หลังจากที่สังหารไปแล้ว อินซากีก็ก้มลงหยิบดาบที่ทหารทิ้งลงบนพื้นขึ้นมาแล้วแทงไปยังศีรษะที่อยู่บนพื้น ปลายดาบแทงทะลุหัวออกมาเหมือนกับหัวของยอร์กที่ถูกเสียบจนทะลุอยู่บนแท่งเหล็กในรถส่งตัวนักโทษ เขาหยิบดาบที่แทงทะลุหัวขึ้นมา ก่อนจะปักด้ามดาบลงบนพื้นอย่างแรง
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อินซากีก็ยกมือขึ้นมาเช็ดเืที่เปื้อนอยู่บนหน้าของตัวเอง หลังจากนั้นก็กลับมายืนอยู่ข้างหลังของซุนเฟยอย่างเงียบๆ
ซุนเฟยพยักหน้าอย่างพอใจ
การสังหารคนก็คือบททดสอบที่ซุนเฟยมอบให้อินซากี
และอินซากีก็ไม่ทำให้ซุนเฟยต้องผิดหวัง เด็กคนนี้ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่เคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถระงับความแค้นในจิตใจของตัวเองไว้ได้ และทำตามคำสั่งของซุนเฟยอย่างเคร่งครัดด้วยการเลือกสังหารเพียงคนเดียว อย่างน้อยๆ ก็อธิบายได้ว่า ในใจของอินซากีใฝ่เรียนรู้ เชื่อฟังครูบาอาจารย์ และต้านทานต่อสิ่งยั่วยุได้...ต้องเป็คนแบบนี้เท่านั้นถึงจะคู่ควรให้ซุนเฟยสละเวลามาอบรมเลี้ยงดูด้วยตัวเอง
สำหรับการเลือกของอินซากีนั้น ก็ทำให้ซุนเฟยรู้สึกพอใจมากเช่นกัน
“ทำไมถึงเลือกสังหารเขา?” ซุนเฟยเหลือบตามองไปยังหัวที่ถูกเสียบอยู่บนดาบด้วยสีหน้านิ่งสงบ ก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“สองคนนี้ พวกมันสมควรตายทั้งคู่ แต่ถ้าเทียบกันแล้ว คูลอมบ์เป็บุตรหลานสายตรงของตระกูลปโตเลมี สถานะของมันถือว่าสูงส่งอยู่บ้าง ถ้าสังหารมัน ตระกูลปโตเลมีคงไม่อยู่เฉยแน่ แต่สำหรับแอนดรูว์ มันเป็เพียงหัวทหารคนหนึ่งเท่านั้น ถ้าต้องสังหารใครสักคนระหว่างพวกมัน ข้าขอเลือกเขา!”
ใช่แล้ว หัวที่ถูกดาบแทงจนทะลุก็คือ แอนดรูว์ ยอดฝีมือลำดับที่สาม 'ขวานั์' แห่ง 'กองกำลังพายุคลั่ง' ตอนนี้ศพไร้หัวของมันล้มลงกองกับพื้น เืไหลทะลักออกมาจากคอไม่หยุด ชโลมพื้นดินให้กลายเป็สีแดง ส่วนคูลอมบ์ เด็กหนุ่มที่เป็ต้นตอของเื่ชั่วร้ายก็ใจนเป็ลมไปแล้ว
คำตอบของอินซากีได้อธิบายอย่างชัดเจน
และยังเป็คำตอบที่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกเหนือความคาดหมายเช่นกัน เด็กผู้ชายที่ขี้อายและไม่กล้าเอ่ยปากห้ามใครเมื่อวานตอนนี้ได้แสดงท่าทางเยือกเย็นที่หาได้ยากออกมา ซุนเฟยมองออกว่าตอนนี้อินซากีเริ่มมีนิสัยรอบคอบและใจเย็นแบบที่นักฆ่าคนหนึ่งสมควรจะมีบ้างแล้ว
และเหตุผลการเลือกของเขา ก็ทำให้ซุนเฟยรู้สึกพอใจมาก
เห็นได้ชัดว่า แม้ในใจของเขาจะเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่เด็กหนุ่มก็ยังคิดเผื่อซุนเฟย เขาไม่กลัวตายหากได้ล้างแค้นให้กับลุงยอร์ก ทีน่าและเด็กคนอื่นๆ ความตายไม่ใช่สิ่งที่อินซากีนึกหวาดกลัว และเหตุผลที่เขาเลือกสังหารแอนดรูว์ก็เพราะไม่อยากสร้างปัญหาให้แก่ซุนเฟย
“เ้ากลัวว่าจะสร้างปัญหาให้แก่ข้า?” ซุนเฟยส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ฟีลิปส์ เ้าจงจำไว้ว่า ที่วันนี้ข้าให้เ้าสังหารคนได้เพียงแค่คนเดียว ไม่ใช่เพราะว่าข้ากลัว แต่เป็เพราะว่าจะรอจนเ้าแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ค่อยกลับมาสังหารคนที่เหลือด้วยมือของเ้าเอง โดยไม่ต้องพึ่งพลังของข้าในการล้างแค้น”
อินซากีพลันชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่สุกสกาวดุจดวงดาวบนท้องฟ้าพลันฉายแววซาบซึ้งออกมา อินซากีคุกเข่าลงตรงหน้าของซุนเฟย
“ลุกขึ้นเถอะ เดี๋ยวข้าจะให้เฟร์นันโดพาเ้าไปพักผ่อน!”
“น้อมรับพระบัญชา ฝ่าา!” ตอร์เรสโค้งกายรับคำสั่ง จากนั้นก็หันหน้าไปหาอินซากี “ท่านฟีลิปส์ เชิญตามข้ามา”
อินซากีเป็ลูกศิษย์ของฝ่าา ดังนั้นสถานะของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับองค์ชาย จึงไม่แปลกที่คนอื่นๆ จะต้องให้เกียรติเขา
“ฝ่าา ศพของลุงยอร์ก...” อินซากีลังเลเล็กน้อย เขาหันไปมองรถขนนักโทษที่บรรทุกศพของสหายและผู้มีพระคุณของเขา
ซุนเฟยพยักหน้า
เขาเปลี่ยนเป็ 'โหมดจอมเวท' เวทมนตร์ที่แข็งแกร่งก็ปรากฏขึ้นมาบนร่างของเขา ด้วยเวทมนตร์ที่น่าเกรงขามของจอมเวทเลเวล 36 ทำให้ธาตุไฟที่อยู่รอบๆ กายของซุนเฟยถูกดูดเข้ามารวมตัวกันบนฝ่ามือของซุนเฟย จนกลายมาเป็เปลวไฟที่ร้อนระอุ จากนั้นซุนเฟยก็เหวี่ยงเปลวไฟบนมือไปที่รถขนนักโทษเพื่อเผามัน
ทักษะจอมเวท 'เปลวไฟนรก'
เปลวไฟนรกจะหลอมละลายศัตรูทุกคนตามความ้าของซุนเฟย
เวทมนตร์บทนี้ทรงอำนาจยิ่งกว่า 'ะุเพลิง' และเป็ทักษะเวทย์มนต์ธาตุไฟลำดับที่สามที่ซุนเฟยเรียนรู้
ดิลเลอร์ส ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองน้ำพุร้อนที่ยืนอยู่เงียบๆ ก็ตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง
“าาเมืองแซมบอร์ด...นอกจากจะเป็นักรบที่แข็งแกร่งแล้ว ยังเป็นักเวทธาตุไฟที่แข็งแกร่งอีกด้วย? พระเ้า มันเป็ไปได้อย่างไรกัน? เขาดูหนุ่มเกินกว่าที่จะไปถึงระดับนั้นได้ แล้วไหนจะท่าทางสบายๆ เวลาร่ายคาถานั่นอีก พลังของเขา...อยู่ในระดับไหนกันแน่?”
สมองของดิลเลอร์สพลันว่างเปล่า ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังและหมดแรงไปในทันที ตอนนี้เขากำลังมองเห็นดาวดวงใหม่กำลังเฉิดฉายอยู่บนท้องฟ้า
“ธุลีกลับคืนสู่ธรณี ขอให้ดวงิญญาของลุงยอร์ก ทีน่าและพวกเด็กๆ ไปสู่สุคติด้วยเถอะ!” แม้ว่าซุนเฟยจะมีพลังแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่กลับไม่สามารถปกป้องมิตรสหายของตัวเองได้ทุกคน
อินซากีร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
เขาจ้องไปยังเปลวไฟที่กำลังเผาไหม้ร่างของสหายตัวเองด้วยสายตาเ็ป อินซากีรู้ดีว่า หากเขาแข็งแกร่งเหมือนบุรุษตรงหน้า เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น เื่ราวในวันนี้ได้ทิ้งรอยแผลเป็ไว้ในใจของเขาแล้ว
“หือ?”
ทันใดนั้น สีหน้าของซุนเฟยก็เปลี่ยนไป เขารีบเปลี่ยนเป็ 'โหมดคนเถื่อน' และใช้ทักษะ 'ะโ' พุ่งไปที่รถขนนักโทษอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ชกไปที่รั้วเหล็กเพื่อนำร่างผอมๆ ทั้งสี่ร่างออกมาจากรถแล้วะโกลับมาที่เดิมอย่างว่องไว
“มีคนรอดชีวิตอยู่สี่คน”
ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ 'โหมดพาลาดิน' ก่อนจะเปิดใช้ทักษะ 'ภาวนา'
แสงสว่างสีทองบริสุทธิ์แผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาอย่างช้าๆ ก่อนจะเข้าปกคลุมร่างผอมบางทั้งสี่ร่างที่มีลมหายใจริบหรี่ ในวินาทีนั้น กลิ่นอายที่ออกมาจากร่างของซุนเฟยเต็มไปด้วยความเมตตาและเอื้ออาทร ตอนนี้เขาไม่ต่างอะไรกับพระเ้าที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาต่อมวลมนุษย์ ไม่ช้า ใบหน้าซีดเซียวของเด็กๆ ก็เริ่มมีเืฝาดขึ้นมา ลมหายใจค่อยๆ กลับมาเป็ปกติ
“พระเ้า! กาบานิ ไมเคิล กอนซาเลซ...แล้วก็เดวิด พวกเ้ายังมีชีวิตอยู่...พวกเ้ายังไม่ตาย!” เมื่อเห็นฉากนี้ อินซากีก็ร้องะโออกมาด้วยความดีใจ
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เด็กกำพร้าเหล่านี้เป็เหมือนครอบครัวของเขา ก่อนหน้านี้อินซากียังคิดว่าเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ต้องเดินอยู่บนเส้นทางแห่งการแก้แค้นเพียงลำพัง คิดไม่ถึงว่าใน่เวลาที่สิ้นหวังแบบนี้ จะยังมีสหายที่รอดชีวิตมาได้ถึงสี่คน
“ฟีลิปส์ ไว้ให้พวกเขาหายดีกว่านี้เ้าค่อยมาดูแลพวกเขาต่อก็แล้วกัน!” ซุนเฟยพูดขึ้นมาในขณะที่ใช้ทักษะ 'ภาวนา' รักษาพวกเด็กๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะหายกลับมาเป็ปกติแล้ว แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ขาดสารอาหาร ทำให้พวกเขายังไม่ฟื้นคืนสติขึ้นมา
“ขอรับ ฝ่าา” อินซากีตอบรับคำด้วยสีหน้าชื่นมื่น
“เ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
ตอร์เรสสั่งให้พวกทหารเข้ามาอุ้มเด็กทั้งสี่คนและพาอินซากีกลับไปที่ค่ายทหาร
ตอนนี้เอง แช็ค พัศดีโอเลเกร์กับคนอื่นๆ ที่เพิ่งทราบข่าวก็นำเหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์ออกมาจากค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดมายังที่นี่ ท่าทางองอาจของเหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์สร้างบรรยากาศกดดันให้แก่ดิลเลอร์สและทหารคนอื่นๆ เป็อย่างมาก
ซุนเฟยใช้นิ้วชี้ไปที่ดิลเลอร์สและคูลอมบ์ ก่อนจะสั่งออกมาว่า “นอกจากสองคนนี้แล้วที่เหลือฆ่าให้หมด!”
เมื่อได้ยินแบบนั้น พวกทหารทั้งหกสิบคนที่ติดตามคูลอมบ์และแอนดรูว์ก็พากันวิ่งหนีไปทันที แต่ก็ไม่มีใครรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชไปได้ อัศวินบรอนซ์เซนต์ไล่ตามหลังพวกเขาไปติดๆ ร่างของพวกทหารชั่วต่างถูกฟันเป็สองส่วน แม้ว่าพวกเขาจะคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตก็ไร้ประโยชน์ ความเมตตาเดียวที่ได้รับก็คือ ตาย!
ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองน้ำพุร้อนขมวดคิ้วแน่น เขาพยายามโคจรคลื่นพลังในร่างเพื่อเข้าไปช่วยทหาร แต่ทันทีที่เขาโคจรคลื่นพลัง ความเ็ปก็แล่นพล่านไปทั่วร่างจนทำให้เขาต้องกระอักเืออกมา ดิลเลอร์สทำได้เพียงมองทหารใต้บังคับบัญชาของตัวเองถูกสังหารไปทีละคน ความแข็งแกร่งของาาเมืองแซมบอร์ดว่าน่าใแล้ว แต่ความแข็งแกร่งของผู้ใต้บังคับบัญชาของเขากลับน่าใยิ่งกว่า เด็กหนุ่มผมบลอนด์ทองคนนั้นมีทักษะการยิงธนูระดับเทพ ส่วนชายร่างผอมสูงกับชายหัวล้านหน้าบากก็มีพละกำลังที่น่าตื่นตะลึง แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตน แต่ก็ถือว่าเป็ยอดฝีมือที่ไม่อาจละเลยได้เช่นกัน ยอดฝีมือแบบนี้ยังหาได้ยากในเมืองน้ำพุร้อน แต่ทำไมเมืองแซมบอร์ดที่เป็เพียงอาณาจักรบริวารระดับหกกลับมียอดฝีมือมากมายขนาดนี้?
เขาไม่เข้าใจจริงๆ
“าาแซมบอร์ด ข้าห่างชั้นกับอัศวินผู้ตัดสินคริส ซัตตันมากแค่ไหน?” ทันใดนั้น ดิลเลอร์สก็นึกถึงจุดประสงค์ในการท้าสู้กับาาแซมบอร์ดขึ้นมาได้ เขาะโถามออกมาเสียงดังลั่น ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของซุนเฟยที่กำลังเดินจากไป
“ซัตตันนะเหรอ? อืม พวกเ้าทั้งสองคน ฮึๆๆ ก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก” ซุนเฟยตอบกลับมาโดยที่ไม่หันกลับมามอง
--------------------------------
