ตอนที่ 1
หลังจากสอบเสร็จสภาพแต่ละคนมีสีหน้าที่ดูอิดโรยไม่น้อยเพราะความเพลียสะสมที่ลากยาวมาหลายสัปดาห์ พวกเพื่อนๆ ทั้งหมดต่างแยกย้ายกันกลับห้อง ดูเหมือนพวกเพื่อนๆ จะหนีไปมีผัวกันหมดเหลือแค่เขากับไอ้ดริวเท่านั้นที่ยังโสดสนิท
เขาต้องขอติดรถไอ้ดริวกลับด้วย เนื่องจากว่าเมื่อเช้าเผลอหลับลืม ทำให้ตื่นสายจึงต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์มาให้ทันเวลาสอบ
“ไอ้ดริว ปิดเทอมนี้มึงไปเที่ยวอิตาลีกับกูปะ ?”
เดียร์เอ่ยชวนเพราะหวังว่าเพื่อนสนิทจะได้ไปผ่อนคลายบ้างหลังจากที่เครียดมานาน แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเื่อะไร เพราะดริวปิดปากเงียบไม่ยอมเล่าให้ฟัง
“มึงจะไปหาพ่อกับแม่เหรอ ?”
ดริวหันไปมองเพื่อนเล็กน้อยก่อนถามกลับในขณะที่กำลังขับรถอย่างตั้งใจ
“เออดิ แด๊ดเพิ่งโทรมาตามเมื่อวาน ตอนแรกว่าจะบินไปเที่ยวฝรั่งเศส ตอนนี้เลยต้องเปลี่ยนแผนที่วางเอาไว้นิดหน่อย”
เดียร์ถึงกับทำหน้าเซ็งเพราะเขาต้องทิ้งตั๋วและที่พักที่ได้จองเอาไว้เพื่อไปอิตาลีแทน
“ถ้ากูเป็พ่อมึงคงด่ายับ ไอ้สัส ! มึงไม่กลับบ้านกี่ปีแล้ว ?”
ดริวถึงกับส่ายหน้าอย่างระอากับเพื่อนสนิท เขารู้จักกับเดียร์ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้นมันไม่กลับบ้านมาอย่างน้อยก็เกือบห้าปี นี่ยังไม่นับที่มันแอบบินไปเที่ยวอิตาลีแต่เสือกไม่กลับบ้าน ถ้าเขาเป็พ่อมันคงด่ายับจริงๆ
“ดีแล้วที่มึงเป็แค่เพื่อน ฮ่าๆๆๆ รวมๆ ก็แค่เกือบ 8 ปีเอง ว่าไงมึงอะ สนใจไปเที่ยวบ้านกูปะวะ ?”
เดียร์พูดอย่างขำขันใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ ใครอยากกลับก็กลับไปสิแต่ไม่ใช่เขา
“ไม่อะ กูี้เีนั่งเครื่องนานๆ ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวทะเลทางใต้ น่าจะไปภูเก็ตว่ะ” ดริวปฏิเสธโดยให้เหตุผลที่ดูน่าเชื่อถือ
“เออที่นั่นทะเลสวย”
“เปล่า กูไม่ได้ไปดูทะเล…เห็นเขาบอกว่าภูเก็ตเด็ดทั้งเกาะ ก็เลยว่าจะไปเช็คอินสักหน่อย”
เมื่อเพื่อนสนิทพูดแล้วเว้นวรรค นั่นทำให้เดียร์ต้องหันมอง ไม่ได้ไปดูทะเลแล้วมันไปทำไมวะ มุมปากของดริวเหยียดยิ้มร้ายก่อนพูดประโยคต่อมา
“ไอ้สัส ! งั้นเจอกันตอนเปิดเทอม”
เดียร์สบถลั่นกับสิ่งที่ได้ฟัง เหตุผลมากมายความหมายคืออยากไปร่าน กวนตีนฉิบหาย
“โชคดี / เออๆ”
เด็กหนุ่มโบกมือลาเพื่อนสนิทเมื่อถึงหน้าคอนโดของอีกฝ่ายพอดี ดริวขับรถกลับห้องเพื่อไปเอาของที่เตรียมไว้
“เห้อออออ นี่คือต้องกลับบ้านจริงๆ เหรอวะ ?”
เดียร์ได้แต่ถอนหายใจอย่างสุดเซ็ง แค่คิดว่าจะต้องกลับบ้านก็เหนื่อยรอเลย มือเรียวเปิดกระเป๋าที่จัดเอาไว้อีกครั้ง เพื่อเอาของกลับมาเก็บเข้าที่เพราะเขาไม่มีความจำเป็ต้องขนอะไรกลับไป เนื่องจากที่บ้านมีครบแล้วถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้กลับบ้านมานาน แต่เชื่อเถอะว่าทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมเพื่อการกลับไปของเขา
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเดินทาง
“ทำไมลูกไม่กลับแบบไพรเวท เครื่องบินของเราก็มี ?”
เสียงหวานของคนเป็แม่ดังมาจากปลายสายอย่างนุ่มนวลแฝงไปด้วยความห่วงใยที่คนฟังรับรู้ได้
“ผมสะดวกแบบนี้ครับ”
เดียร์ตอบกลับเสียงเรียบ เขาเข้าใจแม่ทุกอย่างแต่เขาชอบแบบนี้
“โอเคค่ะ แม่ตามใจน้องเดียร์ทุกอย่างเลย แค่ลูกจะกลับบ้านแม่ก็ดีใจที่สุดแล้ว”
ดารินตอบกลับอย่างยอมแพ้เพราะกลัวลูกชายจะไม่ยอมกลับบ้านหากตนเลือกที่จะบังคับ
“ผมก็ดีใจครับ รักแม่” เดียร์คลี่ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
“รักน้องเดียร์ค่ะ จุ๊บ”
แม่คงคิดถึงเขาจริงๆ สินะ เดียร์เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะเช็คความเรียบร้อยของห้องอีกครั้งเพราะกว่าจะได้กลับมาก็คงเปิดเทอมพอดี แต่เขาสั่งให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดทุกสัปดาห์ ก่อนเดินทางเขาไม่ลืมแวะซื้อของฝากไปให้คุณแม่และแด๊ดดี้ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็ของที่แม่ชอบทานทั้งนั้น
ใบหน้าหล่อของเดียร์เริ่มหงุดหงิด มันน่าเบื่ออย่างที่ไอ้ดริวพูดไว้ไม่มีผิดเพราะการเดินทางที่แสนยาวนานถึง 12 ชั่วโมง 35 นาที กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง เขาลุกขึ้นบิดตัวไปมาไล่ความปวดเมื่อยเมื่อเครื่องบินแลนดิ้งเป็ที่เรียบร้อย
ทันทีที่มาถึงอิตาลีเดียร์ก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้งด้วยความเบื่อหน่ายเพราะตอนนี้เขาเป็ที่สนใจของผู้คนรอบข้าง
“เชิญทางนี้ครับ”
บอดี้การ์ดร่างสูงเดินมารับั้แ่เขายังไม่ทันออกจากเกทด้วยซ้ำ ข้าวของก็ไม่ต้องถือเองสักชิ้น
“ครับ”
เด็กหนุ่มพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินตามหัวหน้าบอดี้การ์ดเพื่อไปขึ้นรถที่เตรียมไว้โดยมีบอดี้การ์ดรายล้อมอีกนับสิบคน นี่คงเป็คำสั่งแด๊ดดี้แน่นอน
รถแล่นออกจากสนามบินทันทีหลังจากที่เดียร์นั่งประจำที่เรียบร้อย
“แด๊ดอยู่ไหน ?”
เด็กหนุ่มเอ่ยถามในขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังวิวนอกรถ หลายปีที่เขาไม่ได้กลับบ้าน เมืองและทัศนียภาพดูเปลี่ยนไปมากจากเมื่อก่อน
“อยู่บริษัทกับมาดามครับ ไม่ทราบว่าคุณคลาวดิโอ้าจะไปที่นั่นหรือกลับคฤหาสน์เวนซาโลครับ ?”
“กลับบ้าน ยังไงตอนค่ำก็คงได้เจอ”
เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ ซึ่งแตกต่างจากตอนที่อยู่กับเพื่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด
“รับทราบครับ”
หัวหน้าบอดี้การ์ดน้อมรับคำสั่งนั้น เพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมงเดียร์ก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ทันทีที่เขาก้าวเท้าลงจากรถคันหรู เหล่าลูกน้องเกือบร้อยชีวิตโน้มกายเพื่อเคารพ เด็กหนุ่มเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนของตัวเองทันที ซึ่งแม่บ้านคอยปรนนิบัติตามหน้าที่ เริ่มั้แ่ถอดรองเท้า ตามด้วยถุงเท้า เสื้อและกางเกง ทั้งร่างกายของเขาเหลือเพียงอันเดอร์แวร์เท่านั้น
เดียร์ไม่ลืมแชทหาคุณแม่เพื่อบอกว่าตนนั้นกลับถึงบ้านแล้ว ดารินโทรกลับมาทันทีด้วยความคิดถึงและดีใจที่ในที่สุดลูกชายก็ยอมกลับบ้านเสียที มุมปากบางยกยิ้มกริ่มในขณะที่คุยกับคนเป็แม่ซึ่งเป็จังหวะเดียวกันที่เขาลุกขึ้นยืนให้แม่บ้านสวมชุดคลุมอาบน้ำให้
“คุณคลาวดิโอ้าอาบน้ำไหมคะ ?”
“ยังครับ ออกไปก่อน”
เมื่อเด็กหนุ่มยกมือไล่เหล่าแม่บ้านก็ต่างพากันออกจากห้องทันที
ณ ที่แห่งนี้ไม่มีใครเรียกเขาว่าเดียร์นอกจากคนเป็แม่ ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่เคยบอกเพื่อนๆ เื่ครอบครัวแม้กระทั่งไอ้ดริวที่เขาสนิทด้วยมากที่สุด
ความจริงเขาอยากอาบน้ำเพียงแค่ไม่้าให้ใครมาวุ่นวาย เดียร์ชอบความเป็ส่วนตัวเหมือนตอนอยู่คนเดียวที่ไทย หลังวางสายจากคนเป็แม่เขาก็โทรหาดริวแต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายไม่รับสาย คงจะหลีสาวอกตูมๆ ที่ภูเก็ตจนลืมเพื่อนอย่างเขาไปแล้ว (ทั้งที่ความเป็จริงดริวกำลังโดนไอ้ลุงหลี่หยางอุ้มไปมาเก๊า) เขาส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความคิดของตัวเองก่อนเดินไปย่อนกายลงอ่างอาบน้ำ
นี่อาจเป็สิ่งที่ใครหลายคนนั้นใฝ่ฝัน แต่ไม่ใช่เขา
…………………………………………………..
