ถึงจะเห็นด้วยกับแทบทุกประโยคของหลิวซื่อ แต่เหตุใดถึงต้องมีเื่การแต่งงานกับนางอยู่ในนั้นด้วย หม่าเจี่ยซินรู้สึกห่อเหี่ยวใจยิ่งนัก นางยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะแต่งให้กับพี่น้องสกุลเหอทั้งสี่คนเสียหน่อย
แต่หากเป็เหอชางคนเดียว นั่นย่อมต่างออกไป
“พวกข้าเข้าใจแล้ว ท่านพ่อกับท่านแม่อย่าได้เป็ห่วง เวลานี้ท่านแม่ต้องรักษาตัวให้ดีถึงจะเป็เื่ที่สำคัญที่สุด”
เหอหยวนเอ่ยด้วยความเป็ห่วงมารดา เพราะเย็นนี้หลิวซื่อฝืนตนเองพูดจาไม่หยุด เขาจึงกลัวว่าร่างกายที่อ่อนแอของมารดาจะรับไม่ไหว
“อย่าได้เป็ห่วงเื่นี้ แม่ย่อมรู้ตนเองดี แม่เพียงแต่เป็ห่วงเื่ของพวกเ้าเท่านั้นถึงได้พูดมากเช่นนี้”
“พวกเราเข้าใจท่านแม่ เื่อะไรล้วนฟังท่าน”
เหอตงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน ท่าทางก็ราวกับพร้อมที่จะทำตามคำที่พูด เพราะั้แ่เด็กมารดาที่เป็คนมีเหตุผลและใจกว้างคือ คนที่เขารักและเคารพมากที่สุด ดังนั้นไม่ว่านางจะพูดอะไรเขาก็ล้วนเชื่อทั้งหมด
ในบรรดาบุตรชายทั้งสี่ บุตรชายคนที่สามที่มีนิสัยร่าเริงเป็คนที่ว่าง่ายที่สุดในสายตาของหลิวซื่อ
“ฟังข้าก็ดี พวกเ้าล้วนเป็ความภูมิใจของข้า”
หลิวซื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มแววตาเปี่ยมไปด้วยความสุข จากนั้นนางก็ไอออกมา เหออันจึงรีบรินน้ำใส่จอกไปให้มารดาดื่ม
“วันนี้เ้าพูดเยอะแล้ว ไปนอนพักเถอะ ข้าจะพาเ้าไป”
เหอคังลุกขึ้นมาประคองหลิวซื่อ เหอเจาก็ลุกตามพวกเขาออกจากห้องไป บนโต๊ะกินข้าวจึงเหลือเพียงหม่าเจี่ยซินกับพวกเขาทั้งสี่
กินต่ออีกไม่กี่คำ เหอหยวนกับเหอชางก็ลุกออกไปต้มยาให้มารดา เหอตงกับเหออันก็วางตะเกียบ หม่าเจี่ยซินจึงลุกขึ้นเก็บชามอาหารที่พร่องไปมากกว่าครึ่งทุกจาน
“ข้าช่วยเ้า”
เหออันลุกมาช่วยนางเก็บถ้วยช้อน เห็นดังนั้นเหอตงจึงลุกขึ้นมาช่วยอีกแรง แล้วโต๊ะอาหารโต๊ะใหญ่ก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาดในเวลาอันรวดเร็ว
ตกค่ำ หลังจัดการเก็บกวาดห้องครัวเสร็จ หม่าเจี่ยซินก็กลับห้องมากลับน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นนางก็หยิบเอี๊ยมที่เย็บไปได้ครึ่งทางออกมาทำต่อ
คืนนี้เหอชางขึ้นมาค่อนข้างดึก เพราะเขานั่งพูดคุยกับพี่ชายทั้งสามอยู่เป็นาน กว่าจะได้ขึ้นมา หม่าเจี่ยซินที่ป้องปากหาวแล้วหาวอีกจึงเกือบจะเข้านอนแล้ว
“เหตุใดถึงยังไม่นอนอีกเล่า”
“กำลังจะนอนแล้ว”
เดินเข้ามาเข้าก็เดินมานั่งข้างๆ นาง แล้วมองชิ้นผ้าในมือที่นางกำลังเก็บใส่ตะกร้า
“เย็บสิ่งใดอยู่รึ”
“นี่นะรึ? ของใช้ส่วนตัวของข้าน่ะ”
นางรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย แล้วยัดผ้าชิ้นนั้นเข้าไปซ่อนด้านใน จากนั้นก็ยกตะกร้าไปเก็บ แล้วเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง
“ท่านจะนอนหรือยัง ข้าหลับก่อนนะ อย่าลืมดับไฟด้วยล่ะ”
นางปิดตาด้วยความง่วง มือยื่นไปดึงผ้าห่มที่พับเอาไว้ปลายเตียงมาคลุมตนเองลวกๆ แล้วพลิกตัวไปอีกด้านเพื่อเข้านอน
เห็นเช่นนั้นเหอชางก็ยกยิ้มด้วยขำ เขาลุกมาถอดเสื้อตัวนอกไปวางพาดบนราวแล้วเดินไปดับไฟ
เมื่อดับไฟ ในห้องนอนก็พลันมืดลงไปในพริบตา หม่าเจี่ยซินที่กำลังเคลิ้มใกล้หลับจึงสะดุ้งลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แล้วจากนั้นถึงได้หลับตาลงด้วยความเคลิ้มต่อ เพียงแต่การนอนของนางถูกก่อกวนอีกครั้งเมื่อมีมือหนายื่นมาวางบนเอว แล้วใบหน้าที่มีลมหายใจร้อนผ่าวก็ขยับมาใกล้ชิดกับเรือนผมด้านหลัง
“วันนี้เหนื่อยหรือไม่”
“...”
“หลับแล้วรึ”
“ยัง ท่านยังไม่ง่วงรึ”
“เริ่มง่วงแล้ว”
“เช่นนั้นก็นอนเถอะ”
นางพูดเช่นนั้น ทั้งๆ ที่ความง่วงก่อนหน้านี้ของตนได้เตลิดหายไปมากกว่าครึ่งแล้ว ั้แ่ที่มือหนาของเขาวางลงมาบนเอว จังหวะอารมณ์ข้างในอกของหม่าเจี่ยซินก็พลันเต้นแรงขึ้น แล้วนางก็หวนกลับไปคิดถึงความเร่าร้อนในค่ำคืนที่ผ่านมาของเขาและนาง
หากยึดตามยุคสมัยนี้ การกระทำของเหอชางและนางเป็เื่ที่ไม่ถูก แต่หม่าเจี่ยซินไม่ใช่คนยุคนี้ นางจึงไม่ได้ถือสากับเื่การจับเนื้อต้องตัว ยิ่งกับคนที่นางถูกตาต้องใจ นางยิ่งไม่ได้คำนึงถึงเื่ความหวงเนื้อหวงตัวและไม่มีความคิดที่จะรักษาพรหมจรรย์เอาไว้ยิ่งชีพรอถึงคืนแต่งงาน
ตอนนี้นางกำลังชอบเขาและเขาก็ชอบนาง นี่คือความรู้สึกอันรุนแรงที่นางไม่เคยได้พบเจอด้วยตนเองมาก่อน การใกล้ชิด ย่อมมีอารมณ์เสน่ห์หา อยากััซึ่งกันและกัน จึงเป็เื่ธรรมชาติที่นางไม่ได้ควบคุมเอาไว้
เมื่อเขาอยากกอด นางจึงให้เขากอด เมื่อเขาอยากจับ นางจึงให้เขาจับ แม้จะขัดเขินเป็อย่างยิ่งแต่นางก็รู้สึกดีเป็อย่างยิ่งเช่นกัน
“ข้ายังไม่อยากนอน ซินซิน ผมของเ้าหอมยิ่งนัก”
เหอชางสูดเอากลิ่นหอมของเรือนนางเข้าไปหลายครั้ง ก่อนจะขยับลงมายังลำคอแล้วเตะริมฝีปากลงบนเนื้อนวลเบาๆ จากนั้นก็พรหมจูบไปทั่ว สร้างความวาบหวามให้หม่าเจี่ยซินจนนางสะท้านไหวไปทั้งร่าง
“ลำคอของเ้าน่าขบกัดยิ่งนัก”
ว่าแล้วเหอชางก็กัดลำคอของนางเบาๆ แล้วแลบลิ้นออกมาเลียเพื่อลิ้มชิมรสที่หอมหวาน กลิ่นของนางทำเอาเขาแทบคลุ่มคลั่ง ร่างกายตื่นตัวมากยิ่งกว่าเดิม
“ท่านเบาๆ หน่อย เลียแบบนั้นข้าจั๊กจี้”
“นี่มิใช่เพราะเป็เ้าน่ากินหรอกรึ ซินซิน หันมาหาข้า”
เขาสอดมือเข้าไปในเรือนผมที่ปล่อยสลายของนางแล้วบังคับให้หม่าเจี่ยซินหันไปหา จากนั้นริมฝีปากหนาก็บดจูบลงมาอย่างเร้าร้อน เหอชางทั้งบดทั้งดึงแล้วแลบลิ้นเลียไปทั่ว ก่อนจะใช้ดิ้นดุนเพื่อง้างให้นางอ้าปากตอบรับเขา แล้วหม่าเจี่ยซินก็ถูกจุมพิตจนสติเริ่มเลอะเลือน
เหอชางหิวกระหายเป็อย่างยิ่ง เพราะวันนี้เขาอดทนที่จะไม่ทำเช่นนี้กับนางเอาไว้มาตลอดทั้งวัน ตอนนี้เขาจึงเหมือนคนหิวที่เพิ่งได้รับอาหาร ริมฝีปากและลิ้นของนางจึงถูกเขากลืนกินไม่หยุดจนเริ่มชา
ตะโบมจูบอย่างไม่รู้จักอิ่มไปพักหนึ่ง เหอชางก็เลื่อนริมฝีปากไปจุมพิตทั่วใบหน้าของนางเบาๆ แล้วเลื่อนลงไปขบกัดติ่งหูเล็กราวกับตั้งใจกลั่นแกล้ง หม่าเจี่ยซินที่ตัวชาวาบเป็พักๆ รู้สึกอ่อนเพลี้ยไปทั้งตัว นางจึงหลุดเสียงอันน่าอายออกมาอย่างอดไม่ได้ แล้วนั่นก็ยิ่งเร้าอารมณ์ของเหอชางให้ร้อนรุ่มเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ซินซิน”
จุมพิตไปทั่วลำคอของนางแล้ว เหอชางก็ชะงักไปอย่างน่างสงสัย เสียงของเขาที่เอ่ยชื่อของนางทั้งแหบทั้งต่ำจนหม่าเจี่ยซินไหวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งอก
“ข้าทำมากกว่านี้ได้หรือไม่”
ในห้องนั้นมืดเกินไป หม่าเจี่ยซินจึงมองไม่เห็นสีหน้าของคนที่ยกศีรษะขึ้นมาเอ่ยขอร้องนาง แล้วนางก็นิ่งไปเมื่อได้ยินคำขอนั้น อารมณ์ด้านในที่แตกตื่นและตื่นเต้นไหวกระเพื่อมราวกับมีคลื่นพายุซัดสาดไปมา
“ไม่ได้รึ เช่นนั้นข้าขออยู่เช่นนี้สักพัก”
ใบหน้าของเขาแนบลงบนอกของนางที่มีเพียงผ้าของเสื้อนอนตัวบางกั้นเอาไว้ หม่าเจี่ยซินไม่ได้ปฏิเสธอีกทั้งยังยกแขนขึ้นมากอดเขาเอาไว้หลวมๆ นางกลืนน้ำลายและพยายามดึงสติกับอารมณ์ที่เตลิดไปไกลของตนเองกลับมา
นางคาดหวังว่าตนเองจะสามารถใช้สติเอาชนะอารมณ์ร้อนรุ่มที่กำลังลามเลียไปทั่วร่างกายได้ เพื่อไม่ให้ทุกอย่างเลยเถิดมากไปกว่านี้ แต่ความเป็จริงชัดเจนแล้วว่านางมิได้มีสติมากถึงเพียงนั้น ความปราถนาที่เกิดขึ้นจึงเอาชนะทุกเหตุผลได้อย่างง่ายดาย
_______________________________________
จะได้อุ่นเตียงไหม เอ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆ
รอติดตามตอนต่อไปเลยค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ
