ไม่รู้ว่าผู้มาเยือนเป็ศัตรูหรือมิตร? หลิวจือเฮ่าส่งสัญญาณให้ชายชราช่วยพยุงเขาด้วยสายตา
ชายชราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากค่อยๆ ประคองหลิวจือเฮ่าให้ลุกขึ้นนั่ง
หลิวจือเฮ่าไม่สนใจกลัวาแฉีก ลุกขึ้นไปหยิบคันธนูและลูกธนูที่หลี่ชิงหลิงวางไว้บนพื้น จากนั้นไปถึงปากถ้ำภายในพริบตา
นี่เป็ครั้งแรกที่หลี่ชิงหลิงได้เห็นกังฟู ทำให้นางเบิกตากว้าง
เขายังาเ็อยู่ด้วย ถ้าเขาไม่าเ็จะไม่สุดยอดกว่านี้หรือ?
หลี่ชิงหลิงยังคิดแบบนี้ เด็กๆ ก็คงรู้สึกยิ่งกว่า พวกเขามองหลังหลิวจือเฮ่าด้วยดวงตาเป็ประกาย เผยแววชื่นชม
หากพวกเขาเรียนกังฟู พวกเขาจะสามารถปกป้องพี่สาวน้องสาวได้
ในขณะที่คิด สายตาที่มองหลิวจือเฮ่าก็ยิ่งร้อนแรงกว่าเดิม ต่างปรารถนาที่จะเรียนรู้กังฟูจากปรมาจารย์เสียเดี๋ยวนี้
แม้หลิวจือเฮ่าจะรู้สึกว่ามีหลายสายตาจ้องมา แต่เขาก็ไม่สนใจและมองข้างนอกต่อไป
หลังจากนั้นไม่นาน คนสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นข้างนอก ทันทีที่เขาเห็นสามคนนั้น ท่าทางตึงเครียดของเขาก็ผ่อนคลายลง
คนของเขามาแล้ว
เขาผิวปากใส่ทั้งสาม
ทันทีที่ทั้งสามคนได้ยิน ดวงตาก็เป็ประกาย ก่อนจะหันมองที่มาของเสียง
"คนของข้ามา" พูดจบ หลิวจือเฮ่าขอให้ชายชราช่วยพยุงเขาออกจากถ้ำ ทันทีที่เขาปรากฏตัว ทั้งสามคนก็คุกเข่าข้างหนึ่งแล้วร้องเรียกนายท่าน
หนึ่งในนั้นถามอย่างกระวนกระวาย "นายท่านาเ็หรือ?” เขาจมูกไวได้กลิ่นเื
"อืม ต้องพักที่นี่สองสามวัน" หลิวจือเฮ่าพยักหน้า "เล่าสถานการณ์มา"
เมื่อชายชราได้ยินก็รู้ว่าไม่ใช่สิ่งที่ตนสามารถฟังได้ เขาเชิดคางเรียกหนึ่งในนั้นมา "มาช่วยพยุงเ้านายพวกเ้าหน่อย เขาาเ็หนัก ยืนยังไม่ค่อยจะไหว”
เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยพยุงหลิวจือเฮ่า ชายชราก็รีบกลับไปที่ถ้ำ
ยิ่งเขารู้มากเท่าไรก็ยิ่งตายเร็วเท่านั้น เขายังอยากมีชีวิตต่ออีกหน่อย จึงไม่อยากได้ยินความลับมากนัก
“นายท่าน สภาพแวดล้อมที่นี่ไม่ดี ท่านควรออกจากที่นี่และไปพักฟื้นที่อื่น!” ผู้ใต้บังคับบัญชาที่พยุงหลิวจือเฮ่าเกลี้ยกล่อมพลางขมวดคิ้ว
หลิวจือเฮ่าส่ายหัว "ที่นี่ปลอดภัย" สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็เ็าในทันที "น่าจะมีคนทรยศเผยที่อยู่ข้า" มิฉะนั้นคนอื่นคงไม่อาจรู้ความลับของเขา
เมื่อทั้งสามคนได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาก็จริงจังขึ้นมา
หากเป็เช่นนั้นจริง คงกลับไปไม่ได้แล้วจริงๆ
“สถานการณ์ข้างนอกเป็อย่างไร”
ทั้งสามพยักหน้าและเล่าสถานการณ์ทั้งหมดเสียงเบา
หลังจากฟัง หลิวจือเฮ่าก็รีบออกคำสั่ง
"นายท่าน ให้อั้นเตี้ยนอยู่ปกป้องท่านที่นี่เถอะ! ตอนพวกข้ามาเห็นทหารของาาหนานเยี่ยน เกรงว่าพวกเขาจะ..."
"ใช่แล้ว นายท่าน ให้อั้นฮั่วกับอั้นเหลยไปจัดการ ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องท่านเอง"
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลิวจือเฮ่าก็พยักหน้า มีคนป้องกันที่นี่จะปลอดภัยกว่า
“ส่งข้อความถึงอั้นเฟิง ให้เขาจับตาดูเมืองหลวง ถ้ามีอะไรผิดปกติให้ส่งข่าวมาทันที”
"รับทราบ"
"ไปเถอะ!"
“พวกข้าขอตัว”
หลังจากที่อั้นฮั่วกับอั้นเหลยจากไป หลิวจือเฮ่าก็ให้อั้นเตี้ยนไปหาอาหารมา อั้นเตี้ยนพยักหน้า เมื่อหลิวจือเฮ่าขอให้ชายชราออกมาพยุง เขาพลันหายตัวไป
ชายชราช่วยหลิวจือเฮ่ากลับไปที่ถ้ำและประคองนอนลงบนเสื่อ แต่ค้นพบว่าาแของเขาเปิดออกและมีเืไหลซึม
“สร้างปัญหาจริงๆ” ชายชรากลอกตาใส่หลิวจือเฮ่า ดุเขา จากนั้นก้มหัวแก้ผ้าพันแผล “จือโม่ ช่วยบดหญ้าห้ามเืมาหน่อย”
หลิวจือโม่ตอบรับ เตรียมพร้อมไปบดหญ้าห้ามเื แต่เด็กชายสามคนเริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว
เด็กชายทั้งสามบดหญ้าห้ามเืแล้วจึงเอาไปให้ชายชรา พวกเขาดูชายชราใช้หญ้าห้ามเืและผูกแถบผ้าอีกครั้งจึงคุยหลิวจือเฮ่า
“นายพล ท่าน... เก่งศิลปะการต่อสู้มากใช่ไหม?” หลิวจือเยี่ยนถามอย่างกล้าหาญ ขณะที่หลี่ชิงเฟิงและต้าเหอบิดมุมเสื้ออยู่
หลิวจือเฮ่ามองลูกพี่ลูกน้องที่คล้ายลุงคนที่สี่อยู่มากแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน "ก็พอได้” หลังหยุดเล็กน้อยก็พูดต่อ "อย่าเรียกข้าว่านายพล เรียกข้าว่าพี่จื่อเหิงเถอะ"
หลิวจือเยี่ยนกลืนน้ำลายและเรียกพี่จื่อเหิง
“อืม อยากจะคุยอะไรหรือ”
“คือว่า… ท่านช่วยสอนศิลปะการต่อสู้ให้เราหน่อยได้ไหม?” หลิวจือเยี่ยนเกาหัวด้วยความเขินอายเล็กน้อย “เราอยากเรียนศิลปะการต่อสู้เพื่อปกป้องพี่สาวและน้องสาวของเรา”
ถ้าได้เรียนรู้แล้ว พวกเขาก็จะไม่กลัวคนเลวเ่าั้ และไม่ต้องให้พี่เสี่ยวหลิงปกป้องอีก
หลิวจือเฮ่ารู้สึกอิจฉาความสัมพันธ์ระหว่างเด็กเหล่านี้เล็กน้อย เขาไม่ได้ตกลงทันที เขาพูดเพียงว่าศิลปะการต่อสู้นั้นยากมาก หากเริ่มแล้วเขาจะไม่ยอมให้พวกเขายอมแพ้กลางทาง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทั้งสามก็รีบบอกว่าตนไม่กลัวความลำบาก จะตั้งใจเรียนอย่างแน่นอน
“เอาล่ะ พรุ่งนี้เช้าตื่นแล้วฝึกหม่าจาปู้หนึ่งชั่วโมง”
"ขอรับ"
ทั้งสามคนพยักหน้าอย่างตื่นเต้นและวิ่งไปเทน้ำ หวังเคารพหลิวจือเฮ่าเป็อาจารย์ แต่ถูกหลิวจือเฮ่าห้าม บอกว่าตนอยู่ที่นี่ไม่นานนัก คงสอนได้ไม่มากจึงไม่รับเป็ศิษย์
รับลูกพี่ลูกน้องตัวเองเป็ลูกศิษย์ ถ้าปู่รู้เข้า เขาต้องโดนทุบอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกับ หลี่ชิงหลิงต้มแกงจืดไก่เสร็จแล้ว นางตักหนึ่งชามให้หลิวจือเยี่ยนเอาไปให้ “เอาไปให้อาจารย์ชั่วคราวของพวกเ้า ขอบคุณที่เขาช่วยสอนศิลปะการต่อสู้ให้" นางเองก็คิดจะเรียนด้วย แม้จะไม่ถึงขั้นเชี่ยวชาญก็ถือเป็การออกกำลังกาย
หลิวจือเยี่ยนขอบคุณหลี่ชิงหลิง เดินไปหาหลิวจือเฮ่าพร้อมแกงจืดไก่ด้วยรอยยิ้ม ขอให้หลี่ชิงเฟิงและต้าเหอช่วยพยุงหลิวจือเฮ่าลุกขึ้นนั่ง เขาจะป้อนแกงจืดไก่ให้อาจารย์ชั่วคราวของพวกเขา
หลิวจือเฮ่าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ข้าทำเองได้ ไม่ต้องป้อนหรอก” เขาไม่ได้าเ็หนักขนาดนั้น เขากินเองได้
เมื่อเห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของเขา หลิวจือเยี่ยนก็ทำได้เพียงยื่นชามให้และปล่อยให้เขากินเอง
ทันทีที่เขากินเสร็จ ทั้งสามก็ถามว่าอร่อยไหม จะเอาอีกไหมอย่างอดใจรอไม่ไหว
เขาไม่ได้รู้สึกอบอุ่นแบบนี้มานานแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวจือเฮ่ากว้างขึ้นเล็กน้อย เขาส่ายหัวและตอบว่าไม่ต้อง
"งั้นก็ได้!" หลิวจือเยี่ยนหยิบชามจากมือของหลิวจือเฮ่า "งั้นพี่จื่อเหิงพักผ่อนให้เต็มที่!"
หลี่ชิงเฟิงและต้าเหอวางหลิวจือเฮ่าลงอย่างระมัดระวัง คุยกับเขาอีกสองสามคำจึงจะวิ่งไปกินแกงจืดไก่
"ฝีมืออาหารของแม่หนูไม่เลวเลย ขนาดแกงจืดไก่ธรรมดาๆ ยังอร่อยมาก" ชายชรากินเสร็จก็เลียปากชื่นชม
หลี่ชิงหลิงชำเลืองมองเขา เอาไก่ในชามให้อาหวงและอาไป๋กิน “ไม่ได้กินเนื้อมานานถึงรู้สึกอร่อยไงล่ะ” หลังจากมาที่นี่ก็ไม่มีใครมีโอกาสได้กลิ่นเนื้อเลย กินโจ๊กทุกวันจนต่อมรับรสหายแล้ว
ชายชราชำเลืองมองอาหวงและอาไป๋ที่กินไก่แล้วส่งเสียงจิ๊ สัตว์พวกนี้กินเนื้อดิบไม่ใช่หรือ? ทำไมกินเนื้อปรุงสุกเอร็ดอร่อยแบบนี้
"เหมือนจะไม่ได้กินเนื้อมานานแล้วจริงๆ" ชายชราทอดถอนใจ ่แบบนี้กินอิ่มท้องก็นับว่าดีแล้ว จะไปหวังกินเนื้ออะไรอีก
พูดจบ บุคคลหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าถ้ำ ดวงตาของหลี่ชิงหลิงเปลี่ยนไป คว้าคันธนูยิงไปที่บุคคลนั้นอย่างรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวของนางเร็วมากจนหลิวจือเฮ่าไม่มีเวลาแม้แต่จะพูด
แม้ว่าอั้นเตี้ยนจะแบกสิ่งของมากมายไว้บนร่างกาย แต่ก็สามารถเคลื่อนหลบอย่างรวดเร็ว
“คนของข้าเอง” เมื่อหลี่ชิงหลิงกำลังจะยิงธนูดอกที่สอง หลิวจือเฮ่าก็พูดขึ้น
เขาไม่คิดว่าปฏิกิริยาของหลี่ชิงหลิงจะรวดเร็วขนาดยิงธนูภายในพริบตา
ไม่น่าแปลกใจที่นางและหลิวจือโม่กล้าที่จะซ่อนตัวบนูเากับเด็กๆ
นางมีความสามารถนั้นจริง
หลี่ชิงหลิงระงับความหวาดกลัวในใจ วางคันธนูและลูกธนูในมือด้วยใบหน้าที่สงบและพูดอย่างเ็า "ครั้งหน้าส่งเสียงก่อนจะดีที่สุด หากพลาดทำร้ายเขาก็อย่ามาโทษข้าล่ะ”
อั้นเตี้ยนชำเลืองมองหลี่ชิงหลิงอย่างเฉียบขาด ส่งเสียงหึและพูดเสียงเหยียด "ธนูเ้าเนี่ยนะ จะทำร้ายข้าได้” ถ้าเขาได้รับาเ็จากลูกศรของนางก็คงต้องประเมินตัวแล้ว
“อั้นเตี้ยน…” หลิวจือเฮ่าเรียกเสียงเรียบ “เื่นี้เ้าผิดจริงๆ ขอโทษแม่นางหลี่เถอะ”
เมื่อผู้เป็เ้านายส่งเสียงแล้ว อั้นเตี้ยนจึงต้องทำตาม เขาพูดขอโทษหลี่ชิงหลิงอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นเดินไปหาหลิวจือเฮ่าและวางของลง
"นายท่าน นี่ยาที่ท่าน้า” อั้นเตี้ยนหยิบของออกมาและแสดงให้หลิวจือเฮ่าดู "นี่อาหาร" เขาหยิบกล่องอาหารกลางวันออกจากห่อและเปิดให้ดู
ทันทีที่ได้กลิ่นหอมของอาหาร เด็กๆ ก็กลืนน้ำลาย
หลี่ชิงหนิงไม่สามารถทนได้อีกต่อไป นางวิ่งไปหาอั้นเตี้ยน ยื่นมือเล็กๆ ไปดึงแขนเสื้อ น้ำลายไหลถามว่ามีอะไรกินบ้าง?
อั้นเตี้ยนแข็งค้าง เขาไม่ชินกับการถูกััแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแววตาของนายท่าน เขาคงไม่สามารถควบคุมตัวเองและโยนเ้าตัวเล็กนี้ออกไปแล้ว
เขาก้มศีรษะลงชำเลืองมองเด็กน้อยด้วยสีหน้าแข็งทื่อ เมื่อเขาเห็นดวงตากลมโตที่บริสุทธิ์คู่นั้นก็ชะงักค้างไปครู่หนึ่ง "แม่หนู… ปล่อย"
เดิมทีหลี่ชิงหลิงเตรียมเรียกหลี่ชิงหนิงกลับมา แต่เมื่อนางเห็นสีหน้าแข็งค้างของอั้นเตี้ยนก็เปลี่ยนใจ
ดันทำตัวอวดดีเอง ให้น้องสาวนางสั่งสอนบทเรียนสักหน่อย
"ของอร่อย..." หัวของหลี่ชิงหนิงเต็มไปด้วยของอร่อย นางไม่สนอั้นเตี้ยนเลย “ขอดูหน่อย"
นี่เป็ครั้งแรกที่หลิวจือเฮ่าเห็นอั้นเตี้ยนหมดหนทาง รอยยิ้มฉายชัดในแววตา เขากระแอมบอกให้เอาอาหารให้หลี่ชิงหนิง
