เมื่อหยางเฉินเดินไปเคาะกระจกรถแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับอะไรออกมา
เมื่อเป็เช่นนี้หยางเฉินก็เผยให้เห็นรอยยิ้มอันลี้ลับ และแกล้งทำเป็หันไปรอบๆและกำลังจะเดินจากไป...
"หยางเฉิน!"
ทันใดนั้นประตูหลังของรถก็แง้มออกเล็กน้อยโม่เชี่ยนนีที่แก้มกลายเป็สีแดงระเรื่อ และะโชื่อหยางเฉินอย่างหงุดหงิด
หยางเฉินแกล้งทำเป็ใเขาหันไปมาก่อนกล่าวขึ้นว่า
"โย่หัวหน้าโม่ คุณอยู่ในรถจริงๆ เหรอครับ ผมก็สงสัยว่าทำไมคุณไม่มาทำงานเสียทีที่แท้ก็แอบเล่นซ่อนหาอยู่ในรถนี่เอง?"
"ซ่อนกับป้านายสิ!"โม่เชี่ยนนีที่กำลังจะบ้านั่นไม่เหลือร่องรอยของหญิงสาวอีกต่อไป เธอไม่อาจทำอย่างไรได้ ทำได้แค่ะโอย่างบ้าคลั่ง "เกิดอะไรขึ้น!ทำไมฉันถึงกลายเป็เช่นนี้ได้ ไม่มีเหตุผลเลยโว้ย ?!"
"กลายเป็อะไรครับ?"หยางเฉินเผยรอยยิ้มซุกซนนั่นทำให้ใบหน้าสวยของเธอออกอาการเขินอาย และพูดอย่างตะกุกตะกักว่า
"เอ่อ...ทำไมฉัน... ฉัน... เสื้อผ้าของฉันหายไหน?"
โม่เชี่ยนนีรู้สึกเหมือนอยู่ในฝันร้ายเดิมทีวันนี้เธออารมณ์ดีเป็อย่างมาก เพราะคำแนะนำของหยางเฉินเธอจึงสามารถแก้ปัญหาในครอบครัวได้ แต่เมื่อเธอมาถึงบริษัท ในขณะที่กำลังจะลงจากรถจู่ๆ เธอก็รู้สึกเวียนหัวง่วงนอน จากนั้นเธอก็ไม่รู้เื่อีกเลย
และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งเธอก็กลับมีสภาพเปลือยล่อนจ้อน เหลือเพียงถุงน่องสีดำอยู่เท่านั้น!
พระเ้าฉันไม่ได้เป็ตัวเอกในหนังสยองขวัญสักหน่อย แล้วนี่มันอะไรกัน พล็อตแปลกๆ แบบนี้มันช่างเหมือนพล็อตหนักสยองขวัญอย่างที่สุด!
หยางเฉินไม่ได้แกล้งเธออีกดูเหมือนว่าหัวหน้าสุดสวยของเขาจะหมดความอดทนแล้วจริงๆดังนั้นเขาจึงใจเย็นกล่าวว่า
"ถ้าคุณอยากรู้สาเหตุของเื่ทั้งหมดผมก็สามารถบอกคุณได้ แต่เื่นี้ค่อนข้างแปลกประหลาดจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเชื่อมันหรือไม่"
"บอกมาเร็ว"โม่เชี่ยนนีไม่เคยเห็นหยางเฉินจริงจังขนาดนี้มาก่อนแม้ว่าเธอจะไม่มีเสื้อผ้าใด และรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่ต้องหลบซ่อนในรถแต่เธอยังคงสงบใจได้อย่างรวดเร็ว และมองไปที่เฉินหยางผ่านรอยแง้มของประตูรถ
หยางเฉินจึงจะค่อยๆเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ให้โม่เชี่ยนนีฟัง
เื่ทั้งหมดมีอยู่ว่ามีคนชั่วกลุ่มหนึ่งพยายามที่จะขโมยของจากหยางเฉินแต่หยางเฉินนั้นไม่มีสิ่งที่พวกมัน้า แต่พวกมันกลับไม่ยอมเชื่อดังนั้นพวกมันจึงพยายามใช้คนใกล้ชิดของหยางเฉินเป็เครื่องมือต่อรองแต่พวกมันกลับไม่คิดว่าหยางเฉินจะสามารถชนะพวกมันได้อย่างง่ายได้ดังนั้นแผนการทั้งหมดจึงล้มเหลว
สำหรับเื่ที่จางฟู่กุ้ยมาที่บริษัทหยางเฉินคิดว่ามันเป็เื่ยากที่จะอธิบาย ดังนั้นเขาเลยเล่าไปว่าพวกคนชั่วตัดสินใจเลือกโม่เชี่ยนนี และหลังจากตรวจสอบแล้วภูมิหลังของเธอแล้วพวกมันก็ใช้ผู้เชี่ยวชาญในการแปลงโฉม ทำการปลอมตัวเป็โม่เชี่ยนนีและยังเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย จากนั้นก็ดึงตัวจางฟู่กุ้ยมาเพื่อสร้างปัญหาให้หยางเฉิน พวกมันไม่เพียงแต่ก่อปัญหาหนำซ้ำยังทำทีให้หยางเฉินดูเหมือนเป็คนรักของโม่เชี่ยนนีแต่เื่ก็ไม่ได้ลุกลามจนควบคุมไม่ได้เพราะหยางเฉินนำผู้หญิงที่ปลอมตัวเป็โม่เชี่ยนนีออกทางสถานการณ์นั้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากฟังหยางเฉินเล่าเื่ทั้งหมดแล้วโม่เชี่ยนนีที่เงียบมาตลอดก็ เงยหน้าขึ้นพร้อมกล่าวอย่างไม่แน่ใจว่า
"แล้วของนั่นยังอยู่ในมือนายหรือเปล่า?"
"ของอะไร?"หยางเฉินงุนงงอย่างยิ่ง
"ของที่พวกนั้น้าขโมยไปจากนายมันอยู่ในมือนายจริงๆ หรือว่านายโกหกพวกนั้นใช่มั้ย?"
หยางเฉินรีบส่ายหัวทันที"ผมไม่มีมันจริงๆ "
โม่เชี่ยนนีถามต่อว่า
"แล้วสมมติว่านายไม่สามารถเอาชนะพวกนั้นได้นายจะให้ของนั่นแลกกับตัวชั้นหรือเปล่า"
เมื่อเจอคำถามนี้เ้าไปหยางเฉินก็รู้สึกหัวใจเต้นระรัว
ฉันจะใช้ศิลาเทพเ้าแลกกับชีวิตผู้หญิงคนนี้หรือเปล่าอย่างนั้นหรือ?
"เอ่อ…ผมคิดว่าไม่จำเป็ต้องตอบนะ พวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผมอยู่แล้ว"
"ฉันถามว่าถ้าหากนายไม่สามารถเอาชนะได้ต่างหากฉัน้าให้นายตอบคำถามมาเดี๋ยวนี้!" โม่เชี่ยนนีถามหัวชนฝาใบหน้าอันแดงก่ำของเธอมีร่องรอยความเคร่งเครียด และหงุดหงิดในดวงตา
หยางเฉินจ้องมองเธออย่างเงียบๆภาพต่างๆ ปรากฏขึ้นในหัวหยางเฉิน...
รูปลักษณ์ที่สง่างามและรอยยิ้มมั่นใจเมื่อตอนคุมสอบหยางเฉิน…ความเ้าเล่ห์เพทุบายเมื่อตอนส่งเขาไปยังบริษัทอันธพาล…ใบหน้าที่น่ารักในตอนที่ได้รับเช็คที่เขานำกลับไป…ตอนที่จ้องมองหลินรั่วซีอย่างอ่อนโยนอยู่ข้างเตียง…และท่าทีอันแข็งกร้าวไม่ยอมจำนวนในตอนที่เธอถูกหลินคุนลักพาตัว...
ที่แผงขายอาหารริมถนนหญิงสาวที่ดื่มเหล้าแรงๆ พลางบอกเล่าเื่ราวที่ผ่านมาของเธอ…ความดื้อรั้นในการขัดขวางการยื้อแย่งกระเป๋าจากพ่อเลี้ยงผู้ไร้มนุษยธรรมของเธอ...
ต่อมาผู้หญิงคนนี้จู่ๆก็กอดเขา และแม้กระทั่งให้จูบที่มีรสหวานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เขา
ภาพเหล่านี้กลายเป็เหมือนหนังสั้นที่น่าจดจำในใจของหยางเฉิน
เมื่อเห็นหยางเฉินนิ่งเงียบไปสายตาโม่เชี่ยนนีก็อ้างว้างหดหู่ลงทันที
"ลืมมันเถอะถ้านายไม่อยากจะตอบก็ไม่เป็ไร..."
"ผมจะตอบ!"หยางเฉินเผยให้เห็นรอยยิ้มสดใสเขามองโม่เชี่ยนนีด้วยสายตาจริงจัง "ผมจะแลกเปลี่ยนสิ่งนั้นกับตัวคุณแต่ผมเชื่อว่าวันนั้นจะไม่มาถึงอย่างแน่นอน เพราะว่าพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผม"
โม่เชี่ยนนีรู้สึกหัวใจเต้นหัวจนถึงใบหูท่าทีของเธอกลับกลายเป็เขินอาย และในตาของเธอก็เริ่มมีของเหลวเอ่อล้นออกมา
ปัง!
ประตูรถถูกปิดอย่างรวดเร็ว
หยางเฉินตัวแข็งทื่อเป็ท่อนไม้เขากำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และรีบเคาะประตูรถทันที
"คุณโม่คุณกำลังทำอะไรน่ะครับ? คุณไม่ใช่เต่าซะหน่อยจะหดตัวเข้าไปในรถทำไม?"
"นายสิเต่า!"โม่เชี่ยนนีเปิดประตูรถอีกครั้งพร้อมทำตาขุ่นเขียวดวงตาของเธอเป็สีแดง เหมือนเพิ่งเช็ดน้ำตาออกไป
หยางเฉินจ้องตรงไปที่โม่เชี่ยนนีอย่างตั้งใจเพราะครั้งนี้เธอเปิดประตูออกมากว้างกว่าปกติ เผยให้เห็นรูปร่างอันเย้ายวน
แม้ว่าแสงไฟในรถจะน้อยมากก็ตามแต่ผิวอันผิวเรียบเนียนที่ขาวดั่งหิมะก็ยังเด่นสง่าซาลาเปาสองลูกของเธอนั้นมีขนาดใหญ่เปี่ยมเช่นผลไม้สุกด้านล่างเอวกลมมนแน่นมีเสน่ห์ ขายาวของเธอก็เรียวงาม
เรือนร่างของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเฉียงเวยเลยหยางเฉินแอบในใจ
โม่เชี่ยนนีเห็นดังนั้นเธอก็ร้องออกมาเสียงดัง และรีบปิดประตูรถไป พร้อมเสียงะโจากภายในรถว่า"หยางเฉินรีบหาเสื้อผ้าของฉันเร็ว! ไอ้ลามกไอ้บ้ากาม!!"
หยางเฉินสั่นสะท้านอารมณ์ของผู้หญิงคนนี้ก็ยังคงเป็เช่นเคย ช่างไม่น่ารักเอาเสียเลยเธอคิดว่าเธอจะท้องหลังจากการถูกมองเพียงครั้งเดียวหรือยังไงกัน?
หยางเฉินส่ายหัวถอนหายใจออกมา เขาลังเลเล็กน้อย มันไม่ได้เพียงแค่ชิ้นสองชิ้นแต่มันรวมถึงชุดชั้นในกางเกงในด้วยที่เขาจะต้องไปซื้อมา
แต่ทันใดนั้นเองโม่เชี่ยนนีเปิดประตูมาอีกครั้งพร้อมกับโยนกุญแจออกมาข้างนอก
"เปิดท้ายรถมันมีเสื้อผ้าอยู่ นำมันมาให้ฉัน" โม่เชี่ยนนีกล่าวอย่างหงุดหงิด
ได้ยินดังนั้นหยางเฉินก็รีบวิ่งไปด้านหลังรถทันทีและเมื่อเปิดหลังรถออกเขาก็พบเสื้อผ้า นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกว่าเธอทำงานหนักจริงๆถึงกับเตรียมเสื้อผ้าไว้เปลี่ยนเชียวหรือ?
หลังจากนำกระเป๋าเสื้อผ้ามาวางไว้ข้างประตูรถ โม่เชี่ยนนีก็กล่าวว่า "ถอยหลังและหันไปทางอื่นฉันจะหยิบกระเป๋า"
หยางเฉินเดินถอยห่างอย่างว่าง่ายจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตู
เมื่อคิดว่าสาวสวยกำลังใส่เสื้อผ้าห่างจากเขาเพียงหกเมตร เขาก็พยายามอดทนอดกลั้นไว้!
หลังจากนั้นสิบนาทีโม่เชี่ยนนีก็เปิดประตูรถและเดินออกมา เธอสวมสูทสีเทา ข้างในเป็เสื้อลายดอกไม้สีขาวผมของเธอถูกรวบขึ้นกลายเป็สาวมั่นและมีเสน่ห์ตามเดิม
โม่เชี่ยนนีมองหยางเฉินแปลกๆแต่เธอก็ไม่ได้พยายามที่จะหลบสายตาประสบการณ์หลายปีของเธอสอนให้เธอรู้จักควบคุมจิตใจ แม้จะถูกหยางเฉินเห็นร่างเปลือยแต่เธอยังคงพูดอย่างอารมณ์ดีว่า
"ขอบคุณ"
หยางเฉินไม่กล้ารับคำถ้าไม่ใช่เพราะเขา เธอก็ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้เขาเพียงส่ายหัวอย่างเชื่องช้าสั่นพร้อมกล่าวว่า "ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับต้องขอบคุณ์ต่างหาก ที่ทำให้คุณไม่เกลียดผม"
โม่เชี่ยนนีจ้องหน้าหยางเฉินพลางถามว่า
"ก่อนหน้านี้นายบอกว่าจางฟู่กุ้ยมาที่บริษัท แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน"
"ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาสมควรอยู่ในโรงพยาบาล มีอะไรหรือครับ เขากับคุณไม่ได้ตกลงกันแล้วงั้นหรือ?"
"ตามคำแนะนำของนายฉันจึงโกหกแม่ว่าจางฟู่กุ้ยอยากจะหย่ากับเธอ เป็ดังที่นายว่าเธอไม่ได้โกรธหรือเสียใจอะไรเลยดังนั้นฉันจึงเชื่อได้ว่าแม่ไม่ได้รักจางฟู่กุ้ยจริงๆ"
"แล้วคุณให้จางฟู่กุ้ยเซ็นใบหย่าหรือยัง?"
"ฉันมีหลักฐานที่นายให้ไว้ตอนไปสถานที่ก่อสร้างเขาไม่เซ็น เขาก็จะต้องติดคุก เขาไม่มีทางเลือกใดๆ แล้ว" โม่เชี่ยนนีหัวเราะอย่างเ็า"แม้ว่าเขาจะมาที่นี่เพื่อกดดันฉันแต่วันนี้ฉันจะไปโรงพยาบาลและบอกเขาว่า ถ้าทำอย่างนี้อีกได้ขึ้นศาลกันแน่"
"วิธีนี้ช่างดีงาม"
สมแล้วที่โม่เชี่ยนนีเป็ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จเธอช่างเด็ดขาดและรวดเร็ว หยางเฉินลูบคางคิดในใจพลางถามว่า
"แล้วจะทำอย่างไงต่อเรากลายเป็คู่รักกันแล้วตอนนี้ มันจะส่งผลต่อชื่อเสียงของคุณหรือเปล่า?"
โม่เชี่ยนนีมีท่าทีเขินเล็กน้อยกล่าวด้วยเสียงอันเบาว่า "ไม่เป็ไร..."
"ไม่เป็ไรได้ไงผู้ชายอย่างผมไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว แต่สาวสวยอย่างคุณจะเสียหายเอาได้นะ"หยางเฉินกล่าวอย่างจริงจัง
โม่เชี่ยนนีเม้มริมฝีปากกล่าวว่า"ก่อนหน้านี้นายบอกว่านาย ''จะ''ดังนั้นฉันจึงไม่เป็ไร"
หยางเฉินจับต้นชนปลายไม่ถูกเขาไม่ทราบว่าเธอหมายถึงอะไร?
ดูเหมือนโม่เชี่ยนนีเองก็ไม่้าอธิบายอะไรเธอเดินออกจากลานจอดรถไปทันที แต่เมื่อผ่านไปไม่กี่ก้าวเธอก็หยุดเดินแล้วหันมากล่าวกับหยางเฉินว่า
"หยางเฉินเมื่อแม่หย่ากับจางฟู่กุ้ยแล้ว ฉันจะหาเวลาพาเธอมาอยู่ที่นี่ เมื่อถึงเวลานั้นฉันอยากให้นายไปรับแม่กับฉัน แล้วนายก็ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!" พูดจบเธอก็เดินจากไปอย่างสง่างาม
หยางเฉินยืนแข็งทื่อส่วนเธอเดินจากไปอย่างเดียวดาย และทันใดนั้นเขาก็คิดถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้...
ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีนักข่าวชื่อดังในสหรัฐอเมริกาได้สัมภาษณ์หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ฉลาดที่สุดในโลกสตีเฟ่น ฮอว์คิง เขาถามฮอว์คิงว่าอะไรในโลกนี้ที่อัจฉริยะอย่างคุณนั้นไม่สามารถที่จะเข้าใจได้?
ฮอว์คิงซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นคนพิการตอบอย่างไม่ลังเลว่า "ผู้หญิง"
