“ว้าย… ไม่นะ อย่าเอาลูกสาวฉันไปนะนาย”
นางชบาใสุดขีด ใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะพลิกผันเป็แบบนี้
“แม่… ไม่เป็ไร หนูจะไปกับเขา… ขอแค่เขาไม่ทำร้ายพ่อแล้วยอมยกหนี้ให้… อะไรหนูยอมทั้งนั้น”
พิมพิศร์ทำใจดีสู้เสือ
หล่อนไม่ดิ้นรนขัดขืน ยอมจำนนกับมือใหญ่ของเ้าหนี้ใจร้ายที่บีบข้อมือน้อยๆ ของหล่อนเอาไว้แน่นจนเป็รอยแดง
“ตกลงกันได้แบบนี้ก็ดี… งั้นเอาเป็ว่าฉันจะกักตัวลูกสาวเธอไว้สามวันเพื่อแลกกับหนี้ก้อนนี้”
คมกริชเอื้อมมืออีกข้างมาเปิดประตูรถพร้อมกับผลักร่างน้อยๆ เข้าไปด้านใน
“ไอ้เรือง… ไอ้เดช… กลับโว้ย”
คมกริชะโแล้วเข้าไปนั่งในรถคู่กับร่างน้อยๆ ของพิมพิศร์ที่กลัวจนตัวสั่น
ไอ้เรืองขึ้นมานั่งในตำแหน่งสารถี ไอ้เดชรีบเข้ามานั่งข้างๆ ปิดประตูรถแล้วขับออกมา ทิ้งนางชบาที่ยืนร้องไห้ฟูมฟายไว้เื้ั
พิมพิศร์มองภาพของมารดาจากกระจกมองหลัง กระทั่งลับจากสายตา
ในขณะที่รถกำลังแล่นออกมาสู่ถนนใหญ่ หญิงสาวกำลังจะกดโทรศัพท์มือถือ แต่โดนคนตัวใหญ่ที่นั่งเคียงข้างคว้าโทรศัพท์เอาไว้เสียก่อนจะทันได้โทร
“จะโทรไปไหน”
คมกริชถามเสียงเหี้ยม
“นายจ๋า… หนูขอโทรหาแม่”
พิมพิศร์วิงวอนเสียงอ่อน คมกริชครุ่นคิดชั่วอึดใจสั้นๆ… ก่อนจะคืนโทรศัพท์ให้หล่อน
“อย่าคุยนานนะ”
กำชับเสียงดุ เงี่ยหูรอฟัง
“ค่ะ… ”
พิมพิศร์รีบโทรหาแม่
“แม่จ๋า… ไม่ต้องห่วงนะแม่… ”
พิมพิศร์กล่าวลามารดาเพียงสั้นๆ
“พวกมันทำอะไรหนูหรือเปล่า”
นางชบาละล่ำละลักถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ค่ะแม่… ”
