“ล้างบางเมืองแบล็กสโตน?” าาแบล็กสโตนหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าๆๆ าาแซมบอร์ด เ้านี่มันไร้เดียงสานัก รอให้เ้ามีชีวิตรอดออกจากเทือกเขาอาทิตย์ได้ก่อนเถอะ...” พูดได้เพียงครึ่งคำ จู่ๆ เสียงของเขาก็เงียบหายไป คล้ายกับว่าถูกคนที่อยู่ข้างๆ กระชากตัวไว้ไม่ให้พูดต่อ
พลธนูแบล็กสโตนนับพันคนที่ซ่อนตัวอยู่บนกำแพงูเาทั้งสองฝั่งและตรงทางเดินป้อมปราการที่อยู่ห่างออกไป พวกเขาต่างปล่อยลูกธนูออกมาไม่ขาดสาย ฟิ้วๆๆ…เสียงลูกธนูฝ่าอากาศดังขึ้น ลูกธนูที่ลอยบนอยู่บนท้องฟ้าต่างพุ่งลงมาราวกับเม็ดฝนที่เทลงมาตรงกองทัพเมืองแซมบอร์ด
ฝนธนูห่านี้ราวกับฝนที่กำลังตกหนักลงตรงศีรษะอย่างเนื่องแน่น และเป็ไปตามคาด ฝนลูกธนูได้ครอบคลุมไปทั่วสนามรบอย่างรวดเร็ว ทำให้ทหารเมืองแบล็กสโตนส่วนใหญ่ไม่มีเวลาถอนตัว ดังนั้นพวกเขาจึงถูกลูกธนูจากฝั่งเดียวกันยิงทะลุอก บางคนก็ทะลุเบ้าตา บางคนก็ปักเข้าที่ขา เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปดังระงม พวกเขาไม่ทันจะได้หนีก็ถูกยิงจนพรุนกลายเป็มนุษย์เม่นไปแล้ว
“อ๊าก...พวกเดียวกัน...”
“อย่ายิง เราเป็พวกเดียวกัน...”
เสียงร้องโหยหวนของทหารเมืองแบล็กสโตนดังขึ้นไม่ขาดสาย ราวกับนรกบนโลกมนุษย์ก็ไม่ปาน
ทว่าฝีมือการยิงธนูระดับนี้ สำหรับแลมพาร์ดและแช็คแล้วไม่นับว่าเป็อะไรได้ เพียงเขาโคจรคลื่นพลังออกมา ไม่ว่าลูกธนูใดก็ไม่สามารถเข้ามาในรัศมีหนึ่งเมตรของพวกเขาได้ ราวกับพวกมันได้ตกลงไปในโคลนดูด ส่วนพัศดีโอเลเกร์และ 'สองอสูรกาย' ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน หลังจากที่พวกเขาได้ดื่ม 'น้ำยาฮัลค์' ลงไปทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น ลูกธนูธรรมดาไม่อาจเจาะผ่านิัของพวกเขาได้ ตราบใดที่ไม่ได้ยิงเข้ามาที่เบ้าตาพวกเขา ก็ไม่มีทางได้รับาเ็หนักแต่อย่างใด
นอกจากยอดฝีมือทั้งหกคนแล้ว ฝนธนูพวกนี้ได้สร้างความวุ่นวายแก่พวกอัศวินบรอนซ์เซนต์และคนอื่นๆ เล็กน้อย แม้บนร่างของพวกเขาส่วนใหญ่จะสวมชุดเกราะหนัก แต่ก็ยังมีบางคนที่ถูกลูกธนูยิงทะลุตามต้นขาและแขนที่โผล่พ้นออกมาจากชุดเกราะ ทว่าตอนนี้เหล่าทหารเมืองแซมบอร์ดกำลังอยู่ในสภาวะฮึกเหิมไปกับคำสาบานของาาของพวกเขา ดังนั้น ตอนนี้พวกเขาจึงไม่รู้สึกเ็ปใดๆ กับลูกธนูพวกนี้ พวกเขาต่างกระชากลูกธนูที่ปักบนร่างพวกเขาออกมาหักพลางคำรามออกมาอย่างฉุนเฉียว
“ฮ่าๆๆ…าาแซมบอร์ด เป็บุญตาของเ้าแล้วที่วันนี้ได้เห็นถึงศักยภาพของกองกำลังทหารของข้า เพราะความโง่เขลาและความหุนหันของเ้า วันนี้กองทัพของเ้าจึงต้องมาอยู่ใต้ฝนลูกธนูของอาณาจักรข้า!” น้ำเสียงของาาเมืองแบล็กสโตนดังขึ้นมาอีกครั้งแต่กลับฟังดูเลื่อนลอย ซุนเฟยพยายามเอียงหูจับที่มาของเสียงอย่างละเอียด แต่เขาก็ยังจับทิศทางที่มาของเสียงไม่ได้
“หัวเราะไปเถอะ อาศัยแค่ไอ้พวกขี้เมาหยำเปพวกนี้ก็คิดว่าจะทำอะไรทหารเมืองแซมบอร์ดของข้าได้อย่างนั้นหรือ?” ซุนเฟยหัวเราะออกมาอย่างเ็า ก่อนจะะโขึ้นมาว่า “เทศกิจจงฟัง ยิงพลธนูพวกนั้นลงมาให้ข้า!”
ฟุ่บๆๆๆ!
เสียงยิงธนูดังขึ้น ตอบสนองต่อคำสั่งของซุนเฟย ไม่ช้ามันก็ลอยไปอยู่เหนือหัวของพลธนูเมืองแบล็กสโตนนับพันคน
ลูกธนูเหล่านี้ราวกับเป็พวกหนอนแมลงที่หิวกระหายที่แทบจะอดใจรอไม่ไหว พุ่งไปเสียบคอหอยของฝ่ายศัตรู
คันธนูของเหล่าเทศกิจเมืองแซมบอร์ดถูกผลิตขึ้นโดยช่างตีเหล็กเมืองแซมบอร์ดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของปรมาจารย์ตีเหล็กเข้ารูปอย่างช่างตีเหล็กสาวชาร์ซีจากโลก Diablo ทุกๆ วันเทศกิจเหล่านี้ดื่มน้ำและกินอาหารที่ผสม 'น้ำยาฮัลค์' ลงไปด้วยทุกมื้อแม้ว่าจะไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งมากมายแบบพัศดีโอเลกหรือคนอื่นๆ แต่อย่างน้อยๆ พละกำลังของพวกเขาก็สามารถยกของหนักได้ถึงหนึ่งพันจิน (ห้าร้อยกิโลกรัม) ได้อย่างสบายๆ ดังนั้นคันธนูเหล่านี้จึงได้รับการออกแบบมาให้แข็งแกร่งเป็พิเศษ บวกกับได้เรียนรู้ทักษะการยิงธนูชั้นยอดมาจากเหล่าโร้กสาว ทำให้พวกเขากลายเป็นักธนูมือฉมัง พลธนูกว่าห้าสิบคนของเมืองแซมบอร์ดจึงสามารถสร้างแรงกดดันได้มากกว่าพลธนูของเมืองแบล็กสโตนนับพันคน
“อ๊าก...”
“ไม่นะ...”
“ช่วยด้วย...”
แม้ว่าพลธนูเมืองแบล็กสโตนจะกำลังหลบซ่อนอยู่ แต่ก็ไม่วายโดนลูกธนูจากเหล่าเทศกิจยิงอยู่ดี พลธนูเมืองแบล็กสโตนที่ยืนอยู่บนที่สูงจะหลบก็หลบไม่ทัน จะซ่อนตัวก็ซ่อนไม่ได้ เพียงพริบตา พวกเขาก็ถูกยิงจนร่วงตกลงมากระแทกพื้นคอหักตาย
“สังหารพวกพลธนูก่อนเสีย!”
ซุนเฟยสั่งการอีกรอบ ยอดฝีมือทั้งหกคนจึงพากันะโออกจากฝูงชน แต่ละคนเลือกทิศทางในการใช้พลังของตัวเองจัดการกับพวกพลธนูเมืองแบล็กสโตนอย่างไร้ความปราณี กำแพงสีดำที่ถูกโจมตีด้วยพลังที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องก็เริ่มทรุดตัวลง ไม่ช้า กำแพงูเาทั้งสองฝั่งก็เริ่มยุบตัวลงและถล่มลงมา เศษก้อนหินขนาดใหญ่ที่ร่วงลงมาก็ทับร่างของพวกทหารเมืองแบล็กสโตนที่หนีไปจนแหลกละเอียด ฝุ่นควันลอยคละคลุ้งไปทั่วท้องฟ้า พื้นดินสั่นะเืราวกับวันสิ้นโลกมาถึงแล้ว ภายใต้การโจมตีที่น่ากลัว เหล่าพลธนูเมืองแบล็กสโตนทั้งหนึ่งพันนายต่างพากันล้มตายราวกับใบไม้ร่วง ส่วนพวกที่เหลือรอดต่างตกอยู่ในสภาพหวาดกลัว ขวัญกำลังใจใกล้จะสลายไป พวกเขาไม่ลังเลที่จะหันหลังวิ่งหนี ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
เมืองแซมบอร์ดกลับมาเป็ฝ่ายได้เปรียบอีกครั้ง
เสียงไชโยโห่ร้องมาจากฝูงชนอัศวินบรอนซ์เซนต์ ภายใต้การกำกับของยอดฝีมือทั้งหกคนต่างก็เริ่มรุกไล่เหล่าข้าศึกที่เหลือ
ทหารเมืองแบล็กสโตนไม่อาจหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ไปได้ ป้อมปราการแบล็กสโตนที่มีการเฝ้าระวังอย่างรอบคอบมานานหลายปีก็กลายเป็เพียงซากปรักหักพัง กลายเป็เพียงประวัติศาสตร์และกลายเป็หลักฐานถึงความแข็งแกร่งอันรุ่งโรจน์ในศึกแรกของเมืองแซมบอร์ด
ทันใดนั้นซุนเฟยก็หน้าเปลี่ยนสี
เพราะว่าจู่ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงความผันผวนของพลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งถึงสิบสายที่ซ่อนตัวอยู่ในกำแพงูเาทั้งสองฝั่งที่ห่างจากที่นี่พอสมควร พลังเวทมนตร์เริ่มก่อตัวและไปกระจุกอยู่ตรงแถวๆ นั้น ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดว่าอาจจะเป็นักเวทบางคนหรือไม่ก็วงเวทบางอย่างที่กำลังรวบรวมพลังเวทมนตร์อยู่ และเตรียมโจมตีด้วยพลังเวทมนต์ที่แข็งแกร่ง
ซุนเฟยคาดไม่ถึงว่าเมืองแบล็กสโตนจะยังซุกซ่อนพลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งไว้อยู่
พวกเขามีไม้ตายเป็พลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งบางอย่าง
าาคานต์แห่งเมืองแบล็กสโตนเฝ้าดำเนินการอย่างระมัดระวังมาเป็ระยะเวลาหลายปี ไม่เพียงแต่จะมีจำนวนทหารและอุปกรณ์ที่เหนือชั้นกว่าเมืองแซมบอร์ด แต่ยังบ่มเพาะพลังเวทมนตร์มหาศาลไว้เพื่อใช้ต่อกรกับกองทัพเมืองแซมบอร์ด วงเวทสื่อสารในห้องลับที่ซุนเฟยพบก่อนหน้านี้ก็เป็ส่วนหนึ่งเช่นกัน และตอนนี้ความผันผวนของเวทมนตร์ทั้งสิบสายก็เริ่มรุนแรงขึ้น ถ้าพวกเขาทำสำเร็จ กองทัพเมืองแซมบอร์ดคงจบสิ้นแน่
แต่...
“เฮอะ นึกว่าจะเอาแต่ซุกหัวอยู่ในกระดอง!”
ทันใดนั้นซุนเฟยก็เปลี่ยนเป็ 'โหมดนักรบอเมซอน' มือขวาของเขาเกิดแสงสว่างสีแดงเพลิงขึ้น เพียงเสี้ยววินาทีก็ปรากฏคันธนูรูปร่างประหลาด มีขอบแหลมงอกออกมาสามชั้น เหมือนปีกของนกอินทรีที่กำลังสยายปีก เป็ปีกที่สดใสแวววาว ตัวคันธนูเพรียวบางและตัวคันธนูยังมีระลอกคลื่นเหมือนเกล็ดปลาสีแดง ทันทีที่คันธนูปรากฏขึ้นในมือของซุนเฟย เขาก็ง้างสายธนู ลูกธนูเวทมนตร์สีแดงก็ปรากฏขึ้นมา
ตูมๆๆๆ!
มือซ้ายของซุนเฟยปล่อยลูกธนูไม่หยุด คันธนูในมือสั่นะเืเล็กน้อย ลูกธนูเวทมนตร์สีแดงเพลิงชุดแรกพุ่งทะยานออกไปถึงสิบดอกและลอยไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากนั้นไม่ถึงสามวินาที ซุนเฟยก็ยิงลูกธนูเวทมนตร์ไปแล้วถึงหนึ่งร้อยยี่สิบดอก ได้เวลาประกาศศักดาของ 'โหมดนักรบอเมซอน' แล้ว!
ทักษะนักรบอเมซอน 'ลูกธนูเพลิง'
ไม่ช้า
ตูมๆๆๆ!
เสียงะเิดังสนั่นหลังจากที่ลูกธนูพวกนั้นถูกยิงไปทางหน้าผา ไม่รู้ว่าไปยิงโดนอะไรเข้าถึงได้เกิดการะเิขึ้นอย่างรุนแรง ความผันผวนของพลังเวทมนตร์ที่แตกต่างกันนับสิบสายกระจายออกมาจากส่วนลึกของูเาพร้อมๆ กับเสียงกรีดร้อง...
แลมพาร์ดและคนอื่นๆ พลันตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น หากไม่ใช่ว่าองค์าามีปฏิกิริยาที่ฉับไว ไม่แน่ว่าคราวนี้อาจจะเป็อีกฝ่ายที่ได้รับชัยชนะจากการซุ่มโจมตีด้วยพลังเวทมหาศาล และหากเวลานั้นมาถึง เกรงว่าพวกเขาคงไม่อาจหลีกเลี่ยงความตายได้ ทุกคนต่างมองไปที่ซุนเฟยด้วยความทึ่ง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นทักษะยิงธนูของซุนเฟย คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าอาวุธประเภทธนูที่เหล่านักรบคลื่นพลังพากันดูถูก เมื่อมาอยู่ในมือาาของพวกเขาแล้วจะแสดงพลังการโจมตีที่น่าเกรงขามได้ขนาดนี้ แม้กระทั่งสามารถสังหารนักเวทที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดได้ถึงสิบคน ฉากนี้ทำให้เหล่าเทศกิจกำธนูในมือของพวกเขาแน่น พวกเขาเริ่มมองเห็นทิศทางในอนาคตของอาชีพพวกเขาแล้ว
“อ๊าก สมควรตายอเล็กซานเดอร์...ข้ากับเ้าอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้ว!!!”
าาเมืองแบล็กสโตนที่พ่ายแพ้อย่างหมดท่าพลันะโออกมาอย่างอาฆาตแค้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้เขาไม่ได้ใช้วงเวทสื่อสารทำให้สามารถจับทิศทางของเสียงได้อย่างชัดเจน ซุนเฟยไม่รอช้า เขารีบยกธนูขึ้นมา คันธนูอินทรีสยายปีกสั่นอีกครั้ง ลูกธนูเวทมนตร์เพลิงก็พุ่งไปยังทิศทางของเสียงทันที
ตูมๆๆๆ!
ูเาทางด้านทิศตะวันตกที่ถูกลูกธนูยิงไปก็เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมา ก้อนหินพลันถล่มลงมาจนเกิดหลุมกว้าง เผยให้เห็นอาคารด้านในและห้องลับที่ซุกซ่อนอยู่ เขามองเห็นแผ่นหลังของาาแบล็กสโตนที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเหล่าราชองครักษ์ และกำลังวิ่งเข้าไปยังอุโมงค์แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ฮ่าๆๆ วิ่งหนีเหมือนหมาเชียวนะ เฮอะ ช้าไปแล้ว!”
ซุนเฟยะโขึ้นไปยังห้องนั่น ทันใดนั้นคันธนูอินทรีสยายปีก็หายเข้าไปในร่างของเขา ซุนเฟยรีบติดตามพวกเขาไป
เส้นทางที่นี่คับแคบมาก เดินผ่านได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
ซุนเฟยตื่นตัวมากขึ้น เร่งฝีเท้าติดตามไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปสิบนาทีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังอยู่ด้านหน้า
ฟุ่บ!
ซุนเฟยไม่รอช้า เขาเรียกคันธนูออกมาแล้วยิงใส่ทันที
เสียงร้องอย่างเ็ปดังก้องไปทั่ว
ซุนเฟยวิ่งไปด้านหน้า เขาเห็นร่างของสองราชองครักษ์ที่ถูกยิงลูกธนูทะลุขั้วหัวใจ ส่วนาาแบล็กสโตนยังคงเผ่นหนี
เขาไล่ตามไปติดๆ ประมานห้าหกนาทีก็มีแสงสว่างจ้าขึ้นที่ด้านหน้า ในที่สุดเขาก็ออกมาจากอุโมงค์แล้ว แต่ก็ไม่พบร่องรอยของาาแบล็กสโตนเลย ซุนเฟยขมวดคิ้ว ก่อนจะะโขึ้นไปบนที่สูงเพื่อกวาดสายตาลงมา ก่อนจะเห็นาาแบล็กสโตนและเหล่าราชองครักษ์ควบม้าหนีไปไกลลิบ ที่แท้ก็เตรียมม้าไว้หน้าอุโมงค์แล้วนี่เอง ถึงได้หนีไปเร็วขนาดนั้น
ใบหน้าของซุนเฟยแสยะยิ้มออกมา
ฟุ่บ!
ซุนเฟยปล่อยลูกธนูออกไปทันที ราชองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังสุดก็ร้องลั่นก่อนจะตกลงจากหลังม้า
“าาแบล็กสโตน เ้าหนีไม่พ้นหรอก!”
าาแบล็กสโตนตอนนี้ยังอยู่ในรัศมีการยิงของ 'โหมดนักรบอเมซอน'
แต่ซุนเฟยก็ไม่รีบร้อนที่จะสังหารเขา ซุนเฟย้าให้เขาได้ลิ้มรสชาติความหวาดกลัว ความรู้สึกเหมือนความตายกำลังไล่ตามมาติดๆ ซุนเฟยปล่อยลูกธนูออกไปอย่างช้าๆ คอยคร่าชีวิตราชองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังสุดไปทีละคน ไม่ช้าาาแบล็กสโตนก็เหลือราชองครักษ์เพียงคนเดียวคอยคุ้มครอง
วิธีนี้ทำให้าาแบล็กสโตนหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ!
าาแบล็กสโตนควบม้าหนีพลางเหงื่อไหลท่วมร่าง ทุกครั้งที่เขาได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังไล่หลังมาเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น ความหวาดกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนเริ่มรุกไล่เข้ามา นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าความตายกำลังใกล้เข้ามาหาเขาเรื่อยๆ ราวกับกำลังมีคนเอาดาบมาจ่อที่หลังเขา ความรู้สึกหนาวเย็นะเืไล่ลงมาั้แ่หัวจรดหาง
าาแบล็กสโตนใช้กริชแทงไปที่สะโพกของม้าศึกที่ตัวเองขี่อยู่ด้วยความหวาดกลัว ม้าศึกก็ร้องออกมาพลางทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เอง ปลายลูกธนูของซุนเฟยก็เล็งไปที่ด้านหลังเขา
เพียงปล่อยลูกธนูออกไป ลูกธนูนี้ก็จะพุ่งไปเสียบเข้าคอหอยของาาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานผู้นี้ จบชีวิตที่น่าสมเพชของมัน แต่ตอนนี้เอง ทันใดนั้นซุนเฟยก็เปลี่ยนความคิดของตัวเอง เพราะเขาคิดถึงวิธีที่ดียิ่งกว่าในการจัดการไอ้ฆาตกรที่สังหารทาสเมืองแซมบอร์ดไปมากกว่าสามพันคนได้!
--------------
