“พี่ทิณณ์จ้องพิมพ์แบบนั้นทำไมคะ”
“อยากจ้อง ซื้อมาสามแสนจะไม่ให้จ้องเลยเหรอ” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงชะงักนิ่ง แล้วก้มหน้าทานอาหารต่อโดยไม่ต่อปากต่อคำ
ชนกันต์เอนกายลงบนเก้าอี้ แล้วถอนหายใจออกมาอย่างใช้ความคิด นับจากรู้จักกับเทวทิณณ์ เขาไม่เคยเห็นเพื่อนจริงจังกับผู้หญิงคนไหนเท่านี้มาก่อน ยิ่งกับพิมพ์มาดาที่ดูเรียบร้อยไม่มีอะไรน่าดึงดูด ยิ่งทำให้ชายหนุ่มแปลกใจมากขึ้นไปอีก ก่อนสายตาของชนกันต์จะเลื่อนกลับมายังหน้าจอคอมฯ ที่เปิดรูปนาฬิกาเรือนหรูค้างอยู่ พร้อมราคาเกือบหกแสน ที่ยากจะจับต้องได้
“ถ้าหากว่ายัยพิมพ์คบกับเทวทิณณ์ ฉันก็สามารถหลอกเงินยัยพิมพ์ได้นี่หว่า...กับแค่นาฬิการาคาเท่านี้ ยัยพิมพ์ต้องให้ฉันได้มากกว่าอยู่แล้ว” เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาเป็ประกายของชนกันต์ก็ฉายแววมีความหวังออกมา ก่อนเสียงเปิดประตูของบิดาจะทำให้ชายหนุ่มหันไป
“ยัยพิมพ์จะไม่กลับมาอยู่ที่บ้านนี้จริง ๆ แล้วเหรอ” ชายกลางคนเอ่ยถามลูกชายด้วยความอยากรู้
“พ่อครับ...ยัยพิมพ์คงไม่กลับมาแล้วล่ะ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะแผนของผม ทำให้ยัยพิมพ์กำลังจะตกถังข้าวสาร และพวกเราทั้งหมดก็จะไม่ต้องลำบากอีกต่อไป
“แกพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ” ชัชพลกลอกตาถามลูกชาย
“เอาเป็ว่า พ่อไม่ต้องเป็ห่วงยัยพิมพ์หรอก ต่อไปนี้ยัยนั่นจะมีความสุข พ่อดูอะไรนี่สิ” เขาชี้ให้บิดาดูรูปนาฬิการาคาแพงนั้น
“ผมจะให้ยัยพิมพ์หาเงินมาซื้อให้ผม อย่าว่าแต่นาฬิกาเลย รถใหม่ผมก็จะเอา” ชัชพลเห็นสายตาของลูกชาย เขาจึงเอ่ยเตือนบางอย่างออกมา
“จะทำอะไร ก็นึกถึงิญญาป้าแกไว้บ้าง เท่านี้พวกเราก็ชดใช้ให้ยัยพิมพ์ไม่หมดแล้ว”
“ก็ถ้าิญญาป้ามีอยู่จริง คนที่จะโดนบีบคอคงเป็น้าญากับพ่อนั่นล่ะ พ่อหยุดเทศนาผมเถอะครับ รถใหม่ของน้าญา พ่อยังเอาเงินของยัยพิมพ์ซื้อไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมผมจะเอาเงินยัยพิมพ์มาซื้อรถใหม่ให้ตัวเองไม่ได้”
“ถ้างั้นก็ตามใจ ฉันหมดปัญญาจะเตือนแกละ” ชายกลางคนถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องลูกชายไป
ไม่นานนักเสียงมือถือของเทวทิณณ์ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงตัดสินใจเดินออกไปรับสายให้ห่างจากหญิงสาว แล้วกดรับเพื่อฟังความคิดเห็นเพื่อนรักในทันที
“ว่าไง” เทวทิณณ์เอ่ยถาม
“ฉันรู้แล้ว ว่านายจะปกป้องพิมพ์มาดายังไง” เทวทิณณ์ขมวดคิ้ว พร้อมกับเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวที่นั่งทานอาหาร แล้วหันกลับมาตั้งใจเพื่อนอีกครั้ง
“ยังไง”
“มีอยู่แค่ทางเดียว คือนายต้องยอมรับกับทุกคนว่านายกับพิมพ์มาดาคบในฐานะแฟน ไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ แต่นั่น...มันต้องแลกกับอิสรภาพที่นายรักด้วยนะ นายจะทำได้เหรอ”
“ฉันต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอวะ”
“ก็ถ้านาย ไม่อยากให้ใครตราหน้าพิมพ์มาดาว่าเป็ผู้หญิงหิวเงิน นายก็ต้องยอมเสียอิสรภาพ” เทวทิณณ์นิ่งเงียบไป ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาว ที่นั่งทานอาหารพร้อมใบหน้าโศกเศร้า พลันทบทวนความรู้สึกตัวเองเป็ครั้งสุดท้าย
“ฉันรู้แล้ว ว่าควรทำยังไง ขอบใจนะ” เขาตัดสินใจวางสายเพื่อนรักไป แล้วเดินกลับมาหาพิมพ์มาดาที่นั่งทานข้าวอยู่อย่างเงียบ ๆ
“พี่ปุยนุ่นคงจะเกลียดพิมพ์แล้วล่ะค่ะ” ชายหนุ่มที่พึ่งเดินมาถึง ขมวดคิ้วแล้วย่อตัวลงนั่ง
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”
“ไม่ใช่แค่พี่ปุยนุ่นหรอกค่ะ ที่เกลียดพิมพ์ คนทั้งมหาลัยก็คงเกลียดด้วยเหมือนกัน แต่ไม่ว่ายังไงพิมพ์ก็ต้องอดทนค่ะ หน้าที่ของพิมพ์คือการเรียน พิมพ์ต้องอดทนเรียนให้จบ” เธอพูดคล้ายกับพยายามให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม พร้อมกับมือของเทวทิณณ์จะดึงร่างเล็กเข้าไปในห้อง
“พี่ขอโทษนะ พี่ควรพาเธอไปด้วย ไม่ควรปล่อยไว้จนเกิดเหตุการณ์บานปลายแบบนั้น” เขารั้งตัวเธอนอนลงกับเตียง แล้วทอดสายตาอ่อนโยนมองใบหน้าสวยหวานนั้น พร้อมกับมือหนาลูบไร้ไปทั่วใบหน้าของเธอด้วยความพิสมัย
“พี่ทิณณ์ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะ ในเมื่อพี่ทิณณ์ซื้อพิมพ์มาในฐานะคู่นอน ฐานะของพิมพ์ก็ควรอยู่เท่านั้นถูกแล้ว อย่างที่พิมพ์บอก ถ้าพี่ยังดื้อดึงที่จะเก็บพิมพ์ไว้ คนที่จะเดือดร้อนก็คือพี่เอง และพี่ก็อาจจะต้องเสียพี่ปุยนุ่นไปด้วยในเวลาเดียวกัน เธอเป็ถึงดาราโด่งดัง เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง กลับตัวตอนนี้ยังทันนะคะ”
“สอนพี่งั้นเหรอ เธอรู้ไหมว่าพี่ซื้อผู้หญิงมานับไม่ถ้วน เธอไม่ใช่คนแรกที่นุ่นรู้”
“ถึงอย่างนั้น...พี่ก็ไม่ควรเป็ข่าวอะไรที่เสียหายแบบนี้ เพราะมันยังกระทบต่อธุรกิจที่บ้านอยู่ดี”
“พี่มีข่าวแบบนี้มาตั้งนานแล้ว จนได้ฉายาว่าัเขี้ยวทอง และเื่นี้ครอบครัวพี่ก็รับรู้มาตลอด กับแค่ข่าวเล็ก ๆ เท่านี้ไม่ทำอะไรพี่ได้หรอก เธอต่างหากที่ควรห่วงตัวเองไม่ใช่พี่”
“แต่ว่า...”
“ตกลงจะหาเื่ ให้พี่ออกไปจากชีวิตเธอจริง ๆ ใช่ไหม” เขาพูดพร้อมกับค่อย ๆ ล้วงมือเข้ามาในเสื้อเธอช้า ๆ แล้วจับจ้องมองหญิงสาวไม่วางตา ก่อนหญิงสาวจะเม้มปากแน่น ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้เป็ห่วงเขามากมายขนาดนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาจะโดนประณามยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเธอ พิมพ์มาดาอ้ำอึ้งไป จนใบหน้าของเขาเข้ามาซุกไซร้ตามลำคอ ก่อนที่หญิงสาวจะดันร่างสูงออกแล้วพ่นลมหายใจออกมา
“งั้นพี่ทิณณ์ช่วยบอกได้ไหมคะ พิมพ์ต้องใช้เวลานานแค่ไหน ถึงจะคุ้มกับเงินสามแสนของพี่”
“บอกไปแล้วไง ว่าจนกว่าพี่จะพอใจ”
“อีกเดือน หรือ สองเดือนคะ”
“ไม่รู้สิ พี่ตอบไม่ได้เหมือนกัน ทำไมถามมากจัง”
“เปล่าค่ะ” เธอตัดสินใจเงียบปากลง ก่อนที่เขาจะปล่อยยิ้มอ่อนโยนออกมาแล้ว ดึงมือเธอขึ้นไปหอม
