หลี่ชิงชิงส่งรอยยิ้มให้หวังจวี๋ ก่อนเอ่ยว่า “นี่แหละพี่สี่ของข้า มั่นใจในตนเองมากที่สุด”
หวังจวี๋เองก็ตั้งหน้าตั้งตารอซาลาเปาหวานของหลี่หลานหลานมากเช่นกัน
สำหรับประชาชนชาวแคว้นต้าถัง น้ำตาลถือเป็สิ่งล้ำค่ายิ่งนัก
มีคนยากจนมากมายที่ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยกินน้ำตาลเลย
หวังจวี๋โตมาขนาดนี้ อีกทั้งสองเดือนที่ผ่านมานี้ได้รับผลพลอยจากหลี่ชิงชิง นางจึงได้กินน้ำตาลไปแล้วหลายครั้ง
ไม่นานนัก สองอาหลานก็บ้วนปากล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเดินมาที่ห้องโถง เมื่อเห็นว่าบนโต๊ะแปดเซียนวางซาลาเปาสีขาวบริสุทธิ์ไว้ครึ่งจาน ซาลาเปาทุกลูกขนาดเท่าผลส้ม มีทั้งหมดหกลูก เฉลี่ยขนาดเรียบร้อยแล้วก็พาให้คนมองยิ้มออกมาได้
หวังจวี๋เอ่ยชื่นชมทันที “ซาลาเปาหวานที่พี่หญิงหลานหลานทำน่ากินเหลือเกินเ้าค่ะ”
หลี่ชิงชิงหยิบซาลาเปาขึ้นมาหนึ่งลูก ก่อนจะส่งเข้าปาก ได้กลิ่นหอมจางๆ ของข้าวสาลีอบอวลเข้ามาในจมูก หลังจากกัดไปคำหนึ่ง ซาลาเปาร้อนกำลังดี ตัวแป้งหมักออกมาได้ดีมาก เนื้อััทั้งนุ่มละมุนทั้งหอมหวาน รสชาติเหมือนข้าวสาลีที่เพิ่มรสหวานเล็กน้อย
อย่ามองเพียงว่าหลี่หลานหลานเรียนรู้วิธีการหมักแป้งได้ค่อนข้างช้า ทว่าเพียงครั้งแรกก็สามารถทำซาลาเปาที่มีหน้าตา เนื้อััและรสชาติออกมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว
“พี่สี่ อย่าว่าเช่นนั้นเช่นนี้เลย ซาลาเปาที่ท่านทำอร่อยทีเดียวเ้าค่ะ”
หลี่หลานหลานหัวเราะฮ่าๆ นางยกมือขึ้นมาเท้าเอว ก่อนเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “ย่อมเป็เช่นนั้น ข้าฉลาดถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังมีความสามารถ คิดจะทำอะไรย่อมได้เช่นนั้น”
หลี่ชิงชิงเพียงหัวเราะตอบรับ
เฝิงซื่อสี่แบกเฝิงจินยืนอยู่ที่ประตูห้องโถง เมื่อครู่นี้เฝิงซื่อสี่เองก็กินซาลาเปาหวานแล้วเช่นกัน มันอร่อยยิ่งนัก สีหน้าเคารพชื่นชมจึงถูกใช้มองไปยังพี่สะใภ้ใหญ่ของตนทันที
เด็กน้อยมิกล้าคาดหวังว่าตนจะเก่งกาจมีความสามารถเทียบเท่าหลี่ชิงชิง หวังเพียงให้ตนมีฝีมือเทียบเท่าสักครึ่งหนึ่งของหลี่หลานหลานก็นับว่าดีมากแล้ว
“น้องสาว ซาลาเปาหวานที่ข้าทำอร่อยถึงเพียงนี้ เ้าว่าข้าจะขายเพียงซาลาเปาหวานได้หรือไม่?” วิธีการพูดของหลี่หลานหลานมีจังหวะที่รวดเร็ว น้ำเสียงสูง ไม่อ้อมค้อม นางเอ่ยถึงสิ่งที่อยู่ในใจได้อย่างตรงประเด็นยิ่งนัก “บ้านเรามีที่ดินไม่มากนัก นอกจากที่เว้นพื้นที่ไว้ปลูกข้าว บริเวณสำหรับปลูกผักนั้นมีน้อยยิ่งนัก ผักที่ปลูกทุกปีไม่เพียงพอให้ทั้งครอบครัวกิน เ้าดูทั้งพี่รองและสามีพี่รองของเ้าสิ เมื่อวานนางยังต้องมอบผักให้พวกข้าอยู่เลย หากข้าต้องทำซาลาเปาด้วย เช่นนั้นก็จำเป็ต้องแบ่งเงินไว้เพื่อซื้ออาหารแล้ว ต้นทุนก็จะสูงขึ้นอีก เ้าคิดเห็นเช่นไร?”
หลี่ชิงชิงกินซาลาเปาหวานแล้วตามด้วยน้ำอุ่นๆ อาหารประเภทแป้งดีต่อกระเพาะ คนทางใต้กินพริกทุกวันย่อมปวดท้องได้ง่าย นางเอ่ยช้าๆ “ผักจะแพงสักแค่ไหนกันเชียว ท่านไม่จำเป็ต้องไปซื้อในเมือง แต่ขอให้สามีของพี่สาวช่วยหาครอบครัวในหมู่บ้านใกล้ๆ ที่ขายผัก ให้เขาส่งผักให้ท่านทุกวัน หากผักที่ท่าน้ามีมาก ราคาก็จะถูกลงมากเช่นกัน”
ชาติก่อนร้านซาลาเปาที่นางเปิดได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ แต่นางไม่เคยได้ยินว่าร้านที่ขายเพียงหมั่นโถวจะได้รับความนิยมมากมายถึงขนาดนั้น
ซาลาเปายัดไส้ ไส้แบ่งออกเป็สองประเภทคือไส้เนื้อและไส้ผัก
ไส้เนื้อยังแบ่งประเภทได้อีกมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกุ้งที่ผสมกับผักต่างๆ นอกจากนี้ยังมีไส้ผักอีกหลายชนิด ทั้งไส้ไข่ และผักชนิดต่างๆ หรือแม้แต่ผักล้วนเองก็ตาม
เสี่ยวหลงเปาของทางภาคใต้ ซาลาเปาไส้ทะลัก ซาลาเปาปิ้งของทางภาคเหนือ และอีกมากมาย
ซาลาเปาทั้งเนื้อนุ่มไส้แน่น อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
ซาลาเปาเป็อาหารที่มีชื่อเสียง ตำแหน่งในแวดวงอาหารทานเล่นรสเลิศของประเทศจีน ทว่าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหมั่นโถวจะได้รับความนิยมเหมือนกัน
หลี่ชิงชิงสอนสูตรการทำซาลาเปาให้พี่สาวทั้งสอง เพราะหวังว่าพวกนางจะสามารถสร้างรายได้จากมันไปได้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นลูกรุ่นหลานเองก็เช่นกัน
ผู้ใดจะคาดคิด หลี่หลานหลานกลับ้าประหยัดค่าอาหาร จึงไม่คิดจะขายซาลาเปายัดไส้ ซึ่งเื่นี้หลี่ชิงชิงไม่เห็นด้วย
“อา ที่เ้าเอ่ยมาก็ถูกต้อง ผักในเมืองมีราคาแพง ผักที่ขายในหมู่บ้านย่อมถูกกว่ามาก” หลี่หลานหลานนั่งลงบนม้านั่งยาวตรงข้ามกับหลี่ชิงชิง “ข้าบอกแล้วว่ามันสมองของเ้าฉลาดล้ำยิ่ง เพียงครู่เดียวก็คิดวิธีช่วยข้าได้แล้ว”
“ท่านพี่หมักแป้งใหม่หรือยังเ้าคะ? วันนี้ข้าจะสอนวิธีทำซาลาเปายัดไส้ให้ท่าน พรุ่งนี้ข้าต้องไปแล้ว” หลี่ชิงชิงเอ่ยในใจ แม้พี่สี่ผู้นี้จะมีความมั่นใจในตนเองเหลือล้น ทว่าหาได้ยกความคิดของตนเป็ใหญ่ ทว่าก็มิใช่คนที่ไม่รู้จักพลิกแพลง เื่นี้นับว่าดียิ่งนัก
“โอ๊ย ดูข้าสิ ช่างสมองทึบเสียจริง ลืมหมักแป้งใหม่เสียได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” หลี่หลานหลานหยิบชามของหลี่ชิงชิง มุ่งหน้าไปที่ห้องครัวเพื่อเติมน้ำร้อนในชาม ก่อนจะหยิบไข่ต้มสองฟองออกมาแล้วยัดใส่มือหลี่ชิงชิงและหวังจวี๋ ให้พวกนางสองคนกิน
หวังเลี่ยงเองก็ได้กินไข่ต้มหนึ่งฟองเช่นกัน
ครอบครัวสกุลเฝิงไม่ได้เลี้ยงไก่ ไข่เหล่านี้ล้วนเสียเงินซื้อมา หลี่หลานหลานมิอาจหักใจให้เฝิงจินกิน ทว่ากลับให้หลี่ชิงชิงและทั้งสามคนกินแทน
หลี่ชิงชิงลอกเปลือกไข่ จากนั้นก็ยัดครึ่งหนึ่งเข้าไปในปากของเฝิงจิน
ดวงตาของเฝิงจินเป็ประกายวาววับด้วยความดีใจ เอ่ยเสียงอ้อแอ้ว่า “ท่านน้า ไข่อร่อย”
หวังจวี๋ก็เลียนแบบเช่นกัน นางยัดไข่ครึ่งลูกให้เฝิงซื่อสี่กิน
ในใจของเฝิงซื่อสี่รู้สึกอบอุ่นขึ้นทันที
หลี่หลานหลานผสมแป้งหมักเสร็จ ก็อุ้มถังที่มีเสื้อผ้าสกปรกของพี่น้องสกุลเฝิงและหวังเลี่ยงไปซักที่แม่น้ำ นางปฏิเสธที่จะให้หลี่ชิงชิงตามไปด้วยโดยเอ่ยว่า “ตอนเช้าริมแม่น้ำหนาวเย็นนัก เ้าอยู่ที่บ้านเถิด”
หลี่ชิงชิงมิใช่คนี้เี นางเอ่ยว่า “พวกเราสองคนช่วยกันล้างย่อมเร็วขึ้น”
“พี่สะใภ้ ท่านอยู่บ้านเป็เพื่อนพี่ชิงชิงเถิด ข้าไปซักผ้าเอง” เฝิงซื่อสี่รู้ความนัก นางปลดเชือกที่ผูกเฝิงจินไว้ออก ก่อนจะส่งเฝิงจินให้หลี่หลานหลาน หลังจากนั้นก็ใช้แรงยกถังไม้ขนาดใหญ่ไปซักที่แม่น้ำแทน
เด็กที่มาจากครอบครัวยากจนมักจะดูแลครอบครัวั้แ่เด็ก หลี่หลานหลานไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดแปลก นางเพียงเอ่ยกำชับว่า “แม่น้ำลื่น เดินระวังๆ ด้วย”
“เสื้อผ้าของท่านพี่ ให้ข้าซักเองเถิด” หวังจวี๋เพิ่มเสื้อผ้าเข้าไปอีกชิ้น ก่อนจะตามเฝิงซื่อสี่ไป
หลี่ชิงชิงรอให้แม่นางน้อยทั้งสองเดินออกไปไกลเสียก่อนจึงเอ่ยถาม “พี่สี่ ท่านไม่กังวลเลยหรือว่าซาลาเปาหวานจะขายไม่ได้?”
หลี่หลานหลานเหลือบมองนางก่อนเอ่ยว่า “จะไม่กังวลได้อย่างไร ที่ข้าคิดจะไปซักผ้าก็เพื่อตั้งใจจะฆ่าเวลาอย่างไรเล่า”
หลี่ชิงชิงหัวเราะ “ข้าว่าแล้วเชียวว่าเหตุใดท่านถึงได้นิ่งนัก”
“ซาลาเปาที่พี่รองทำขายดีขนาดนั้น ซาลาเปาหวานที่ข้าทำย่อมขายได้ไม่เลวนักหรอก” แม้หลี่หลานหลานจะเอ่ยเช่นนี้ ทว่าในใจกลับพะว้าพะวังมิอาจสงบลงได้
นางใช้แป้งขาวไปสิบจิน รวมถึงน้ำตาลหนึ่งจินในการทำซาลาเปาหวาน ส่วนประกอบเหล่านี้รวมราคากันแล้วสูงถึงเจ็ดสิบเหรียญทองแดง
พึงรู้ไว้ว่าสามีของนางทำงานในเมืองหนึ่งวัน ค่าแรงที่ได้ไม่รวมกับค่าอาหารราคาเพียงหกเหรียญทองแดงเท่านั้น
ต้นทุนซาลาเปาหวานคือรายได้ของสามีจากการทำงานกว่าสิบวัน
เป็ในตอนนั้นเอง เฝิงซื่อสี่ที่เพิ่งไปซักผ้าริมแม่น้ำก็พรวดพราดผลักประตูเข้ามา ร้องะโด้วยความยินดีว่า “พี่สะใภ้ คนในตำบลบอกว่าซาลาเปาหวานของบ้านเราอร่อยมาก ยังบอกอีกว่าคนซื้อไม่น้อยเลย พี่ชายของข้าขายเพียงครู่เดียวก็ไปขายต่อในเมืองแล้ว”
หลี่หลานหลานดีใจถึงที่สุด นางรีบเดินออกจากห้องโถงไปยังลานบ้าน ะโถามเสียงดัง “ขายได้ดีขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“ใช่เ้าค่ะ ขายดีมากทีเดียว” เฝิงซื่อสี่กล่าวเสริมอีกว่า “เพียงแต่มีคนในตำบลบอกว่า ซาลาเปาหวานที่พวกเราขายราคาแพงไปหน่อยเท่านั้น”
หลี่ชิงชิงตั้งราคาซาลาเปาหวานไว้ที่สองเหรียญทองแดงต่อหนึ่งลูก หากซื้อสองลูกราคาสามเหรียญทองแดง
นางคิดว่าปกติแล้วคนน่าจะจ่ายสามเหรียญเพื่อซื้อสองลูกมาลองชิมดู
หลี่หลานหลานหันไปะโบอกหลี่ชิงชิงที่อยู่ในห้องโถง “น้องสาว พวกเขาบอกว่าซาลาเปาหวานแพงไปหน่อย”
หลี่ชิงชิงเดินออกมา เลิกเรียวคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามว่า “แป้งแพง น้ำตาลยิ่งแพงกว่า ยิ่งไปกว่านั้นทั้งตำบลไม่มีครอบครัวใดที่ขายอาหารจำพวกแป้ง มีเพียงบ้านท่านที่เดียวเท่านั้นที่ขาย”
หลี่หลานหลานไม่เคยทำการค้ามาก่อน ย่อมไม่รู้เื่จิตวิทยาของลูกค้า ดังนั้นนางจึงตอบว่า “มีลูกค้าในตำบลมาซื้อไม่น้อย เหตุใดพี่เขยของเ้าถึงไม่ขายในตำบล แต่เปลี่ยนไปขายในอำเภอแทนเล่า?”
หลี่ชิงชิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “พี่สี่เ้าคะ ท่านลองคิดดูสิ เรามีซาลาเปามากกว่าสามร้อยชิ้นนะเ้าคะ” จากนั้นนางก็เอ่ยต่อว่า “หากนี่เป็ซาลาเปายัดไส้ เพียงครู่เดียวก็คงขายหมดแล้ว ทว่าซาลาเปาหวานไม่ได้น่าดึงดูดเท่าซาลาเปายัดไส้เ้าค่ะ”
หลี่หลานหลานเอ่ยด้วยความฉงน “จริงหรือ?”
