เนี่ยเทียนตัวสั่นเยือก
อักขระลึกลับที่มาจากแสง์ส่วนใหญ่แล้วจะยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ คล้ายจำเป็ต้องผ่านการรวมตัวจัดเรียงกันใหม่อีกครั้งถึงจะสามารถแสดงความหมายแฝงเร้นที่แท้จริงออกมาได้
ทว่าท่ามกลางอักขระไร้ระเบียบเ่าั้กลับมีเส้นหนึ่งที่ร้อยเรียงกันเป็ระเบียบ
อักขระลึกลับเส้นนั้นเกิดจากการร้อยเรียงอักขระโบราณของผู้ฝึกลมปราณยุคา
อักขระเ่าั้เขียนเอาไว้ว่า พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว สืบทอด คาถาสะเก็ดดาว บทต้น
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!”
เนี่ยเทียนแอบใ เขาเก็บพลังจิตกลับคืน มองพระราชวังที่ใหญ่โตโอ่อ่าแห่งนี้ มองดวงดาวที่กระจัดกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เปล่งแสงวิบวาวอยู่บนเพดานก็พลันเข้าใจขึ้นมา
สถานที่แห่งนี้ก็คือพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ที่พวกเขาได้เข้ามาก็เพื่อสืบทอดคาถาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแห่งนี้!
ก่อนหน้าที่เขายังไม่เข้ามา พลังจิตไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปในแสง์ได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าแสง์ดูดซับเอาอักขระแปลกประหลาดมากมายจากในเมืองคูน้ำผุพัง แต่เขากลับมิอาจตรวจสอบได้
ก่อนหน้านี้แสง์สิบห้าจุดคล้ายมีเยื่อบางๆ ที่มองไม่เห็นชั้นหนึ่งกั้นขวางการสืบเสาะของพลังจิตเขา
ทว่าเมื่อครู่นี้ตอนที่ดวงดาวบนเพดานของพระราชวังโบราณเปล่งแสงระยิบระยับ เมื่อพลังจิตของเขาชักนำรูปภาพงดงามภาพหนึ่งเข้ามาในแสง์ การกั้นขวางที่แสง์มีต่อพลังจิตของเขาก็พลันหายวับไปทันใด
ราวกับว่ามีเพียงผู้ที่มาถึงที่นี่เท่านั้นถึงจะใช้พลังจิตแทรกซึมเข้าสู่แสง์ได้ แล้วสืบค้นความลึกลับของมันได้
เข้าใจในจุดนี้แล้วเนี่ยเทียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง รวบรวมสมาธิใหม่อีกรอบเพื่อไปตรวจสอบภาพแวววาวที่สลักไว้บนผนัง
ภาพใดก็ตามที่ถูกแสงดาวสาดส่องจะต้องผลิประกายแสงวาววับ
ภาพทุกภาพล้วนเปลี่ยนมาเป็เด่นชัดอย่างถึงที่สุดจนสามารถมองเห็นลวดลายที่เล็กละเอียดที่สุดได้ด้วยตาเปล่า
บางภาพเหมือนรูปดวงดาว พระอาทิตย์และพระจันทร์ บางภาพเป็เหมือนร่องน้ำลึกบนพื้นดิน ส่วนบางภาพก็คล้ายลายไม้ของต้นไม้เก่าแก่ ต่างก็เป็ตัวแทนความลึกลับมากมายของฟ้าดิน
ทว่ารูปภาพที่ไม่เหมือนกันเ่าั้กลับไม่สามารถถูกดึงดูดชักนำด้วยพลังจิตของเขาได้ทั้งหมด
เขามองไล่ไปทีละภาพ พบว่าระหว่างเขาและภาพเ่าั้กลับไม่มีการสร้างความเชื่อมโยงต่อกัน
เส้นสายตาของเขาล่องลอยอยู่บนผนังอย่างต่อเนื่อง แล้วอยู่ๆ ก็มาตกที่ภาพซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของดวงดาวดารดาษภาพหนึ่ง ภาพนั้นเหมือนภาพดวงดาวที่ลึกลับ ส่องประกายระยิบระยับ
ความเชื่อมโยงทางพลังจิตที่มหัศจรรย์ก่อตัวขึ้นทันทีในวินาทีที่เส้นสายตาของเขามองไป
บนหลังมือของเขา แสง์สิบห้าจุดเปลี่ยนมาเป็ร้อนแผดเผาอีกครั้ง และมีพลังดึงดูดรุนแรงส่งออกมาเช่นเดิม
นาทีถัดมาภาพลึกลับที่เหมือนภาพของดวงดาวนั้นก็ถูกพลังจิตของเขาชักนำให้ลอยมาทางเขาช้าๆ แล้วผสานรวมเข้ากับแสง์
เขาเพ่งสมาธิไปรับััก็ค้นพบทันทีว่า เมื่อภาพที่เหมือนดวงดาวเข้าไปในแสง์ก็แยกตัวออกจากกันทันทีทันใด
ภาพดวงดาวลึกลับซับซ้อนะเิออกกลายมาเป็อักขระามากมาย กระจัดกระจายกันอยู่ในแสง์ทั้งสิบห้าจุด
พลังจิตของเขาล่องลอยไปตามแสง์ จากนั้นก็มองเห็นว่าภาพลึกลับที่แสง์ดูดซับเอามาจากเมืองคูน้ำก่อนหน้านี้ก็ถูกเปลี่ยนแปลงมาเป็อักขระาเช่นเดียวกัน
ในแสง์สิบห้าจุดมีอักขระาเกือบร้อยตัว เปล่งแสงวิบวับคล้ายสะเก็ดดาวที่ล่องลอยไม่อยู่นิ่ง
อักขระเ่าั้ส่วนใหญ่เขาล้วนรู้จัก แต่เนื่องจากเรียงกันไม่เป็ระเบียบ เขาจึงมิอาจไขความหมายที่แท้จริงของมันออกได้
ทว่าในใจเขากลับรู้ชัดเจนดี อักขระแต่ละตัวที่หลังจากแยกตัวกันแล้วกลายมาเป็อักขระโบราณน่าจะมีบันทึกไว้ในบทต้นของคาถาสะเก็ดดาว
เพียงแต่ว่า ลำพังเพียงแค่บทต้นของคาถาสะเก็ดดาวก็อาจมีอักขระามากหลายพันตัว
หากเขาคิดจะได้รับการสืบทอดจากบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวจริงๆ ไม่เพียงแต่ต้องดูดซับเอาอักขระาทั้งหมดเข้าไปในแสง์ ยังจำเป็ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจใช้ความเข้าใจของตัวเองมาจัดเรียงอักขระกระจัดกระจายไร้ระเบียบนั้นทีละตัวให้เป็ประโยคที่ถูกต้อง
มีเพียงเข้าใจการจัดเรียงที่ถูกต้องของอักขระพวกนั้นเท่านั้น เขาถึงจะบรรลุความลึกลับของคาถาสะเก็ดดาว แล้วเริ่มฝึกฝนได้
“เฮ้อ!”
พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาหนึ่งคำ หลังจากที่เขาชักนำสองภาพให้เข้ามารวมอยู่ในแสง์แล้วก็พบว่าพลังจิตของตัวเองเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
เขาผ่อนตัวเองลงเล็กน้อย ไม่ได้รีบร้อนชักนำภาพบนผนัง แต่สังเกตอีกสามคนที่เหลือ
เขาแน่ใจอย่างมากว่าการกระทำของสามคนนั้นที่อยู่พื้นที่ท้าย์เช่นเดียวกับเขา ต่างก็เพื่อ...สืบทอดคาถาสะเก็ดดาวบทต้นไม่ต่างกัน
ทุกสิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้ สามคนนั้นก็ทำเหมือนกัน ดูดซับเอาภาพบนผนังมา ได้รับอักขระาที่กระจัดกระจาย แล้วผสานรวมกับแสง์ของใครของมัน
เขาตั้งใจหันไปมองหญิงสาวชุดฟ้าผู้นั้นเป็พิเศษ
นับั้แ่ที่หญิงสาวชุดฟ้าเข้ามา มือทั้งสองของนางก็วางแบไว้บนหัวเข่าอยู่ตลอด ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าหญิงสาวชุดฟ้าผู้นั้นได้รับแสง์ไปกี่จุดกันแน่
ตอนนี้หญิงสาวชุดฟ้าผู้นั้นก็กำลังใช้พลังจิตของตัวเอง ใช้แสง์ที่นางได้รับมาดูดซับเอาภาพลึกลับจากบนผนังเช่นกัน
นั่นทำให้เนี่ยเทียนมองเห็นได้ชัดเจนว่าบนหลังมือข้างซ้ายที่ขาวนวลราวหยกเนื้อดีของนางมีแสง์อยู่ทั้งหมดยี่สิบจุด!
“ยี่สิบจุด!”
หลังจากแอบนับอยู่กับตัวเองจนแน่ใจแล้วว่าแสง์นั้นมีมากถึงยี่สิบจุดจริง เนี่ยเทียนก็พลันหน้าเปลี่ยนสี
ตามความเข้าใจของเขา ผู้ที่ยิ่งได้รับแสง์เยอะก็หมายความว่าสังหารผู้ประลองไปเยอะ และนี่ก็เป็ตัวแทนถึงความแข็งแกร่งของคนนั้นๆ ด้วย
ชายหนุ่มชุดขาวมีแสง์สิบหกจุด ชายหนุ่มชุดดำมีแสง์สิบแปดจุด แค่สองคนนี้ก็ทำให้เขากริ่งเกรงมากพออยู่แล้ว
แต่มาถึงเวลานี้เมื่อได้เห็นว่าบนหลังมือของหญิงสาวชุดฟ้ากลับมีแสง์ถึงยี่สิบจุด เขาถึงได้เข้าใจว่าหญิงสาวชุดฟ้าต่างหากถึงจะเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสามคนนั้น
และการคาดเดาของเขาก็ได้รับคำยืนยันอย่างรวดเร็ว
เพราะเขาพบว่าหลังจากเขาก็ดูเหมือนว่าชายหนุ่มชุดขาวและชายหนุ่มชุดดำจะใช้พลังจิตไปมากพอสมควร ดังนั้นถึงได้หยุดชักจูงภาพลึกลับ
มีเพียงสตรีชุดฟ้าคนเดียวเท่านั้นที่ดวงตากระจ่างใสยังคงเคลื่อนที่เพื่อเลือกเป้าหมายในการเชื่อมโยงพลังจิตของนางต่อไป จากนั้นก็ชักนำภาพงดงามอีกภาพให้เข้ามาอยู่ในแสง์บนหลังมือของนาง
“หึ ไม่เสียแรงที่เป็ซูหลินแห่งวิมาน์ของอาณาจักรเสวียนเทียน” ชายหนุ่มชุดดำแสยะปากพูดด้วยรอยยิ้ม
“อาณาจักรเสวียนเทียน วิมาน์!” เนี่ยเทียนเลิกคิ้วขึ้น
ก่อนหน้าที่เขาจะเดินทางไปยังวังยมบาล อูจี้ได้นาบประทับเื่ราวสำคัญที่จำเป็ต้องรู้ไว้ในป้ายตัวตน เพื่อให้เขาอ่านระหว่างทาง
ในบรรดาข้อความเ่าั้ อูจี้ได้พูดถึงวิมาน์ของอาณาจักรเสวียนเทียนด้วย บอกว่าจากข้อมูลที่เขาเพิ่งได้มาใหม่ ประตู์อีกสองบานที่เปิดขึ้นในดินแดนอุกกาบาต หนึ่งในนั้นจะเปิดที่วิมาน์ของอาณาจักรเสวียนเทียน
อีกบานหนึ่งเปิดขึ้นที่อาณาจักรเชียนเจวี๋ย
ดินแดนอุกกาบาตมีทั้งหมดเก้าอาณาจักร แบ่งออกเป็อาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรปิงเฟิง อาณาจักรต้าฮวง อาณาจักรเชียนเจวี๋ย อาณาจักรป่ายจั้น อาณาจักรเฮยเจ๋อ อาณาจักรคุนหลัว อาณาจักรอั้นิ อาณาจักรหลีเทียน
เก้าอาณาจักร ทุกอาณาจักรล้วนมีสำนักผู้ฝึกลมปราณหลายแห่งก่อตั้งอยู่ และศักยภาพของทั้งเก้าอาณาจักรก็ไม่เท่าเทียมกัน
ในบรรดานั้น อาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรปิงเฟิงและอาณาจักรต้าฮวงได้รับการยอมรับว่าเป็สามอาณาจักรใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุด
อาณาจักรเชียนเจวี๋ย อาณาจักรป่ายจั้นและอาณาจักรเฮยเจ๋ออยู่อันดับรองลงมา อาณาจักรคุนหลัว อาณาจักรอั้นิและอาณาจักรหลีเทียนอยู่ในอันดับท้ายสุด
แต่ไหนแต่ไรมาอาณาจักเสวียนเทียนขึ้นชื่อว่าเป็อาณาจักรแข็งแกร่งที่ทรงอิทธิพลในดินแดนดาวตก มีศักยภาพมากพอที่จะอยู่สามอันดับแรกของเก้าอาณาจักร หรืออาจเป็อันดับหนึ่งด้วยซ้ำ!
และวิมาน์ก็คือสำนักผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งที่สุดสมคำร่ำลือของอาณาจักรเสวียนเทียน ตำแหน่งของวิมาน์ในอาณาจักรเสวียนเทียนมั่นคงยิ่งกว่าวังยมบาลของอาณาจักรหลีเทียนเสียอีก
วังยมบาลและหอหลิงเป่าที่เป็ผู้นำของอีกสี่สำนักต่างก็ไม่เคยพึงพอใจในตำแหน่งของพวกเขาเอง
ทว่าทุกสำนักในอาณาจักรเสวียนเทียนล้วนให้การยอมรับว่าวิมาร์คือตำแหน่งหนึ่งเดียวไม่มีสอง วิมาน์คือผู้พิชิตที่แท้จริงของอาณาจักรเสวียนเทียน แค่ออกคำสั่งคำเดียว สำนักอื่นๆ ที่เหลือก็ต้องยอมเชื่อฟังอย่างว่าง่าย!
ในเมื่อซูหลินมาจากวิมาร์ของอาณาจักรเสวียนเทียน นางเก่งกาจถึงเพียงนี้ ได้รับแสง์ยี่สิบจุด...ก็ใช่ว่าจะเป็เื่ที่รับไม่ได้
ภายใต้การแอบสังเกตเงียบๆ ของเนี่ยเทียน หลังจากที่ซูหลินแห่งวิมาร์ชักจูงภาพลึกลับอีกภาพหนึ่งเข้ามาหลอมรวมในแสง์แล้ว สายตาของนางถึงได้หยุดนิ่ง
มาถึงเวลานี้ ต่อให้เป็นางเอง พลังจิตก็ยังไหลหายไปเยอะมาก และจำเป็ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว
นางไม่ได้มองพวกเนี่ยเทียนสามคน แต่นั่งเงียบๆ ใช้เวทลับที่พิเศษบางอย่างมาชักนำปราณิญญาที่เข้มข้น คล้าย้าใช้ปราณิญญามาฟื้นฟูพลังจิต
เนี่ยเทียนแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเห็นนางทำเช่นนี้ เนี่ยเทียนก็ทำตามไปด้วย
ก่อนหน้านี้พลังจิตที่เนี่ยเทียนใช้ไปล้วนจำเป็ต้องผ่านการนอนหลับยาวๆ สักตื่นถึงจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมาทีละนิด
ลำพังเพียงแค่ดูดซับเอาปราณิญญามานั้นไม่สามารถบำรุงให้พลังจิตที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้
ทว่าเมื่อเขาใช้คาถาหลอมลมปราณมาชักนำปราณิญญาตามซูหลิน เขากลับััได้อย่างชัดเจนว่าท่ามกลางปราณิญญาของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแฝงเร้นไว้ด้วยพลังแปลกประหลาดที่น้อยนิดอย่างถึงที่สุด แต่กลับสามารถบำรุงพลังจิตได้จริงๆ
ซึ่งดูเหมือนว่าพลังประหลาดนั้นจะมีเพียงหนึ่งในหลายสิบส่วนของปราณิญญาเท่านั้น
ทว่าต่อให้เป็เช่นนี้ พลังประหลาดที่ซ่อนอยู่ในปราณิญญาซึ่งสามารถฟื้นคืนพลังจิตได้ก็ทำให้เนี่ยเทียนตื่นตะลึงอย่างมาก รู้สึกตื่นเต้นไปกับความมหัศจรรย์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
“ท่ามกลางปราณิญญา ซุกซ่อนพลังแปลกประหลาดน้อยนิดเอาไว้ นี่หมายความว่ายิ่งดูดซับปราณิญญาไปมากเท่านั้น ก็ยิ่งได้รับพลังแปลกประหลาดที่ช่วยบำรุงพลังจิตได้มากเท่านั้น...”
เนี่ยเทียนหรี่ตา ใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ ในใจก็พลันกระตุกวาบ
เขานึกถึงเวทลับรูปแบบหนึ่งที่บรรลุมาจากมือข้างหนึ่งของั์ค้ำฟ้าในดินแดนลึกลับ
เวทลับนั้นเป็ท่านิ้วทั้งห้ากางขึ้นฟ้า คล้าย้าจะคว้านภากาศเอาไว้แล้วกระชากลงมา
ตอนนั้นที่เขาร่ายเวทนี้ ปราณิญญาที่ค่อนข้างเข้มข้นในดินแดนลึกลับต่างก็ถูกชักจูงมายังร่างของเขา ทำให้การฝึกบำเพ็ญตบะของเขาก้าวหน้าขึ้นหลายเท่าอย่างรวดเร็ว
เวทลับรูปแบบนั้นจำเป็ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปราณิญญาเข้มข้นมากอย่างถึงที่สุด แม้แต่สำนักหลิงอวิ๋นเองก็ยังมีปราณิญญาไม่มากพอ เขาจึงไม่เคยทดลองทำมาก่อน
เวลานี้อยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ปราณิญญามีทั่วทุกหนแห่ง อีกทั้งยังบริสุทธิ์และหนาแน่นยิ่งกว่าดินแดนลึกลับที่แกนเืพาเขาเข้าไปเสียอีก!
“ไม่มีที่ใดจะเหมาะสมไปกว่าที่แห่งนี้อีกแล้ว!”
เขายิ้มสดใส สงบใจตัวเองลงแล้วเริ่มร่ายเวทลับรวมปราณิญญาที่เขาบรรลุมาในครั้งนั้น
----
