นอกจากการสืบเื่หนิงเชินและการวางแผนจัดการเขาแล้ว ่นี้เจียงเฉิงยังมีเื่สำคัญอีกอย่างที่ต้องจัดการ
่นี้เขาเดินทางเข้าเมืองเป็ประจำ เขารู้ดีว่าหลังจากจัดการเื่หนิงเชินเรียบร้อยแล้ว ตัวเองก็ต้องไปจากที่นี่ แต่เขาก็รู้สึกเป็ห่วงพวกหลี่อันหรานหากต้องไป
ดังนั้น เขาต้องพยายามเตรียมการเพื่อพวกนางให้มากที่สุดก่อนที่ตัวเองจะไป
วันนี้เขาเดินทางเข้ามาในเมืองอีกครั้ง เขาตั้งใจจะเลือกม้าหนึ่งตัวจากตลาดค้าม้าเพื่อซื้อกลับไปให้หลี่อันหรานใช้ขนสินค้า ต่อไปเวลาเข้าเมืองจะได้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยแบบนั้นอีก
่นี้กิจการของหลี่อันหรานดีขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณความ้าต่อเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกก็มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ผิดจากตอนแรกที่สามารถแบกไปส่งในเมืองหลายโถด้วยตัวคนเดียว ตอนนี้นางต้องมีคนช่วยงาน แต่บางครั้งที่กลับมาก็ยังดูเหนื่อยมากอยู่ดี ดังนั้น เขาอยากซื้อรถม้าสักคันให้นางก่อนไป
เขาไม่เคยพูดเื่นี้กับนางเพราะอยากเตรียมให้อย่างลับๆ ตอนนี้เขารู้เื่หนิงเชินแล้ว รอไว้ไปจัดการสั่งสอนให้เรียบร้อย เอาให้อีกฝ่ายไม่กล้าไปรังแกหลี่อันหรานอีกก็เพียงพอแล้ว
ขณะที่เขากำลังเลือกม้าพันธุ์ดีอยู่ในตลาดค้าม้า อยู่ๆ ก็มีคนผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา “ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพจริงด้วย ในที่สุดข้าก็ตามหาท่านพบแล้ว ท่านปลอดภัยดี ท่านยังมีชีวิตอยู่”
เจียงเฉิงจำคนเบื้องหน้าได้ทันที นี่จะเป็ผู้ใดไปไม่ได้นอกจากรองแม่ทัพใต้บังคับบัญชาของเขา— ‘เจี่ยรั่วเฉิน’ แต่เขานึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาอยู่ที่นี่ เขามองไปรอบด้าน ครั้นเห็นว่าไม่ได้มีผู้ใดสนใจมากนักจึงพาเจี่ยรั่วเฉินไปยังจุดที่ไม่มีคนก่อนจะขมวดคิ้วถาม “เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? เ้ามาเพียงลำพังหรือ?”
เจี่ยรั่วเฉินส่ายหน้า “แม่นางเจียงมากับข้าด้วย นางเป็ห่วงท่านมากเช่นกัน ก่อนหน้านี้พวกข้าทราบเพียงว่าท่านออกจากเมืองหลวงไปจัดการธุระ ทว่าต่อมากลับไม่มีข่าวคราว สุดท้ายพวกข้าพยายามติดต่อท่านแล้วแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ”
“พวกข้ากังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับท่านจึงไปสอบถามผู้ใต้บังคับบัญชาที่ท่านบอกกล่าวเอาไว้ จากนั้นจึงตามหามาจนถึงที่นี่ พวกข้ารู้เพียงว่าท่านอาจอยู่แถวนี้แต่ไม่ได้มั่นใจว่าจะอยู่ที่นี่ โชคดีที่พวกข้ายังไม่ได้เดินทางจากไป ในที่สุดก็พบท่านเสียที ท่านไม่เป็อันใดใช่หรือไม่”
เจี่ยรั่วเฉินถอยหลังสองก้าว เขาจับแขนเจียงเฉิงพิจารณาไปมา ใบหน้ามีรอยยิ้มตื่นเต้นดีใจ จากนั้นดึงแขนเจียงเฉิงให้เดินไปด้วยกัน “ไปกันเถิด พวกเรากลับไปหาแม่นางเจียงกันเถิดขอรับ นางเป็ห่วงท่านมาก”
ทว่าเจียงเฉิงกลับดึงเขากลับมาพร้อมกับกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้ายังมีธุระที่ยังจัดการไม่เสร็จ ยังไปพบนางไม่ได้ อีกเื่ เ้าห้ามบอกผู้ใดทั้งนั้นว่าพบตัวข้าแล้ว”
ได้ยินดังนั้น เจี่ยรั่วเฉินจึงงุนงงเล็กน้อย “ท่านแม่ทัพ ท่านยังมีธุระอันใดอีกหรือ?”
“เป็ธุระที่สำคัญมาก ข้าจำเป็ต้องจัดการตามลำพัง ดังนั้น่นี้เ้าสามารถอยู่ในเมืองไปก่อน แต่ห้ามบอกผู้ใดเื่ที่พบตัวข้าแล้วเด็ดขาด รอให้ข้าจัดการธุระเหล่านี้เรียบร้อยแล้วจะไปหาเ้าเอง จากนั้นพวกเราค่อยเดินทางกลับเมืองหลวง”
แม้เจี่ยรั่วเฉินจะไม่รู้ว่าเจียงเฉิงมีธุระอะไรกันแน่ แต่เมื่อเห็นเจียงเฉิงมีสีหน้าจริงจังขนาดนี้ก็พยักหน้าตกลง “ท่านแม่ทัพ หากมีอันใดอยากให้ข้าทำก็สั่งมาได้เลย”
เจียงเฉิงกล่าวอย่างลังเล “ข้าจัดการตามลำพังจะดีกว่า เ้ากลับไปหาเจียงเสี่ยวเตี๋ยก่อน จำไว้ ห้ามแพร่งพรายเื่ที่พบตัวข้าแล้วเด็ดขาด อีกไม่นานข้าน่าจะจัดการเสร็จและกลับเมืองหลวงได้แล้ว”
เจี่ยรั่วเฉินพยักหน้า ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มยินดี “ข้าเห็นท่านแม่ทัพปลอดภัยดีก็เบาใจแล้ว ข้ากังวลจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับท่าน”
เจียงเฉิงไม่ได้พูดอะไรกับเจี่ยรั่วเฉินมากนัก เขามองไปรอบด้านอย่างเป็กังวลว่าจะมีคนแอบมอง จากนั้นก็ตบบ่าเจี่ยรั่วเฉิน “เอาละ เื่อื่นข้าจะยังไม่พูด รอไว้ข้าจัดการธุระเรียบร้อยแล้วค่อยว่ากัน เ้าไปก่อนเถอะ”
เจี่ยรั่วเฉินพยักหน้าอีกครั้งและประสานมือ “ท่านแม่ทัพ ข้าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมือง หากมีอันใดก็ไปหาข้าที่นั่น”
“ข้ารู้แล้ว”
ในตอนนี้เจี่ยรั่วเฉินกำลังจะจากไป เจียงเฉิงได้ร้องเรียกเขาไว้ “เ้าพกเงินมาด้วยหรือไม่?”
เจี่ยรั่วเฉินหันตัวกลับมาอย่างงุนงงและรีบนำกระเป๋าเงินของตัวเองออกมามอบให้เจียงเฉิง “ข้าพกมาเพียงเท่านี้ หากท่านแม่ทัพ้าเพิ่ม ข้าจะกลับไปนำมาให้”
เจียงเฉิงชั่งน้ำหนักเงินในกระเป๋าแล้วกล่าว “พอแล้วละ เ้ารีบกลับไปเถอะ อย่าให้ผู้ใดสงสัย”
เจี่ยรั่วเฉินประสานมือคำนับแล้วจากไป ส่วนเจียงเฉิงเดินกลับไปยังตลาดค้าม้าเมื่อครู่เพื่อซื้อม้าสายพันธุ์ดีหนึ่งตัว
ตามด้วยเลือกรถม้าอีกหนึ่งคัน เป็รถม้าแบบที่มีหลังคามุงพร้อม จากนั้นซื้ออุปกรณ์ดูแลม้า บรรทุกทุกอย่างขึ้นรถม้าแล้วขี่กลับไปยังหมู่บ้าน
หลี่อันหรานตะลึงงันเมื่อเห็นเขาขี่รถม้ากลับมา น้องชายน้องสาวต่างวิ่งไปมุงดูรอบรถม้า เพื่อนบ้านข้างเคียงก็ออกมาดูเช่นกัน
นางเดินไปหาเจียงเฉิงที่มีรอยยิ้ม เอ่ยถามเขาด้วยความสงสัยว่า “ท่านไปเอารถม้ามาจากที่ใด?”
เจียงเฉิงมองนางแล้วตอบ “รถม้าคันนี้เป็อย่างไร? ชอบหรือไม่?” เขาเริ่มอธิบายสรรพคุณของรถม้าโดยไม่รอให้นางตอบ “ม้าตัวนี้ยังหนุ่ม มีแรงเยอะ ต่อให้เ้าจะบรรทุกของบนรถม้ามากเพียงใดก็ลากไหว”
หลี่อันหรานขมวดคิ้วเดินไปดูด้านหลังรถม้าอย่างละเอียด แม้จะไม่ใช่ของที่ดีที่สุด ทว่าสำหรับหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้แล้วถือว่าดีมาก เพราะขนาดครอบครัวคนรวยยังใช่ว่าจะซื้อรถม้าไหว
นางเดินดูรอบรถม้าด้วยความพึงพอใจ แต่ก็ยังเดินกลับมาถามเขาอยู่ดี “สรุปแล้วท่านไปเอารถม้ามาจากที่ใด?”
“ก็ต้องซื้อมาอยู่แล้วสิ”
นางขมวดคิ้วมุ่น “แต่ท่านมีเงินให้ซื้อของพวกนี้ได้อย่างไร?”
“ไม่ต้องสนใจว่าข้าจะเอาเงินมาจากที่ใด เอาเป็ว่าข้าซื้อมาแล้วก็พอ ข้าขอมอบรถม้าคันนี้ให้เ้า ต่อไปเวลาเข้าเมืองจะได้ไม่ต้องเดินเท้าอีก เต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกของเ้าขายดีถึงเพียงนี้ วันหน้าอาจขายดียิ่งขึ้น ถึงเวลานั้น เ้าจะได้ใช้รถม้าลากไปส่งในเมือง ไม่ต้องจ้างให้คนมาช่วยแบกอีกแล้ว”
เดิมทีเขาคิดว่าหลี่อันหรานจะดีใจ นึกไม่ถึงว่านางจะขมวดคิ้วมองเขา “ข้าถามว่าท่านไปเอารถม้ามาจากที่ใด? หากท่านซื้อมา เช่นนั้นท่านเอาเงินมาจากที่ใด? หากท่านไม่อธิบายให้ชัดเจน ข้าก็ไม่ขอรับไว้”
เจียงเฉิงฟังแล้วหน้าบึ้งตึงทันที “เหตุใดเ้าต้องปฏิเสธ? ในเมื่อข้ามอบให้เ้า เ้าแค่รับไว้ก็พอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือ ตอนนี้คือ่เวลาที่เ้า้ารถม้ามากที่สุดมิใช่หรือ? เมื่อมีรถม้าคันนี้ ต่อไปเ้าจะได้ขายสินค้าได้มากขึ้นเรื่อยๆ จะไม่รับไว้จริงหรือ?”
หลี่อันหรานได้ยินเขากล่าวแบบนี้ก็ยิ่งสงสัยกว่าเดิม นางยอมรับว่าตัวเอง้ารถม้ามาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าการมีรถม้าจะช่วยให้นางค้าขายได้มากขึ้น แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
“แต่ข้าจะรับของจากท่านเปล่าๆ ไม่ได้ จะให้ข้ารับของที่ไม่รู้ความเป็มาได้อย่างไร”
เจียงเฉิงฟังแล้วไม่พอใจทันที “จะไม่รู้ความเป็มาได้อย่างไร มันคือของที่ข้าซื้อมาให้เ้า”
“แต่ท่านมีเงินซื้อของแบบนี้ที่ใดกัน” คำพูดสวนกลับของหลี่อันหรานทำให้เขาไปต่อไม่ถูก
