่แฝงพลังประหลาดนั่นไว้ก็มิได้หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับร่างกายเขาเช่นที่้า แต่ถูกบีบให้กลายเป็รอยช้ำกลางมือเท่านั้น ที่พิเศษยิ่งกว่าคือรอยช้ำเต็มตื้นนี้แบ่งเป็สามส่วนอย่างแออัด ส่วนหนึ่งสีแดงคล้ำ ส่วนหนึ่งเป็สีขาว อีกส่วนแดงเข้ม
พลังสามรูปแบบ
ในเืหยดนี้มีพลังสามรูปแบบ
เ่ิูขมวดคิ้ว
ไม่นึกเลยว่าเพลิงน้ำแข็งยอดยุทธ์ไม่เพียงไม่อาจชะล้างเืหยดนี้ให้สิ้นซากได้ในคราแรก เพียงแค่บีบมันไว้ส่วนกลาง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กันอยู่อย่างนั้น ในเมื่อเป็เช่นนี้ คงทำได้เพียงแค่ผลาญแรงสู้ไปทีละน้อยแล้วล่ะ
เ่ิูแบ่งครึ่งหนึ่งของเพลิงน้ำแข็งยอดยุทธ์ออกมาพันรอบฝ่ามือ กักขังรอยช้ำนั่นเอาไว้
“ทำได้แค่ขัดเกลาช้าๆ ทีละเล็กละน้อย ใช้กังฟูวารีขัดเกลาละลายเืนี้เสีย...เื่ยายบ้านไหนวะเนี่ย โดนเืที่หยดจากฟ้าทำเกือบตาย ข้านี่มันเคราะห์ร้ายจริงแท้”
ตอนนี้ เรือเหาะอักขระกำลังแล่นกันขวักไขว่
มิใช่เรือรบแต่อย่างใด แต่เป็เรือของกองลาดตระเวนและกองรักษาคนเจ็บและช่วยเหลือจากภัยพิบัติ ภายในรัศมีหลายพันเมตรจากหอลมฝนปรอย แปรสภาพเป็ซากปรักหักพัง สิ่งปลูกสร้างน้อยใหญ่พังทลายจนหมด จำนวนชาวเมืองที่ตายและาเ็ยากจะคำนวณได้ นี่เป็ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับั้แ่ก่อตั้งด่านโยวเยี่ยนเป็ต้นมา
ดีที่หอลมฝนปรอยอยู่ใกล้กับค่ายใหญ่ของค่ายทัพหน้า กองทัพจึงตอบสนองได้รวดเร็ว ยอดฝีมือรีบทำการรับมือ ระงับการกระจายตัวในขั้นต่อไปของหายนะนี้ลงได้
ด่านโยวเยี่ยนมิใช่เมืองธรรมดาทั่วไปในอาณาจักร ทหารตั้งค่ายที่นี่มาหลายสิบปี ภายในได้รับสมญานามว่าคือแผ่นเหล็ก อัตราความสำเร็จในการดำเนินงานสูงลิ่ว การต่อสู้เพิ่งสิ้นสุดลง งานช่วยเหลือและบรรเทาก็เริ่มขึ้นอย่างว่องไวนัก
เส้นแสงสองสายตกอยู่ตรงหน้าเ่ิู
เวินหว่านและหลิวจงหยวน
“น้องเย่ เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ไม่เป็ไรใช่ไหม?” หลิวจงหยวนมองเ่ิู เขาถามอย่างห่วงใย
“คนดีอายุไม่ยืน คนชั่วอยู่ไปเป็พันปี ไอ้เด็กเวรนี่จะตายได้อย่างไรกัน เ้าเป็ห่วงไปก็เสียเปล่า” เวินหว่านย่นจมูด
เ่ิูมองเวินหว่าน เขาถอนหายใจแล้วส่ายหน้า “ว่ากันตามจริง ข้าอิจฉาเ้านัก”
“โอ๊ะ? ทำไมหรือ?” เวินหว่านตาเป็ประกาย
เย่ชิงหูกัดฟันแล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “อิจฉาที่เ้าเคยเป็อาจารย์ข้าตั้งหนึ่งวัน ข้าถึงยังไว้หน้าเ้า ไม่เช่นนั้นเ้ากวนบาทาถึงขั้นนี้ ข้าคงต่อยปากเ้าสะเด็ดไปนานแล้ว”
เวินหว่านอึ้ง
หลิวจงหยวนหัวเราะอย่างไม่อาจห้าม
“ไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ เื่วันนี้วุ่นวายนัก ศึกเมื่อครู่...” หลิวจงหยวนเอ่ยถึงตรงนี้ก็เบาเสียง “เ้าด่านเหมือนจะได้รับาเ็ แล้วก็าเ็หนักเสียด้วย”
เมื่อเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา บรรยากาศก็นิ่งไปชั่วอึดใจ
นี่คือเื่ใหญ่ที่มีผลกระทบต่อทั้งการศึก
หากเทพาโยวเยี่ยนลู่เฉาเกอได้รับาเ็จริงๆ เช่นนั้น สำหรับทหารโยวเยี่ยนที่มองเขาเหมือนเทพเ้าแล้ว ความกล้าคงถูกทำลายครั้งมโหฬาร
เดิมทีทำให้เยี่ยนปู้หุยาเ็สาหัสนั้นนับเป็ความเสียหายครั้งใหญ่ของกองพลสู่ทักษิณ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมีพลังอำนาจของนครอันธการเข้ามาร่วมาคราวนี้ด้วย อีกทั้งเมื่อนครอันธการปรากฏกาย พลังของทวีแห่งความมืดแต่โบราณมากพอจะแหวกผ่านเขตหวงห้ามและการป้องกันอันหนักหน่วงของด่านโยวเยี่ยนไปได้ ส่งยอดฝีมือเผ่าปีศาจลงมาในเมืองอย่างไร้สุ้มเสียงใดๆ แล้วยังโยงไปถึง...
ด่านโยวเยี่ยนแห่งนี้ ตกที่นั่งไม่ดีในการาเสียแล้ว
สถานการณ์ตอนนี้พลิกผัน
คราวนี้มีผู้แข็งแกร่งปีศาจแต่งตั้งมาหลายสิบตน หากครั้งหน้านครอันธการส่งทหารกล้าของกองพลสู่ทักษิณลงมาในด่านอย่างตรงๆ แล้วล่ะก็ เช่นนั้นจะกลายเป็ความโกลาหลครั้งใหญ่เช่นไรกันหนอ?
ทั้งสามพูดคุยกันยกใหญ่ หลิวจงหยวนก็ได้รับคำสั่ง เขากลับค่ายทัพหน้าไปก่อน
เวินหว่านเองก็ได้คำสั่งเช่นกัน
แต่เขากลับบ่นกระปอดกระแปดเล็กน้อย รอจนหลิวจงหยวนไปแล้วถึงยกไหล่ชนเ่ิูแล้วถามหน้านิ่วคิ้วขมวด “เฮ้ย เด็กผู้หญิงที่ใช้หมีหมานั่นนั่งทับหัวเ้าด่านลู่นั่น ทำไมข้ารู้สึกว่าคุ้นหน้าแท้นะ”
เ่ิูถลึงตามองเขาแล้วตอบไป “ข้ารู้ว่าเ้าหมายความถึงอะไร อยากจะใช้เื่นี้ไถเงินข้าใช่ไหม? ข้าเป็แค่เพื่อนร่วมชั้นของนางเท่านั้นเอง แต่เวินเสือบ้า เ้าอย่าลืมล่ะ ว่าเ้าก็เคยเป็อาจารย์ของนางด้วย เคยสอนวรยุทธ์แก่นาง ถ้าสืบเสาะหาคนรับผิดชอบจริง อาจารย์อย่างเ้ารับไปเต็มๆ แน่นอน”
“ดูเ้าสิ คุยกันดีๆ เ้าก็ของขึ้นเสียแล้ว” เวินหว่านเอ่ยอย่างองอาจ “เ้าคิดว่าข้าเป็คนอย่างไรหา?”
“ฮึๆ” เ่ิูหัวเราะ “เ้าก็เป็อย่างนั้นน่ะซี่”
เวินหว่านะโเหมือนฟ้าคำราม “เ่ิูคนดี ข้าแค่เป็ห่วงเ้าเท่านั้น ่เี่ิเป็ดวงใจของเ้านี่น้า เด็กคนนั้นบ้าไปแล้ว กล้าใช้หมีหมาเหยียบหน้าเ้าด่าน แล้วยังใช้ไฟเผาเ้าด่านอีก ข้าคิดว่าภายหลังนางต้องมหัศจรรย์กว่านี้เป็แน่ อย่างน้อยยอดฝีมือในด่านโยวเยี่ยนคงไม่มีทางปล่อยนางไปหรอกมั้ง หรือว่าเ้าไม่เป็ห่วง?”
“เป็ห่วงอะไร?” เ่ิูหัวเราะพึงพอใจ เขาว่า “แม้แต่เ้าด่านยังเป็อีหรอบนั้น เ้าคิดว่าจะมีใครคุกคามนางได้ด้วยหรือ? ข้าคิดว่าสิ่งที่ข้าควรเป็ห่วงคือผู้แข็งแกร่งของด่านโยวเยี่ยนไม่ควรไปพบเจอนางมากกว่า”
เวินหว่านนิ่ง “ที่จริงก็ใช่ เฮ้ย เด็กผู้หญิงคนนี้กินอะไรเข้าไปหือ? ทำไมพลังเพิ่มพรวดพราดขนาดนี้ได้?”
“รู้อยู่แก่ใจยังจะถามอีก” เ่ิูว่าอย่างหงุดหงิด
เวินหว่านหัวเราะมีเลศนัย
กองทัพจัดการและรวบรวมข้อมูลทุกประเภทเอาไว้ เหมือนเช่นเื่เมื่อครึ่งปีก่อน ที่สำนักกวางขาวมีศิษย์หญิงชีพจรมืดไหลเวียนอยู่ในร่างอยู่ เวินหว่านได้ยินข่าวนี้มาเช่นกัน แต่ว่าเขาไม่นึกเลยว่า เด็กหญิงคนนั้นจะเป็่เี่ิคนนี้
พลังที่สืบทอดกันทางสายเื น่ากลัวจริงแท้
ตอนที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น บนท้องฟ้าก็พลันมีเส้นแสงวับวาวระยิบระยับ ดั่งดาวหางตกจากฟากฟ้า อาบเคลือบน่านนภาเหนือด่านโยวเยี่ยนอันมืดมน คลื่นปราณแกร่งกล้ากระจายออกมาทั่วฟ้าดิน...
แสงนั้นดิ่งลงสู่พื้นล่าง
ห่างไปสองสามพันเมตร
“เอ๋? ยอดฝีมืออีกแล้วหรือ?” เ่ิูตระหนกในใจ
กลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งขั้นสุดยอด อีกทั้งยังกล้าเหาะอย่างอุกอาจบนน่านฟ้าของด่านโยวเยี่ยนเช่นนี้ น่ากลัวว่าคงพื้นเพไม่ธรรมดาแน่
เวินหว่านเม้มปาก “ไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งของกองทัพ กองทัพไม่มีคนประเภทนี้ กลิ่นอายแบ่งพวกเช่นนี้น่าจะเป็คนของพรรค...น่าสนใจ พรรคมีผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงอยู่ด้วยสินะ”
คนของพรรค?
เ่ิูนึกถึงศิษย์จื่อเวยพวกนั้นขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ที่จะเจอกัน เขาผิดหวังต่อคนของพรรคมาก แม้ว่าจะเป็พรรคจื่อเวยหนึ่งในพรรคชั้นยอดทั้งหก สาวกพรรคเป็ประเภทเดียวกับเหว่ยเทียนิทั้งนั้น เป็แค่ฝูงกามาอยู่รวมกัน อาจารย์อาเหลียงเฉวียนก็สุดแสนจะธรรมดา ทำให้เ่ิูไม่หวังต่อพรรคเหล่านี้เท่าใด
แต่แสงนี่...
ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง
พลังของพรรค อาจไม่ใช่สิ่งใดที่จะดูเบาได้ก็เป็ได้
ความลับที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น เวลาที่มีพรรคกำเนิดขึ้นมันก่อนหน้าที่จะสถาปนาอาณาจักรเสวี่ยเสียอีก
“ข้าไปล่ะ” เวินหว่านหันหลังบอกลา “ตอนนี้เ้าเป็คนของทัพหน้าแล้ว รีบไปรายงานตัวให้ไวเถอะ แม่ทัพใหญ่หลิวให้ความสำคัญต่อเ้ามาก ่นี้สถานการณ์ในเมืองวุ่นวายอยู่ น่ากลัวว่าเื่ที่เ้าต้องทำคงเยอะน่าดู”
เ่ิูพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”
เวินหว่านกลายเป็ลำแสงหายไปทางฟากฟ้าไกลออกไป
เ่ิูยืนอยู่บนพื้น
เขาได้ยินเสียงร่ำไห้ติดต่อกันจากซากปรักหักพังใกล้ๆ เหล่าคนที่รอดชีวิตเห็นญาติมิตรของตัวเองนอนจมกองเื พวกเขาร้องไห้โฮอย่างไม่อาจห้ามได้ สวนพังพินาศ บ้านถล่มราบคาบ ความยากแค้นของชีวิตย่างกรายข้ามา ทำให้ชีวิตน้อยๆ แสนสามัญและสงบสุขของชาวเมืองเหล่านี้สิ้นสุดลงในพริบตา
เ่ิูมองเด็กหญิงอายุสิบต้นๆ กอดศพมารดาน้ำตาไหล ชายชราผมขาวกอดศพเย็นชืดของลูกชายตัวเอง น้ำตาผู้เฒ่าหลั่งริน เขาเห็น...เขาเห็นโศกนาฏกรรมของมนุษย์
ผู้คนอีกมากมายกลายเป็อาหารในท้องของปีศาจไปแล้ว
เ่ิูรู้สึกว่างเปล่า
ฟ้าดินช่างว่างเปล่า บางเื่ เ้าก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงมันได้
เ่ิูไม่อาจแน่ใจได้ ว่าจะมีวันใดวันหนึ่งที่เขาต้องร้องไห้โฮเช่นนี้หรือไม่
ความกระหายในพลังของเขา พลันพุ่งสูงถึงขีดสุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะกระหายได้
มีเพียงพลังที่แท้จริงเท่านั้น ถึงจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง
เขายืนเงียบๆ อยู่บนผืนพสุธา
จวบจนมีใครสักคนตบบ่าเขาจากด้านหลัง
เขาหันหลังไปหา
เห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของคนคนหนึ่ง
