เมื่อมองไปที่เซียวหลิงอวิ๋นที่กำลังยุ่งอยู่ที่ริมฝั่งทะเลสาบแล้ว ดิงชิ่งก็ตาเบิกกว้างยิ่งขึ้น ในขณะที่ตงเย่าที่อยู่ข้างๆ ก็เบิกตากลมโตจนเหมือนถั่วเหลืองสองเม็ด “ศะ...ศิษย์พี่ชิ่ง น่ะ...นั่นเขากำลังวางอาคมอยู่หรือ? เ้าหนุ่มนั่นรู้การใช้อาคมด้วยอย่างนั้นหรือ?”
ติงชิ่งที่ใไม่แพ้กัน ก็ยกมือขึ้นและตบหัวตงเย่าพร้อมกับต่อว่า “เ้าโง่ หากไม่รู้จักการวางอาคมแล้ว จะสร้างค่ายกลลูกศรสามภพที่ทรงพลังอย่างนั้นขึ้นมาได้อย่างไร?”
ตงเย่าเกาหัวตัวเองและพูดพึมพำด้วยความเศร้าใจเล็กๆ “ขะ...ข้าก็แค่ใน่ะ เ้าหนุ่มนั่นช่างน่าทึ่งจริงๆ ไม่เพียงแต่พลังการต่อสู้จะทรงพลังผิดมนุษย์มนาเท่านั้น แต่ยังมีความรู้เื่การวางอาคมและค่ายกลอย่างลึกซึ้งอีก อาจจะเหนือกว่าท่านอาจารย์ฉางยวนด้วยซ้ำ ขะ...ข้าหมายถึงเื่ของการวางค่ายกลนะ”
ถังเซียวที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจ ฮ่าๆ ความน่าทึ่งของหลิงอวิ๋นนั้นยังมีมากกว่านี้อีก!
เมื่อใช้เวลาร่วมกันกับเซียวหลิงอวิ๋นมากขึ้น ทั้งถังเซียวและคนอื่นๆ ต่างก็ยิ่งรู้สึกว่าเ้าศิษย์น้องเล็กคนนี้ทั้งน่าทึ่งและผิดมนุษย์มนานัก ตัวเขาทั้งทรงพลัง มีพร์มาก และยังน่าทึ่งมากอีก
ความแข็งแกร่งของฉินหรูเยียนนั้นสามารถรับรู้และพอคาดเดาได้ แต่กับเซียวหลิงอวิ๋นแล้วมันเหมือนกับบ่อน้ำลึกที่สุดหยั่งถึง ยิ่งลงไปลึกมากเท่าไรก็ยิ่งน่าทึ่ง ตัวเขามีสิ่งใหม่ๆ คอยกระตุกเส้นประสาทและหัวใจของคนอื่นๆ อยู่ตลอด!
วัตถุดิบวิเศษชิ้นแล้วชิ้นเล่าออกมาจากมือของเซียวหลิงอวิ๋นและวางลงไปในพื้นทรายอย่างแม่นยำ
แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก หรือต่อให้ฉินหรูเยียนจะมีอาวุธิญญาชั้นยอดและฝึกวิชาิญญาเหลืองขั้นสูงสุด หรือต่อให้คนอื่นๆ จะฝึกค่ายกลกระบี่มาก็ตาม แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับงูหลามไฟลายเมฆที่อยู่ระดับสามขั้นสูงแล้ว การเตรียมตัวให้พร้อมมากเท่าไร โอกาสที่จะสังหารศัตรูได้ก็จะยิ่งมากขึ้น และการสูญเสียของฝ่ายตัวเองก็จะยิ่งน้อยลงด้วยเช่นกัน
อาคมที่เซียวหลิงอวิ๋นวางอยู่นี้ก็คืออาคม ‘อาคมประตูหนามผนึกมาร’ ที่ต่างไปจากตอนที่ใช้จับหลิ่วิก่อนหน้านี้ การวางแผนอาคมประตูหนามผนึกมารในคราวนี้ไม่เพียงแต่จะใช้วัตถุดิบที่สูงกว่าหนึ่งถึงสองระดับเท่านั้น แต่ยังเป็การวางอาคมผนึกมารสองชั้นทั้งภายในและภายนอกอีกด้วย ดังนั้นพลังในการกักศัตรูนั้นย่อมแข็งแกร่งกว่าการวางอาคมแบบง่ายที่สุดที่จับกุมหลิ่วิก่อนหน้านี้ถึงสิบหกสิบเจ็ดเท่า
เมื่อตกไปในอาคม ต่อให้งูหลามไฟลายเมฆที่เป็สัตว์อสูรระดับสามขั้นสูง แต่เซียวหลิงอวิ๋นก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถขังมันเอาไว้ได้อย่างน้อยสี่ถึงห้าชั่วอึดใจอย่างแน่นอน
ซึ่งภายในเวลาสี่ถึงห้าชั่วอึดใจนั้น ก็เพียงพอจะให้ทุกคนเข้าโจมตีได้คนละรอบแล้ว
และเพื่อความปลอดภัย เซียวหลิงอวิ๋นจึงวางอาคมประตูหนามผนึกมารไว้ถึงสองชั้น ข้าวของที่ใช้ไปนั้นก็มีมูลค่าสูงถึงห้าพันหินิญญาระดับต่ำ
ทุกคนช่วยกันรวมรวบวัตถุดิบมาคนละสามถึงห้าชิ้น ซึ่งเพียงพอใช้วางคมประตูหนามผนึกมารได้แค่เพียงสองชั้นเท่านั้น!
...
กระสวยแสงสายัณห์กับยานเหาะทองพิสุทธิ์บินเข้ามา ลอยอยู่เหนือทะเลสาบ
“ตูมๆๆ!” ภายใต้การระดมยิงด้วยพลังิญญา ทำให้เสาน้ำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหลายเสา
“เ้าสัตว์เดรัจฉาน จงออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงของเซียวหลิงอวิ๋นดังก้องไปทั่วพื้นน้ำ
“ซ่า” พร้อมด้วยเสียงน้ำสาดกระเซ็นดังขึ้น หัวงูขนาดใหญ่เท่าจานของเ้างูหลามไฟลายเมฆก็โผล่พ้นผิวน้ำออกมา
“ฟิ่วๆ ซู่มๆๆ ฉัวะๆ! จี๊ด...” ทันทีที่หัวงูโผล่พ้นน้ำออกมาได้แค่เพียงชั่วครู่เดียว! ก็พบแสงมีดลมสองแสง ลูกไฟสามลูก และแสงมีดน้ำสองกระบี่ ลำแสงสีเขียวพุ่งเข้ามาอย่างน่ากลัว
ตอนแรกเ้างูหลามไฟลายเมฆแสดงแววตาใก่อน จากนั้นก็กลายเป็ความโกรธแค้น เ้าพวกหัวขโมยตัวจ้อย กล้าดีอย่างไรถึงได้กลับมาพร้อมกับพวกพ้อง นี่มันหาเื่กันชัดๆ!
มันอ้าปากออกกว้าง “ซู่” เสาเพลิงขนาดเท่าถังน้ำก็พวยพุ่งออกมาจากปากใหญ่ๆ ของมัน
ทั้งแสงมีดลม ลูกไฟ และแสงมีดน้ำล้วนแหลกสลายไปในพริบตาเมื่อเผชิญกับเสาไฟขนาดใหญ่นี้ มีเพียงลำแสงสีเขียวที่แอบแฝงอยู่ที่พุ่งผ่านเสาไฟนั้น “ฉึก” พร้อมด้วยเสียงที่ดังเสียงหนึ่งก็ทำให้เกล็ดลายเมฆสีทองที่ห้อยลงมาจากตรงหน้าผากของงูหลามไฟลายเมฆแตกกระจายออก ห้อยต่องแต่งอยู่ห่างจากแผลสีแดงสดขนาดเท่ากำปั้น
โผล่หัวออกไปก็ถูกโจมตี!
ในเวลานี้เ้างูหลามไฟลายเมฆโกรธจัดขึ้นมาทันที
หางยาวๆ ของมันโบกสะบัดไปมาในน้ำ ลำตัวงูขนาดยาวสิบสองถึงสิบสามหมี่ก็พุ่งขึ้นจากน้ำ ลอยอยู่เหนือผิวน้ำสามสิบหมี่ ในขณะที่อยู่กลางอากาศก็อ้าปากกว้างออกมา “ปุ้งๆๆ” ลูกะุิญญาสัตว์อสูรสามลูกพุ่งเข้าใส่ยานเหาะทองพิสุทธิ์ที่อูเสี่ยวหมินขับอยู่
งูหลามไฟลายเมฆตัวนี้ฉลาดมาก ทันทีที่เห็นว่ายานเหาะทองพิสุทธิ์นั้นเคลื่อนที่ได้ช้ากว่ากระสวยแสงสายัณห์ จึงยิงลูกะุิญญาสัตว์อสูรทั้งสามลูกนั้นใส่ยานเหาะทองพิสุทธิ์!
นอกจากอูเสี่ยวหมินแล้ว ก็มีหม่าิฮุ่ย ถานหย่า หลินอิ๋ง และเจียงอิ่งสี่สาว รวมถึงโจวจวิ้นนั่งอยู่บนยานเหาะทองพิสุทธิ์ลำนั้น รวมทั้งหมดเป็หกคน!
เมื่อเผชิญหน้ากับลูกะุิญญาสัตว์สามลูกที่พุ่งเข้ามาแล้ว อูเสี่ยวหมินเองก็ใเช่นกัน รีบขับยานเหาะทองพิสุทธิ์ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
พวกหม่าิฮุ่ยกับหลินอิ๋งทั้งห้าคนต่างก็ส่งเสียงร้องด้วยความใ รีบยิงพลังิญญาและวิชาิญญาออกไปเพื่อสกัดลูกะุิญญาสัตว์ทั้งสามลูกนี้
เพียงแต่ลำพังแสงมีดน้ำ ลูกไฟ และแสงมีดลมที่ห้าคนปล่อยออกมา ‘อย่างเร่งรีบ’ นั้น จะสามารถต้านทานลูกะุิญญาสัตว์อสูรทั้งสามลูกนี้ได้อย่างไร?
“เปรี้ยงๆ” พร้อมด้วยเสียงดังสนั่นสองเสียง ลูกะุิญญาสัตว์สองลูกก็แตกกระจายออกภายใต้การระดมยิงของพลังิญญามากมาย แต่ลูกะุิญญาสัตว์อสูรลูกที่สามก็ยังพุ่งเข้าใส่ยานเหาะทองพิสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง
อูเสี่ยวหมินส่งเสียงคำราม มือซ้ายก็ปล่อยพลังม่านน้ำสีน้ำเงินออกมา!
“ซู่” ลูกะุิญญาสัตว์อสูรทะลุผ่านม่านน้ำดัง “เปรี้ยง” พุ่งเข้าใส่ยานเหาะทองพิสุทธิ์!
ยานเหาะทองพิสุทธิ์เกิดการสั่นะเือย่างรุนแรง
อูเสี่ยวหมินหน้าถอดสี และรีบขับยานเหาะทองพิสุทธิ์ที่สั่นะเือย่างรุนแรงนี้ให้หลบหนีออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
ลำตัวงูขนาดใหญ่ของงูหลามไฟลายเมฆร่วงลงไปในน้ำ ดวงตาตั้งทั้งสองดวงที่ใหญ่เท่าถ้วยชามของมันฉายแววยินดีออกมา
“เ้าสัตว์เดรัจฉาน บังอาจ!” พร้อมด้วยเสียงะโที่ดังมาจากกระสวยแสงสายัณห์ที่กำลังบินทะยานลงมาอย่างรวดเร็วราวกับนกนางแอ่น เซียวหลิงอวิ๋นกวัดแกว่งมือขวา
แสงดาบส่องออกมาและวาดเป็เส้นโค้งในอากาศ แล้วฟาดฟันลงไปที่งูหลามไฟลายเมฆที่กำลังร่วงลงมา
“โหว่ม!” ลำตัวงูเกิดการสั่นะเื พลังิญญาสัตว์อสูรที่ทรงพลังพลันหลั่งไหลออกมา กลายเป็โล่ิญญาสัตว์อสูรสีดำแดงเพื่อต้านรับแสงดาบนี้
“เปรี้ยง” พร้อมด้วยเสียงดังสนั่น โล่พลังิญญาสัตว์อสูรสีดำแดงก็แตกกระจายออก แต่แสงดาบที่ทะลุผ่านโล่มาก็มีขนาดลดลงไปถึงสามในสี่ “ฟิ่ว...” พร้อมด้วยเสียงแหวกผ่านสายลม แสงดาบเฉือนผ่านเกล็ดเมฆสีทองที่แข็งแกร่งของงูหลามไฟลายเมฆไป ทิ้งเอาไว้แค่เพียงรอยแผลตื้นๆ ขนาดเท่าเมล็ดข้าวเอาไว้บนเกล็ดเพียงสามเกล็ดเท่านั้น
“ซู่” ละอองน้ำสาดกระเซ็นขึ้นมา งูหลามไฟลายเมฆก็มุดลงน้ำไปอย่างว่องไวราวกับกิ่งหลิวเล็กๆ ชั่วขณะต่อมาผิวน้ำก็แยกออกอย่างรวดเร็ว งูหลามไฟลายเมฆที่ลงไปในน้ำราวกับเรือที่แล่นฉิวไปตามลม ไล่ตามยานเหาะทองพิสุทธิ์ที่ยังคงบินอยู่เบื้องหน้า
“ศิษย์พี่ เร็วเข้า!” เจียงอิ่งหน้าซีด เร่งอูเสี่ยวหมินที่ขับยานเหาะอยู่ข้างหน้าอย่างร้อนใจ ปล่อยแสงมีดน้ำและลูกศรน้ำไปทางงูหลามไฟลายเมฆที่กำลังไล่ตามพวกเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับพวกหม่าิฮุ่ยที่เหลือ
ฉินหรูเยียนใช้เท้าขวาออกแรงเหยียดเล็กน้อย กระสวยแสงสายัณห์วาดโค้งอย่างรวดเร็วกลางอากาศ ไล่ตามงูหลามไฟลายเมฆไป เซียวหลิงอวิ๋นะโเสียงดัง “เ้างูน้อย ทางนี้ต่างหากเล่า!” ทันทีที่สิ้นเสียง ดาบก็ฟาดฟันลงมา
ฟิ่วๆๆ แสงดาบสามเส้นฟันลงมาต่อเนื่องติดกัน
“โหว่มๆๆ!” พลังิญญาสัตว์อสูรที่ทรงพลังไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็โล่พลังิญญาสัตว์อสูรสีดำแดงเข้มเพื่อรับแสงดาบที่ฟันลงมาจาก้าทีละดาบ
แม้ว่าโล่พลังิญญาสัตว์อสูรสีแดงเข้มแต่ละโล่จะไม่สามารถต้านรับพลังแสงดาบทั้งหมดได้ แต่ก็ทอนพลังแสงดาบลงไปได้ครึ่งหนึ่ง หรืออาจจะสามในสี่หรือสี่ในห้าด้วยซ้ำ ทำให้แสงดาบที่ตกลงมาบนลำตัวงูหลามที่มีเกล็ดแข็งก็แค่ฟันโดดเกล็ดอย่างถากๆ จนเกิดประกายไฟ และทิ้งรอยฟันตื้นๆ เอาไว้เท่านั้น แต่ไม่มีเกล็ดใดที่ถูกฟันขาดเลย การโจมตีในระดับนี้ไม่เพียงพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับงูหลามไฟลายเมฆอย่างแท้จริงได้เลย
ด้วยเหตุนี้ทำให้งูหลามไฟลายเมฆไล่ตามศัตรูข้างหน้าต่ออย่างรวดเร็ว
ปล่อยให้สองคนนั้นที่อยู่บนยานเหาะที่ว่องไวนั้นไปก่อน แล้วฆ่าคนบนยานเหาะสีทองลำนี้แทน
เมื่อเห็นหญิงสาวมนุษย์ที่ดูอ่อนแอเ่าั้มีท่าทีใแล้ว งูหลามไฟลายเมฆก็ยิ่งรู้สึกคึกคักราวกับถูกฉีดเืไก่ เมื่อกินผู้บำเพ็ญเพียรมนุษย์ที่อ่อนแอเหล่านี้เข้าไปแล้ว ขอเพียงดูดซับพลังิญญาในกายของพวกเขามาได้สักสามหรือสี่ส่วน ก็จะได้พลังกลับคืนมาครึ่งหนึ่งของพลังสมุนไพรที่ถูกชิงไป
“ศิษย์พี่ เร็วเข้า รีบหนีกันเถอะ!” ที่ริมฝั่ง ติงชิ่งกับศิษย์น้องอีกสองคนมีสีหน้ากังวล พร้อมกับร้องะโไม่หยุด
หืม ยังมีอีกหลายคนนี่ ดีๆ ให้ข้ากินคนบนยานเหาะลำนี้ก่อน แล้วค่อยฆ่าอีกสามคนบนฝั่ง แล้วค่อยจัดการพวกเ้าทีหลัง เมื่องูหลามไฟลายเมฆเห็นพวกติงชิ่งสามคนที่อยู่บนริมฝั่งก็ยิ่งรู้สึกยินดีมากขึ้น มุ่งมั่นที่จะไล่ตามไปอย่างสุดกำลัง
มันไม่เห็นว่านอกจากทั้งสองคนบนกระสวยแสงสายัณห์ที่อยู่ข้างหลัง และอูเสี่ยวหมินที่ขับยานเหาะทองพิสุทธิ์อยู่ข้างหน้า มีพวกถังเซียวและคนอื่นๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังพวกติงชิ่งทั้งสามบนริมฝั่งที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งร้อยหกสิบหมี่ ซึ่งต่างก็มีแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี!
แม้แต่พวกหม่าิฮุ่ย เจียงอิ่ง และคนอื่นๆ ที่แสร้งทำเป็ใ ก็ยังต้องระงับความตื่นเต้นและยินดีเอาไว้ในใจไม่ให้แสดงออกมาขณะที่ใช้พลังยิงออกไปอย่างสะเปะสะปะ
ทุกอย่างเป็ไปตามแผนที่เซียวหลิงอวิ๋นวางเอาไว้ก่อนหน้านี้
