“ทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์บงกชทมิฬ!” ซือถูซือฮั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าที่ราวกับเสียงของอสรพิษ และที่มือขวาของเขาก็ได้กุมกระบี่อยู่
เชียนมู่เซวี่ย จางเสี่ยวเหา โอวหยางมี่มี่ จ้าวจื่อเซียว ฉินิ และฉู่หย่งเจี๋ยทั้งหกคนต่างก็หรี่ตาลง พวกเขาทั้งหกเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ซึ่งมีประสาทััที่เหนือกว่าคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
นับั้แ่ที่อีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้น เชียนมู่เซวี่ยและคนอื่นๆ อีกห้าคนก็ััได้ถึงภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่!
ดวงตาสวยของโอวหยางมี่มี่หรี่ลงเล็กน้อย ก่อนที่ร่างสูงระหงของเธอจะหายวับไปอย่างปริศนา!
ก่อนหน้านี้เธอเคยต่อสู้กับซือถูซือฮั่นมาก่อน และแม้ว่าในตอนนั้นซือถูซือฮั่นก็นับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว แต่นั่นก็ไม่ถึงขั้นทำให้เธอกลัวแต่อย่างใด
ความเป็ไปได้อย่างเดียวที่อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งขึ้น ก็คือระดับของเขาต้องสูงขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เท่ากับว่าตอนนี้เขาจะต้องเพิ่มเป็ระดับ 6!
ผู้วิวัฒนาการระดับ 6! ความสามารถทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า พลังต่อสู้ไม่ใช่แค่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เป็การเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
โอวหยางมี่มี่ใช้ทักษะล่องหนทันที
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้คนที่ซือถูซือฮั่นระแวดระวังมากที่สุดก็คือโอวหยางมี่มี่ แม้ว่าเธอจะล่องหนได้ แต่ด้วยประสาทััอันน่าทึ่งของเขาก็ยังคงจับตำแหน่งของเธอได้อยู่ดี!
มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเ็า ก่อนจะถอดหมวกทรงกรวยสีดำบนหัวออกจนเผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือด เขาเหลือบมองไปด้านข้างเล็กน้อย และเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้ม
“สาวน้อย ทักษะของเธอก็ไม่มีประโยชน์กับฉันหรอก”
หัวใจของโอวหยางมี่มี่ที่อยู่ในสถานะล่องหนเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย สายตาของอีกฝ่ายจ้องมาที่เธออย่างแม่นยำ
กระบี่ในมือของซือถูซือฮั่นถูกยกขึ้นก่อนปลายดาบจะชี้ไปยังโอวหยางมี่มี่ สายตาเย็นเยียบกวาดมองผ่านเชียนมู่เซวี่ย จ้าวจื่อเซียว และคนอื่นๆ รอยยิ้มเย็นะเืปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเผือดของเขา
“หากฆ่าพวกแกทิ้ง ฉันก็รู้สึกเสียดาย ดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกได้มีชีวิตอยู่ต่อ เพียงแค่ยอมสวามิภักดิ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์บงกชทมิฬของฉัน”
“สวามิภักดิ์หรือ? แกยังสติดีอยู่ใช่ไหม ถึงยังหวังให้พวกเรายอมสวามิภักดิ์ ? ดูท่าคงจะเบลอแล้วละมั้ง” ฉู่หย่งเจี๋ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
“ไอ้หนุ่มตระกูลฉู่ ดูเหมือนเ้ายังไม่รู้ถึงความโหดร้ายของวันหลังวันสิ้นโลกสินะ! รอถึงวันที่ญาติพี่น้องของแกต้องตายอย่างน่าอนาถต่อหน้าต่อตา โดยที่แกไม่สามารถทำอะไรได้เลย ตอนนั้นแกจะเข้าใจว่าในโลกที่เลวร้ายนี้ ทุกสิ่งล้วนเป็ภาพลวงตา มีเพียงพลังที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็นิรันดร์”
“หลังจากวันสิ้นโลกมาถึง ในบรรดาผู้รอดชีวิตที่อยู่ตรงนี้ มีใครบ้างที่ไม่สูญเสียญาติพี่น้อง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้พวกเราตกต่ำ หากพวกแกสร้างสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ขึ้นมาและใช้พวกมันออกล่าซอมบี้ รวมถึงช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน พวกเราก็คงไม่ต้องมาที่นี่ด้วยตนเอง หนำซ้ำยังมีแต่จะชื่นชมในความดีงามของพวกแกด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่พวกแกไม่ได้ทำแบบนั้น แต่พวกแกใช้สัตว์ร้ายกลายพันธุ์เหล่านี้ออกไล่ล่าจับกุมเพื่อนมนุษย์ และยังปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนหนูทดลอง พวกแกไม่เหลือความเป็มนุษย์อีกต่อไป จึงไม่นับว่าเป็มนุษย์อีกแล้ว แต่เป็ปีศาจร้ายต่างหาก!” เสียงใสกังวานของเชียนมู่เซวี่ยดังก้องไปทั่ว
“วันนี้จะเป็วันที่พวกเราจะกำจัดปีศาจร้ายอย่างพวกแกให้สิ้นซาก! ไม่ว่าพวกแกจะแข็งแกร่งแค่ไหน วันนี้ก็ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้! เพราะความชั่วไม่เคยชนะความดีได้หรอก”
“ไม่! ไม่! ไม่! สาวน้อยที่งดงาม สิ่งที่เธอพูดมันผิด! ที่ความชั่วไม่ชนะความดีนั่นเป็เพราะความชั่วร้ายยังไม่แข็งแกร่งพอต่างหาก แต่วันนี้ฉันจะแสดงให้พวกแกเห็นเองว่าปีศาจร้ายอย่างฉันเนี่ยแหละ จะกำจัดพวกแกให้สิ้นซาก!” ซือถูซือฮั่นหัวเราะอย่างน่าขนลุกก่อนจะเอ่ยโต้แย้ง
“ฝันไปเถอะ เ้าปีศาจ! อย่ามัวแต่พูดพล่ามเลย วันนี้ฉันจะพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ปีศาจร้ายอย่างแกจะแข็งแกร่งแค่ไหนกันเชียว!” ฉู่หย่งเจี๋ยก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับชี้ดาบในมือไปทางซือถูซือฮั่น และเอ่ยเสียงดัง
จริงๆ แล้ว ฉู่หย่งเจี๋ยจงใจก้าวออกมาเพื่อล่อให้อีกฝ่าย เพราะตอนนี้แม้ว่าซือถูซือฮั่นจะยืนอยู่ที่โถงทางเข้าชั้นหนึ่งของตึกเหลียนหัว แต่เขาก็ยังไม่ได้ก้าวออกมาจากตัวอาคารแต่อย่างใด
ไม่ว่าจะเป็เย่ชิงเฉิง โจวหนิง หรือจ้าวฉิน ฉู่หวู่ และพลซุ่มยิงของตระกูลอื่นๆ ก็ยังมองไม่เห็นร่างของอีกฝ่าย ดังนั้นจึงไม่อาจเล็งปืนไปยังร่างของซือถูซือฮั่นเพื่อลงมือสังหารได้ อีกทั้งตอนนี้ผู้คนจากในหน่วยรบภาคพื้นดินก็ไม่มีะุเหลือแล้ว ทางด้านสมาชิกของฐานที่มั่นบงกชทมิฬก็เช่นกัน ะุของพวกเขาถูกใช้จนหมดในการต่อสู้ก่อนหน้านี้แล้ว เวลานี้คนที่ยังมีะุเหลือก็คือเย่ชิงเฉิงและคนอื่นๆ ที่อยู่บนตึกสูง และในโกดังระบบของถังฮ่าวก็ยังมีะุจำนวนหนึ่งเก็บอยู่ ดังนั้นทางเดียวที่จะทำได้คือต้องล่อซือถูซือฮั่นออกมาให้ได้
ความคิดนี้มีหรือที่ซือถูซือฮั่นจะไม่รู้ว่าฉู่หย่งเจี๋ยคิดอะไรอยู่ หลังจากที่เขาก้าวเข้าสู่ระดับ 6 ความสามารถทั้งหมดของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว ซึ่งมันทำให้พลังต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในเมื่อถังฮ่าวและโอวหยางมี่มี่สามารถหลบะุได้ เขาก็สามารถหลบะุได้เช่นกัน มุมปากของซือถูซือฮั่นเผยรอยยิ้มเ็าอย่างมั่นใจ เขาไม่ลังเลที่จะสวมหมวกทรงกรวยสีดำ ก่อนจะก้าวออกไปข้างหน้า!
ภายใต้แสงแดดที่สาดส่องลงมา พริบตาถัดมาซือถูซือฮั่นก็ััได้ถึงความเจ็บแปลบเล็กๆ บนร่างกายนับสิบจุด และเขาก็รู้ทันทีว่านี่คือความรู้สึกของการที่ถูกปืนไรเฟิลเล็งอยู่นั่นเอง!
รอยยิ้มบนมุมปากของซือถูซือฮั่นขยายกว้างขึ้น จริงอย่างที่คิด ััของเขาก็ไวขึ้นมาก!
ด้วยประสาทััที่ว่องไวแบบนี้ จึงทำให้เขามั่นใจว่าจะต้องหลบะุปืนไรเฟิลซุ่มยิงของฝ่ายตรงข้ามได้แน่นอน
เขาชูกระบี่พลังปราณในมือขึ้น ก่อนจะวาดผ่านอากาศอย่างช้าๆ พร้อมกับเปล่งเสียงเย็นเยียบดังก้องออกมา
“ราชันปีศาจผู้นี้ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมยังไม่ยิงมาอีกล่ะ!”
อวดดีนัก!
ในขณะนี้จางเสี่ยวเหา ฉินิ จ้าวจื่อเซียว ฉู่หย่งเจี๋ย และคนอื่นๆ ต่างก็อยากจะพุ่งเข้าไปซัดให้อีกฝ่ายหน้าหงาย!
“ปัง ปัง ปัง!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น!
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เชียนมู่เซวี่ย จ้าวจื่อเซียว และคนอื่นๆ ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความใก็คือ ร่างกายของอีกฝ่ายกลับหายวับไปมาราวกับภูตผี ะุทั้งเก้านัดล้วนพลาดเป้าทั้งสิ้น! เนื่องจากอีกฝ่ายสามารถหลบไปได้ทั้งหมด!
บนตึกสูง!
ดวงตาของเย่ชิงเฉิง โจวหนิง และจูเฟิงต่างก็เบิกกว้างด้วยความใ!
แม้ทั้งสามจะยังไม่ได้ยิงออกไป แต่จากการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวของอีกฝ่ายแล้ว ต่อให้พวกเขายิงออกไปก็คงพลาดเป้าเหมือนกับพลซุ่มยิงคนอื่นๆ อยู่ดี
สายตาของเย่ชิงเฉิงกลอกกลิ้งไปมาอย่างรวดเร็ว!
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นผู้วิวัฒนาการที่สามารถหลบะุปืนไรเฟิลซุ่มยิงได้มากมายขนาดนี้!
ผู้วิวัฒนาการนั้นทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ล่วงเลยของวันสิ้นโลก
“โจวหนิง จูเฟิง!” เย่ชิงเฉิงเรียกทั้งสองคนมาข้างกาย จากนั้นก็เรียกว่านหย่าหลี่มาด้วย ก่อนที่ทั้งสี่คนจะปรึกษาหารือกันด้วยเสียงอันแ่เบา
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่ชิงเฉิงแล้วดวงตาของทั้งสามคนก็เป็ประกาย
...
ที่หน้าประตูตึกเหลียนหัว!
ซือถูซือฮั่นยืนอยู่ที่เดิม!
เขาชูมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างหยิ่งผยอง ราวกับาาปีศาจ ส่วนเฉิงเซียงจวิน เชอิอวี่และสมาชิกคนอื่นๆ ของฐานที่มั่นบงกชทมิฬที่อยู่ด้านหลัง ต่างก็โห่ร้องออกมาด้วยความยินดี
“ท่านผู้นำยิ่งใหญ่ที่สุด!”
“ท่านผู้นำอยู่ยงคงกระพัน!” เสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั่วฟ้า
