โอวหยางเทียนหัวขบคิด จากนั้นก็กล่าวว่า “ลูกจะพานางกลับไปที่จวน และมอบตำแหน่งสนมซู่เฟยให้นาง เช่นนี้ ไม่ว่าจะเจิ้งอ๋องหรือคุณชายหลงฉิน ลูกก็มีคำอธิบายดีๆ ให้เขาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เสี้ยวเหวินตี้เงียบขรึมไปชั่วครู่ “เช่นนั้น เจิ้งเฟยเอ๋อร์เล่า? เ้าตั้งใจจะแต่งสองพี่น้องตระกูลเจิ้งเข้ามาจริงหรือ”
ชั่วขณะนั้นโอวหยางเทียนหัวตอบกลับว่า “งานมงคลระหว่างลูกและเจิ้งเฟยเอ๋อร์ อีกสองวันก็จะถึงแล้ว ยามนี้หากจะให้ยกเลิกงานแต่งก็ล้วนไม่ส่งผลดีต่อทั้งชื่อเสียงของตระกูลโอวหยางและตระกูลเจิ้ง”
เสี้ยวเหวินตี้ทำเพียงมองลูกชายตน โดยไม่คิดพูดอะไร ทางด้านอวิ๋นซีเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันอยู่ด้านใน และเห็นแค่ยามที่ออกมา เสี้ยวเหวินตี้บอกกับหลงฉินว่ารัชทายาทจะพาชุ่ยเอ๋อร์ไป และให้คำมั่นต่อเขาเื่ที่จะมอบตำแหน่งสนมซู่เฟยให้นาง
เื่นี้อยู่ในการคาดเดาของอวิ๋นซีและจวินเหยียน ั้แ่โบราณนานมาในจวนของรัชทายาทจะมีหนึ่งชายาเอก สองชายารอง สามสนมซู่เฟย ส่วนที่เหลือจะเป็อนุรับใช้ในเรือนหลัง ขณะที่จวนอ๋องนั้นสามารถมีหนึ่งชายาเอก สองชายารอง สองสนมซู่เฟย
อย่างไรก็ตาม การจัดการเช่นนี้ หลงฉินไม่ได้รู้สึกอะไร เขาเพียงพูดเรียบๆ “เื่นี้ คงต้องให้เจิ้งอ๋องมาร่วมปรึกษา อย่างไรเสียนางก็เป็บุตรสาวของเขา”
หลังจากที่อวิ๋นซีและจวินเหยียนกลับถึงจวน ชายหนุ่มก็เห็นมุมปากนางโค้งขึ้น จึงอดที่จะถามเสียงเบาไม่ได้ “อยากไปดูความครื้นเครงที่จวนเจิ้งอ๋องสักหน่อยหรือไม่? ”
นางลูบท้องของตนเบาๆ ยิ้มถาม “ได้หรือ? ”
การลอบเข้าไปในจวนผู้อื่น ในอดีตตัวนางเองก็ทำมาไม่น้อย แต่ตอนนี้ทุกสิ่งไม่เหมือนเมื่อก่อน ตัวนางกำลังตั้งครรภ์ หากเป็เมื่อก่อนก็แค่ตัวคนเดียว ไม่ต้องกลัวเลยสักนิดว่าจะถูกคนค้นพบเข้า
จวินเหยียนพยักหน้ารับ “ได้แน่นอน”
ไม่นาน จวินเหยียนก็พาอวิ๋นซีลอบเข้าไปในจวนเจิ้งอ๋อง อีกทั้ง เขายังสามารถหาเรือนของเจิ้งอ๋องเจอได้ภายในเวลาอันสั้น คนทั้งสองจึงพากันแอบอยู่มุมหนึ่งหลังม่านกั้นลม และในตอนนั้นเอง จู่ๆ ประตูเรือนก็ถูกเปิดออก ชายาเจิ้งอ๋องเดินเข้ามาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด เมื่อมาถึงด้านในก็ไม่พูดไม่จา ลากบุรุษที่กำลังนอนกลางวันอยู่บนเตียงลงมาทันที
วันนี้นางเดินทางไปชมการบรรเลงเพลงพิณของคุณชายหลงฉินกับคนอื่นๆ มิคาดจะได้ยินข่าวที่ทำให้คนตกตะลึงเพียงนี้ บุรุษสมควรตายผู้นี้ถึงกับมีอนุอยู่ด้านนอก ส่วนลูกสาวที่ให้กำเนิดออกมาก็ยังโตเพียงนี้แล้วด้วย
คนให้กำเนิดลูกสาวก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้กลับไปมีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับรัชทายาทอีก นี่ นี่จะมิใช่เป็การตบหน้าเฟยเอ๋อร์ของนางหรือ?
เจิ้งอ๋องถูกลากลงมาบนพื้น เมื่อล้มลงเจ็บก็ส่งเสียงร้อง “เ้าเป็บ้าอะไรขึ้นมาอีกแล้ว? เปิ่นหวางนอนหลับอยู่ นี่เ้าคิดอันใด”
เมื่อชายาเจิ้งอ๋องได้ยินก็หัวเราะหึหึเ็า จากนั้นจึงบิดหูเจิ้งอ๋องแล้วพูดว่า “เ้าคนสารเลว ท่านถึงกับเลี้ยงสตรีอื่นไว้ด้านนอก ทั้งยังให้กำเนิดนังชั้นต่ำออกมาอีก”
ขณะที่เจิ้งอ๋องเมื่อได้ยินเช่นนั้น ในใจก็ได้แต่พร่ำบอกว่า ไม่ดีแล้ว ไม่ดีแล้ว หรือว่าเื่ที่ตนทำอยู่ด้านนอกจะถูกนางรู้เข้า?
“พระชายา เื่นี้เ้าไปฟังมาจากที่ใด เปิ่นหวางเลี้ยงอนุไว้ด้านนอกั้แ่เมื่อใดกัน นี่ข้าถูกใส่ร้ายชัดๆ ” เจิ้งอ๋องมีท่าทีราวกับถึงตายก็จะไม่ยอมรับ ห้ามยอมรับเด็ดขาดว่าตนมีลูกสาวลูกชายอยู่ด้านนอก
ในตอนนี้เองที่โจวิ่เห็นว่าจนถึงบัดนี้แล้วสามีก็ไม่คิดจะยอมรับ นางตั้งใจจะตบอีกฝ่ายสักทีหนึ่ง แต่เป็เจิ้งอ๋องที่คร้านจะพูดความจริงกลับจับมือนางไว้โดยแรง เขาพูดต่อ “เอาละ เ้าอย่ามาทำเป็ไม่ยอมจบไม่ยอมสิ้นอยู่ตรงนี้อีกเลย ก็แค่อนุคนหนึ่ง ก็แค่บุตรสาวนอกสมรสคนหนึ่งมิใช่หรือ หากตัวเ้าไม่ใช่พวกช่างริษยาเช่นนี้ เปิ่นหวางจักต้องเลี้ยงพวกเขาไว้ด้านนอกหรือ? ”
ฮูหยินเจิ้งคิดไม่ถึงว่าบุรุษผู้นี้ยังจะกล้าเถียงข้างๆ คูๆ ราวกับตนมีเหตุผลดี นางหัวเราะหึหึอย่างเ็า “ข้าช่วยให้กำเนิดบุตรสาวบุตรชายแก่ท่านตั้งมากมาย ยามนี้ท่านก็ยังไม่พอใจอีก อย่าลืมนะ ที่ตัวท่านมีทุกอย่างในวันนี้ได้ ใครเป็ผู้มอบให้”
เจิ้งอ๋องที่เดิมทียังมีท่าทีหวาดกลัวพลันแปรเปลี่ยนไปแทบจะในทันที เขาเดินไปหาชายาเจิ้งอ๋องช้าๆ ทั้งร่างปรากฏกระไอเหี้ยมโหด “โจวิ่ คำพูดของเปิ่นหวาง เ้าลืมไปหมดแล้วหรือ เื่ที่ควรลืม ให้ดีที่สุดเ้าก็ควรลืมไปเสีย มิเช่นนั้น เปิ่นหวางก็ไม่เสียดายที่จะเปลี่ยนชายา”
เมื่อชายาเจิ้งอ๋องโจวิ่ได้ยินก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา นางโกรธจนเปลี่ยนสีหน้า “ท่านว่าอะไรนะ ท่านคิดจะเปลี่ยนชายา? ” หมัดหนักๆ ของนางทุบลงไปบนร่างของเจิ้งอ๋องอย่างรุนแรง “เ้าคนสารเลว ท่านบอกข้ามา ท่านยังคิดถึงนังชั้นต่ำอวิ๋นเสี่ยวหูนั่นอยู่ใช่หรือไม่ ท่านถึงได้มีความคิดที่จะเปลี่ยนชายา ข้าจะบอกท่านให้นะ ชาตินี้ท่านไม่จำเป็ต้องคิดถึงเื่นี้อีกแล้ว อวิ๋นเสี่ยวหูตายไปแล้ว ทั้งยังตายไม่เหลือร่างอีกด้วย”
โจวิ่คาดไม่ถึงสักนิด ตนเองที่แค่พูดความจริงออกไปกลับจะถูกสามีตบอย่างรุนแรงจนล้มลง มุมปากนางมีรสคาวเืจางๆ ทว่าจู่ๆ นางก็หัวเราะหึหึขึ้นมา “เจิ้งอวี้เชียน ท่านตบข้า ตบข้าเพราะคนที่ตายไปแล้วคนเดียว”
เจิ้งอ๋องเดินไปถึงข้างกายนาง ย่อกายลงนั่งยองๆ แล้วบีบคางนางอย่างแรง เขาพูด “หากเ้าไม่กล่าวถึงนางต่อหน้าเปิ่นหวาง บางทีเปิ่นหวางอาจจะไม่โกรธ ไม่ลงไม้ลงมือเช่นนี้ โจวิ่ เ้าอย่าคิดว่าเปิ่นหวางไม่รู้นะว่า การตายของเสี่ยวหูเกี่ยวข้องกับเ้า เื่ในตอนนั้น หากไม่ใช่เ้าที่วางแผนชั่วร้ายอยู่เื้ั นางย่อมไม่มีทางะโน้ำฆ่าตัวตายเช่นนั้น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็เพราะเ้า เ้าสังหารสตรีที่เปิ่นหวางรักมากที่สุดในชาตินี้”
สตรีที่รักมากที่สุดในชาตินี้
โจวิ่ไม่คิดว่า จนถึงตอนนี้แล้วเขาก็ยังมีหน้ามาบอกว่าสตรีที่ทรยศเขาผู้นั้นเป็สตรีที่เขารักมากที่สุดในชาตินี้ แล้วตัวนางที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อเขาเล่า? เหตุที่เขามีสถานะอย่างในทุกวันนี้ได้ล้วนเป็ความยากลำบากของนางทั้งสิ้น หากปราศจากนาง ชั่วชีวิตนี้เขาคงเป็ได้แค่คนที่ต้องหลบอยู่ในมุมมืด ไม่อาจออกมาสู่สาธารณชนได้ คิดไม่ถึงว่า ตอนนี้ตำแหน่งเขามั่นคงแล้ว มีอำนาจแล้วจะถึงกับข้ามแม่น้ำรื้อสะพาน [1] ?
เจิ้งอ๋องมองโจวิ่ ถามด้วยเสียงเ็า “แค้นเปิ่นหวางหรือ? โจวิ่ เปิ่นหวางจะบอกเ้าให้นะ เปิ่นหวางชิงชังในตัวเ้า สิบกว่าปีมานี้ เปิ่นหวางแค้นเ้ามาตลอด รู้หรือไม่เหตุใดยามเปิ่นหวางอยู่บนเตียงถึงได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เ้ารู้สึกดี? นั่นก็เพราะว่า ในใจของเปิ่นหวางเห็นเ้าเป็เสี่ยวหู หากมิใช่เช่นนั้น เปิ่นหวางก็คงทำไม่ลงจริงๆ ”
คำพูดนี้ ทุกถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยล้วนน่ากลัวและโหดร้ายราวกับเป็มีดแหลมคมด้ามหนึ่งที่กำลังแทงหัวใจของโจวิ่ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างบ้าคลั่ง บุรุษของนางเห็นนางเป็เพียงตัวแทนของคนที่รักมาโดยตลอด
“ตอนนั้น เ้าให้คนบนเรือชักนำเปิ่นหวางออกมา ทั้งยังสั่งคนให้ไปลบหลู่เสี่ยวหู บังคับใจนาง สุดท้ายเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของตนไว้ คนถึงกับต้องฆ่าตัวตาย เ้ารู้หรือไม่ เปิ่นหวางแค้นเ้ามากเพียงไร? ข้าแค้นเ้า และคิดว่าเ้าเป็นังชั้นต่ำที่สมควรตายมากที่สุด ไม่รู้เพราะเหตุใด คนที่ตายในครั้งนั้นถึงไม่ใช่เ้า แต่เป็เสี่ยวหู” เจิ้งอ๋องกดศีรษะนางอย่างรุนแรงจนแนบลงกับพื้น
เมื่ออวิ๋นซีเห็นฉากนี้ก็ชะงักค้างไปทั้งร่าง อวิ๋นเสี่ยวหูที่สองคนนั้นพูดถึงคือมารดาของนางหรือ? ถึงกระนั้นนางก็พอจำได้ บิดาอวิ๋นเคยพูดว่า มารดาเองก็แซ่อวิ๋นเช่นกัน หากเป็เช่นนี้ ตามที่เจิ้งอ๋องพูด ตอนนั้นคนที่ทำให้มารดาต้องตายก็คือโจวิ่?
จวินเหยียนรับรู้ได้ว่าคนข้างกายชะงักค้างไป เขารีบดึงคนเข้ามาในอ้อมแขน จุมพิตหน้าผากนาง และปล่อยให้นางดูต่อไป อย่างไรเสียตัวเขาเองก็คิดไม่ถึงแม้แต่น้อยว่า การมาที่นี่จะทำให้ได้ข้อมูลมากเพียงนี้
โจวิ่หัวเราะฮ่าฮ่า “ความบริสุทธิ์? เจิ้งอวี้เชียน ท่านลองถามใจตนเองดูเถิด แล้วช่วยบอกข้าที อวิ๋นเสี่ยวหูไม่ได้รักท่าน นางหนีตามผู้อื่นไปนานแล้ว นางทิ้งท่านไปนานแล้ว แต่ท่านกลับยังคิดว่า นางทำเพื่อปกป้องความบริสุทธิ์ของตนเองงั้นหรือ คนชั้นต่ำเยี่ยงนางจะยังมีความบริสุทธิ์อันใดให้รักษากัน? ”
————————————————————————————————
เชิงอรรถ
[1] ข้ามแม่น้ำรื้อสะพาน(过河拆桥)หมายถึง เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้วก็ละทิ้งผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือ
