บทที่10 คัดชื่อออกจากตระกูล
อันอันมองดูบิดาที่นั่งสั่นสะท้านอยู่บนพื้นหญ้าเปียกชื้นความโศกเศร้าในใจเขาถึงขีดสุด แต่นั่นคือสิ่งที่อันอัน้านาง้าให้เขามองเห็นสันดานที่แท้จริงของ "แม่" ที่เขาเทิดทูน
นางเดินเข้าไปหาบิดา วางมือน้อยๆ ลงบนไหล่ที่สั่นเทานั้น แววตาของนางไม่ได้มีความเศร้าแม้แต่น้อย แต่มันกลับเปล่งประกายคมกล้าดุจมีดผ่าตัด
"ท่านพ่อเ้าคะ..." เสียงของนางนิ่งสงบจนย่าหลี่ต้องชะงัก "ลุกขึ้นเถิดเ้าค่ะ น้ำตาของท่านพ่อล้ำค่าเกินกว่าจะหลั่งให้คนใจบาปที่มองเห็นเงินทองสำคัญกว่าสายเื"
"อีเด็กผี! แกกล้าด่าข้ารึ!" ย่าหลี่เงื้อมือจะตบ
แต่อันอันกลับจ้องสวนกลับไป แววตาสีทองวาวโรจน์ขึ้นอย่างรุนแรงจนย่าหลี่รู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงดวงตาจนต้องผงะถอยหลัง
"ท่านย่า... ท่านบอกว่าท่านลุงใหญ่ไปบ้านหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อทำเื่ขับไล่พวกเราใช่ไหมเ้าคะ? ดีเ้าค่ะข้าอันอันก็อยากจะรู้นักว่า 'กฎหมายของทางการกับ 'ความโลภของคน' อย่างไหนจะแข็งแกร่งกว่ากัน"
นางหันไปมองบิดา "ท่านพ่อ ลุกขึ้น! เราจะไม่อ้อนวอนขอความเมตตาจากคนที่ไม่มีหัวใจ ในเมื่อเขาไม่้าเรา เราก็ไปสร้างตระกูลหลี่สายใหม่ของเราเอง! โสมในตะกร้าของพี่ใหญ่นั่นมันคือทุนประกันว่าเราจะไม่มีวันอดตาย!"
หลี่เฉิงเงยหน้ามองลูกสาว เขามองเห็น "ดวงิญญาที่แข็งแกร่ง" อยู่ในดวงตาคู่เล็กๆ นั้น ความผิดหวังพังทลายเปลี่ยนเป็ความเด็ดเดี่ยว เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ปัดฝุ่นดินออกจากเข่า
"ได้ในเมื่อท่านแม่ตัดขาดข้า ข้าก็ยินดีรับคำสั่งนั้น" หลี่เฉิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามีพลังอำนาจที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อน "จากนี้ไป ข้าหลี่เฉิงไห่ จะถือว่าชีวิตนี้ข้าได้ชดใช้บุญคุณน้ำนมให้ท่านจนหมดสิ้นแล้ว... ไปเถอะอันอัน กลับไปเตรียมตัว!"
ย่าหลี่ยืนนิ่งอึ้ง นางไม่เคยเห็นลูกชายที่หัวอ่อนอย่างหลี่เฉิงไห่แสดงท่าทีเช่นนี้มาก่อน ความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังทำให้นางต้องกอดอกตัวเองเอาไว้แน่น
"ไปสิ! ไสหัวไป! ข้าจะดูซิว่าไม่มีเงินข้าสักแดง พวกเ้าจะอยู่รอดถึงพรุ่งนี้ไหม!" นางะโไล่หลังอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อกลับมาถึงเรือนเล็ก หลี่ฮ่าวและหลี่ิที่ยืนรออยู่หน้าบ้านเห็นท่าทางของบิดาและน้องสาวก็เดาเหตุการณ์ได้ทันที จางซื่อถลาเข้ามาประคองสามีด้วยความเป็ห่วง
"จางเอ๋อร์เตรียมเก็บของที่จำเป็ที่สุด" หลี่เฉิงสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เราจะออกจากที่นี่ทันทีที่ลุงใหญ่กลับมา" "แต่ท่านพี่... เราจะไปอยู่ที่ไหนกัน?" จางซื่อถามทั้งน้ำตา"เราจะไปในเมืองเ้าค่ะท่านแม่"บรรยากาศในกระท่อมซอมซ่อที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวเล็กๆ กลับถูกแทนที่ด้วยความหดหู่
ครู่ต่อมาคนงานในบ้านก็เดินมาบอกให้หลี่เฉิงไปที่บ้านของผู้นำ เขาบอกว่าย่าหลี่และลุงใหญ่ไปรอทุกคนที่นั่นแล้ว
แสงแดดเริ่มขับหมอกให้จางลง เห็นทิวเขาเทียนซานตั้งตระหง่านอยู่เื้ั เสียงลมพัดใบไม้ปลิวว่อนผ่านลานบ้าน เสียงนกกระยางร้องดังแว่วมาจากทุ่งนาอันไกลโพ้น แต่ที่ทำการของหัวหน้าหมู่บ้านซู กลับกำลังร้อนระอุยิ่งกว่าเปลวไฟ ชาวบ้านเฮอซานนับสิบชีวิตต่างมารวมตัวกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น เสียงกระซิบกระซาบดังระงมไปทั่วบริเวณ เมื่อเห็นครอบครัวสายรองของตระกูลหลี่เดินจูงมือกันมาด้วยท่าทางที่แปลกไปจากเดิม
หลี่เฉิง เดินนำหน้าด้วยแผ่นหลังที่เหยียดตรง แม้ใบหน้าจะยังซูบเซียวแต่ดวงตาของเขากลับมีความเด็ดเดี่ยวที่สั่งสมมาจากสนามรบ ข้างกายคือ จางซื่อ ที่สะพายห่อผ้าใบย่อม และลูกๆ ทั้งสามโดยมีหลี่อันอัน เดินรั้งท้าย ร่างเล็กจ้อยในชุดปะชุนสะอาดตาดูนิ่งสงบจนน่าประหลาดใจ
ที่ชานเรือนไม้หลังใหญ่ หัวหน้าหมู่บ้านซูนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข้างกายเขาคือ หลี่ฝู่ ลุงใหญ่บ้านหลี่ผู้สวมชุดบัณฑิตสีครามดูภูมิฐาน และ ย่าหลี่ ที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียด ผ้าพันแผลที่หน้าผากของนาง ยิ่งเสริมให้ใบหน้าของนางดูดุร้ายมากขึ้น
"หัวหน้าหมู่บ้านซู ท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับข้าด้วย!" ย่าหลี่เริ่มเปิดฉากด้วยเสียงแหลมสูงพลางบีบน้ำตา "เ้าลูกเนรคุณคนนี้มันแช่งแม่ มันนำความอัปมงคลเข้าบ้าน จนข้าต้องเืตกยางออก และที่ร้ายแรงที่สุดมันแอบยักยอกสมบัติป่าล้ำค่าที่ควรเป็ของกงสีไปเป็ของส่วนตัว!"
หลี่ฝู่ขยับแขนเสื้อพลางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้หัวหน้าหมู่บ้าน "ท่านลุงซู ข้าในฐานะตัวแทนตระกูลหลี่สายหลัก เห็นว่าการกระทำของเฉิงไห่นั้นขัดต่อจารีตและความกตัญญู เพื่อไม่ให้ดวงชะตาที่มัวหมองของพวกเขาไปรบกวนการสอบจองหงวนของกวงเอ๋อร์ลูกข้า เราจึงมีความจำเป็ต้อง 'คัดชื่อ' พวกเขาออกจากสาแหรกตระกูลหลี่ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป"
เสียงชาวบ้านฮือฮาขึ้นมาทันที "อู้หู้!นี่ถึงขั้นคัดชื่อออกจากตระกูลเชียวรึ! นั่นเท่ากับกลายเป็คนไร้ราก จะไปซุกหัวนอนกันที่ไหนลคราวนี้?"
หัวหน้าหมู่บ้านซูขมวดคิ้ว เขามองไปที่หลี่เฉิง "เฉิงไห่ เ้ามีอะไรจะโต้แย้งหรือไม่? เื่ที่เ้ายักยอกของป่า และเื่ที่เ้าอกตัญญูต่อแม่แท้ๆ ของตนเอง"หลี่เฉิงก้าวออกไปข้างหน้า เขาไม่ได้คุกเข่าลงเหมือนทุกครั้ง แต่กลับประสานมือคำนับตามแบบทหาร "ท่านหัวหน้าหมู่บ้านซู ข้ารับใช้ชาติเป็พลทหารมานับสิบปี ส่งเบี้ยหวัดทุกอีแปะกลับมาให้ท่านแม่ดูแลกงสี ไม่เคยขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด ส่วนเื่ของป่า...เมื่อวานข้าแบกกวางป่ามาข้าแบ่งให้เรือนใหญ่ไปครึ่งหนึ่งตามคำสั่งท่านแม่ ทั้งที่ลูกเมียข้าก็ยังอดอยาก เื่นี้ชาวบ้านหลายคนก็เห็น"
เขาปรายตามองย่าหลี่ด้วยสายตาที่ทำให้หญิงชราต้องสะดุ้ง "ส่วนเื่อกตัญญู... หากการที่ข้าพยายามปกป้องลูกสาวที่เพิ่งฟื้นจากความตาย ทั้งยังถูกด่าทอและขับไล่ในคืนหนาวเหน็บคือความอกตัญญู ข้าก็จะยอมรับชะตากรรมนั้น"
"เ้า! เ้าคนปากดี!" ย่าหลี่ทุบโต๊ะ "แกมันหัวหมอเพราะนังเด็กผีสิงนั่นแท้ๆ!"
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเ้าคะ..." เสียงใสเล็กๆ ดังขึ้นเรียกความสนใจจากทุกคน หลี่อันอันก้าวออกมาข้างหน้า แววตาของนางในยามนี้เปลี่ยนเป็สีทองจางๆ ที่ลึกซึ้งเกินวัย นางไม่ได้มองที่ย่าหลี่ แต่นางกลับจ้องมองไปที่ หัวหน้าหมู่บ้านซู อย่างพิจารณาอันอันเห็นออร่าสีม่วงคล้ำที่ขมับของท่านหัวหน้าหมู่บ้านนางเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ได้ยินกันทั่ว "ท่านมักจะมีอาการปวดหัวตุบๆ ในยามบ่าย บางครั้งสายตาก็พร่ามัว และใจสั่นรุนแรงใช่หรือไม่เ้าคะ?"ทุกคนต่างงงเพราะสิ่งที่นางพูดไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกับเื่ราวร้องทุกข์ของย่าหลี่เลยสักนิด
แต่หัวหน้าหมู่บ้านซูกลับชะงักไป "เ้า...นี่เ้าพยากรณ์ได้แม่นจริงๆ สาวน้อย? ข้ามีอาการเช่นนั้นมาพักใหญ่แล้ว ไปหาหมอในเมืองกี่คนเขาก็บอกว่าข้าแค่แก่ชรา"หัวหน้าหมู่บ้านประหลาดใจ
"มันไม่ใช่ความชราเ้าค่ะ แต่มันคือ 'พิษความร้อนสะสม' ที่เกิดจากจุดลมปราณอุดตัน หากปล่อยไว้ อีกไม่นานท่านจะล้มพับลงและจะเดินไม่ได้นะเ้าคะ" อันอันพูดพลางเดินเข้าไปใกล้เขามากขึ้น"เมื่อย่าหลี่เห็นเช่นนั้นนางรีบเอ่ยเตือนเขาทันที
"หัวหน้าซูท่านอย่าไปฟังมัน! มันกำลังใช้เล่ห์กลปิศาจหลอกท่าน!"อันอันหันไปทางหลี่ฝู่ ลุงใหญ่ผู้ทรงความรู้ "ท่านลุงใหญ่ ท่านอ้างกฎหมายและจารีต... ข้าขอถามท่าน ในฐานะที่ท่านศึกษาตำราขงจื้อ 'ความกตัญญู' มีไว้เพื่อปกครองคนด้วยความเมตตา หรือมีไว้เพื่อกดขี่พี่น้องเพื่อผลประโยชน์ของตนเองกันแน่เ้าคะ?"
นางเดินไปหยิบกระดาษที่หลี่ฝู่วางไว้ขึ้นมาดู "ในเอกสารคัดชื่อนี้ ท่านเขียนว่าเรายักยอกสมบัติถ้าเช่นนั้น อันอันขอเสนอให้มีการค้นทุกคนที่นี่เลยดีไหมเ้าคะ? รวมถึงค้นเรือนใหญ่ด้วย ว่าเงินเบี้ยหวัดทหารของท่านพ่อตลอดสิบปีที่ท่านย่าบอกว่าหมดไปกับค่าเล่าเรียนพี่ กวงเอ๋อร์นั้น...จริงๆ แล้วถูกนำไปซื้อที่ดินส่วนตัวในนามของท่านลุงใหญ่ใช่หรือไม่?"หลี่ฝู่หน้าถอดสี "เ้า...เ้าเด็กสามหาว! เ้ากล้าใส่ความข้า!"
"อันอันไม่ได้ใส่ความเ้าค่ะ..." อันอันหันไปหาชาวบ้าน "ทุกท่านเ้าคะ! ท่านพ่อของอันอันเป็ทหาร มีเหรียญตราความดีความชอบจากกองทัพ ตามกฎหมายแคว้นฉิน...ทหารที่ได้รับาเ็จากการรบและมีครอบครัวดูแล จะได้รับการคุ้มครองที่ดินทำกินกึ่งหนึ่งของตระกูล หากมีการขับไล่โดยไม่สมัครใจ ตระกูลนั้นจะต้องจ่ายค่าชดเชยเป็เงินเท่ากับเบี้ยหวัดทหารสามปี!"
นางจ้องหน้าย่าหลี่ "ท่านย่าจะจ่ายเงินสามร้อยตำลึงเงินให้เราตอนนี้เลยไหมเ้าคะ? หรือจะให้หัวหน้าหมู่บ้านส่งเื่นี้ไปยัง 'ที่ว่าการอำเภอ' เพื่อให้ใต้เท้าตรวจเช็กบัญชีกงสีอย่างละเอียด?"
คำว่า 'ที่ว่าการอำเภอ' และ 'สามร้อยตำลึงเงิน' ทำให้นางย่าหลี่แทบจะเป็ลม หลี่ฝู่เองก็สั่นไปทั้งตัว เพราะเขารู้ดีว่าเขาแอบยักยอกเงินน้องชายไปซื้อที่ดินในเมืองจริงๆ หากเ้าหน้าที่ทางการมาตรวจเช็ก ชะตาชีวิตของลูกชายเขา (หลี่กวง) ที่กำลังจะสอบจองหงวนต้องพังพินาศแน่
"เอ่อ... คือ..." หลี่ฝู่อึกอัก "ท่านแม่... บางทีเราอาจจะใจร้อนเกินไปข้าว่าเราปล่อยผ่านเื่นี้ไปก่อนดีมั้ย?"
หัวหน้าหมู่บ้านหวังที่ฟังอยู่และรู้สึกทึ่งในความรู้ด้านกฎหมายและความแม่นยำในการทักอาการป่วยของอันอัน เขาเริ่มขยับตัว
"ในเมื่ออันอันพูดถึงกฎหมายทหาร ข้าในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านย่อมต้องยึดถือความถูกต้อง เฉิงไห่ทำงานเพื่อชาติมานาน การจะขับไล่เขาโดยไร้ความผิดร้ายแรงย่อมทำไม่ได้"
เขาหันไปมองย่าหลี่ "แต่ในเมื่อตระกูลหลี่สายหลักยืนยันว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว...งั้นข้าขอเสนอให้มีการ 'แยกบ้าน' แทนการ 'คัดชื่อจะดีกว่ามั้ย'!"
"แยกบ้านงั้นหรือ?" ย่าหลี่ครางออกมา
"ใช่!" หัวหน้าหมู่บ้านซูประกาศ "แยกบ้านโดยให้สายรองได้รับที่ดินรกร้างชายป่าเทียนซาน และยกเว้นการส่งเงินส่วนกลางให้เรือนใหญ่ เงินทุกเหรียญที่เ้าหามาได้นับจากนี้ เป็ของครอบครัวเ้าโดยชอบธรรมตลอดไป!"
หลี่เฉิงทรุดลงคุกเข่าคำนับหัวหน้าหมู่บ้านด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน "ขอบพระคุณท่านหัวหน้าหมู่บ้านที่ให้ความเป็ธรรมกับพวกข้า!"
ย่าหลี่และหลี่ฝู่ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น พวกเขาคิดจะไล่ทั้งหมดไปตัวเปล่า แต่กลับกลายเป็ว่าต้องเสียที่ดินรกร้างให้กับพวกเขาอีกแต่มันก็คุ้มค่าที่ได้กำจัดเห็บเหาพวกนี้ออกไปจากชีวิตได้
ก่อนจะเดินออกจากหน้าบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน อันอันเดินเข้าไปหาหัวหน้าหมู่บ้านหวัง นางหยิบห่อสมุนไพรเล็กๆ ที่นางปรุงไว้ส่งให้เขา
"นี่คือยาระบายลมปราณเ้าค่ะท่านปู่ซู ต้มดื่มก่อนนอนสามวัน อาการปวดหัวของท่านจะหายเป็ปลิดทิ้ง และจำไว้นะเ้าคะความยุติธรรม' คือยาบำรุงหัวใจที่ดีที่สุดสำหรับผู้นำ"
หัวหน้าหมู่บ้านรับห่อยาด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เขามองตามร่างเล็กๆ นั้นไปด้วยความเลื่อมใส "เด็กคนนี้... ต่อไปจะเป็ัท่ามกลางฝูงนกกระจอกแน่ๆ"
เมื่อเดินพ้นเขตบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน ลมเย็นจากเขาเทียนซานพัดผ่านร่างกายของทั้งห้าคน แต่มันกลับไม่รู้สึกหนาวเหน็บเหมือนเมื่อก่อน จางซื่อกอดลูกๆ ไว้แน่นพลางร้องไห้ด้วยความดีใจ
"เรามีที่ของเราแล้วแม้จะเป็ที่ดินรกร้าง แต่มันก็เป็ของเราจางซื่อพูดออกมาทั้งน้ำตา!"หลี่เฉิงมองดูอันอันที่เดินยิ้มกริ่มอยู่ข้างๆ "อันอัน...เ้าไปรู้เื่กฎหมายทหารและอาการป่วยของหัวหน้าหมู่บ้านมาจากไหนลูก?"
อันอันขยับรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "ท่านเทพในฝันสอนเ้าค่ะและที่สำคัญ ท่านพ่อรู้ไหมเ้าคะหัวหน้าหมู่บ้านน่ะ จริงๆ แล้วเกิดจากเขาชอบแอบกิน 'หมูสามชั้นน้ำแดง' มากเกินไปจนไขมันอุดตันเ้าค่ะ!"
เสียงเล็กๆใสๆของอันอันทำให้ทุกคนต่างะเิเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันท่ามแสงแดดยามสาย.!
