ตอนที่ 9 เรือนกระจกแห่งปาฏิหาริย์
“ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดด้วยจำนวนทองคำในหีบ แต่วัดด้วยความสามารถในการเปลี่ยน ธุลีดิน ให้กลายเป็ อัญมณี ในยามที่คนอื่นมองไม่เห็นค่า”
แสงอรุณวันใหม่ทาบทอลงบนยอดเขาเสือหมอบ ปลุกให้ชีวิตในกระท่อมท้ายไร่ตื่นขึ้นพร้อมกับความหวัง หลินชิงเหอลุกขึ้นขยับร่างกายที่เริ่มกลับมามีน้ำมีนวล เธอหันไปมองสามีที่นอนหลับฝันดีอยู่บนเตียงไม้ที่ปูด้วยฟูกหนานุ่มชุดใหม่ กลิ่นอายของความยากจนที่เคยกัดกินหัวใจบัดนี้จางหายไป เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่จะสร้างอาณาจักรบนที่ดินผืนนี้
เธอเดินออกมาที่ระเบียงดินหน้าบ้าน สูดอากาศเย็นเยียบเข้าปอด ก่อนจะเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบสถานะ
[โฮสต์: หลินชิงเหอ | เลเวล: 2 (ผู้เริ่มต้นที่มีไหวพริบ)]
[แต้มความมั่งคั่ง: 1,113 แต้ม | แต้มความแค้น: 420 แต้ม]
[ภารกิจปัจจุบัน: สร้างรากฐานการเกษตรยั่งยืน (รางวัล: ปลดล็อคโรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็ก)]
“ระบบ ฉัน้าวัสดุสร้างเรือนกระจก ขอ ฟิล์มโพลิเมอร์โปร่งแสงเกรดโบราณ (ที่ดูภายนอกเหมือนกระดาษน้ำมันแต่ทนทานกว่าร้อยเท่า) และ ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบฝังดิน รวมไปถึงปุ๋ยไนโตรเจนสูตรลับเข้มข้น”
**[ติ๊ง! รายการสินค้า:
1. ฟิล์มโปร่งแสงลายกระดาษโบราณ (50 ตารางเมตร) - 200 แต้ม
2. ชุดท่อความร้อนใต้ดินแร่อัคนี - 300 แต้ม
3. ปุ๋ยชีวภาพเร่งการแตกยอด - 100 แต้ม
รวมทั้งสิ้น: 600 แต้ม... ยืนยันหรือไม่?]**
“ยืนยัน!”
สิ้นเสียงในหัว วัสดุต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นในห้องเก็บของเก่าหลังกระท่อม หลินชิงเหอยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอเริ่มวางแผนผังการก่อสร้างทันที ในขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังต้องรอฟ้าฝนและอากาศที่อบอุ่นขึ้น แต่เธอจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีจากอีกโลกหนึ่ง
“ชิงเหอ... ของพวกนี้คืออะไรหรือ?” โจวเฉิงเดินออกมาด้วยท่าทางที่มั่นคงขึ้นมาก แผลที่ขาของเขาฟื้นตัวอย่างมหัศจรรย์ด้วยยาระดับพรีเมียมจากระบบ
“นี่คือ เรือนหยก์ ค่ะคุณ” หลินชิงเหอหันมายิ้มให้สามี แววตาเต็มไปด้วยพลัง “ในหน้าหนาวที่ไม่มีใครปลูกผักได้ เราจะทำให้ที่นี่มีผักสดส่งขายในเมืองตลอดทั้งปี ฉันมีงานสำคัญจะให้คุณช่วย”
เธอยื่นแผนภาพการก่อสร้างเรือนกระจกไม้ไผ่ที่เธอร่างไว้ (โดยใช้ความรู้จากวิศวกรรมเกษตรสมัยใหม่) ให้โจวเฉิงดู ชายหนุ่มมองภาพเ่าั้ด้วยความทึ่ง (อีกแล้ว) แม้เขาจะอ่านหนังสือไม่เก่ง แต่สัญชาตญาณของนายช่างและพรานป่าทำให้เขามองออกทันทีว่านี่คือโครงสร้างที่ชาญฉลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
“เ้าคิดเื่พวกนี้ได้อย่างไร? มันยอดเยี่ยมมาก ถ้าเราทำตามนี้ ลมหนาวจะทำอะไรผักของเราไม่ได้เลย!”
“เพราะฉันมีสมอง และมีคุณไงคะ” เธอตบไหล่สามีเบาๆ “อาเป่าลูกรัก! มาช่วยคุณพ่อถอนหญ้าตรงพื้นที่ที่จะวางฐานหน่อยเร็ว”
“มาแล้วขอรับท่านแม่! อาเป่าจะทำให้ที่ดินของเราสวยเหมือนสวนใน์เลย!” เด็กน้อยวิ่งเข้ามากอดเอวมารดาอย่างร่าเริง
ตลอดทั้งวันนั้น ครอบครัวรองทำงานร่วมกันอย่างแข็งขัน โจวเฉิงรับหน้าที่ตัดไม้ไผ่และสร้างโครงสร้างตามที่หลินชิงเหอบอก ส่วนหลินชิงเหอจัดการเื่การวางระบบท่อความร้อนใต้ดิน (ซึ่งเธอแฝงไว้ในร่องน้ำ) และคลุมฟิล์มโปร่งแสงที่ดูเหมือนกระดาษน้ำมันธรรมดาแต่กลับแข็งแรงจนลมพายุยังทำอะไรไม่ได้
ในขณะที่พวกเขากำลังสร้างอนาคต สายตาของคนในหมู่บ้านที่เดินผ่านไปมาต่างก็เต็มไปด้วยความสงสัยและถากถาง
“ดูนั่นสิ... บ้านรองมันบ้าไปแล้ว เอาที่ดินสุสานมาทำกรงไม้ไผ่ใหญ่โต สงสัยจะใช้ดักผีล่ะมั้ง!”
“ข้าว่าพวกมันได้เงินจากพื้นดินบรรพบุรุษมา คงเสียสติไปแล้วมากกว่า คิดจะปลูกผักกลางหิมะเนี่ยนะ? ฝันกลางวันชัดๆ!”
หลินชิงเหอได้ยินเสียงเ่าั้ทั้งหมดทุกถ้อยคำ แต่เธอเพียงแค่แสยะยิ้มเบาๆ “สุนัขมักจะเห่าสิ่งที่มันไม่เข้าใจ และคนโง่มักจะหัวเราะเยาะนวัตกรรมที่ตัวเองเอื้อมไม่ถึง” เธอพึมพำคำคมที่เคยอ่านเจอในโลกก่อน พลางปาดเหงื่อที่ข้างขมับ
ในตอนบ่าย เมื่อโครงสร้างเรือนกระจกเสร็จสมบูรณ์ หลินชิงเหอเริ่มขุดดินสีชา (Zisha) ที่เธอพบเมื่อวันก่อนขึ้นมา เธอใช้เวลา่พักปั้นดินเ่าั้เป็ กาน้ำชา ทรงแบนที่เรียกว่าทรง สือเที่ยว ซึ่งเน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เธอรู้ดีว่าแค่ผักสดก็อาจทำให้เธอรวยได้ แต่งานศิลปะจากดินก็เป็อีกส่วนหนึ่ง ที่จะทำให้เธอมี อำนาจ
จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงะโที่ฟังดูยโสโอหัง
“ใครคือเ้าของที่ดินผืนนี้! ออกมาพบท่านผู้ช่วยนายอำเภอเดี๋ยวนี้!”
หลินชิงเหอขมวดคิ้ว เธอเดินออกมาหน้าบ้าน เห็นชายในชุดขุนนางท้องถิ่นคนหนึ่งยืนพุงพลุ้ยอยู่ท่ามกลางผู้ติดตาม และที่ข้างๆ นั้นคือ โจวต้า (พี่ชายคนโต) ที่ยืนทำหน้าประจบประแจง แววตาเต็มไปด้วยความพยาบาท
“ท่านผู้ช่วยครับ นี่แหละคือน้องสะใภ้รองของข้าที่ข้าบอก... นางแอบซ่อนสมบัติโบราณไว้ในที่ดินรกร้างผืนนี้ ไม่ยอมส่งมอบให้ทางการตามกฎหมาย!” โจวต้ารีบฟ้องทันที
หลินชิงเหอเข้าใจสถานการณ์ในพริบตา ไอ้พี่สะใภ้จางซื่อต้องไปเป่าหูโจวต้า แล้วโจวต้าก็ไปลากขุนนางขี้ฉ้อคนนี้มาเพื่อจะฮุบที่ดินเธอแน่ๆ!
“ท่านผู้ช่วยนายอำเภอมีธุระอะไรกับที่ดินยากจนผืนนี้หรือคะ?” หลินชิงเหอถามเสียงเรียบ ยืนกอดอกนิ่งๆ ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“ข้าได้รับแจ้งว่าที่นี่ขุดเจอ ทองคำและวัตถุโบราณ” ผู้ช่วยนายอำเภอ หวัง หรี่ตามอง “ตามกฎหมายแผ่นดิน ของมีค่าที่ขุดเจอใต้ดินต้องเป็ของรัฐ เ้าต้องส่งมอบโฉนดและที่ดินผืนนี้คืนให้แก่ทางการเดี๋ยวนี้ เพื่อให้ข้าเข้าไปตรวจสอบ!”
โจวเฉิงจะก้าวออกมาปกป้องเมีย แต่หลินชิงเหอใช้มือกันไว้ก่อน เธอเดินเข้าไปหาท่านหวังด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสันหลัง
“ทองคำ? ของโบราณ? พี่ใหญ่คะ เมื่อวานคุณกับพี่สะใภ้วิ่งหนีออกไปเพราะเจอผีบรรพบุรุษหลอกไม่ใช่หรือ? หรือว่าตอนนี้ผีบรรพบุรุษกลายเป็ทองไปเสียแล้ว?”
ชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูพากันหัวเราะคิกคัก โจวต้าหน้าแดงก่ำ “อย่ามาเล่นลิ้น! ข้าเห็นกับตาว่าแกถือหินทองคำ และเถ้าแก่หลิวในเมืองก็ยอมรับผักของแกในราคาแพงลิ่ว ถ้าไม่มีของขลังใต้ดิน ผักแกจะโตได้ยังไง!”
“ท่านหวังคะ” หลินชิงเหอหันไปหาขุนนางพุงพลุ้ย “ถ้าท่านอยากตรวจสอบ ฉันยินดีค่ะ แต่ก่อนจะตรวจสอบเื่ทอง ฉันมีของขวัญ เล็กๆ น้อยๆ มาให้ท่านดู เพื่อเป็การแสดงความเคารพต่อทางการ”
เธอเดินเข้าไปในกระท่อมแล้วหยิบ กาน้ำชาดินสีชา ที่เธอเพิ่งปั้นเสร็จและ อบแห้งพิเศษ จากระบบออกมา กาน้ำชาสีแดงเข้มสนิท ผิวเนียนละเอียดส่องประกายแวววาวใต้แสงแดด
ท่านหวังที่เดิมทีตั้งใจจะมาไถเงิน เมื่อเห็นกาน้ำชาใบนั้น ดวงตาก็เบิกกว้าง เขาเป็คนชอบสะสมเครื่องปั้นและดื่มชา มีหรือจะดูไม่ออกว่านี่คือ ดินสีชา เกรดพรีเมียมที่แม้แต่เ้าเมืองยังไม่มีวาสนาได้
“นี่มัน... ดินสีชาเหลา (เหมืองเก่า)!” ท่านหวังอุทาน มือที่สั่นเทาเอื้อมมาจับกาน้ำชา “เ้าไปเอามาจากไหน!?”
“ขุดได้จากที่ดิน ต้องสาป ผืนนี้แหละค่ะท่านหวัง” หลินชิงเหอพูดเสียงเบาแต่เน้นย้ำทุกคำ “แต่ดินชนิดนี้มีอาถรรพ์นะคะ มันจะรักษาสีและคุณภาพได้ก็ต่อเมื่ออยู่กับเ้าของที่ มีวาสนา ต่อกันเท่านั้น หากผู้ใดใช้อำนาจข่มเหง่ชิงไป ดินจะเปลี่ยนเป็หินธรรมดาและนำความวิบัติมาสู่ผู้”
[ติ๊ง! เริ่มการเปิดใช้งาน เอฟเฟกต์ลวงตา จากระบบ ดินสีชาในมือท่านหวังเริ่มส่องแสงสีม่วงจางๆ]
ท่านหวังเห็นแสงสีม่วง (ซึ่งมักถูกเชื่อมโยงกับ ไอม่วงจากทิศตะวันออก หรือโชคลาภขุนนาง) ก็ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากอดกาน้ำชาไว้อย่างหวงแหน
“ทองคำอะไรข้าไม่สนแล้ว! นี่คือสมบัติ์! แม่นางหลิน เ้าบอกว่าดินนี่ขุดจากที่นี่งั้นหรือ?”
“ใช่ค่ะ และฉันกำลังจะทำ โรงน้ำชาบรรพบุรุษ เพื่อส่งเสริมชื่อเสียงของอำเภอเรา หากท่านหวังช่วยสนับสนุนการทำมาหากินที่สุจริตของฉัน ฉันสัญญาว่าทุกๆ เดือน กาน้ำชาชั้นยอดเช่นนี้จะถูกส่งไปที่บ้านท่านเป็คนแรก ในฐานะของกำนัลส่งเสริมศิลปะ ไม่ใช่สินบนนะคะ”
หลินชิงเหอเน้นคำว่า ไม่ใช่สินบนอย่างมีชั้นเชิง เพราะมันทำให้ท่านหวังรับของไปได้อย่างสง่างามโดยไม่ต้องกลัวความผิด
“ดี! ดีมาก!” ท่านหวังหันไปหาโจวต้าแล้วตวาดเสียงดังลั่น “ไอ้โจวต้า! เ้ากล้าเอาความเท็จมาลวงข้า! ที่นี่ไม่มีทองคำอะไรทั้งนั้น มีเพียงดินธรรมดาที่แม่นางหลินใช้ ฝีมืออันวิจิตร ปั้นขึ้นมาเอง เ้ากล้าใส่ร้ายคนดีศรีอำเภอ ข้าจะสั่งโบยเ้า 20 ไม้ข้อหาแจ้งความเท็จ!”
“หือ!? ท่านหวัง! ไม่ใช่แบบนั้นนะขอรับ! เมื่อวานข้าเห็น”
“ทหาร! ลากมันไป!”
เสียงโหยหวนของโจวต้าที่ถูกลากตัวออกไปโบยที่หน้าศาลหมู่บ้าน ดังสะใจชาวบ้านเป็อย่างยิ่ง หลินชิงเหอยืนยิ้มละไม มองดูท่านหวังที่เดินอุ้มกาน้ำชาจากไปอย่างมีความสุข
“ชิงเหอ เ้านี่มันปีศาจน้อยชัดๆ” โจวเฉิงเดินเข้ามาหาภรรยาด้วยความทึ่ง
“เ้าเอาตัวรอดจากขุนนางที่ขึ้นชื่อว่าเขี้ยวลากดินที่สุดได้เพียงแค่กาน้ำชาใบเดียว”
“กาน้ำชาก็แค่สื่อกลางค่ะคุณ สิ่งที่ฉันใช้จัดการเขาจริงๆ คือ ความโลภต่างหาก” เธอหันไปมองสามี
“จำไว้นะคะโจวเฉิง คนฉลาดไม่สู้กับอำนาจตรงๆ แต่จะใช้อำนาจนั้นให้เป็พวกเดียวกับเรา”
คืนนั้น หลินชิงเหอแอบใช้แต้มความมั่งคั่งปลูกผักชุดใหม่ลงในเรือนกระจกที่เพิ่งสร้างเสร็จ เธอเลือก มะเขือเทศพันธุ์ราชินี และ พริกหวานสามสี ซึ่งเป็ของที่หาไม่ได้เลยในฤดูนี้
เช้าวันต่อมา เมื่อความอบอุ่นในเรือนกระจกทำงาน ผักกาดขาวและพืชพรรณต่างๆ ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขียวขจีเต็มพื้นที่ ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาถึงกับหยุดนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด
“เป็ไปได้ยังไง กลางหิมะตกหนักแบบนี้ แต่ในกรงไม้ไผ่นั่นกลับมีผักเขียวปั้ด!”
“ข้าว่าสะใภ้รองมีเทพเ้าคุ้มครองจริงๆ แล้วล่ะ ดูสิ ขนาดขุนนางยังต้องเกรงใจนาง!”
หลินชิงเหอไม่ได้สนใจเสียงยกยอ เธอเริ่มแปรรูปหัวลิลลี่ที่ขุดได้มาทำเป็ หัวลิลลี่เชื่อมน้ำผึ้ง และ ชาสมุนไพรบำรุงปอด โดยใช้สูตรลับจากระบบและบรรจุลงในขวดโหลดินเผาที่เธอปั้นเอง
“คุณคะ พรุ่งนี้เราจะเข้าเมืองอีกครั้ง” เธอหันไปบอกโจวเฉิงที่กำลังลองใส่ชุดผ้าไหมเนื้อดีที่เธอซื้อให้เมื่อวันก่อน
“แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ไปเพื่อขายผักอย่างเดียว แต่เราจะไป เปิดแบรนด์ของเราเอง!”
ทางด้านบ้านใหญ่ตระกูลโจว บรรยากาศเงียบเหงาราวกับป่าช้า โจวต้าถูกหามกลับมาในสภาพก้นแตกยับเยินจากการถูกโบย จางซื่อนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ข้างๆ ส่วนแม่เฒ่าโจวนั่งกัดฟันจนกรามแทบแตก
“นังสะใภ้รอง... แกทำลูกข้าก้นแตก แกทำให้ครอบครัวเราต้องอับอาย!” แม่เฒ่าโจวทุบโต๊ะ
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะเก่งมาจากไหน มันต้องมีของดีซ่อนอยู่ในกระท่อมร้างนั่นแน่ๆ!”
“ท่านแม่... เราจะทำยังไงดีเ้าคะ?” จางซื่อถามทั้งน้ำตา
“ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านมองเราเป็ตัวตลก แม้แต่น้องสามที่เมืองหลวง ถ้าเขารู้เื่นี้ เขาต้องโกรธเราแน่ๆ”
“ไม่ต้องห่วง...” แม่เฒ่าโจวหรี่ตาแคบ
“ในเมื่อข้าจัดการมันด้วยกฎหมายไม่ได้ ข้าก็จะใช้กฎของตระกูลในงานเทศกาลไหว้บรรพบุรุษที่จะถึงนี้ ข้าจะฟ้องผู้าุโ ว่านังสะใภ้รองมันทำอวิชชาใส่ครอบครัวเรา คอยดูเถอะ ข้าจะขับมันออกจากตระกูลโจวให้มันไม่มีที่ซุกหัวนอน!”
ในกระท่อมที่บัดนี้อบอุ่นด้วยไอจากเตาพิงสมัยใหม่ที่ซ่อนอยู่ในเตาฟืนโบราณ หลินชิงเหอนั่งเอนกายลงบนตักของโจวเฉิง โดยมีอาเป่านอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ
“คุณคะ... เหนื่อยไหมที่ต้องเริ่มใหม่กับฉันแบบนี้?”
โจวเฉิงลูบผมภรรยาอย่างเบามือ “ข้าไม่เคยรู้สึกมีชีวิตชีวาเท่านี้มาก่อนชิงเหอ ข้าขอบคุณฟ้าดินที่ส่งเ้ามา ขอบคุณที่เ้าไม่ทิ้งคนโง่ๆ อย่างข้าให้ตายอยู่ในบ้านหลังนั้น” (สุดท้ายเขาก็ลืมคำสรรพนามที่ใช้แทนตัวเองว่าผมอยู่ดี เพราะเขายังคุ้นชินกับคำพูดแบบเดิมๆ อยู่)
“ฉันก็ขอบคุณค่ะ ที่คุณเลือกจะยืนเคียงข้างฉัน ในวันที่ฉันไม่มีอะไรเลย” หลินชิงเหอหลับตาลงอย่างสงบ
“ต่อไปนี้เราจะรวยไปด้วยกัน และเราจะไม่มีวันกลับไปหิวโหยอีก”
[ติ๊ง! ค่าความประทับใจของโจวเฉิงเพิ่มขึ้นถึง 95%! ปลดล็อคความสามารถพิเศษ: สามีผู้ซื่อสัตย์เลเวล MAX (โจวเฉิงจะมีทักษะการต่อสู้และการปกป้องเพิ่มขึ้น 200%)]
