"เพียะ" เสียงฝ่ามือกระทบหน้าผากดังลั่น
ต้าลี่ชี้นิ้วไปทางกู้เฉียนอย่างหัวเสีย "ชูชิง ลุงมัวแต่หนีไอ้หมอนี่จนลืมเื่สำคัญไปเลย ไปเร็วเข้า รีบไปโทรศัพท์กัน"
กู้เฉียนมองหน้าชูชิงสลับกับชายวัยกลางคนด้วยความประหลาดใจ "เมื่อกี้คุณเรียกเขาว่า 'ลุงต้าลี่' งั้นเหรอ? นี่พวกคุณรู้จักกันด้วยเหรอครับ?"
ชูชิงยิ้มบางๆ ตอบกลับอย่างใจเย็น "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอธิบายค่ะ"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินแกมวิ่งมุ่งหน้ากลับไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที กู้เฉียนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งตามไปติดๆ
"งั้นเอาไว้โทรศัพท์เสร็จแล้วค่อยเล่าให้ฟังก็ได้ครับ"
ชูชิงไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เท้ายังคงก้าวฉับๆ ไปข้างหน้า "ต่อให้โทรเสร็จฉันก็ไม่มีเวลาเล่าหรอกค่ะ ฉันมีเื่คอขาดบาดตายต้องจัดการ"
กู้เฉียนโปรยคำถามหยั่งเชิง "มีอะไรให้ผมช่วยไหม? เห็นแบบนี้ผมก็รู้จักคนใหญ่คนโตในอำเภอเยอะนะ"
ฝีเท้าของชูชิงชะงักกึก เธอหันขวับกลับมา "คุณรู้จักผู้อำนวยการโรงพยาบาลนี้ไหมคะ?"
"รู้จักสิ หมายถึงลุงเฝิง... เอ่อ ผู้อำนวยการเฝิงใช่ไหม? ท่านเป็เพื่อนสนิทพ่อผมเอง"
แววตาของหญิงสาวเป็ประกายขึ้นมาทันที "เยี่ยมเลยค่ะ รบกวนคุณช่วยไปเชิญท่านมาที่โรงพยาบาลตอนนี้เลยได้ไหมคะ?"
กู้เฉียนมีท่าทีลังเลเล็กน้อย "แต่นี่มันดึกมากแล้วนะครับ ไปรบกวนเวลาพักผ่อนเกรงว่าจะเสียมารยาท..."
ชูชิงตัดสินใจเปิดเผยความจริงบางส่วน เพราะเื่ต่งปิ่งวางยานั้นรอช้าไม่ได้ "เื่นี้ความเป็ความตายค่ะ ถ้าท่านมาช้าแม้แต่นาทีเดียว แขนแม่ของฉันอาจจะต้องพิการเพราะฝีมือหมอแซ่ต่งคนนั้น ฉันมีหลักฐานมัดตัวเขาค่ะ"
กู้เฉียนเป็คนรักความยุติธรรมโดยทุนเดิม พอได้ยินแบบนั้น เขาก็รับปากทันทีด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เข้าใจแล้ว ผมจะไปตามท่านเดี๋ยวนี้"
ชายหนุ่มหันหลังวิ่งแน่บมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของผู้อำนวยการทันที
ส่วนชูชิงขอยืมโทรศัพท์ของโรงพยาบาลต่อสายไปยังที่ทำการหมู่บ้านเป่ยซิน โชคดีที่มีเ้าหน้าที่เวรรับสาย เธอจึงฝากเื่แจ้งข่าวให้ทางบ้านรู้ว่าต้าลี่ปลอดภัยดี
เมื่อวางสาย ชูชิงพาต้าลี่มายืนรอผู้อำนวยการเฝิงที่หน้าโรงพยาบาล
สิบกว่านาทีต่อมา รถของผู้อำนวยการเฝิงก็มาจอดเทียบ โดยมีกู้เฉียนนั่งมาด้วย
ชูชิงไม่รอช้า เดินตรงเข้าไปยื่นขวดน้ำเกลือให้ทันที "ผู้อำนวยการเฝิงคะ นี่คือน้ำเกลือที่หมอต่งเตรียมไว้ให้แม่ฉันเมื่อครู่นี้ ท่านช่วยตรวจสอบหน่อยได้ไหมคะว่าข้างในผสมอะไรลงไป?"
ผู้อำนวยการเฝิงรับขวดไปถือไว้ สีหน้าของท่านดูเคร่งขรึมขึ้นทันตา "ตามผมมา"
ท่านนำทางชูชิงและทุกคนตรงไปยังห้องปฏิบัติการ ภายในห้องมีพยาบาลเวรประจำการอยู่
"เปิดฝาซิ" ผู้อำนวยการสั่งเสียงเรียบ
พยาบาลรับคำสั่ง หยิบอุปกรณ์มาเปิดฝาขวดอย่างคล่องแคล่ว
ผู้อำนวยการเฝิงขยับเข้าไปใกล้ จรดจมูกสูดดมกลิ่นที่ลอยออกมาจากปากขวดเพียงครู่เดียว คิ้วของท่านก็ขมวดมุ่น "กลิ่นนี้... มีส่วนผสมของยาแก้ปวดปริมาณสูงมาก แต่ถ้าจะเอาตัวเลขที่แม่นยำ ต้องส่งไปตรวจสอบที่สถาบันวิจัยในเมืองหลวง"
ไม่มีใครกังขาในความสามารถของผู้อำนวยการเฝิง โดยเฉพาะกู้เฉียนที่รู้กิตติศัพท์ดีว่า คุณลุงท่านนี้จมูกไวยิ่งกว่าเครื่องจักร สามารถแยกแยะกลิ่นยาได้นับพันชนิด
กู้เฉียนเสนอตัวทันที "สถาบันวิจัยในเมืองหลวงเหรอครับ? ทางนั้นผมคุ้นเคยดี เดี๋ยวผมจัดการส่งไปตรวจให้เอง"
ผู้อำนวยการเฝิงใช้หลอดดูดของเหลวจากขวดน้ำเกลือออกมาส่วนหนึ่ง ถ่ายลงในหลอดทดลองขนาดเล็กแล้วปิดผนึกอย่างแ่า ก่อนจะยื่นให้กู้เฉียน
"ถ้าการสอบสวนหมอต่งเกิดสะดุดลง คุณค่อยเอาตัวอย่างนี้ส่งไปเมืองหลวง แต่ถ้าเขายอมจำนนแต่โดยดี ก็ไม่จำเป็ต้องลำบากขนาดนั้น... ว่าแต่ คุณสนิทกับสารวัตรจางผิ่นไม่ใช่รึ? หมอนั่นเชี่ยวชาญคดีอาญา ตามตัวมาช่วยสอบสวนหมอต่งน่าจะเหมาะที่สุด"
"ได้ครับ ผมจะโทรหาเขาเดี๋ยวนี้" กู้เฉียนรับคำ
"โทรเข้าเบอร์ที่ทำงานเขานะ ่นี้เขาเข้าเวรดึก" ท่านกำชับ
"รับทราบครับ" กู้เฉียนปลีกตัวไปโทรศัพท์
ผู้อำนวยการเฝิงหันกลับมามองเด็กสาวตรงหน้า แววตาฉายแววชื่นชมในความกล้าหาญ "หนูน้อย ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะคืนความยุติธรรมให้ครอบครัวหนูเอง โรงพยาบาลของฉันไม่ต้อนรับหมอไร้จรรยาบรรณ แต่ฉันสงสัยนิดหน่อย หนูรู้ได้ยังไงว่าน้ำเกลือขวดนี้มีปัญหา?"
ชูชิงส่งยิ้มบางๆ "ขอบพระคุณผู้อำนวยการมากค่ะ จริงๆ หนูดูไม่ออกหรอกค่ะว่ามียาอะไรผสมอยู่ แต่เมื่อวานหนูบังเอิญเดินผ่านบ้านหมอต่ง ได้ยินเขาวางแผนกับแม่ม่ายต่งว่าจะทำร้ายแม่ หนูก็เลยระวังตัวแจ พอคืนนี้เห็นพยาบาลจะมาฉีดยาตอนดึก แถมหมอต่งยังนั่งเฝ้าอยู่ที่ห้องพักแพทย์ หนูเลยรีบดึงเข็มออก แล้วก็ประจวบเหมาะเจอคุณกู้เฉียนพอดี เขาบอกว่ารู้จักท่าน หนูเลยตัดสินใจให้เขาไปตามท่านมานี่แหละค่ะ..."
เมื่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมด ผู้อำนวยการเฝิงจึงเรียกพยาบาลเวรที่ฉีดยาให้หลี่ไหลฮวามาสอบถาม ได้ความว่าน้ำเกลือขวดนี้ต่งปิ่งเป็คนเตรียมเองกับมือ และกำชับให้เธอนำไปฉีดให้คนไข้
ในยุคนั้น การที่แพทย์จะผสมยาเตรียมไว้ให้คนไข้ถือเป็เื่ปกติ พยาบาลเวรจึงไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าต่งปิ่งจะมีเจตนาแอบแฝง
ต้าลี่ซึ่งยืนเงียบอยู่ข้างหลังมาตลอด จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาด้วยความโมโห "ไอ้หมอชั่วนั่น ผมจะไปจัดการมัน"
เขาทำท่าจะพุ่งตัวออกไป แต่ผู้อำนวยการเฝิงยกมือห้ามไว้
"ใจเย็นก่อนพ่อหนุ่ม ใจเย็นๆ..."
สายตาของผู้อำนวยการเฝิงสะดุดกึกเมื่อพิจารณาใบหน้าของต้าลี่ชัดๆ ท่านเพ่งมองพลางอุทาน "เอ๊ะ? นี่คุณ... หรือว่าคุณคือลูกชายคนเล็กของตระกูลเถา? หายหน้าหายตาไปหลายปีเลยนะเนี่ย"
ต้าลี่ชะงักกึก ยืนนิ่งด้วยความงุนงง "ขอโทษนะครับผู้อำนวยการ ผมความจำเสื่อม จำไม่ได้แล้วครับว่าตัวเองเป็ใคร"
แววตาของผู้อำนวยการเฝิงไหววูบด้วยความสงสาร "เอาล่ะ เดี๋ยวจัดการเื่หมอต่งเสร็จ ผมจะตรวจร่างกายให้คุณอย่างละเอียดเอง"
ต้าลี่รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่รบกวนดีกว่าครับ ขอบคุณที่หวังดี แต่ผมว่าที่เป็อยู่ตอนนี้ก็ดีแล้ว ผมชอบบ้านลุงหลี่ ลุงกับป้าไม่มีลูกชาย ผมอยากอยู่ที่นั่นในฐานะลูกชายของแก"
ผู้อำนวยการเฝิงตาโต "คุณพูดอะไรออกมา คุณลืมไปแล้วรึไงว่าพ่อคุณดุแค่ไหน? ขืนรู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนหนีไปเป็ลูกคนอื่น มีหวังคุณโดนตีขาหักแน่"
ชูชิงได้ยินแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งใจ แต่เธอก็ไม่อยากฉวยโอกาสจากคนป่วย "ลุงต้าลี่คะ เอาไว้ความจำลุงกลับมาก่อน แล้วค่อยตัดสินใจดีกว่าค่ะว่าจะอยู่ที่บ้านหนูต่อไหม อีกอย่าง ลุงเพิ่งมาอยู่กับเราได้ไม่กี่วัน ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะคะ?"
ต้าลี่หันมายิ้มเขินๆ ให้เด็กสาว "ชูชิง ถึงลุงจะความจำเสื่อมแต่ลุงไม่ได้โง่นะ ตากับยายเอ็นดูลุงจริงๆ อยู่บ้านนั้นลุงมีความสุขมาก... แถมในหัวลุงมันมีเสียงคอยบอกตลอดว่า ให้เป็ลูกชายของลุงหลี่เถอะ"
คราวนี้ผู้อำนวยการเฝิงจ้องหน้าต้าลี่เขม็ง "ในหัวมีเสียงคนพูดงั้นรึ? พ่อหนุ่ม... ผมว่าคุณไม่ได้แค่ความจำเสื่อมแล้วล่ะ แต่อาจจะเป็โรคจิตเภทด้วย รอผมเคลียร์เื่ตรงหน้าเสร็จ ผมต้องจับคุณมารักษาอย่างจริงจังแล้ว"
ต้าลี่หน้าสลดลง "ผมไม่ได้บ้านะ... ไม่ได้ป่วยจริงๆ นะครับ"
ชูชิงมองต้าลี่อย่างครุ่นคิด เธอไม่เชื่อว่าเขาเป็โรคจิตเภท แต่กลับรู้สึกว่า 'ต้าลี่' ในชีวิตใหม่นี้ อาจจะมีปาฏิหาริย์หรือััพิเศษบางอย่างเกิดขึ้นกับเขาก็เป็ได้
ผู้อำนวยการเฝิงตัดบทไม่สนทนาต่อ ท่านเดินนำทุกคนตรงดิ่งไปยังห้องพักแพทย์ของต่งปิ่ง แต่กลับพบความว่างเปล่า
ท่านจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปยังห้องพักผู้ป่วยของหลี่ไหลฮวาแทน
และภาพที่เห็นก็คือ ต่งปิ่งกำลังยืนทุบประตูห้องผู้ป่วยเสียงดังปังๆ
ต่งปิ่งไม่ทันสังเกตเห็นกลุ่มคนที่เดินมาข้างหลัง เขายังคงะโสั่งเสียงแข็ง "เปิดประตู คนไข้ชูผิง หลี่ไหลฮวา เปิดเดี๋ยวนี้ หมอจะเข้าไปตรวจอาการ"
ชัดเจนว่าเขากำลังหาทางเข้าไปทำร้ายคนไข้
"ใครเขาสั่งเขาสอนให้มาตรวจคนไข้ตอนตีสองตีสามกันฮะ"
เสียงตวาดก้องทรงอำนาจของผู้อำนวยการเฝิงทำเอาต่งปิ่งสะดุ้งโหยง
"ต่งปิ่ง ฉันว่านายชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้วนะ คิดจะใช้ข้ออ้างตรวจเยี่ยมบังหน้า เพื่อเข้าไปทำให้แขนของหลี่ไหลฮวาพิการถาวรใช่ไหม"
ต่งปิ่งหน้าซีดเผือดด้วยความใ แต่ก็พยายามปั้นหน้าตีเนียน "ผ...ผู้อำนวยการ ท่านมาทำอะไรที่นี่ครับ? ผมทราบครับว่าไม่มีใครตรวจเยี่ยมเวลานี้ แต่... แต่เื่เมื่อวานผมรู้สึกผิดจริงๆ ก็เลยอยากอาศัย่เข้าเวรมาดูแลคนไข้เป็พิเศษ..."
เจอคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เข้าไป ผู้อำนวยการเฝิงก็ยิ่งเดือดดาล "หลักฐานคาตาขนาดยังไม่สำนึกอีกเหรอ? หรือจะต้องให้ตำรวจมาลากคอไปก่อนถึงจะยอมคายความจริง"
