ครั้งนี้เป็ครั้งที่สองที่หยางเฉินเห็นหลินรั่วซีปรากฏตัวพร้อมกับชายหนุ่ม ในครั้งแรกดูเหมือนจะเป็รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของหลินรั่วซี เฉิงซินหลิน แน่นอนว่าเหมือนกับครั้งก่อน เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มผู้นั้นกลับปรากฏตัวต่อหน้าหยางเฉินอย่างฉับพลัน และโค้งคำนับกล่าวอย่างนุ่มนวลถ่อมตนว่า "สวัสดีครับ ผู้อำนวยการหยาง"
หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจปนสงสัย "นายคือ?..."
"ผมหลี่ิ แผนกรักษาความปลอดภัยของอวี้เหล่ย วันนี้ผมจะเป็คนขับรถให้เป็ผู้อำนวยการหยางครับ" หลี่ิกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
อวี้เหล่ยเป็บริษัทั์ใหญ่ แม้หลินรั่วซีจะบอกว่าเธอมีบริษัทรักษาความปลอดภัยอีกหนึ่งบริษัท หยางเฉินก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร และเมื่อหลี่ิบอกว่าเขาเป็ตัวแทนขับรถ หยางเฉินจึงเข้าใจได้ในทันที
คืนนี้เป็งานการกุศลขนาดใหญ่นอกเหนือจากการประมูลของแล้ว จะมีงานปาร์ตี้เต้นรำ แน่นอนว่าถ้าเมาแล้วขับและเกิดถูกตำรวจจับขึ้นว่า คนผู้นั้นจะต้องเสียหน้าอย่างมาก
หยางเฉินมองเข้าไปในรถ และเห็นหลินรั่วซีนั่งอยู่นิ่งๆ ดูเหมือนเขาจะเข้าใจผิดไปเองว่าหลี่เมิงถูกเรียกมาเพื่อขับรถให้เขาโดยเฉพาะ
หลี่ิเปิดประตูให้หยางเฉิน จากนั้นกลับไปนั่งตำแหน่งคนขับ ขับรถมุ่งหน้าออกจากบริษัทไปทันที
หยางเฉินเหลือบมองหลินรั่วซีที่ยังคงมีท่าทีเ็าจากทางด้านข้าง วันนี้หลินรั่วซีมีสีหน้าค่อนข้างอ่อนล้า อาจเป็เพราะโหมทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน
"คุณนี่รอบคอบจริงๆ ที่นำคนขับรถมาด้วย" หยางเฉินพยายามชวนคุย
หลินรั่วซีเหลือบมองหยางเฉินอย่างเบื่อหน่าย ต่อให้เธอใช้นิ้วเท้าคิดก็ยังรู้ว่าที่หยางเฉินโทรหาในตอนเช้านั้นเพราะเขาเองก็ไม่ได้กลับบ้านเช่นกัน
"คิดว่าฉันจะเหมือนนายหรือไง?"
"อะไรเหรอครับ?"
"ฉันไม่ทำตัวสำส่อนแบบนาย" หลินรั่วซีกล่าวตรงไปตรงมา
หยางเฉินตกตะลึงไปเล็กน้อย เขาบังเอิญสบตากับหลี่ิที่มองมาทางกระจกหลังพอดี จากนั้นจึงหันไปกระซิบกับหลินรั่วซีว่า
"ไหนคุณบอกว่าเราไม่ควรพูดเื่ส่วนตัวในที่สาธารณะไงครับ"
หลินรั่วซีหัวเราะในลำคอกล่าวว่า
"นายกล้าทำ แต่ไม่กล้ารับอย่างนั้นเหรอ ฉันมั่นใจว่าหลี่ิจะไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น"
หยางเฉินเงียบปากไปในทันที หลินรั่วซีน่ากลัวขึ้นทุกวัน หยางเฉินสังเกตเห็นเหงื่อของหลี่ิไหลพราก หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น
หลี่ิในตอนนี้รู้สึกผิดพลาดอย่างมหันต์ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ยินความลับของซีอีโอในครั้งแรกของการขับรถ แต่เพื่อหน้าที่การงานและปากท้องแล้ว สิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้คือกลืนทุกอย่างที่ได้ยินมาลงกระเพาะให้หมด!
รถเบนท์ลีย์ไม่ได้มุ่งหน้าไปที่อื่น แต่กลับไปมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านสวนหลงจิ่ง ตามกำหนดการของหลินรั่วซีจะต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านก่อน จากนั้นก็ต้องเปลี่ยนรถใหม่ เพราะงานในวันนี้สำคัญอย่างยิ่ง ทุกอย่างจึงต้องดูดีเพียบพร้อมทั้งคนทั้งรถ
หยางเฉินเข้าไปในห้อง หยิบเสื้ออาร์มานี่คอต่ำมาสวม ผูกโบสีแดงที่ปกเสื้อ หวีผมอย่างง่ายๆ ชายหนุ่มก็ดูเปลี่ยนเป็คนละคน
หลังจากนั่งรอที่ชั้นล่างประมาณสี่สิบนาที หลินรั่วซีปรากฏตัวขึ้นอย่างสง่างาม เธอเยื้องกรายลงจากบันไดอย่างช้าๆ
เห็นดังนั้นหยางเฉินก็เตรียมจะปริปากบ่นว่ารอนานขึ้นทันที แต่สายตากลับไม่สามารถละไปจากหลินรั่วซีได้ ชุดราตรีสีดำสุดหรูหราพร้อมด้วยเครื่องประดับราคาแพง ขับเน้นความงดงามให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
โดยปกติหลินรั่วซีใส่ชุดนอนและชุดทำงานที่ใส่สบาย ไม่ใช่สุดราตรีรัดรูปที่เห็นทรวดทรงเด่นชัดเช่นนี้
เมื่อเห็นหยางเฉินนั่งจ้องมองตนเองอยู่บนจ้องโซฟา หลินรั่วซีก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาทันที เธอไม่ได้ใส่ชุดราตรีสวยๆ เช่นนี้มาหลายปีแล้ว และเมื่อเห็นสายตาอบอุ่นที่มองมาของหยางเฉิน นั่นกลับทำให้จิตใจเต้นรัวขึ้นมา
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าหยางเฉิน หลินรั่วซีก็กล่าวขึ้นว่า "ไปกันเถอะ"
หยางเฉินรู้สึกตัวโดยพลัน เขาถอนหายใจกล่าวว่า "ไปไม่ได้แล้ว"
"ทำไมล่ะ!" หลินรั่วซีขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
"เพราะผมไม่ให้ไป" สายตาของหยางเฉินเปลี่ยนเป็หิวกระหาย
"ถ้าคุณใส่ชุดนี้ไปย่อมต้องตกเป็เป้าสายตาของทุกคน นั่นทำให้ผมเ็ปมากคุณรู้มั้ย”
หลินรั่วซีนั้นสุดจะทนกับคนอย่างหยางเฉิน เธอกัดริมฝีปากกล่าวว่า "ฉันไม่ตลกด้วยหรอกนะ ต่อให้ฉันไม่ได้ใส่ชุดนี้คนก็มองเหมือนกัน ตอนเดินอยู่ข้างถนนนายไม่เห็นหรือไง"
หยางเฉินนึกขึ้นได้ว่า มุขนี้คงใช้ไม่ได้ผล เพราะในตอนที่เขาเดินเท้ากับหลินรั่วซีในครั้งนั้นเธอก็ตกเป็เป้าสายตาเช่นเดียวกัน
คิดได้ดังนั้นหยางเฉินก็บอกลาป้าหวังแล้วเดินออกจากบ้านไป ข้างนอกบ้านหลี่ิกำลังยืนรออยู่ข้างรถโรลส์รอยซ์สีดำคันใหม่ หยางเฉินเห็นรถหรูมากมายในโรงรถ คิดไม่ถึงว่าจะได้ใช้ในเวลาเช่นนี้
หลี่ิเองก็ตกตะลึงกับการปรากฏตัวของหลินรั่วซีอยู่นานเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาที่ไม่เป็มิตรของหยางเฉิน นั้นทำให้เขาต้องหันหน้าหนี และไม่กล้าจ้องมองหลินรั่วซีอีก
หลี่ิเข้าใจดีว่าบุคคลที่สามารถแต่งงานกับเ้านายของตนเองได้ ย่อมไม่ใช่บุคคลธรรมดา แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะทำเป็หูหนวกตาบอด แต่ภายในใจก็ลอบอิจฉาหยางเฉินอย่างช่วยไม่ได้
รถโรลส์รอยซ์มุ่งหน้าไปยังโรงแรมเมฆาหยกของตระกูลหลิว ตระกูลอันดับสองของเมืองจงไห่ ที่เป็รองเพียงตระกูลหยวนเท่านั้น งานเลี้ยงการกุศลนี้ไม่ใช่งานสามัญธรรมดา แน่นอนว่าย่อมเป็แหล่งรวมตัวของคนระดับสูง
การเดินทางใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง หยางเฉินนั่งที่เบาะหลัง สูดกลิ่นน้ำหอมของหลินรั่วซีเป็ระยะๆ ไม่ได้สนทนาอะไรกัน หยางเฉินคิดถึงเื่ราวต่างๆ มากมาย แต่หลังจากผ่านไปสิบนาที หยางเฉินก็รู้สึกถึงแรงกดทับที่ไหล่ซ้าย...
เมื่อหันหน้าไปก็พบร่างเล็กพิงไหล่ของตนอยู่ เนื่องจากการโหมงานทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งยังต้องจัดเตรียมของต่างๆ สำหรับงานเลี้ยงใหญ่ ในที่สุดหญิงสาวก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป
หยางเฉินรู้สึกเสียใจ แม้ว่าจะมีปัญหาเข้ามากมาย แต่หลินรั่วซีก็จัดการให้กับเขาทั้งหมด
หลินรั่วซีในเวลานี้ลืมเลือนทุกสิ่ง เธอใช้ไหล่ของหยางเฉินต่างหมอน จิตใต้สำนึกหวังว่าไหล่นี้จะสามารถเป็ที่พึ่งพิงให้เธอได้หยุดพัก
เสียงของรถโรลส์รอยซ์ขับเคลื่อนบนถนนค่อนข้างเงียบ และหยางเฉินก็ไม่ขยับตัวให้เกิดเสียงใดๆ ปล่อยให้หลินรั่วซีได้นอนพักผ่อนให้เต็มที่
หลินรั่วซีดั่งเช่นเด็กน้อยเธอกัดริมฝีปากสีชมพู ปากเผยอออกนิดหน่อย หยางเฉินหวังว่าเวลาจะไหลช้าลงสักเล็กน้อย เพื่อให้หญิงสาวข้างๆ เขาจะได้พักผ่อนให้มากอีกสักนิด
