“ไม่ใช่” หญิงสาวรีบกลืนผลท้อที่อยู่ในปาก พลันเลื่อนเท้าเข้ามาใกล้ชายหนุ่มด้วยความอยากรู้
“เมื่อครู่องค์ชายรองเป็คนบอกข้าเอง ว่าสวนแห่งนี้เป็สถานที่ ที่เสด็จพี่ของท่านโปรดปราน” ชายหนุ่มยกยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นเศษผลท้อติดขอบปากเรียวเล็กนั้น ในขณะที่ดวงตากลมแป๋วของนางเบิกกว้างด้วยความอยากรู้
“ความจริงแล้ว ข้ายังมีพี่สาวอีกคน”
“พี่สาวฤาเพคะ” องค์ชายรองพยักหน้าขึ้นลง แล้วค่อย ๆ ปะติดปะต่อเื่ราวช้า ๆ
“นางมีอายุห่างกว่าข้าและองค์รัชทายาทอยู่มาก นางเป็คนเรียบง่าย ไม่ชอบความวุ่นวาย ในตำหนักของนางมีสาวใช้เพียงสองคนเท่านั้น และสวนท้อแห่งนี้เป็สถานที่ที่นางชอบมากที่สุดบนแดน์ อีกทั้งผลท้อพวกนี้ก็เป็ที่โปรดนางของนางเช่นกัน นางยอมสละฐานันดร เพื่อออกบำเพ็ญเพียรไม่ยุ่งเกี่ยวกับแดน์อีก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมสายตาคมเลื่อนมองพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยสีชมพูสวยงาม ก่อนจะเดินไปนั่งใต้ต้นท้อขนาดใหญ่ด้านหน้า ที่แผ่กิ่งก้านออกมาอย่างสวยงาม
“ข้าไม่เคยรู้ ว่าาา์ มีราชธิดาด้วย” หนิงเอ๋อเดินถือลูกท้อ แล้วย่อตัวลงนั่งข้างชายหนุ่มด้วยกิริยาอ่อนน้อม พร้อมกับสายตาเลื่อนมองพื้นดินสีชมพูอ่อน
“เ้ายิ้มอันใด” สายพระเนตรของชายหนุ่มเลื่อนมองรอยยิ้มประหลาดของหนิงเอ๋อที่ทอดมองเขาอย่างมีความหมาย ก่อนมือของนางจะเอื้อมไปยังศีรษะของเขา แล้วดึงดอกท้อสีชมพูออกมา
“ดอกท้อเพคะ จะว่าไปดอกท้อมีลักษณะคล้ายกับดอกเหมย์เหมือนกันนะเพคะ” หนิงเอ๋อยื่นให้เขาพร้อมรอยยิ้มแสนสดใส ก่อนนางจะก้มลงกินผลท้อในมือด้วยความสุข ปากน้อยเคี้ยวตุ้ย ๆ แล้วหันกลับมายังชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อนึกบางอย่างได้
“จริงสิเพคะ ท่านยังไม่อนุญาต หากข้า้ามาสวนท้อแห่งนี้อีก ข้ามาได้บ่อยอย่างที่้าฤาไม่เพคะ”
“ความจริงแล้วสวนท้อนี้ไม่ได้เป็สถานที่ต้องห้าม” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้ายังไม่รู้ธรรมเนียมบน์มากนัก หากข้าได้รับการแต่งตั้งเป็ชายาของท่านแล้ว สิ่งใดที่ข้าทำให้ท่านลำบากใจ รบกวนองค์ชายช่วยตักเตือนเซียนน้อยอย่างข้าด้วยนะเพคะ” เจี้ยนลู่ฟางพยักหน้ารับ
“ข้าคิดไว้ไม่ผิด ว่าองค์ชายรองแสนดีที่สุด” คำพูดอ่อนหวานของหนิงเอ๋อ ทำให้ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“องค์ชายรองเพคะ”
“ดูเหมือนเ้าข้องใจหลายอย่าง เอ่ยถามข้าไม่หยุด” คำพูดของเขา ทำให้หนิงเอ๋อยู่หน้าเล็กน้อย
“ข้าทำให้ท่านรำคาญใจฤาไม่”
“หากข้าบอกว่าใช่ เ้าจะทำยังไง” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม ก่อนที่หญิงสาวจะวางผลท้อลงด้านข้าง แล้วหันมาจับจ้องพระพักตร์ของชายหนุ่มแน่วแน่
“หากเป็เช่นนั้น หลังจากการอภิเษก ข้าจะอยู่ไกลท่านให้น้อยที่สุด บางทีสวนท้อนี้อาจทำให้ข้าไม่ต้องรบกวนท่านมากเกินไปเพคะ” หญิงสาวหันมองสวนท้อด้วยสายตาเป็ประกาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะครุ่นคิดบางอย่าง
“องค์ชายรองคิดสิ่งใดอยู่เพคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้น
“เ้าไม่คิดต่อว่าข้า ที่ดึงเ้าเข้ามาเกี่ยวข้องงั้นฤา” หญิงสาวส่ายศีรษะไปมา พร้อมยกลูกท้อขึ้นมากัด แล้วเคี้ยวขมุบขมิบอย่างไม่ทุกข์ร้อนสิ่งใด
“ความจริงแล้วชีวิตของข้ามีเพียงแค่อาจารย์หญิง แต่พอขาดนางแล้ว จุดมุ่งหมายของข้าก็ว่างเปล่า การได้เป็ชายาขององค์ชายรอง อาจมีเื่สนุกให้ข้าทำหลายอย่าง เพียงแค่ข้าไม่ทำผิดกฎ ข้าก็จะอยู่บนแดน์อย่างสงบสุข” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงยิ้มออกมา
“อาจารย์หญิงคงเหนื่อยกับเ้ามาสินะ” หนิงเอ๋อได้ยินดังนั้นจึงยู่หน้าเล็กน้อย
“แม้แต่ศิษย์พี่ของข้าต่างก็พูดเช่นนั้น และอาจารย์หญิงมักจะบอกว่าข้าเอาแต่ใจ แต่หากนางไม่ตามใจ ข้าจะเอาแต่ใจได้อย่างไรเพคะ” องค์ชายรองยิ้มออกมาบางเบา พลันยกมือลูบศีรษะนางด้วยความเอ็นดู
ก่อนองค์ชายรองจะก้มมองดอกท้อในมืออย่างเงียบ ๆ ไม่นานนัก จึงเห็นซากของผลท้อ ที่วางกองอยู่นับสิบ พร้อมร่างเล็กเผลอหลับไป ทั้งมือยังมีผลท้อคาอยู่ ชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับกายแล้วจับศีรษะนางเอนมาพิงไหล่เขาอย่างถนอม พลางปล่อยยิ้มออกมาให้กับหญิงสาวอย่างไม่รู้สาเหตุ
“ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดกินผลท้อมากมายถึงเพียงนี้มาก่อน นี่เ้าชอบผลท้อ์ถึงเพียงนี้เชียวฤา” องค์ชายรองลอบคิดในใจ ก่อนจะนั่งทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า มองดูความสวยงามของสวนท้อแห่งนี้
เวลาผ่านพ้นไปหนิงเอ๋อค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา แล้วพบว่าตัวเองอยู่ในตำหนักฉางชุน สายตาหวานเลื่อนมองไปรอบ ๆ เห็นเครื่องใช้ภายในห้องบรรทมชัดเจน ก่อนผงะเมื่อพบว่ามีสาวใช้กำลังยกบางอย่างเข้ามาวางไว้ พร้อมกับควันโพยพุ่งขึ้นจากถ้วย
“ชายาตื่นแล้วฤาเพคะ” หนิงเอ๋อได้ยินคำทักทายด้วยวาจาอ่อนหวาน นางจึงประคองตัวขึ้นช้า ๆ พลางขมวดคิ้วเอียงศีรษะไปยังสาวใช้แปลกหน้า สำรวจมองเครื่องแต่งกายอันแตกต่างจากสาวใช้ตำหนักฉางชุน
“หม่อมฉันมีนามว่าเฟยเทียนเพคะ องค์ชายรองทูลขอหม่อมฉันมาจากตำหนักของาา์ เพื่อมาดูแลชายาโดยเฉพาะ”
“เหตุใดเ้าจึงพูดกับข้าเช่นนั้น ข้ายังไม่ถูกแต่งตั้งเป็ชายา ใครได้ยินเข้าอาจไม่เหมาะสม” เซียนรับใช้แย้มยิ้มออกมาบางเบา
