“เภทภัย? ความหมายของเ้าคือ...เราเป็ชายที่หลงมัวเมาในสาวงามเหมือนพระเ้าโจวโยวและพระเ้าชางโจ้วเช่นนั้นหรือ เ้าช่างใจกล้ายิ่งนัก!” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ไอกดดันที่แผ่ออกจากตัวทำให้ขุนนางทั้งสามหวาดกลัวจนต้องคุกเข่าลงไปกับพื้น
แม้แต่ใต้เท้าไซที่เป็คนพูดเื่นี้ขึ้นมายังอดตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวไม่ได้ รีบกล่าวขออภัยโทษยกใหญ่ “ขอฝ่าาระงับโทสะด้วย กระหม่อมมิได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่การที่พระสนมซีเยวี่ยพักอยู่ในตำหนักเจินหลง เื่นี้ทำให้เกิดแรงสั่นะเืมากมายทั้งจากในวังและนอกวังพ่ะย่ะค่ะ!”
“สำหรับเื่นี้เราตัดสินใจเองได้ ไม่จำเป็ต้องให้เ้ามาพูดให้มากความ” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินสะบัดชายฉลองพระองค์สีเหลืองทองอย่างโกรธเกรี้ยวขณะเอ่ยข่มขู่ขุนนางทั้งสามอย่างไม่สบอารมณ์ “หากในพวกเ้ายังมีผู้ใดคิดจะพูดกล่อมเราอีก อย่าหาว่าเราไม่ไว้หน้าก็แล้วกัน!”
ขุนนางทั้งหลายถอนหายใจ ถวายบังคมลาฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
แม้องค์หญิงซีเยวี่ยจะได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก แต่ก็แกล้งทำเป็ไม่ได้ยินและไม่รับรู้ ทว่าภายในใจมีคลื่นลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมองสำรวจความเคลื่อนไหวขององค์หญิงซีเยวี่ย องค์หญิงซีเยวี่ยในตอนนี้ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ยืนนิ่งด้วยใบหน้าเรียบเฉยประหนึ่งตุ๊กตาไร้ความรู้สึก ลมพัดเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้ผมขององค์หญิงซีเยวี่ยปลิวสะบัดไปตามลม เป็ภาพที่งดงามประดุจภาพวาด
องค์หญิงซีเยวี่ยรับรู้ได้ว่าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินกำลังจ้องมองนาง แต่ก็ไม่ได้พูดคำใด ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเดินตรงเข้าไปหา มุมปากยกเป็รอยยิ้มลึกล้ำ “เราทำเช่นนี้ สนมรักพอใจหรือไม่”
องค์หญิงซีเยวี่ยหันหน้าไปมอง ยิ้มพร้อมกับเอ่ยตอบ “ฝ่าาทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว”
“นี่คือคำสัญญาของเรา ตอนนั้นเราบอกว่าจะให้คำตอบที่น่าพอใจแก้ต่างแคว้น”
องค์หญิงซีเยวี่ยได้ฟังเช่นนั้น แววตาเปล่งเป็ประกายก่อนจะรีบก้มหน้าหลบสายตา ทว่าสิ่งเหล่านี้ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินล้วนเห็นอยู่ในสายตาทั้งหมดแล้ว
“ฝ่าาทรงทำเช่นนั้นไม่ยุติธรรมต่อสนมคนอื่นเลย ไม่กี่วันก่อนหม่อมฉันไปเดินเล่นในอุทยานหลวง พบพี่เต๋อเฟย แววตาของพี่สาวทั้งโกรธและแค้นหม่อมฉันมาก” องค์หญิงซีเยวี่ยจ้องมองฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินนิ่ง ราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงภายในใจของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินหลบสายตา “สนมรักควรจะดีใจไม่ใช่หรือ ตอนนั้นก่อนที่พี่ชายของเ้าจะจากไป เราให้คำสัญญากับเขาเอาไว้ว่าจะปฏิบัติต่อเ้าอย่างดี”
เอ่ยจบ เสียงเล็กแหลมของขันทีน้อยก็รายงานว่า “ทูลฝ่าา พระสนมซูเฟยขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว ข้างนอกลือกันว่าซูเฟยในตอนนี้จิตใจไม่ค่อยปกติเท่าใดนัก ในวังหลังมีพระสนมที่ชอบอาละวาดและสติไม่สมประกอบเช่นนี้ ทำให้พระสนมคนอื่นๆ ในวังหลังต้องขายหน้ายิ่งนัก
“อนุญาต”
ซูเฟยเดินนำนางกำนัลที่มีท่าทางขลาดกลัวเข้ามาในตำหนักเจินหลง ใบหน้าของซูเฟยแลดูน่ากลัวยิ่งนัก ใบหน้าผัดแป้งสีขาวหนาเตอะ ริมฝีปากทาชาดสีแดงสดราวกับสีเื ที่ดวงตาวาดเป็เส้นที่ทั้งดำและหนา สวมชุดสีแดงสด ก้าวเดินเข้ามาในตำแหน่งอย่างเชื่องช้า
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมองอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก
ซูเฟยแย้มยิ้ม หากแต่เป็รอยยิ้มที่ดูวาววับน่ากลัวยิ่ง รอยยิ้มหยิ่งยโสของซูเฟยทำให้นางกำนัลซึ่งเดินตามอยู่ด้านหลังตัวสั่นเทา สำหรับนางกำนัล รอยยิ้มของซูเฟยนี้ราวกับผีสาวที่ชอบดื่มเืมนุษย์ก็ไม่ปาน ซูเฟยเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน เอ่ยทำความเคารพด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าาเพคะ”
“ลุกขึ้นเถิด เ้ามาหาเราที่ตำหนักมีเื่ใดหรือ” ใบหน้าของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเ็าประดุจน้ำแข็ง น้ำเสียงไม่มีแววอ่อนโยนแต่อย่างใด
“ฝ่าา ที่หม่อมฉันมาวันนี้ หม่อมฉันมาเยี่ยมน้องซีเยวี่ยเพคะ ั้แ่น้องซีเยวี่ยย้ายออกตำหนักิฉือ หม่อมฉันรู้สึกคิดถึงน้องซีเยวี่ยยิ่งนัก” ริมฝีปากซึ่งทาชาดสีแดงสดยามเอื้อนเอ่ยแลดูทั้งน่าใและน่ากลัว ซูเฟยยิ้มอ่อนขณะกล่าวจุดประสงค์ที่มาในวันนี้
ฮ่องเต้เห็นแป้งผัดหน้าที่อยู่บนใบหน้าซูเฟยเริ่มหลุดร่วงลงมา ในใจนึกรังเกียจยิ่ง “ไม่กี่วันก่อน ตอนเราให้ซีเยวี่ยออกจากตำหนักของเ้า สนมรักไม่ได้มีท่าทีเช่นนี้นี่ เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วันเอง คิดถึงจนอยากจะมาตามให้ซีเยวี่ยกลับไปแล้วหรือ”
ซูเฟยมีสีหน้าประดักประเดิด นางหันไปมององค์หญิงซีเยวี่ยซึ่งมีสีหน้าเ็าไม่กล่าววาจาใด นางเห็นท่าทางเช่นนั้นขององค์หญิงซีเยวี่ยก็ให้รู้สึกไม่พอใจ นางเอ่ยว่า “น้องซีเยวี่ย ข้ามาเยี่ยมเ้าแล้ว”
องค์หญิงซีเยวี่ยพยักหน้ารับรู้ ยิ้มอ่อน เอ่ยอย่างพอเป็พิธีว่า “น้องถวายบังคมพี่สาวเพคะ”
ที่ซูเฟยมาวันนี้เพื่อจะมาขอยาบำรุงความงามจากองค์หญิงซีเยวี่ย แต่ติดที่ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินยังอยู่ตรงนี้ด้วย นางจึงไม่อาจเอ่ยกับองค์หญิงซีเยวี่ยได้ นางเอ่ยขออนุญาตฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินว่า “ฝ่าา หม่อมฉันมีเื่อยากจะคุยกับน้องซีเยวี่ยตามลำพังสักเล็กน้อย…”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินรู้สึกรำคาญใจเหลือเกิน ไม่อยากจะมองหน้าซูเฟยอีกต่อไป จึงพยักหน้าพลางขมวดคิ้ว “ซีเยวี่ย เ้าไปเป็เพื่อนซูเฟยเดินเล่นที่อุทยานหลวงเถิด เรายังมีฎีกาอีกมากที่ต้องอ่าน”
ซูเฟยยิ้มดีใจ ยอบกายถวายความเคารพ “หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าาเพคะ”
องค์หญิงซีเยวี่ยรับคำว่าเพคะคำเดียว นางมองซูเฟยที่เดินตรงเข้ามาหานางอย่างตื่นเต้นดีใจ จับแขนนางราวกับเป็สหายที่สนิทสนมกันมานานนับปี แม้ใบหน้านางจะฉายแววรังเกียจเล็กน้อย แต่ท่าทางที่แสดงออกไปยังคงเรียบเฉยเป็ปกติ ซูเฟยจูงนางออกไปนอกตำหนัก
ทั้งสองคนเดินออกจากตำหนัก เดินเข้าไปในอุทยานหลวง
องค์หญิงซีเยวี่ยไม่อ้อมค้อม จ้องมองซูเฟยด้วยแววตาลึกล้ำพลางเอ่ยถาม “พี่สาว ยาหมดแล้วหรือ”
ซูเฟยมีสีหน้าลำบากใจ ส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยว่า “น้องซีเยวี่ย ยาข้ายังพอมีอยู่ เพียงแต่ข้ามีเื่สำคัญเื่หนึ่งอยากจะคุยกับเ้า”
องค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มหยัน แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่มีก็เพียงแต่ความรู้สึกไม่พอใจ “พี่สาวมาหาข้ามีเื่ใดหรือ”
ซูเฟยมองผิวนุ่มเต่งตึงขององค์หญิงซีเยวี่ยก็รู้สึกอิจฉายิ่ง นางลูบผิวตัวเองอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าได้ยินว่าต่างแคว้นมียาบำรุงความงามมากมาย ข้ารู้สึกอิจฉาเ้านักที่เ้ามีผิวขาวนุ่มและนวลเนียนเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเ้ามีวิธีใดถึงทำให้ผิวทั้งนุ่มและเต่งตึงเช่นนี้”
องค์หญิงซีเยวี่ยไม่คิดว่าซูเฟยจะถามเื่นี้กับนาง สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย นางเดินไปที่ต้นดอกโบตั๋น เด็ดกลีบของมันลงมาหนึ่งกลีบ “พี่สาวไปได้ยินเื่เหลวไหลพวกนี้มาจากที่ใด ข้ามีผิวเช่นนี้มาั้แ่กำเนิด มิได้ใช้ยาอันใดทั้งสิ้น”
ซูเฟยก้าวถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่เชื่อ ก่อนจะส่ายหน้ากับตัวเอง “เป็ไปไม่ได้ เ้าต้องหลอกข้าแน่!”
องค์หญิงซีเยวี่ยขยำกลีบดอกโบตั๋นจนแหลกเหลว ครั้นเห็นท่าทางตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อของซูเฟย ริมฝีปากนางยกเป็รอยยิ้ม “พี่สาวกล่าววาจาขบขันแล้ว ซีเยวี่ยจะหลอกพี่สาวไปเพื่อเหตุใดกัน พี่สาวดูดอกโบตั๋นดอกนี้สิ บานได้งดงามยิ่ง เพียงแต่น่าเสียดาย ต่อให้มันจะงดงามเพียงใดก็มีเวลาจำกัด สักวันหนึ่งก็ต้องเหี่ยวแห้งโรยรา คนเราก็เช่นกัน!”
ประโยคนี้แทงโดนจุดสำคัญภายในใจของซูเฟยเข้าพอดี แววตาจึงเปลี่ยนเป็น่ากลัว นางเดินเข้าไปบีบแขนขององค์หญิงซีเยวี่ยอย่างแรง “หญิงสารเลว เ้าหาว่าข้าแก่หรือ”
องค์หญิงซีเยวี่ยสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของซูเฟยอย่างแรง ทำให้ซูเฟยล้มลงไปกองที่พื้น องค์หญิงซีเยวี่ยเห็นเช่นนั้นในใจรู้สึกดีอย่างยิ่ง “พี่สาว ข้ายังไม่ได้ว่าพี่สักคำเลยนะ พี่สาวทำตัวโอหังกับข้าเช่นนี้ ลืมความเ็ปก่อนหน้านี้ไปแล้วหรือ”
ซูเฟยนึกถึงความเ็ปจากการถูกหนอนพิษในท้องกัดกินลำไส้ก็ใกลัวจนเหงื่อไหลโซมกาย ใบหน้าฉายแววเคียดแค้น แลดูน่ากลัวยิ่งนัก
