หลี่โยวเล่อได้ยินดังนี้ก็ดีใจ นางรีบกลับห้องไปเปลี่ยนชุดแล้ววิ่งออกมา จากนั้นจึงไปบ้านป้าสะใภ้สามพร้อมกับหวางเถาฮวา
เสิ่นอิ๋นหวนกำลังยุ่งอยู่กับการใส่ฟางเข้าไปในคอกม้า เจียงเฉิงเพิ่งช่วยสร้างคอกม้าเสร็จเมื่อไม่กี่วันก่อน ครั้นเห็นหวางเถาฮวาเดินมาจากไกลๆ ก็กลัดกลุ้มใจทันที ที่ผ่านมาพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ค่อยมาที่นี่ เหตุใดอยู่ๆ วันนี้ถึงมาได้
เป็ไปได้หรือไม่ว่าจะมาหาข้างบ้าน?
แต่เมื่อเห็นหวางเถาฮวาเดินมาทางบ้านพวกนาง นอกจากนี้ยังมีหลี่โยวเล่อตามมาด้วยและใกล้จะถึงประตูบ้านพวกนางอยู่แล้ว เสิ่นอิ๋นหวนก็ต้องรีบหยุดงานในมือตัวเองเพื่อออกไปรับทันที “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะ?”
หวางเถาฮวายิ้ม “ดูเ้าพูดเข้าสิ ข้ามาที่นี่ไม่ได้หรือ?”
เสิ่นอิ๋นหวนรีบตอบอย่างเร่งร้อน “ที่ใดกัน ต้องต้อนรับอยู่แล้วเ้าค่ะ เชิญเข้ามานั่งด้านในก่อนเถิด”
นางพาสองแม่ลูกเดินเข้ามายังลานบ้าน หลี่อันอันเดินออกมาพอดี นางเห็นหลี่โยวเล่อมาเที่ยวก็พาอีกฝ่ายไปเล่นที่อื่น หวางเถาฮวาหันมาคุยกับเสิ่นอิ๋นหวนว่า “ไม่ต้องเข้าไปในบ้านหรอก นั่งคุยกันข้างนอกนี่ก็พอ ข้าไม่ได้มีธุระอะไรมากมาย”
เสิ่นอิ๋นหวนเอ่ย “ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านนั่งที่นี่ก่อน ข้าจะไปรินชามาให้”
นางเอ่ยจบแล้วก็วิ่งเข้าห้องครัวไปต้มน้ำร้อนชงชาทันที
หวางเถาฮวานั่งลงแล้วสอดส่องสายตาไปรอบๆ นางพบว่าหลายห้องถูกปรับปรุงใหม่ กระทั่งคอกม้าก็เป็ของใหม่เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าบ้านพวกนางมีรถม้าหนึ่งคัน ดูจากตอนนี้แล้วคงจะเป็ความจริง
รั้วกำแพงที่ล้อมลานบ้านถูกสร้างอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้วัสดุที่ใช้ก็เป็ไม้เนื้อดี
ในอดีตเมื่อนานมาแล้วนางเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นที่นี่ซอมซ่อผุผัง ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นก็ไม่มีทางคิดว่าเป็ครอบครัวร่ำรวย แต่ดูตอนนี้สิ ไม่ว่าจะเครื่องเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างก็ล้วนแต่ดีกว่าที่บ้านนางทั้งสิ้น
ระหว่างที่กำลังคิดเื่พวกนี้ เสิ่นอิ๋นหวนก็ได้ยกน้ำชาออกมาจากห้องครัว หวางเถาฮวาชำเลืองมอง นางพบว่าแม้แต่กาน้ำชาและถ้วยน้ำชาก็เป็ของใหม่หมด ใบชาไม่ใช่กากชาแบบเมื่อก่อนอีกต่อไป แต่เป็ใบชาสีเขียวสดใหม่
หวางเถาฮวาเกิดความอิจฉา ถึงกระนั้นก็ยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “น้องสะใภ้สาม ข้าได้ยินว่าความเป็อยู่ของครอบครัวเ้าดีขึ้นแล้ว ข้าเองก็หวังว่าพวกเ้าจะสุขสบาย แต่นึกไม่ถึงว่าจะพลิกจากหน้ามือเป็หลังมือเช่นนี้ ต่อไปเ้าคงสบาย”
เสิ่นอิ๋นหวนตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน “ทั้งหมดเกิดจากความเหนื่อยยากของอันหรานเ้าค่ะ”
ใบหน้าหวางเถาฮวายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม “จะว่าไปแล้ว เต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกพวกนั้นขายดีขนาดนั้นเชียวหรือ? เดือนหนึ่งคงหาเงินได้หลายตำลึงสินะ?” นางยกมือทำท่าทำทางคุยกับเสิ่นอิ๋นหวน
หากเป็เมื่อก่อน เสิ่นอิ๋นหวนคงบอกทุกอย่างกับหวางเถาฮวาไปแล้ว แต่นับจากที่หลี่อันหรานราวกับเปลี่ยนเป็คนละคนและทำให้ความเป็อยู่ของครอบครัวดีขึ้น เสิ่นอิ๋นหวนก็มีไหวพริบขึ้นมาก นางตอบหวางเถาฮวาด้วยรอยยิ้ม “ไม่ได้มากมายขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง เงินทั้งหมดที่หามาได้ก็อยู่กับอันหราน ข้าไม่รู้เช่นกันว่ามีเท่าไร”
“นางทำการค้าและมีจุดให้ต้องใช้เงินเยอะมาก ข้าไม่รู้ว่ามีรายรับเท่าไร ขอแค่มีกินมีใช้ก็ไม่ได้สนใจมากนัก”
หวางเถาฮวาเม้มปาก แววตามีประกายเย็นยะเยียบแล่นผ่าน ทว่านางยังคงฝืนยิ้ม “เ้าช่างมีวาสนายิ่งนัก ทั้งที่เมื่อก่อนเคยลำบากถึงเพียงนั้น แต่ดูตอนนี้สิ? นี่ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงเล็กๆ แต่เป็การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าพลิกดินชัดๆ”
เสิ่นอิ๋นหวนเม้มปากนั่งยิ้มอยู่ด้านข้างโดยไม่พูดอะไร ไม่ว่าหวางเถาฮวาจะพูดอะไรก็เอาแต่พยักหน้าอย่างเดียว หากหวางเถาฮวาถามอะไรมาก็จะตอบตามที่หลี่อันหรานกำชับ ไม่ยอมบอกพวกข้อมูลสำคัญกับอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว
หวางเถาฮวาย่อมััได้เช่นกันว่าเสิ่นอิ๋นหวนทำตัวต่างจากปกติ นางดูจะระแวดระวังตัวมากขึ้น แต่วันนี้หวางเถาฮวามาเพื่อดูว่าที่นี่เป็อย่างไรบ้างแล้ว เพราะที่ผ่านมานางฟังแต่คำบอกเล่าของคนในหมู่บ้าน ไม่ได้รู้จริงๆ ว่าเป็อย่างไร
หลังจากได้มาเห็นกับตาก็พบว่าที่นี่ดีกว่าครอบครัวตัวเองจริงๆ ไม่แปลกที่เหอชุนฮวาจะอิจฉาตาร้อนขนาดนั้น ซ้ำยังนำไปนินทาให้นางฉางฟัง บ้านสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองจะอิจฉาก็ไม่แปลกมิใช่หรือ?
ทว่าเื่นั้นเป็อีกประเด็นหนึ่ง หวางเถาฮวาอยากผูกมิตรกับพวกเสิ่นอิ๋นหวนเช่นกัน แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้้าความช่วยเหลือหรืออยากยืมเงิน แต่ตอนนี้พวกนางมีเงินขนาดนี้ ผูกมิตรเผื่อไว้สำหรับวันหน้าก็ไม่มีอะไรเสียหาย
“จริงสิ เ้าไม่ได้ไปเยี่ยมท่านแม่มานานเพียงใดแล้ว?”
เสิ่นอิ๋นหวนผงะไปเล็กน้อยแล้วรีบตอบ “ข้าไปเยี่ยมท่านแม่เป็ระยะๆ เวลาไปจะนำของไปฝากด้วย มีอะไรหรือ?”
หวางเถาฮวาเห็นนางลนลานขนาดนี้ก็ยิ้มว่า “ไม่มีอะไร เ้าไม่ต้องกังวล ทุกคนต่างรู้ว่าเ้ากตัญญูและมีน้ำใจ ข้าเพียงแต่ถามไปอย่างนั้น”
“เมื่อวานข้าไปเยี่ยมท่านแม่มา สะใภ้รองก็อยู่ที่นั่นด้วย เ้าไม่รู้หรอกว่านางพูดอะไรกับท่านแม่บ้าง”
เสิ่นอิ๋นหวนแน่นิ่งไปเล็กน้อย “นางพูดอะไรหรือ?”
ความจริงนางรู้ว่าบ้านใหญ่กับบ้านรองมักพูดถึงตัวเองในทางไม่ดีให้ท่านแม่ฟัง ตอนนี้นางจึงอดรู้สึกเป็กังวลไม่ได้
หวางเถาฮวาเล่าคำพูดทั้งหมดที่เหอชุนฮวาพูดกับนางฉางให้เสิ่นอิ๋นหวนฟัง นอกจากนี้ยังมีการกล่าวเกินจริงยกใหญ่และปิดท้ายว่า “จิตใจคนเราก็เป็เช่นนี้ ยามที่เ้าไร้เงินไร้อำนาจ นางไม่แม้แต่จะสนใจเ้าด้วยซ้ำ”
“ตอนนี้เห็นว่าความเป็อยู่ของเ้าดีขึ้นก็วางแผนจะมาเอาเงินเ้า ต่อให้เป็ญาติก็ไม่ควรคบหากับคนเช่นนี้”
นางพูดไปด้วย คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสีหน้าเสิ่นอิ๋นหวนไปด้วย
จังหวะนี้เอง หลี่อันหรานกลับมาจากด้านนอกพอดี นางหน้าบึ้งตึงทันทีที่เห็นหวางเถาฮวา “ท่านมาทำอันใดที่นี่?”
“โอ้ อันหราน เ้าไปข้างนอกมาหรือ? ป้ามาเพราะมีเื่จะคุยกับแม่เ้า เห็นว่านางสุขสบายดีก็วางใจแล้วละ”
หวางเถาฮวาเห็นว่าหลี่อันหรานมีสีหน้าไม่เป็มิตรก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ ทว่าก่อนไป นางไม่ลืมที่จะพูดกับเสิ่นอิ๋นหวนอีกครั้งว่า “เ้าใคร่ครวญเื่ที่ข้าพูดเมื่อครู่ให้ดีเถิด ระวังจะถูกความเป็มิตรหลอกเอา”
หลี่อันหรานขมวดคิ้วมองนางจากไป หลังจากที่นางจากไปแล้วจึงค่อยหันไปถามเสิ่นอิ๋นหวน “ท่านแม่ นางมาคุยอะไรกับท่าน? ที่นางพูดเมื่อครู่มันหมายความว่าอย่างไร”
ตอนนี้เสิ่นอิ๋นหวนกำลังอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก นางได้ยินหลี่อันหรานถามเช่นนี้จึงเล่าคำพูดเมื่อครู่ของหวางเถาฮวาให้ฟังทั้งหมด
หลี่อันหรานฟังจบแล้วแค่นเสียงเย็น น้ำเสียงเจือความเย้ยหยัน “คนพวกนี้เห็นว่าพวกเราได้ดีแล้วก็อยากมาหาผลประโยชน์ ข้ามองคนพวกนี้ออกมานานแล้วละ”
“ท่านห้ามเชื่อพวกเขาเด็ดขาด อย่าเห็นว่าพวกเขาคุยดีด้วยหน่อยแล้วไปซาบซึ้งบุญคุณ”
“พวกเราไม่้าการเอาใจจากพวกเขา ที่ผ่านมา ยามที่พวกเรามีเื่เดือดร้อน การจะขอความช่วยเหลือจากพวกเขามันยากยิ่งกว่าการตายแล้วขึ้น์เสียอีก แต่ตอนนี้กลับจะเอาความเป็ญาติมาอ้างเนี่ยนะ พวกเขามีสิทธิ์อันใด?”
