เขตโหมวหยวน!
เขตโหมวหยวนตั้งอยู่ในเขตห่างไกลออกไปของแดนต้าโหมวเทียน และด้วยภูมิประเทศที่อันตรายและซับซ้อน จึงเป็เมืองที่โจมตีได้ยากยิ่งนัก ในเขตโหมวหยวนแทบจะกลายเป็ด่านกักขังคนที่มีความผิดและคนนอก และที่นี่ก็เป็เขตของหยาจื้อสิบสามฝ่ายเช่นเดียวกัน หลายปีมานี้ ผู้แข็งแกร่งที่ทำการบุกรุกแดนต้าโหมวเทียน ต่างก็ถูกกุมขังไว้ในคุกโหมวเทียนในเขตโหมวหยวนทั้งสิ้น
พญาอินทรีเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสูงสุด แต่ก็ใช้เวลาเกือบสองเดือนจึงจะถึงเขตโหมวหยวน
“ถึงคุกโหมวเทียนแล้วล่ะ อะไรควรดูก็ค่อยดู อะไรควรพูดก็ค่อยพูด ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีผู้ใดช่วยเ้าได้!” หลัวชิงเยว่นางพยายามกล่าวซ้ำๆ สำหรับความรู้จักในตัวฉินอวี่นั้น นางแทบจะไม่รู้อะไรเลย เขาเป็คนที่อาจก่อความวุ่นวายได้ทุกเมื่อ ดังนั้น หลัวชิงเยว่จึงต้องเตือนเอาไว้ก่อน ไม่เช่นนั้น อาจจะสายเกินไปหากเกิดเื่อะไรขึ้นมา
ฉินอวี่มองไปยังภูมิประเทศอันงดงามที่อยู่เบื้องล่างด้วยท่าทางที่เคร่งขรึม ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ภูมิประเทศของเขตโหมวหยวนมีความซับซ้อนยิ่งนัก สถานที่ส่วนใหญ่กลายเป็ค่ายกลตามธรรมชาติ ฉินอวี่ไม่เชื่อว่าจะมีผู้แข็งแกร่งที่ดูไม่ออก การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็ปราการตามธรรมชาติ ฉะนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีเจตนาจะตั้งคุกโหมวเทียนเอาไว้ที่นี่
เกรงว่า หาก้าช่วยใครก็ตามออกจากที่แห่งนี้ ไม่เพียงแต่ต้องพบกับผู้แข็งแกร่งของแดนต้าโหมวเทียน แต่ยังต้องพบกับปราการอันแข็งแกร่งของธรรมชาติ จนทำให้คนนั้นต้องสิ้นหวังแน่นอน!
“แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าคุกโหมวเทียนแห่งนี้คุมขังผู้ใดเอาไว้!” ฉินอวี่พึมพำกับตนเอง จู่ๆ เขาก็นึกถึงเสี่ยหยวนขึ้นมา หลังจากปู่ของเสี่ยหยวนได้บุกรุกมายังแดนต้าโหมวเทียน เขาก็ไม่เคยออกมาอีกเลย ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ได้ตายไปแล้ว หรือกำลังถูกคุมขังไว้ในคุกแห่งนี้
เมื่อได้ยินคำพูดของหลัวชิงเยว่ ฉินอวี่ก็แสร้งถามอย่างสงสัย “ในคุกโหมวเทียนคุมขังคนเอาไว้กี่คนกันแน่?”
“แน่นอน หลายปีมานี้ คนจากโลกภายนอกล้วนแต่ถูกคุมขังเอาไว้ที่นี่ และเหล่าคนชั่วร้ายในแดนต้าโหมวเทียนจำนวนมากก็ถูกคุมขังไว้ที่นี่เช่นกัน! จำไว้ว่าผู้แข็งแกร่งจำนวนหนึ่งในสามของแดนต้าโหมวเทียนประจำการอยู่ที่นี่ ดังนั้นอย่าก่อความวุ่นวายเด็ดขาด อีกอย่าง ที่แห่งนี้ห้ามส่งเสียงดัง หากพวกเราสามารถเข้าไปด้านในได้ ทำได้มากที่สุดก็คือการมอง ไม่สามารถพูดอะไรได้ทั้งสิ้น เข้าใจไหม?” หลัวชิงเยว่กระซิบ
ฉินอวี่กะพริบตา ทั้งหมดล้วนถูกคุมขังไว้ที่นี่หรือ? หลังจากสูดหายใจเข้าลึกๆ ฉินอวี่ก็พูดออกไปทันที “ทำไมต้องขังไว้ที่นี่? ฆ่าพวกเขาเสียเลยทีเดียวไม่ดีกว่าหรือ? อีกอย่าง ยังนำไปปรับแต่งเป็พยนต์มรณะได้อีกด้วย!”
“ปรับแต่ง? เอาไปปรับแต่งเล่นมันจะดีขนาดนั้นหรือ? ข้าจะบอกให้นะ ชีวิตของพวกเขายังมีประโยชน์!” หลัวชิงเยว่ดูเหมือนจะไม่้าเปิดเผยอะไรมากเกินไป จึงตอบกลับมาอย่างคลุมเครือ
ฉินอวี่จึงไม่ได้ถามอะไรต่อ และทอดสายตากลับลงไปทางเบื้องล่าง
หลังจากผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม ฉินอวี่ก็มองเห็นหลุมขนาดั์ที่อยู่ไกลออกไปสุดสายตา นั่นคือหลุมยุบแห่งหนึ่ง เหนือหลุมยุบแห่งนั้น ปกคลุมไปด้วยม่านพลังหลากสี ฉินอวี่จ้องมองไปยังม่านพลังนั้น แต่เขาก็ยังมองไม่ออกว่าเป็ม่านพลังชนิดใด
เมื่อเข้าใกล้หลุมยุบในระยะร้อยลี้ ก็มองเห็นถนนสายหนึ่งทอดยาวเป็เส้นตรง จากนั้นหลัวชิงเยว่จึงบังคับพญาอินทรีให้ร่อนลงในจุดนั้น
หลังจากลงมาจากพญาอินทรี ฉินอวี่ก็มองสำรวจไปโดยรอบ มองไปยังถนนสายยาวเส้นนี้ และไปสะดุดตากับแผ่นศิลาแผ่นหนึ่งที่อยู่ด้านข้างถนนสายนี้
แผ่นศิลามีความสูงสามสิบจ้าง กว้างสามจ้าง มองไปแล้วเป็เหมือนเสาค้ำ์ต้นหนึ่ง ซึ่งสามารถรองรับฟ้าดินได้ และ้าแผ่นศิลา ก็สลักเป็รูปหงส์และัพร้อมอักขระโบราณอีกสองตัว “โหมวเทียน” และด้านข้างตัวอักษร “โหมวเทียน” ก็มีภาพแปลกประหลาดแกะสลักเอาไว้ สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ต้องเหลียวมองอยู่หลายหนคือ ในภาพแกะสลักนี้มีรูปของโครงร่างคนที่หุ้มหนังสัตว์เป็จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีส่วนของภาพวาดรูปอสูรจำนวนมาก และภาพเหล่าก็นี้มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
“เอ๊ะ? สายตาของฉฺนอวี่หยุดอยู่ตรงคำว่า “โหมวเทียน” ในส่วนบนนี้มีการแกะสลักลวดลายเล็กๆ เอาไว้อีกเป็จำนวนมาก และลวดลายเหล่านี้ที่ผสานรวมกับเส้นสายเหล่านี้ รวมตัวกันดูเหมือนรูปร่างของคนกำลังนั่งขัดสมาธิ!
“เป็แผ่นศิลาที่แปลกประหลาดยิ่งนัก!” ฉินอวี่อุทาน แม้ว่าแผ่นศิลานี้จะไม่รู้ว่าสร้างมานานสักกี่ปีแล้ว และเผยรูปลักษณ์ให้เห็นถึงความผันผวนของกาลเวลา แต่สิ่งที่มากไปกว่านั้นคือการทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความวิเศษของศิลา
“ฮึ!” ในขณะที่ฉินอวี่กำลังพิจารณาดูหินเ่าั้ เสียงของจู๋ฮวงก็ดังขึ้นในความคิดทันที
“เป็อะไร?” ฉินอวี่ถาม
“เ้าศิษย์ทรยศนั่นคิดจะคิดจะทำอะไรที่เหนือจินตนาการ นึกไม่ถึงเลยว่าจะลอกเลียนแบบสิ่งที่ตาแก่ตายยากคนนั้นทำเอาไว้!” จู๋ฮวงกล่าวอย่างเ็า ความโกรธและความเคียดแค้นปรากฏชัดในจิตใจ
ฉินอวี่หรี่ตาทั้งสองลง เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ สิ่งที่จู๋ฮวงกำลังพูดถึงน่าจะเป็คนที่สะกดเขาเอาไว้ หรืออาจพูดได้ว่าโหมวเซี่ยนได้อาศัยวิธีการหลอมแผ่นผนึกนี้โดยการเลียนแบบมาจากวิธีการของคนที่ปราบปรามจู๋ฮวง? หากเป็เช่นนี้ การวางแผ่นศิลานี้เอาไว้ที่นี่ก็คงไม่มีอะไรที่ลึกซึ้ง
“หากไม่ใช่เพราะแผ่นผนึกชิ้นสุดท้ายไม่อยู่ ตาแก่นั่นก็อย่าได้คิดจะสะกดข้าเลย...หากรู้เช่นนี้...” จู๋ฮวงยังคงพูดไม่จบ ฉินอวี่จึงละความสนใจออกมา เ้าี้เีจะอยู่ฟังจู๋ฮวงบ่นไม่หยุดหย่อน นับั้แ่ดูดซับพลังแผ่นผนึกไปสองแผ่น จู๋ฮวงก็ดูนิ่งลงไปมาก แต่เขายังไม่สามารถปกปิดนิสัยโดยธรรมชาติของตนเองได้ ฉินอวี่มีความสังหรณ์อยู่ในใจ หากจู๋ฮวงแยกออกไปจากร่างกายของตนเองไป และเริ่มแทนที่ร่างกาย เช่นนั้นแล้ว จู๋ฮวงก็จะเป็เหมือนตนเอง ที่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์
แต่เมื่อถึงเวลานั้น ศักยภาพทั้งหมดของจู๋ฮวงนับว่าไม่อาจจินตนาการได้เลย ท้ายที่สุด เขายังมีความลับอีกมากที่ยังไม่มีใครล่วงรู้ และใครจะไปรู้ว่าเขาจะรู้จักวิชาลับระดับเซียนมากเพียงใด มีทักษะยุทธ์มากแค่ไหน วิชาเต๋าระดับเซียนอีกเท่าไร?
คนเช่นนี้ ฉินอวี่ไม่อยากจะปล่อยเอาไว้เลย ไม่ว่าจะเป็เพราะความเห็นแก่ตัวหรืออะไรก็ตาม คนเช่นนี้ก็ไม่สมควรจะอยู่ในยุคสมัยนี้!
“ใครกัน?” ขณะที่ฉินอวี่กำลังละความคิดนั้นกลับมา ทันใดนั้นก็มีเสียงที่ดังะเืขึ้นมาครั้งหนึ่ง
หลัวชิงเยว่เรียกพญาอินทรีกลับไป ก่อนจะหยิบป้ายคำสั่งออกมาชิ้นหนึ่ง และพูดขึ้นมา “หลังชิวเยว่ผู้เป็หลานทวดของต้าหลัวเต้าจวินคารวะโหมวเทียนหวัง!”
มีมืออสูรข้างหนึ่งปรากฏขึ้นมากลางอากาศ คว้าหยิบป้ายคำสั่งจากหลังชิงเยว่ จากนั้นฝ่ามืออสูรก็หายไป แต่ไม่นานนัก ก็เกิดวังวนพลังขึ้นตรงหน้าของหลัวชิงเยว่ หลัวชิงเยว่เหลือบมองฉินอวี่ และพูดอย่างเฉยเมย “เ้ารออยู่ที่นี่ก่อนเถอะ!” พูดจบ หลัวชิงเยว่ก็ข้ามเข้าไปในวังวนพลังทันที
แต่ฉินอวี่ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด และมองไปยังถนนเส้นใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า บนถนนแห่งนี้ นอกจากแผ่นศิลาชิ้นนี้แล้ว ก็ไม่ต้องพูดถึงคนเลย เพราะแม้แต่ใบไม้สักใบยังไม่มี หลัวชิงเยว่เคยกล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าผู้แข็งแกร่งกว่าหนึ่งในสามของแดนต้าโหมวเทียนล้วนอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่ใด หรืออยู่ในหลุมใดบ้าง?
“เ้าหนุ่ม ที่นี่ที่ไหน? เ้าไม่พาข้าไปยังแผ่นผนึกว่านเซี่ยง แล้วมาที่นี่ทำไม? ที่ซึ่งสามารถใช้แผ่นศิลานี้ได้ มันไม่ใช่สิ่งที่เ้าจะไปเข้าร่วมได้ ใน่เวลานี้ ทางที่ดีที่สุด เ้าอย่าเพิ่งวุ่นวายที่ไหนเลย ไม่เช่นนั้น... ถึงแม้จะเรียนวิชาลวง์ไปแล้วก็...!” จู๋ฮวงก่นด่า แต่แล้วเสียงของเขาก็หยุดอย่างกะทันหัน
ในเวลาเดียวกันนี้ ฉินอวี่ก็รู้สึกได้ถึงการบีบคั้นอันน่าสะพรึงกลัวกำลังเคลื่อนที่กวาดไปในร่างกายของเขา ราวกับว่าสามารถมองเห็นร่างกายทั้งหมดของเขาได้
“เ้าเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้หรือ?” เสียงทุ้มดังขึ้นทันที
ฉินอวี่ระงับความหวาดกลัวไว้ และพูดอย่างสงบ “ใช่!”
“ข้าขอดูผนึกอสูรของเ้าหน่อยสิ!”
หัวใจของฉินอวี่เริ่มผิดจังหวะขึ้นทันที แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย ยกมือข้างขวาขึ้น ถ่ายเทแก่นปราณลงไป มีรอยผนึกฝ่ามือจางๆ ปรากฏขึ้นมาทันที
“นี่ไม่ใช่ผนึกฝ่ามือของเ้า บอกมา เ้าไปได้มาจากไหน?” เสียงะโที่รุนแรงดังขึ้นมา ฉินอวี่รู้สึกเพียงเหมือนกำลังเกิดคลื่นพายุที่ไร้สิ้นสุดขึ้นระหว่างฟ้าดิน และกำลังกดทับลงมา ก่อนเสียงสั่นะเืจะปรากฏอยู่ในจิตใจของฉินอวี่
แต่แรงสั่นะเืที่ภายนอกนี้ก็ยังไม่อาจสู้การสั่นแรงของภายในใจฉินอวี่ได้
เปิดเผยหรือ?
