“เฉินเฟิง... ฉันผิดไปแล้ว... ทำยังไงคุณถึงจะยอมแต่งงานกับฉันอีกครั้ง?”
เย่ชิงโหรวได้ยินดังนั้น เธอรีบวางท่าทีผู้นำตระกูลหญิงสุดแกร่งลง เปลี่ยนเป็การอ้อนวอนด้วยท่าทางอ่อนแอ
เฉินเฟิงนอนพิงหัวเตียง มองเย่ชิงโหรวอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยปาก
“ถ้าเธออยากแต่งงานกับผมแล้วรับใบทะเบียนสมรสใบใหม่ก็ได้นะ
ขึ้นอยู่กับว่าเธอยอมรับเงื่อนไขของผมได้หรือเปล่า”
เย่ชิงโหรวได้ยินว่ายังมีความหวังหลงเหลืออยู่จึงรีบพูดอย่างร้อนรน
“ฉันจะยอมรับทุกเงื่อนไข ตราบเท่าที่คุณเรียกร้องเลย
ถึงตอนนั้น เราจัดงานที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ ใช้เกี้ยวแบกแปดคานหามแต่งงานกับฉันอย่างเปิดเผย
เพราะตอนแรกที่ฉันแต่งคุณเข้าบ้าน พวกเรายังไม่ได้จัดงานอะไรเลย”
เฉินเฟิงได้ยินดังนั้น เขาแอบตบสะโพกอวบอิ่มของเย่ชิงโหรวอย่างแรง แสยะยิ้มเล็กน้อย
“คุณยังกล้าพูดเื่แต่งผมเข้าตระกูลอีกเหรอ หือ? เงื่อนไขคือ...
คุณต้องแบกรับโรคลูคีเมียของลูกสาวไปก่อน จากนั้นรอจนควบคุมกิจการตระกูลเย่ได้ทั้งหมด ถึงเวลานั้นผมจะรักษาอาการหญิงสาวหินผาแต่กำเนิดของคุณให้หายสนิท”
เย่ชิงโหรวได้ยินดังนั้น เธอตกตะลึงจนพูดไม่ออกไปชั่วครู่ ถามกลับอย่างใ
“ก่อนหน้านี้ เราตกลงคุยเื่การรักษาอาการหญิงสาวหินผาให้ฉันไม่ใช่เหรอ? คุณไม่รักษาฉันก็เื่หนึ่ง แล้วเื่ที่ขอให้ฉันรับเอาลูคีเมียอะไรนี่อีก เื่แบบนั้นเป็ไปได้ด้วยเหรอ?!”
“ผมรักษาคุณแน่... อยู่ที่ว่าคุณจะตอบตกลงหรือเปล่า ถ้าตกลง พวกเรายังมีโอกาสกลับมาแต่งงานกันอีกครั้ง”
เฉินเฟิงใช้สายตาค่อนข้างไร้อารมณ์สบตาเย่ชิงโหรว ้ามองลึกลงไปในดวงตาของเธอเพื่ออ่านความคิดที่แท้จริง
"ถ้าคุณมีวิชาแพทย์ที่มหัศจรรย์จริง ฉันก็ยินดีลองััความทุกข์ทรมานของลูกที่เป็ลูคีเมีย
แต่ชีวิตฉันไม่ใช่ของฉันเพียงผู้เดียว ในฐานะผู้นำตระกูลคนใหม่ ฉันต้องแบกรับความรับผิดชอบของตระกูลเย่ทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้คุณต้องรับประกันว่าหลังจากย้ายโรคมาที่ตัวฉันแล้ว คุณต้องสามารถรักษาฉันให้หายขาดได้นะ"
เย่ชิงโหรวพูดอย่างจริงจังโดยไม่ต้องคิดนาน
"วางใจเถอะ ต่อให้รักษาไม่หาย ผมก็จะย้ายโรคจากคุณกลับมาที่ตัวผมอยู่ดี
ความทุกข์ทรมานของลูกสาว ในเมื่อแม่เลี้ยงยังได้ัักับตัว แล้วในฐานะพ่อผู้ให้กำเนิดอย่างผม ผมก็ย่อมต้องัับ้างเช่นกัน"น้ำเสียงเฉินเฟิงจริงจังเป็อย่างมาก
หลังจากนั้น เฉินเฟิงลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟัน ส่วนเย่ชิงโหรวรีบลบเครื่องสำอางหลายชั้นบนใบหน้าที่เธอไม่ได้ล้างทั้งคืน
ระหว่างล้างหน้าแปรงฟัน เฉินเฟิงหวนนึกถึงฝันประหลาดที่ฝันเมื่อคืนยามเมา
ลมหนาวครวญคราง หิมะโปรยปรายเดือนสิบสอง
เสวียหรงอ้าวสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ยืนพิงประตูทางหนีไฟของโรงพยาบาล
ตรงข้ามเป็ห้องน้ำหญิงส่งกลิ่นเหม็นฉุน เสวียหรงอ้าวซึ่งกำลังโทษตัวเองอยู่ก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้
"เสวียหรงอ้าวลูกเขยตระกูลเย่ไม่ใช่เหรอนั่น ทำไมถึงมายืนสภาพโทรมๆ แบบนี้ในโรงพยาบาลตระกูลเย่ได้"
สาวสวยแต่งตัวดีสวมหน้ากากเดินออกมาจากห้องน้ำหญิงและหัวเราะเยาะเมื่อเห็นเสวียหรงอ้าว
แม้ว่าหญิงสาวสวยคนนี้จะสวมหน้ากาก แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงแหลมสูงและถ้อยคำเสียดสี เสวียหรงอ้าวก็รู้ทันทีว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น แต่คืออดีตแฟนสาวสมัยมัธยมปลายที่เคยตามจีบเขา จู้เจินฉิน
"จู้เจินฉิน ลูกสาวแท้ๆ ของเธอเป็ลูคีเมีย เหลือเวลาในชีวิตแค่หนึ่งวัน ฉันขอยืมเงินไปเป็ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินก่อนได้ไหม?"
เสวียหรงอ้าวได้ยินมาว่าอดีตแฟนสาวคนนี้ถูกลูกเศรษฐีคนหนึ่งทิ้งตอนที่เธออุ้มท้องได้หนึ่งเดือน เธอจึงกลับมาตามจีบเขาเพื่อให้รับดูแลต่อ ปัจจุบันเธอแต่งเข้าบ้านเศรษฐีแล้ว เขาจึงต้องทำใจกล้าหน้าด้านขอยืมเงินเธอ
จู้เจินฉินได้ยินดังนั้น สายตาของเธอแปลเปลี่ยนเป็เย็นะเื เธอมองผ่านไปที่ด้านหลังของเสวียหรงอ้าว จนได้เห็นเตียงคนป่วยที่วางพิงอยู่กับประตูทางหนีไฟ
บนผ้าห่มเก่าๆ สีเหลืองของเตียงผู้ป่วย เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ
บนเตียงมีเด็กผู้หญิงวัยอายุประมาณสี่ห้าขวบศีรษะไร้เส้นผมนอนอยู่ ถังออกซิเจนเหล็กข้างเตียงยื่นสายออกซิเจนไปเสียบที่จมูกของหนูน้อยคนนั้น
เด็กหญิงคนนี้คือเสวียเชียน ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เสวียหรงอ้าวเลี้ยงดูมาห้าปี หนึ่งเดือนที่แล้วเธอตรวจพบว่าเป็โรคลูคีเมียระยะสุดท้าย
ปัจจุบันแพทย์ได้ออกใบแจ้งเตือนว่าอาการถึงขีดอันตรายแล้ว น่าเสียดายที่เสวียหรงอ้าวเป็แค่ลูกเขย ไม่มีเงินพอจ่ายค่ารักษาให้ลูกสาวต่อไป
ตอนนี้เขาไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อเครื่องตรวจวัดคลื่นหัวใจไฟฟ้าให้ลูกสาวได้ด้วยซ้ำ ทำได้เพียงอาศัยถังออกซิเจนในการช่วยพยุงลงหายใจอันรวยริน
หมอที่เพิ่งเดินจากไปบอกเขาว่าในคลังไขกระดูก ในที่สุดก็พบไขกระดูกที่ตรงกับลูกสาวของเขาแล้ว
แต่น่าเสียดายที่ผู้บริจาคไม่เต็มใจบริจาคให้ลูกสาวของเขา และการปลูกถ่ายไขกระดูกต้องมีค่าใช้จ่ายสูงถึงสามแสน
เื่นี้ทำให้เสวียหรงอ้าวที่แม้แต่ห้องผู้ป่วยหรือเตียงรวมยังไม่มีปัญญาหามาให้ลูกสาวนอนรู้สึกสิ้นหวังและโทษตัวเองอย่างสุดซึ้ง
“ยังมีเวลาอีกหนึ่งวันเลยเหรอ พอดีเลย รีบเอากระจกตาของเด็กนั่นไปปลูกถ่ายให้เย่อี้ลูกชายสุดที่รักของฉันสิ”
จู้เจินฉินไม่สนใจความเป็ความตายของเสวียเชียนผู้เป็ลูกสาวแท้ๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อย กลับะโด้วยความตื่นเต้นและรีบเดินไปที่ประตูห้องผู้ป่วย VIP สุดหรูฝั่งตรงข้ามประตูทางหนีไฟ
ในไม่ช้า เสวียหรงอ้าวก็ได้ยินเสียงสนทนาระหว่างจู้เจินฉินกับชายชราที่คุ้นเคยผ่านประตูห้องผู้ป่วยที่เปิดแง้มอยู่
"พ่อบุญธรรม ลูกชายสุดหวงของเรามีโอกาสได้รับการปลูกถ่ายกระจกตาแล้ว!"
ชายชราถามกลับด้วยความตื่นเต้น
"จริงเหรอ?!"
จู้เจินฉินไม่พูดต่อ แต่ดึงชายชราออกจากห้องผู้ป่วย VIP สุดหรู เดินมาที่เตียงของเสวียเชียน
พวกเขาเมินเสวียหรงอ้าวไปอย่างสิ้นเชิง จู้เจินฉินชี้เสวียเชียนที่นอนหลับไม่รู้สึกตัว
"กระจกตาของเด็กคนนี้ เหมาะกับลูกชายสุดที่รักของเรามาก!"
ชายชราถามกลับอย่างไม่เชื่อในที่สิ่งได้ยิน
"ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วหรือยัง?"
จู้เจินฉินไม่เสียเวลาอธิบายมากไปกว่านี้ ปากพูดต่อในขณะที่ยังชี้นิ้วไปที่เสวียเชียนเช่นเดิม
"เด็กคนนี้มีชีวิตอยู่ได้อีกแค่หนึ่งวัน เราต้องรีบทำการปลูกถ่ายกระจกตาจากเธอ ก่อนที่เธอจะตาย"
เมื่อเสวียหรงอ้าวเห็นหน้าของชายชราคนนี้ สภาพจิตใจของเขาก็พังทลายลงสิ้นเชิง
ชายชราคนนี้คือเหลนชายรุ่นที่สามของตระกูลทรงอำนาจนามว่า เย่กัง อายุ 50 ปี
เขาเป็อาแท้ๆ ของ เย่เฉียนจิน ภรรยาคนปัจจุบันของเสวียหรงอ้าว
ที่น่าใยิ่งกว่าคือเสวียหรงอ้าวรู้ดีว่าเสวียเชียน ลูกสาวที่เขาเลี้ยงดูมา จริงๆ แล้วคือหลานสาวแท้ๆ ของเย่กัง
เพราะเสวียเชียนเป็ลูกสาวของเย่เทียนซึ่งเป็ลูกชายคนโตวัย 20 ของเย่กังกับจู้เจินฉิน
เมื่อหกปีก่อน เย่เทียนทิ้งจู้เจินฉินที่เพิ่งตั้งครรภ์ไป จู้เจินฉินจึงหาเสวียหรงอ้าวมารับ่ต่อ
ไม่นานหลังจากนั้น เย่เทียนขับรถขณะมึนเมา ขับฝ่าไฟแดงชนผู้เสียชีวิตหลายคน เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย าเ็ 7 ราย
เย่เทียนเองก็เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้เช่นกัน ตระกูลเย่ใช้เงินและอำนาจมหาศาลเพื่อปิดข่าวอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิต 3 รายและาเ็ 7 รายครั้งนี้
แต่เสวียหรงอ้าวไม่คาดคิดเลยว่าจู้เจินฉินจะกลายเป็เมียน้อยของเย่กังหลังจากแต่งงานกับลูกชายของเย่กังไม่สำเร็จ
ปัจจุบัน จู้เจินฉินอาศัยอยู่กับเย่กังและลูกชายวัย 3 ขวบในห้องผู้ป่วยที่หรูหราที่สุดของโรงพยาบาล
ส่วนเสวียเชียน ลูกสาวที่เสวียหรงอ้าวรับมาเลี้ยง ถึงแม้จะอายุ 5 ขวบ มากกว่าลูกชายของเย่กัง 2 ปี แต่ตามลำดับญาติเธอคือหลานแท้ๆ ของเย่กัง
ณ เวลานี้เอง
จู้เจินฉินผู้เป็แม่ใจดำอำมหิต้าจะคว้านดวงตาของลูกสาวในไส้ไปปลูกถ่ายให้ลูกชายสุดที่รักของเธอ
เด็กสองคนที่มีสายใยเืใกล้เคียงและซับซ้อนเช่นนี้ เพียงเพราะสถานะและฐานะของพ่อผู้เลี้ยงดู เด็กทั้งสองคนกลับได้รับการปฏิบัติแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!
