หลังจากจัดการกับหัวขโมยสองคนเสร็จ หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่ก็รีบเก็บของ เร่งฝีเท้าไปูเาซง พวกเขาค่อนข้างเป็ห่วงเด็กๆ กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา
เพราะเหตุนี้ครั้งนี้พวกเขาจึงใช้เวลาเพียงสองชั่วยามกว่าในการกลับไปูเาซง เหงื่อออกโซมกายกลับถึงถ้ำ เห็นเด็กๆ กำลังเล่นอยู่ในถ้ำอย่างปลอดภัย หัวใจจึงจะสงบลงได้
เมื่อเด็กๆ เห็นพี่ๆ กลับมาก็ดีใจวิ่งเข้าไปหา
ทั้งสองหมดแรงจนนั่งลงกับพื้น ใช้มือปาดเหงื่อที่หน้าผาก
“ค่ำแล้ว ทำไมยังไม่นอนกัน” ถ้าไม่ใช่เพราะเป็ห่วงเด็กๆ นางกับหลิวจือโม่คงไม่กล้ากลับมากลางดึก
พวกเขาโชคดีที่ไม่พบอันตรายใดๆ ระหว่างทาง แต่คราวหน้าคงทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว ต้องระวังไว้ก่อนดีกว่า ป่าลึกแห่งนี้คร่าชีวิตผู้คนได้ง่ายๆ
หลี่ชิงเฟิงอุ้มหลี่ชิงหนิงไปนั่งลงตรงหน้าหลี่ชิงหลิง เขามองพี่สาวด้วยความเ็ปใจ "พวกพี่ยังไม่กลับมา เรานอนไม่หลับ" แม้ว่าอาหวงจะปกป้องพวกเขาได้ แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องของสัตว์ในป่าลึกนี้ พวกเขาก็ยังหวาดกลัวไม่น้อยเลย
เมื่อรู้สึกกลัวจึงไม่กล้านอน แต่โชคดีที่น้องสาวทั้งสองไม่ร้องไห้ ทำให้เขาและหลิวจือเยี่ยนโล่งอก
เมื่อรู้ว่าเด็กๆ คงกลัว หลี่ชิงหลิงจึงไม่พูดอะไรมาก เพียงลูบหัวพวกเขาแล้วบอกว่าพี่ๆ กลับมาแล้ว วางใจและไปนอนได้แล้ว!
เด็ก ๆ กังวลมาทั้งคืนแล้ว ตอนนี้เห็นพี่ๆ จึงรู้สึกผ่อนคลายและง่วงนอนขึ้นมา พวกเขาพยักหน้า พูดคุยอีกสองสามคำแล้ววิ่งไปเอนตัว สักพักก็ผล็อยหลับไป
หลี่ชิงหลิงที่ได้พักผ่อนรู้สึกเริ่มหายเหนื่อย นางลุกขึ้นไปดูเด็กๆ เมื่อเห็นว่าหลับไปแล้วก็รู้สึกเป็ทุกข์เล็กน้อย นางเอื้อมมือไปช่วยพวกเขาห่มผ้า ก่อนจะหันหน้ามากระซิบถามหลิวจือโม่ว่าเขาหิวไหม?
หลิวจือโม่ไม่เคยปิดบังอะไรกับนาง เขาพยักหน้าและบอกว่าหิวนิดหน่อย
พวกเขาใช้เวลาสามชั่วโมงเร่งเดินทางกลับมาโดยไม่ได้กินอะไรเลย พอมาถึง เขาก็รู้สึกหิวจริงๆ
“งั้นรอหน่อยนะ ข้าจะไปหาอาหาร” ตอนนี้มืดแล้ว จะให้ต้มอะไรคงไม่ไหว คงทำได้แต่ย่าง
หลิวจือโม่ก็อยากช่วย แต่ก่อนจะลุกขึ้นก็ขาอ่อนแรงนั่งลงไปอีกครั้ง ร่างกายของเขาเทียบกับหลี่ชิงหลิงไม่ได้เลยจริงๆ
หลี่ชิงหลิงเหลือบมองเขาด้วยรอยยิ้ม บอกให้เขาพักผ่อนต่อไป นางคนเดียวทำไหว
หลิวจือโม่อยากช่วยก็ไร้พลัง เขาจึงได้แต่พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ คอยมองเด็กสาวที่กำลังยุ่งอยู่กับการย่างไก่
อาหวงได้กลิ่นหอมก็วิ่งไปหมอบข้างหลี่ชิงหลิง จ้องไก่ย่างเขม็ง น้ำลายไหลเกือบหยดติ๋งๆ
เมื่อเห็นท่าทางตะกละตะกลามของมัน หลี่ชิงหลิงก็หัวเราะเบา ๆ ยื่นมือออกมาลูบหัวใหญ่ “เดี๋ยวสุกแล้วจะให้ขาหนึ่ง” นางเลี้ยงจนมันชินแล้ว ตราบใดที่มีอาหารปรุงสุก มันจะไม่กินดิบ
หากคนอื่นเห็นเข้า คงจะสงสัยว่าเป็เสือจริงๆ หรือเปล่า
หลี่ชิงหลิงพลิกไก่ย่างเบาๆ กระซิบคุยกับอาหวง แม้อาหวงจะไม่ตอบ นางก็มีความสุขมากที่ได้พูดคนเดียว
หลิวจือโม่ซึ่งอยู่ไม่ไกลมองด้วยรอยยิ้มมุมปาก ได้ฟังนางพูด เขาเองก็รู้สึกมีความสุขมาก
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง หลี่ชิงหลิงก็พูดด้วยน้ำเสียงกระฉับกระเฉงว่าเสร็จแล้ว มากินได้
หลิวจือโม่ลุกขึ้นไปนั่งข้างเด็กสาว เอื้อมมือไปหยิบน่องไก่ที่นางยื่นให้
"ร้อนนะ ค่อยๆ กิน” หลี่ชิงหลิงเป่ามือ ดึงน่องไก่อีกข้างยื่นให้อาหวงที่รออยู่ "เอ้า ของเ้า อาหวง อย่ารีบกินนะ มีแค่ตัวเดียว กินประหยัดๆ หน่อย”
อาหวงส่งเสียงรับ อ้าปากกว้างคาบน่องไก่ ไม่กล้ากลืนภายในคำเดียว ได้แต่กินทีละนิด
เมื่อเห็นเช่นนี้หลี่ชิงหลิงก็หัวเราะ ฉีกปีกไก่กำลังจะเอาเข้าปากก็ถูกอีกมือหนึ่งแย่งไป นางยังไม่ทันตอบสนอง ขาไก่ขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในมือแทน
“ข้าชอบกินปีกไก่” หลิวจือโม่สบตากับนางพลางหัวเราะ จากนั้นก้มศีรษะและเริ่มกิน
ดวงตาของนางสั่นไหว นางเงียบไปครู่หนึ่งก็เริ่มกัดคำเล็กๆ
นางรู้ว่าเขาเป็ห่วง ถึงได้ให้นางกินเยอะกว่าด้วยข้อแก้ตัวแบบนี้ ทำให้นางตื้นตันมาก
แม้ว่าเขาจะยังไม่โต ไหล่ยังไม่กว้างพอ แต่เขามีความรับผิดชอบและความรักต่อนางมากพอ นั่นก็เพียงพอแล้ว
ทั้งสองกินไก่ด้วยกัน สักพักแล้วก็เข้านอน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่ชิงหลิงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงนกร้องในป่า นางลืมตาขึ้น มองผนังถ้ำและนึกย้อนอยู่ครู่หนึ่ง
หลังจากนั้นครู่ใหญ่จึงนึกขึ้นได้ว่าเหตุใดครอบครัวของพวกเขาจึงอาศัยอยู่ที่นี่
เด็กสาวถอนหายใจในใจ มองเด็กๆ ที่ยังหลับอยู่ ลุกเดินไปที่ปากถ้ำเบาๆ บิดี้เีพลางสูดหายใจเข้าลึกๆ อากาศที่นี่บริสุทธิ์มาก จากนั้นจึงตื่นเต็มตาแล้ว
นางอาศัยจังหวะที่เด็กๆ ยังไม่ตื่น หยิบถังสองใบเตรียมไปตักน้ำที่แม่น้ำ ไว้เด็กๆ ตื่นจะได้ล้างหน้าล้างตาทันที
นางไปที่แม่น้ำสายเล็ก เห็นธารน้ำที่แห้งเหือดไปไม่น้อยแล้วใจจมดิ่ง นางกลัวจริงๆ ว่าน้ำจะแห้งจนหมด เมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้มีของกิน ครอบครัวนางก็คงไม่รอดอยู่ดี!
หลังจากที่หลี่ชิงหลิงล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ตักน้ำสองถังกลับมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
เมื่อนางกลับไปที่ถ้ำ หลิวจือโม่ตื่นแล้ว นางยิ้มให้เขาและขอให้เขาล้างหน้า
“ทำไมไม่ปลุกข้าไปด้วยกัน” หลิวจือโม่ขมวดคิ้ว โทษตัวเองที่หลับลึกเกินไปจนไม่รู้ว่านางลุกขึ้นไปตักน้ำ
"ไม่เป็ไร น้ำสองถังนี้ไม่หนักหรอก ข้าทำเองได้" หลี่ชิงหลิงหยิบผ้าออกมาแล้วยื่นให้เขา เมื่อเห็นว่าเขายังมีสีหน้าตำหนิตัวเองอยู่ก็ปลอบเขาอีกครั้ง "ครั้งหน้าจะเรียกไปด้วยกัน”
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง เขาจึงพอยิ้มออก
หลังจากหลิวจือโม่ล้างหน้าเสร็จ เด็กๆ ก็ตื่นขึ้นทีละคน ทั้งสองให้เด็กๆ ล้างหน้า และเตรียมอาหารเช้า
"อือ… อือ…” ตอนหลี่ชิงหลิงป้อนไข่ตุ๋น หลี่ชิงหนิงตบมือเล็กๆ แล้วส่งเสียง
ดวงตาของหลี่ชิงหลิงเป็ประกาย นางมองหลี่ชิงหนิง "หนิงหนิง พูดอะไรนะ? เรียกพี่หรือ?” ในที่สุดเด็กคนนี้ก็จะพูดได้แล้วหรือ? “พูดตามพี่นะ พี่สาว…”
หลี่ชิงหนิงมองหลี่ชิงหลิง ยิ้มจนตาปิด "อา..."
"พี่สาว..." หลี่ชิงหลิงสอนอีกครั้งโดยไม่หงุดหงิด
"อา… อา… " หลี่ชิงหนิงหัวเราะคิกคัก ปากเล็กๆ พยายามเลียนแบบ "พี่สาว..."
"จ้ะ..." ในที่สุด หลี่ชิงหนิงก็เรียกได้อย่างถูกต้อง นางจูบแก้มน้อยๆ ของน้องสาว "หนิงหนิง เยี่ยมมาก"
เมื่อหลี่ชิงเฟิง และคนอื่นๆ เห็นก็วิ่งเข้ามาล้อมหลี่ชิงหนิง ขอให้นางเรียกพี่ชาย
แต่หลี่ชิงหนิงเรียกได้แค่พี่สาว ไม่ว่าจะสอนอย่างไร นางก็ไม่สามารถเรียกพี่ชายได้ ดังนั้นพวกหลี่ชิงเฟิงจึงเศร้าเล็กน้อย
หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วก็หัวเราะ "เอาละ รีบไปกินข้าวเช้าเถอะ เดี๋ยวอีกไม่กี่วันน้องก็คงเรียกพี่ชายเป็น่า” นางเร่งให้เด็ก ๆ กินอาหารเช้า ส่วนตนยังคงป้อนไข่ตุ๋นให้น้องสาวต่อไป
น้องกินอิ่มแล้ว นางจึงกินข้าวเช้าเสร็จอย่างรวดเร็ว
หลิวจือโม่เก็บชามและตะเกียบ นำไปล้างที่แม่น้ำก่อนเอากลับมา
“พวกเ้าเล่นตรงนี้ไปก่อน ข้ากับพี่จือโม่จะไปตัดไม้กลับมาทำเตียง จะได้นอนสบายๆ หน่อย” การนอนกับพื้นโดยตรง แม้มีผ้านวมรองก็ไม่ดีต่อสุขภาพ
พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน อยู่สบายๆ จะดีกว่า
"ท่านพี่ ข้าไปช่วยด้วย ให้จือเยี่ยนดูแลน้องๆ ก็พอ” หลี่ชิงเฟิงถือโอกาสเอ่ย น้องๆ เชื่อฟังมาก ไม่จำเป็ต้องดูแลสองคน คนเดียวก็เพียงพอแล้ว
หลิวจือเยี่ยนก็อยากออกไปช่วยและให้หลี่ชิงเฟิงอยู่ดูแลน้องๆ แต่หลี่ชิงเฟิงเร็วกว่าหนึ่งก้าว
เขาเม้มริมฝีปากอย่างช่วยไม่ได้ "อืม ข้าดูแลน้องคนเดียวได้ ให้เสี่ยวเฟิงไปช่วยเถอะ!" คราวหน้าก็จะเป็ตาของเขา
หลิวจือโม่ไม่คัดค้าน เขาพยักหน้า
ตอนนี้เป็เวลากลางวัน พวกเขาอยู่แถวนี้คงไม่มีอุบัติเหตุอะไร
“จือเยี่ยน มีอะไรก็เรียกเสียงดังๆ นะ!” หลี่ชิงหลิงกำชับ
"อืม ได้เลย”
เมื่อเห็นว่าเขาพยักหน้า ทั้งสามก็วางใจและเดินไปตัดไม้
หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่รับผิดชอบในการตัด ส่วนหลี่ชิงเฟิงรับผิดชอบในการขนกลับ โชคดีที่ไม้ไม่ใหญ่เกินไปเขาจึงขนไหว
หลังจากหั่นไม้มาตลอด่เช้า ทั้งสามก็เหนื่อยจนตัดสินใจกลับไปกินข้าวและพักผ่อนก่อนค่อยกลับมา
ความจริงแล้ว สร้างเตียงไม่จำเป็ต้องใช้ไม้มากมายขนาดนี้ แต่หลี่ชิงหลิงอยากทำเก้าอี้ด้วย
พวกเขาจะได้ไม่ต้องนั่งบนพื้นเวลากินข้าว
หลังจากกินข้าวและพักผ่อนครึ่งชั่วโมง ทั้งสามคนก็เริ่มทำงานอีกครั้ง
เมื่อพวกเขาร่วมมือกันทำเตียงไม้เสร็จ พระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว
หลี่ชิงหลิงเช็ดเหงื่อจากหน้าผาก ริมฝีปากแย้มยิ้ม "ถึงจะไม่สวย แต่ก็ดีกว่าไม่มี” นางลองกลิ้งลงไปมา ััค่อนข้างเรียบจึงพอใจ "วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน! พรุ่งนี้ค่อยทำโต๊ะกับเก้าอี้” ต้องมีของพวกนี้จึงจะรู้สึกเหมือนบ้าน
