เล่มที่ 8 ตอนที่ 224 เื่ในวัยเยาว์
ชิวจื้อสาวใช้คนสนิทของกู้อิ๋เหลือบมองกู้เจิงแวบหนึ่ง นางนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนนั้นนางไม่คิดเลยว่าคุณหนูใหญ่กับคุณหนูสามจะมีวันได้กลับมาเป็พี่น้องที่สนิทสนมกันเหมือนในตอนนี้
เฟิงไหลก็ช้อนตาขึ้นมองกู้เจิงเหมือนกัน เื่ของแม่นางกู้ผู้นี้นางเคยให้คนตรวจสอบเื่ระหว่างนางกับตวนอ๋องมาแล้ว
“เมื่อก่อนข้ายังเด็ก จึงทำเื่เลอะเลือนไปมากมาย เ้าอย่าเอ่ยถึงอีกเลย” นางไม่อยากนึกถึงอดีตอันดำมืดของร่างเดิมจริงๆ
กู้อิ๋งหลุดหัวเราะ “สิ่งที่ข้าพูดเป็ความจริง ที่จริงในใจข้ามิได้ปฏิเสธถ้าพี่ใหญ่จะแต่งงานตามไปด้วย”
แต่ข้าไม่้าไงเล่า? กู้เจิงหมดคำพูดและจนปัญญากับเื่หนึ่งสามีหลายภรรยาในยุคสมัยนี้
กู้อิ๋งเอ่ยขึ้นมาอีกว่า “บุรุษล้วน้าอนุ อย่างน้อยพี่ใหญ่ก็จะไม่รังแกข้า”
“เ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าจะไม่รังแกเ้า?” กู้เจิงได้ยินกู้อิ๋งถามจึงสงสัย
“ข้ารู้สึกว่าพี่ใหญ่เพียง้าที่จะมีชีวิตที่ปราศจากความกังวลในเื่เสื้อผ้าอาหารการกิน ข้าสามารถมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับท่านได้ ”
กู้เจิง"..." ไม่หรอก นางไม่เพียง้าชีวิตที่ปราศจากความกังวลเื่เสื้อผ้าอาหารการกิน แต่นางยังอยากมีชีวิตที่อิสระด้วย ชาตินี้นางจะไม่ยอมใช้สามีร่วมกับผู้อื่น ต่อให้แต่งงานไปพร้อมกันจริงๆ นางก็จะหาโอกาสหนีออกไปให้ได้ “เ้าอย่าได้มีความคิดเช่นนี้อีกเด็ดขาด ทางที่ดีควรลืมเื่โง่ๆ ที่ข้าเคยทำไปให้หมด”
“พี่ใหญ่เปลี่ยนไปมากจริงๆ เ้าค่ะ”
“ตรงนั้นมีดอกไม้เยอะแยะเลย เราไปเดินทางนั้นกันเถอะ” กู้เจิงรีบเปลี่ยนเื่กะทันหันเมื่อกู้อิ๋งพูดถึงนิสัยที่เปลี่ยนไปของนาง
ขณะที่เดินเล่นชมดอกไม้ไปพลาง กู้อิ๋งก็ก้มตัวลงเก็บดอกไม้ก่อนจะเอามาทัดที่ข้างหูของตนเอง นางเอาดอกไม้มาทัดที่ข้างหูให้กู้เจิงด้วย
“เอ๋ มีกวางน้อยด้วย” กู้อิ๋งชี้ไปที่กวางป่า
กู้เจิงมองตามไป เป็กวางดอกเหมย* ตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง ดูท่าน่าจะอายุแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น “กวางตัวนั้นน่าจะวิ่งลงมาจากบนเขากระมัง”
(*กวางซิก้า (Sika deer) ขนตามลำตัวสีน้ำตาลส้ม มีจุดสีขาวกระจายตามตัว หางสั้น ก้นมีสีขาว)
“พี่ใหญ่ พวกเราไปวิ่งไล่เ้ากวางให้มันกลับไปบนเขากันเถอะ” กู้อิ๋งเอ่ยชวน “มันอยู่ตรงนี้ถ้ามีคนเห็นเข้าคงมีแต่จะโดนจับไปเป็อาหารบนโต๊ะ”
“ได้เลย” อย่างไรก็ไม่มีอะไรต้องทำอยู่แล้ว
กวางน้อยตัวนั้นรู้สึกเหมือนมีคนเข้ามาใกล้ ดวงตาโตอันฉ่ำวาวหันมองไปรอบด้าน พอเห็นพวกนาง มันก็รีบะโหนีไป
“มันวิ่งไปผิดทางแล้ว ูเาอยู่ทางนั้นนะ” กู้อิ๋งกระทืบเท้า
ทั้งสองคนจำใจต้องวิ่งตามเ้ากวางน้อยไป
หลังจากวิ่งไล่ตามมาคิดๆ กู้อิ๋งก็หยุดฝีเท้าลงและชี้ไปยังด้านหน้า “นั่นไม่ใช่องค์รัชทายาทหรอกหรือ? หญิงสาวข้างกายเขา” กู้อิ๋งเบิกตากว้าง
กู้เจิงไล่สายตามองตามไป โอ้์ องค์รัชทายาทเท้าสองมือลงบนลำต้นของต้นไม้ และมีเซี่ยิ่หรูถูกกักอยู่ในอ้อมแขน ฉากคลาสสิกเช่นนี้ต้องให้เขียนลงในบันทึกสวนบุปผาเสียแล้ว
“องค์รัชทายาทกับคุณหนูเซี่ย พวกเขากำลังทำอะไรเ้าคะ?” กู้อิ๋งไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น “จะ จูบแล้ว”
ชิวจื้อที่ตามมารับใช้กู้อิ๋งก็เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยเช่นกัน นางอุทานออกมาด้วยความใ เฟิงไหลรีบเอามือปิดปากนางอย่างรวดเร็ว
“มันเป็ไปได้ยังไง?” กู้อิ๋งใไม่น้อย แต่นางเห็นพี่ใหญ่ดูปกติยิ่งนัก “พี่ใหญ่ ท่านไม่แปลกใจเลยหรือ?”
กู้เจิงดึงกู้อิ๋งไปหลบหลังต้นไม้ต้นหนึ่ง “ข้ารู้อยู่ก่อนแล้ว”
“ท่านรู้แต่แรกงั้นหรือ?”
“ใช่น่ะสิ” จู่ๆ กู้เจิงเกิดรู้สึกผิดขึ้นมา “เ้าว่าพวกเราควรไปเตือนคุณหนูเซี่ยสักหน่อยไหม?” คุณหนูเซี่ยเพิ่งจะอายุไม่เท่าไหร่เอง
“หา?” กู้อิ๋งยังคงตะลึงงัน “เตือนอะไรเ้าคะ?”
ใช่แล้ว เตือนอะไรกันนะ? คนหนึ่งยินดีเข้ารุก ส่วนอีกคนก็ยินยอมให้ใกล้ชิด เซี่ยิ่หรูไม่รู้จริงๆ หรือว่าองค์รัชทายาทมีแผนอะไร? ทั้งๆ ที่เขาก็มีพระชายาอยู่แล้ว และก็มีอนุอีกหลายคน
“ิ่หรู” เสียงของกู้เหยาส่งเสียงเรียกคุณหนูเซี่ยอยู่ไม่ไกลจากตรงที่พวกกู้เจิงหลบอยู่
อีกด้านหนึ่ง องค์รัชทายาทกับเซี่ยิ่หรูรีบแยกจากกันอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าของเซี่ยิ่หรูถูกถอดออกเผยให้เห็นเนื้ออ่อนขาวนวล หน้าของนางแดงเถือกจนราวกับจะมีเืไหลออกมาได้ สายลมในป่าพัดมา ทำให้สมองของนางเย็นลง นางเพิ่งจะได้สติว่าตัวเองกับองค์รัชทายาททำเื่อะไรลงไปกัน ตอนนี้นางอายจนอยากจะร้องไห้ออกมาแล้ว
“รีบไปเถอะ เดี๋ยวใครมาพบเข้า” องค์รัชทายาทจับมือของเซี่ยหมินหรูแล้วพากันวิ่งไปอีกทางหนึ่ง
“ทางนั้นไปบนูเานี่นา” กู้อิ๋งพูดอย่างงุนงง
“ใช่ บนเขานี่” กู้เจิงรู้สึกเป็ห่วงคุณหนูตระกูลเซี่ยผู้นี้อยู่บ้าง องค์รัชทายาทพาเด็กสาวคนนี้ขึ้นเขาไป เขามีเจตนาใดก็ไม่อาจคาดเดาได้
ทว่าการมาเดินเที่ยวป่าในวันนี้ จะใช่แผนการที่องค์รัชทายาทจงใจจัดแจงไว้ไหมนะ?
“พี่ใหญ่” กู้อิ๋งมองทิศทางที่สองคนนั้นหายไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “องค์รัชทายาทจะพาคุณหนูเซี่ยไปไหนเ้าคะ?”
กู้เจิงไม่รู้ว่าจะควรจะตอบอย่างไรดี
“ไม่ได้ พวกเราต้องไปตามคุณหนูเซี่ยกลับมา” กู้อิ๋งกล่าวด้วยความหวั่นใจ
“เ้าคิดหรือไม่ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณหนูเซี่ยในวันนี้ แม่ทัพเซี่ยจะต้องพาลใส่ทุกคนที่อยู่ที่นี่?” กู้เจิงเข้าใจทุกสิ่งที่กู้อิ๋งคิด
กู้อิ๋งพยักหน้า “เมื่อครู่ข้าใกับการกระทำอันหาญกล้าขององค์รัชทายาท แต่พอคิดดูดีๆ ก็เข้าใจแล้วว่าองค์รัชทายาทกำลังคิดอะไรอยู่เ้าค่ะ แต่แม่ทัพเซี่ยเป็ถึงใคร ถ้าองค์รัชทายาท้าจะแต่งงานกับคุณหนูเซี่ย ก็ไม่ควรจะทำอะไรที่ไร้ศีลธรรมเช่นนี้ การกระทำของเขาจะทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องพังกันหมด” การกระทำขององค์รัชทายาท ต้องส่งผลต่อตวนอ๋องและอาจเกี่ยวพันมาถึงตระกูลกู้ได้
กู้เจิงก็คิดเหมือนกู้อิ๋ง “งั้นเ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าตวนอ๋องเองก็ทราบเื่นี้ เหตุใดเขาจึงไม่ได้ห้ามปราม” เสิ่นเยี่ยนเองก็รู้และไม่เคยห้ามเช่นกัน
“พี่ใหญ่หมายความว่าท่านอ๋องเองก็รู้เหมือนกันหรือเ้าคะ?”
“ถ้าท่านอ๋องรู้ เช่นนั้นเ้ายังจะไปตามคุณหนูเซี่ยกลับมาหรือไม่?”
คำถามนี้ทำให้กู้อิ๋งลำบากใจ แม้แต่สตรีอ่อนแออย่างนางก็ยังรู้ว่านี่เป็วิธีการอันต่ำช้า แล้วท่านอ๋องจะไม่รู้เลยหรือ?
“งั้นถ้าท่านอ๋องไม่รู้เล่า?”
“พวกเราตามไปก็จะรู้เอง” กู้เจิงตอบ หากเื่ที่เกิดขึ้นมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เช่นนั้นเมื่อขึ้นไปบนูเาก็จะรู้ได้แน่
หากเื่นี้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าจริงๆ ถึงตอนนั้นนางจะเตือนคุณหนูเซี่ยหรือไม่ กู้เจิงเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ด้วยนิสัยของนางไม่ได้เป็เดือดเป็ร้อนแทนคนอื่นขนาดนั้น แต่เอาเถอะ เพื่อเห็นแก่ความเป็ธรรม นางจะได้ไม่ต้องรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอีก
บางคนเสียใจกับการกระทำอันผิดพลาดในวัยเยาว์ไปตลอดชีวิต นางไม่อยากให้คุณหนูเซี่ยต้องมาเสียใจในภายหลัง ควจจะเตือนนางเสียหน่อย...
กู้เจิงกับกู้อิ๋งเดินขึ้นเขาจนเหงื่อท่วมตัว พวกนางไม่กล้าตามชิดจนเกินไป จึงได้แต่เดินตามหลังอยู่ไกลๆ
องค์รัชทายาทเดินอย่างคุ้นเคยเส้นทางบนูเา หากเขาจะบอกว่าไม่เคยมาทีู่เานี้ กู้เจิงก็ไม่เชื่อจริงๆ
“คุณหนูใหญ่ คุณหนูสาม พวกท่านเดินช้าๆ หน่อยเ้าค่ะ พวกเราจะตามไม่ทันแล้ว” เสียงของชิวจื้อหอบอย่างคนไม่เคยออกกำลัง
กู้อิ๋งหันไปห้ามชิวจื้อส่งเสียงดัง ตอนนี้พวกนางเดินสู่พื้นที่ราบเรียบแล้ว พวกนางตามจนมาถึงต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ต้นหนึ่ง ด้านหน้าพวกนางเห็นองค์รัชทายาทพาคุณหนูเซี่ยเข้าไปในถ้ำ
หากจะบอกว่าองค์รัชทายาทเห็นถ้ำนี้โดยบังเอิญ ใครจะเชื่อ?
กู้เจิงได้แต่สบถด่าองค์รัชทายาทในใจว่าไร้ยางอาย
