“มือเหล็ก หนึ่งในแปดผู้พิทักษ์สำนักปีศาจ แม้แต่เขาก็ยังถูกเด็กบัดซบจูชิงฆ่าตายงั้นรึ มันเป็ไปได้ยังไง?” ฮว๋างเฉวียนตะลึงจังงัน
“มันเป็เื่จริง ถึงสำนักปีศาจจะปิดข่าวนี้ แต่เผอิญว่าพวกเราลัทธิเต๋ามีความสัมพันธ์อันดีกับสำนักปีศาจเล็กน้อยจึงได้ข่าวนี้มา” นักพรตซานซากล่าว
มือเหล็กเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์อันดับต้นๆ ของสำนักปีศาจ แม้ว่าขั้นพลังจะเป็แค่ขั้น์ปฐี หากแต่แค่หลบหนีก็ไม่น่าจะใช่ปัญหาใหญ่ เหตุใดถึงตายได้ล่ะ?
“ข้าว่าเ้าเองก็น่าจะรู้ จูชิงสามารถกางเขตแดนลมปราณ สามารถยับยั้งขั้นพลังของศัตรูให้อยู่ระดับเดียวกันกับเขา และดูเหมือนจูชิงจะมั่นใจในพลังของตัวเองมาก บางทีมือเหล็กก็อาจถูกฆ่าในเขตแดนลมปราณเช่นเดียวกัน” นักพรตซานซาพูดต่อ
ตอนนั้นศึกหอสุราลัย จูชิงก็ใช้เขตแดนลมปราณทำให้เฉินเหวินเสียบเปรียบอย่างมาก มีความเป็ไปได้สูงมากที่มือเหล็กจะถูกฆ่าตายในเขตแดนลมปราณ
“เขตแดนลมปราณของมันคุกคามจอมยุทธ์ขั้น์ปฐีได้งั้นรึ?” ฮว๋างเฉวียนขมวดคิ้ว ถ้าเป็เช่นนั้นจริงจูชิงคือตัวปัญหาใหญ่
“มากสุดน่าจะแค่ขั้น์ปฐีสามหรือสี่ชั้นฟ้า!” นักพรตซานซาคาดเดา
นักพรตซานซามาที่นี่ด้วยตัวเอง ซึ่งช่วยขจัดความสงสัยที่อยู่ในใจของฮว๋างเฉวียน ด้วยตำแหน่งของนักพรตซานซาในลัทธิเต๋าย่อมไม่มีทางกุเื่หลอกเขาเพียงเพราะสำนักสุริยันดุสิตาต่ำต้อยอยู่แล้ว
“แล้วเ้ายังอยากให้หอเงาลงมืออีกงั้นรึ?” ฮว๋างเฉวียนแสยะยิ้มให้กับนักพรตซานซา
นักพรตซานซายกนิ้วชี้ “สิบชื่อ ถ้าพวกเ้าหอเงาร่วมมือกับลัทธิเต๋าฆ่าจูชิงสำเร็จ พวกเราลัทธิเต๋าจะแบ่งสิทธิ์ให้สิบชื่อ”
“สิบชื่อ น้อยไปหน่อยกระมัง ข้า้าห้าสิบชื่อ” ฮว๋างเฉวียนแค่นเสียง
“ฮว๋างเฉวียน อย่าได้คืบจะเอาศอก สิบชื่อก็มากพอแล้ว” นักพรตซานซาส่ายหัว
“งั้นก็จบบทสนทนาเพียงเท่านี้!” ฮว๋างเฉวียนเหยียดยิ้ม เห็นได้ชัดว่าลัทธิเต๋า้าพวกเขาแต่ยังแสร้งแกล้งทำเป็อวดดี คิดว่าข้าฮว๋างเฉวียนจะกดหัวได้ง่ายๆ อย่างนั้นรึ
“ยี่สิบ มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว!” นักพรตซานซายอมถอยหนึ่งก้าว
“ข้าบอกว่าห้าสิบ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องคุย” ฮว๋างเฉวียนยังคงยืนยันคำเดิม ไม่ยอมลัทธิเต๋าแม้แต่น้อย
“ฮว๋างเฉวียน ให้มันน้อยๆ หน่อย ความสัมพันธ์ระหว่างลัทธิเต๋ากับหอเงาอาจแตกหักเอาได้” นักพรตซานซาขมวดคิ้ว
ฮว๋างเฉวียนยิ้ม “คิดว่าระฆังธารบุษราของข้ายืมง่ายมากนักรึ?”
นักพรตซานซาเหมือนกับลูกบอละเิออกมา แทบเก็บเอาอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่
“ในทวีปเฉียนหยวนนี้ นอกจากระฆังธารบุษราแล้ว มีใครที่ทำลายเขตแดนลมปราณได้อีกบ้าง แล้วยังมีใครที่สามารถปิดผนึกพลังต้องห้ามในตัวของมันได้?” ฮว๋างเฉวียนแสยะยิ้ม
“สามสิบ ถ้าเ้าไม่ตกลง ลัทธิเต๋าจะแลกเปลี่ยนเป็จอมยุทธ์ให้แทน” นักพรตซานซากล่าว
“ง่ายๆ แบบนั้นเลยรึ” ฮว๋างเฉวียนหันหลังแล้วเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อน สามสิบห้า มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว!” นักพรตซานซาหยุดฮว๋างเฉวียน
“เห็นแก่ความจริงใจของเ้า ข้าจะถอยให้ก้าวหนึ่งก็แล้วกัน สี่สิบรายชื่อ!” มุมปากของฮว๋างเฉวียนยกยิ้มเล็กน้อย
“สี่สิบ! คิดจะปล้นกันหรือยังไง” นักพรตซานซาเดือดดาล
“เอาหรือไม่เอา ตัดสินใจเอาก็แล้วกัน” ฮว๋างเฉวียนหัวเราะ
นักพรตซานซาครุ่นคิด สุดท้ายก็ยอมกัดฟันตอบตกลง คิดจะฆ่าจูชิง ระฆังธารบุษราเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้
“ตกลงตามนี้ เจอตำแหน่งของจูชิงเมื่อไหร่ หวังว่าพวกเ้าลัทธิเต๋าจะเตรียมตัวล่วงหน้าไปก่อน ข้าต้องควบคุมระฆังธารบุษราคงเข้าร่วมศึกในครั้งนี้ไม่ได้” ฮว๋างเฉวียนพูด
“วางใจเถอะ ครั้งนี้ข้าจะจัดการเอง!” นักพรตซานซาแค่นเสียง
“นักพรตซานซาลงมือเองเลยงั้นรึ ดูเหมือนลัทธิเต๋าอยากชนะมากเลยสินะ” ฮว๋างเฉวียนยิ้ม
พลังต้องห้ามที่อยู่ในกายาของจูชิงยังคงสร้างความหวาดหวั่นให้กับขุมพลังอำนาจใหญ่ ถ้าลัทธิเต๋า้าฆ่าจูชิงก็ต้องคำนึงถึงพลังต้องห้ามนั้นด้วย และระฆังธารบุษราเป็สมบัติชิ้นเดียวในทวีปเฉียนหยวนที่สามารถยับยั้งพลังต้องห้ามได้
สองวันต่อมาฮว๋างเฉวียนก็ออกเดินทาง จอมยุทธ์ลัทธิเต๋าก็ออกเดินทางเช่นกันภายใต้การนำทางของนักพรตซานซา
จูชิงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับอันตรายรูปแบบไหน ขณะนั้นเขากำลังอ่านหนังสือที่ขโมยมาจากหอสุราลัย เรียงลำดับข้อมูลทั้งหมดและลำดับแผนที่ของทั้งทวีปเฉียนหยวนในความคิดของตัวเอง
“ที่นี่นี่เอง!” จูชิงยิ้มเล็กน้อย ในที่สุดก็เจอตำแหน่งของคลังสมบัติ
จากบันทึกในลูกแก้วมรดกที่อยู่ในตัวอสูรกลืนิญญา ตำแหน่งของคลังสมบัติอยู่ที่ทางแยกระหว่างมหาทวีปชางอู๋หลิงกับทวีปิเจี้ยนเทียน สถานที่นั้นมีชื่อว่าบึงอัสนี
มันเป็คลังสมบัติที่ผู้เยี่ยมยุทธ์ทิ้งไว้ในสมัยดึกดำบรรพ์ ไม่ว่ายังไงจูชิงก็ไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด
“บริเวณที่พวกเราอยู่น่าจะเป็ใจกลางของทวีปิเจี้ยนเทียน การที่จะไปถึงบึงอัสนีต้องข้ามครึ่งทวีปิเจี้ยนเทียน ด้วยความเร็วของข้า บางทีสองปีก็ยังไม่ถึง” จูชิงพูด
แม้ว่าจูชิงจะเข้าสู่สภาวะไร้เงา ทว่าความเร็วก็ยังไม่เท่าย่างก้าวเหินเวหาของขั้นเหินนภา
“หนิวเวย หนิวเซี่ยนต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับพวกเ้าแล้ว” จูชิงกล่าว
“ไม่มีปัญหา พวกเราไม่กินไม่ดื่ม วิ่งสักสองสามเดือนน่าจะไปถึงที่หมาย” หนิวเวยเอ่ย
ร่างกายของปีศาจร้ายไม่ใช่สิ่งที่อธิบายได้ด้วยเหตุผล มีหนิวเวยกับหนิวเซี่ยนอยู่น่าจะประหยัดเวลาไปได้มาก
“ตู้มมม!” ทันใดนั้นแสงกระบี่ฟาดฟันลงมา ร่างใหญ่ั์ของหนิวเวยประจักษ์ตรงหน้าจูชิง รับแสงกระบี่แทนเขา
“อั่ก!” เืสาดกระเซ็น แขนของหนิวเวยถูกฟันเป็แผลขนาดใหญ่!
หนิวเวยส่งเสียงอู้อี้ เหยียดเท้าถอยสองก้าว แหงนหน้ามองฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ถึงขนาดที่ฟันหนิวเวยได้ พอจินตนาการได้ว่าพลานุภาพของกระบี่นั้นน่าพรั่นพรึงเพียงใด!
“รับกระบี่ข้าได้โดยไม่ตาย นี่คือที่พึ่งพิงของเ้างั้นรึ ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดมือเหล็กถึงตาย” นักพรตซานซาลอยล่องกลางอากาศ เหยียดมองจูชิง
“ลัทธิเต๋า!” จูชิงถมึงทึง
“ขั้นนิพพานสองชั้นฟ้า เ้าหนู อย่าประมาทเด็ดขาด” เฒ่าปีศาจเตือน
จอมยุทธ์ขั้นนิพพาน ถึงเป็เฒ่าปีศาจก็ใช่ว่าจะสามารถหยุดยั้งขั้นนิพพานได้ ตอนนั้นที่หอสุราลัย ถ้าไม่ใช่เพราะกระบี่ไพฑูรย์เที่ยงธรรมห้าสี จูชิงก็คงขับไล่จอมยุทธ์ขั้นนิพพานไม่สำเร็จ
“ถึงกับพาขั้นนิพพานมาเชียวรึ ลัทธิเต๋าประเมินข้าสูงขนาดนั้นเชียว” จูชิงแค่นเสียงหึ
“ทำความชั่วมากย่อมพิฆาตตัวเอง ถ้าจะโทษก็โทษตัวเองที่ไปล่วงเกินคนที่ไม่สมควรล่วงเกิน” นักพรตซานซากล่าว
“แต่เ้าอย่าลืมว่าที่นี่คือทวีปิเจี้ยนเทียน ถิ่นฐานของขุนเขากระบี่เทียนหยวน พวกเ้าทำการใหญ่เฉกเช่นนี้ คิดว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนดับสิ้นไปแล้วหรือไร?” จูชิงแผดเสียง
ลัทธิเต๋าถึงกับส่งขั้นนิพพานมา ขุนเขากระบี่เทียนหยวนไม่มีทางนิ่งดูดายอย่างแน่นอน
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวน พวกเขารู้แล้วยังไง พอพวกเขามาถึงเ้าก็คงกลายเป็ศพไปแล้ว” ซานซาโบกมือ ฮว๋างเฉวียนที่ซ่อนอยู่ในความมืดตีระฆังธารบุษรา
“วิ้ง!” ทันใดนั้นม่านตาของเฒ่าปีศาจหดเล็กเท่ารูเข็มแล้วรีบกลับเข้าไปในศิลาผนึกิญญาพิชิต์ด้วยความหวาดผวา จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เกิดอะไรขึ้น?” จูชิงขมวดคิ้ว
“ระฆังธารบุษรา ของล้ำค่าสมัยโบราณกาล ผ่านมาสองยุคสมัยแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าสภาพของมันจะสมบูรณ์อยู่!” เฒ่าปีศาจยิ้มเจื่อน
ถ้าเฒ่าปีศาจยังมีร่างกายอยู่ เขาไม่มีทางที่จะกลัวระฆังธารบุษรา แต่ตอนนี้เขาเป็แค่เศษเสี้ยวิญญา ระฆังธารบุษราเปรียบเสมือนตัวอันตรายสำหรับเขา
“จูชิง ข้าอยากรู้นัก ภายใต้ระฆังธารบุษรา เ้าจะสำแดงพลังอะไรออกมาได้!” นักพรตซานซาแค่นเสียงเย็น
ความแข็งแกร่งของจูชิงส่วนใหญ่มาจากพลังลึกลับในร่างกาย หากไม่มีพลังนั่น จูชิงก็เป็แค่ขั้นหลอมปราณหนึ่งชั้นฟ้าทั่วไป ไม่สามารถต่อต้านอะไรใดๆ ได้ เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขา
“เ้าหนู คราวนี้พวกเขาเตรียมการมาอย่างดี หนีไปก่อนเถอะ รอการช่วยเหลือจากขุนเขากระบี่เทียนหยวน” เฒ่าปีศาจพูด
“มันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ!” จูชิงเห็นจอมยุทธ์ลัทธิเต๋าหลายคนอยู่แน่นขนัด ลำพังแค่ขั้นเหินนภาก็มีสี่ถึงห้าร้อยคน!
ปกติแล้วลัทธิเต๋าจะไม่ค่อยลงมือ แต่เมื่อใดที่ลงมือ นั่นคือกระบวนท่าสังหาร ไม่ว่าอย่างไรจูชิงก็ต้องตายที่นี่
“มีระฆังธารบุษราอยู่ ตราประทับหินฟ้าทะมึนใช้ไม่ได้แล้ว!” เฒ่าปีศาจส่ายหัว
เมื่อใดที่ใช้เขตแดนลมปราณของตราประทับหินฟ้าทะมึนก็จะถูกระฆังธารบุษราทำลาย กระทั่งตราประทับหินฟ้าทะมึนเองก็มีโอกาสที่จะพังทลายเช่นกัน
ระฆังธารบุษราอยู่มาั้แ่สมัยโบราณกาล พลานุภาพน่ากลัวแสนหยั่งถึง เฒ่าปีศาจสงสัยว่าระฆังธารบุษราไม่น่าจะเป็ของล้ำค่าของทวีปเฉียนหยวน
ในสมัยโบราณกาล เฒ่าปีศาจยังเป็จ้าวแห่งหมื่นปีศาจ เป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเฉียนหยวน ทว่าตอนนี้พอระฆังธารบุษราสั่นเล็กน้อย จิติญญาเขาแทบเตลิดวายชีวา!
“โชคดีที่คนผู้นั้นไม่รู้วิธีใช้งานระฆังธารบุษรา ไม่อย่างนั้น...” เฒ่าปีศาจพึมพำ ในใจเป็ปีติเล็กน้อย ถ้าผู้ใช้ระฆังธารบุษราเป็คนสมัยโบราณกาล ป่านนี้จูชิงก็คงตายไปแล้ว
“นายท่านหนีไป ไม่ต้องห่วงพวกข้า!” หนิวเวยกับหนิวเซี่ยนคำรามบุกบั่นเข้าใส่ฝูงชน
“วันนี้ไม่ว่าใครก็หนีไม่รอดทั้งนั้น!” นักพรตซานซาเหยียดยิ้ม ลัทธิเต๋ายอมจ่ายค่าตอบแทนแพงขนาดนี้เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด ถ้าจูชิงยังหนีไปได้อีกในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาลัทธิเต๋าเอาหัวโขกกำแพงตายเสียยังดีกว่า
พวกหนิวเวยอาจหาญแสนพรรณนา ทว่าถึงพวกมันจะแข็งแกร่งอย่างไรก็เป็เพียงขั้นเหินนภา อีกทั้งยังมีกันแค่สองตัว ครั้นถูกจอมยุทธ์ลัทธิเต๋าหลายสิบคนล้อมปราบ สิ่งที่มันทำได้มีเพียงป้องกันตัวเท่านั้น
ห่างจากที่นี่หลายหมื่นลี้ นักพรตซานชือหยุดซั่งกวานซงเอาไว้ “อยู่ที่นี่ต่อเถอะ เ้าไปก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้”
“ลัทธิเต๋า!” ซั่งกวานซงคำรามแล้วขยับฝ่ามือ แสงสีทองพุ่งออกมาจากขุนเขากระบี่เทียนหยวนตกลงบนมือซั่งกวานซง
“กระบี่เก้าเมฆา!” นักพรตซานชือเป็กังวลเล็กน้อย ก้าวเท้าถอยหลังไปสองก้าว
