สามร้อยปีผ่านไป
แดน์กลับคืนสู่ความสงบตราประทับแห่ง์ถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงชื่อของธิดามารอีกราวกับนางไม่เคยมีตัวตน
แต่ในตำหนักสูงสุดของ์ยังมีเทพองค์หนึ่งที่ไม่เคยลืมเทียนอวี้ในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิมนั่งนิ่งท่ามกลางหิมะที่โปรยลงเงียบงัน
ทุกปี…ในคืนเดียวกันหิมะเหนือ์จะเจือสีแดงจาง ๆไร้คำอธิบายไร้ผู้กล้าตั้งคำถามในมือของเขายังคงมีกลีบเหมยแห้งกรังหนึ่งกลีบที่ไม่เคยสลาย
“ชาติหน้า…อย่าเกิดคนละภพอีกเลย”
คำพูดนั้นยังชัดเจนในความทรงจำเขาเฝ้าคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหากิญญาของมารยังไม่แตกดับย่อมต้องเวียนว่าย
แม้ต้องผิดกฎ์แม้ต้องถูกลดขั้นพลังเขาจะตามหา
ค่ำคืนนั้น
เทียนอวี้ยืนอยู่หน้าบ่อน้ำสะท้อนิญญาสถานที่ต้องห้ามที่ใช้ส่องดูการเวียนเกิดของสามภพผืนน้ำสั่นไหว ภาพเงานับพันปรากฏและดับวูบ
จนกระทั่ง
หัวใจของเขากระตุกแรงหญิงสาวคนหนึ่งในโลกมนุษย์ยืนอยู่ใต้ต้นเหมยในหุบเขาห่างไกลนางสวมชุดเรียบง่ายเส้นผมดำยาวปล่อยสยาย
เมื่อสายลมพัดผ่านกลีบดอกเหมยปลิววนรอบตัวนางอย่างอ่อนโยน
แววตาคู่นั้น…แม้ไร้ความทรงจำแต่มันคือสายตาที่เขาจำได้แม้ผ่านกาลเวลาเทียนอวี้กำมือแน่น
“หลีเยว่…”
ชื่อที่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยบน์หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาอีกครั้งทันใดนั้นเองเสียงจากเื้ัดังขึ้น
“ท่านเทพ ท่านกำลังล่วงล้ำกฎแห่งวัฏสงสาร”
เทพผู้เฒ่าสององค์ปรากฏตัวสายตาเคร่งขรึม
“ิญญานั้นสลายไปแล้ว เหลือเพียงเศษเสี้ยว หากท่านยุ่งเกี่ยว นางจะดับสูญตลอดกาล”คำเตือนนั้นหนักอึ้ง
หากเขาเข้าใกล้ิญญาที่เปราะบางอาจรับพลังเทพไม่ไหว
นางอาจตายอีกครั้งครั้งนี้…โดยไม่มีการเวียนกลับ
ผืนน้ำในบ่อสะท้อนภาพหญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้าราวกับรู้สึกถึงบางสิ่งสายลมพัดผ่านแก้มของเทียนอวี้
สามร้อยปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยกลัวสิ่งใดแต่ตอนนี้เขากลัวจะสูญเสียนางอีกครั้ง
“ต่อให้ต้องถูกลดขั้น ต่อให้ต้องถูกจองจำ”
เสียงของเขาสงบนิ่งแต่แน่วแน่กว่าครั้งใด
“ข้าจะลงไป”
เกล็ดหิมะตกหนักขึ้นราวกับ์กำลังสั่นะเืการตามหาครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์สิ่งใดแต่เพื่อรักษาสัญญาที่นางฝากไว้ก่อนสลายและในโลกมนุษย์ที่ห่างไกล
หญิงสาวใต้ต้นเหมยเงยหน้าขึ้นอีกครั้งหัวใจของนางเต้นผิดจังหวะโดยไร้เหตุผลหิมะโปรยลงมาแม้ยังไม่ถึงฤดู
