“ ดีเหมือนกันข้าจะได้มีข้ออ้างที่จะได้ใช้น้ำ ในน้ำเต้าเสียที แต่ชื่อสมุนไพรในหนังสือนี้ทำไมถึงแปลกไม่เคยได้ยินมาก่อนเอาไว้เก็บไปถามอาจารย์ที่สำนักก็แล้วกัน”
“ ศิษย์พี่พวกท่านกลับมาถึงนานหรือยังพวกเราไปที่หมู่บ้านต้นน้ำกันเถอะเพราะว่าแหล่งแพร่เชื้อมาจากที่นั่น”
“ มาถึงก็ชวนออกเดินทางทันทีเลยนะศิษย์น้องเล็ก พวกข้ามาถึงนานแล้วเ้าหายไปที่ไหนมารึ”
“ ข้าไปที่จุดพักคนป่วยเพราะหมอก็ป่วยด้วย เลยอยู่ช่วยนานไปหน่อยพวกท่านเอาน้ำในถังไปแจกหมดหรือยังเ้าคะ”
“ แจกหมดแล้วพวกข้าวิ่งกลับกันหลายรอบ ชาวบ้านแถวนี้แทบไม่มีให้เห็นแล้วตามหมู่บ้านก็แวะไปเคาะถามญาติคนป่วยก็ไม่มีพวกเขาอพยพออกมากันหมดหมู่บ้านแล้ว ป่านนี้คงกลับไปหมดแล้วมั้ง พรุ่งนี้พวกเขาจะส่งตัวแทนมารับผ้าที่ปิดปากและจมูกที่บ้านผู้ใหญ่”เกาเจี๋ย พูดอธิบายให้ ศิษย์น้องเล็กฟัง
ทั้งหกคนเดินทางไปหมู่บ้านต้นน้ำ เพื่อหาสาเหตุการระบาดของโรคครั้งนี้
“ลูกศิษย์สำนักเทียนซานพวกท่านถามหาคนป่วยคนแรกงั้นรึเขาได้ตายไปแล้ว หลังจากที่เขาตายชาวบ้านจึงพากันติดเชื้อมีอาการแบบกันเลยยังดีที่ไม่รุนแรงและตายแบบเขา”
“ท่านลุง ข้าขอถามหน่อย ก่อนที่เขาจะป่วยและตายเขาไปทำอะไรมาบ้างเ้าคะ”
“ โอ๊ะ!เ้าคือท่านหมอน้อยนี่ เขาก็ไปทำไร่ทำสวนตามปกติหลังจากมากลับมาเขาก็มีอาการเจ็บป่วยได้สองวันแล้วเสียชีวิตลง”
“ งั้นไร่สวนของผู้ตายอยู่ที่ไหนเ้าคะข้าจะไปดูเผื่อจะเจอสาเหตุของการแพร่เชื้อครั้งนี้”
“ ได้เลยท่านหมอน้อยเดี๋ยวข้าจะพาไปส่ง ต้องขี่ม้าไปเพราะทางเข้าป่าลึก พอสมควร เดี๋ยวข้าไปเอาม้าในคอกก่อน”
“ ผู้ตายเผาไร่ทำสวนอยู่ บริเวณนี้แหล่ะ ที่ตรงนี้เหมือนเขาจะเพิ่งบุกเบิก เข้ามาเพื่อปลูกผลไม้ ปีแรก”
“ นับจากผู้เสียชีวิตมาทำสวนถึงวันนี้ผ่านไปกี่วันแล้วเ้าคะ”
“ ท่านหมอน้อย ผ่านมาได้ 14 วันแล้วเพราะเขากลับไปป่วยได้ สองวันก็เสียชีวิต และมีชาวบ้านที่ร่างกายไม่แข็งแรงเป็ผู้สูงอายุเสียชีวิตไปอีกสองคน หลังจากงานศพของผู้เสียชีวิตทั้งสองชาวบ้านทุกคน กลายเป็ผู้ป่วยทั้งหมด”
“ 14 วันแล้วรึ เ้าค่ะแต่ทำไมสวนของผู้ตายยังมีควันไฟอยู่ล่ะ แถมควันไฟยังพัดกระจายไปทั่ว ที่สำคัญกลิ่นของมันฉุนมาก”
“ ศิษย์พี่ ช่วยกันหาน้ำมาดับควันไฟก่อนเ้าค่ะ ข้ารู้สึกว่าหายใจเข้าไปแล้วแน่นหน้าอกแสดงว่าควันนี่ต้องเป็สาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านล้มป่วยกันเป็แน่”ถิงถิง ไม่ได้เป็อะไรหรอกแค่หาข้ออ้าง นางกินน้ำในน้ำเต้า อยู่ตลอดเวลา จะรู้สึกแบบนั้นได้ยังไง
“ ศิษย์น้องเล็กเ้าเป็ยังไงบ้างพวกข้าดับไฟเรียบร้อยแล้ว มันไหม้มาจากตอไม้ใหญ่รากฝังลึกเข้าไปในดิน ทำให้มันลุกไหม้อยู่ใต้ดินจึงมีควันอยู่ตลอด”
“ข้าไม่เป็ อะไรแล้วพวกเรากลับกันเถอะ มันต้องมีฝนตกลงมาถึงจะชำระล้างสารพิษ พวกนี้ให้กลับไปที่พื้นดิน อากาศถึงจะได้ดีขึ้นเหมือนเดิม”
“ ศิษย์น้องเล็กเ้าตลกเสียจริงใครจะสั่งให้ฝนตกมาได้เล่า เอ๊ะ!แต่ก็มีนะข้าเคยได้ยิน เื่เล่าว่ามีัหนุ่มตามหาเนื้อคู่แต่ไม่เจอถ้าสาวๆ อยากให้ฝนตกต้องร้องบอกไปว่าจะยอมแต่งงานกับเขาไม่แน่ ศิษย์น้องเล็กเ้าอาจจะได้ฝนมาก็ได้”หวังข่ายพูดปนหัวเราะ
“ ศิษย์พี่ก็ถ้าเกิดสาวๆร้องขอกันหมด ก็คงไม่มีถิ่นแห้งแล้งกันดารหรอกเ้าค่ะ”
“ เ้าฟังให้ดี ศิษย์น้องเล็กเขามาตามหาเนื้อคู่ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่ต่อให้ร้องปาก ฉีกคงจะไม่ได้น้ำฝน”
“ แล้วป่านนี้ัตัวนั้นไม่เป็ปู่ัไปแล้วหรือเ้าคะเพราะเื่เล่ามันก็ต้องผ่านมานานแล้วสิแล้วข้าแค่อายุห้าขวบจะกลายเป็ เนื้อคู่เขาได้ยังไง”
“ เ้าไม่รู้อะไรแล้ว ศิษย์น้องเล็กัพวกนี้เป็เทพว่ากันว่า พวกเขาไม่มีวันแก่และอายุยืนยาวเป็หมื่นปีเลยนะ เผลอๆ จะหน้าเด็กกว่าพวกข้าเสียอีก”
“ ศิษย์น้องเล็กเ้าจะไม่ลองดูรึ ถ้าเกิดฝนตกลงมานี่ช่วยชาวบ้านได้ทั้งหมดเลยนะอากาศก็กลับมาบริสุทธิ์เหมือนเดิมด้วย”จางซุนพูดไปหัวเราะไป
แต่ถิงถิง รู้ว่าพวกศิษย์พี่หยอกเล่นสนุกก็เลยเอากับเขาด้วย เพราะไม่ใช่ฤดูฝนยังไงก็ไม่ตกอยู่แล้ว
“ ท่านเทพั ข้าขอฝนหน่อยชาวบ้านกำลังเดือดร้อน้าฝนตก ไว้ข้าโตขึ้นเมื่อไหร่จะไปแต่งงานกับท่าน”
“คลื่นๆ!!”
เสียงฟ้าร้องก้องไปทั่วท้องฟ้าเป็สัญญาณว่าฝนกำลังจะตก
“ ศิษย์!!น้องเล็กหรือว่าเ้าจะเป็เนื้อคู่ของัจริงๆ”จางซุน พูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
“ นั่นสิ ศิษย์น้องเล็กเพราะเ้าพูดจบฝนก็จะตกทันทีทั้งที่ตอนนี้ไม่ใช่หน้าฝน”โจรเหว่ย พูดด้วยความไม่แน่ใจว่าจะเป็เื่จริง
“ ศิษย์พี่ มันเป็ไปไม่ได้มันอาจจะเป็บังเอิญ พวกเรารีบกลับกันเถอะเดี๋ยวฝนตกมาจะเปียกกัน” ทั้งหกคนแข่งกันขี่ม้ากลับที่พัก
“เห็นไหมศิษย์น้องเล็กจะบังเอิญได้ยังไง เหมือนรอให้พวกเรากลับมาถึงที่พักเลยดูสิมันตกลงมาแรงขนาดนี้ต้องชำระล้างสารพิษที่เ้าว่าหมดไปแน่”
“ ไม่เป็ไรเ้าค่ะเดี๋ยวโตขึ้นข้าจะไปตามหาัเองเพื่อที่จะไปแต่งงานกับเขา” ถิงถิงพูดไปเพื่อตัดรำคาญพวกศิษย์พี่ที่ล้อเลียนอยู่ได้ ในโลกนี้มีัอยู่ที่ไหนกัน
ฝนตกทั้งคืน รุ่งเช้ามาอากาศดูสดชื่นทั้งหกคนเตรียมตัวเดินกลับทาง สำนักเทียนซาน ด่านยังปิดอยู่แต่ก็ยอมให้ทั้งหกคนออกไปเพราะว่าพวกเขาไม่ใช่คนป่วย และชาวบ้านก็เริ่มหายป่วยกันแล้ว
“ อาจารย์เ้าค่ะท่านดูหนังสือเล่มนี้ที่หมอไปรักษาคนป่วยให้ข้ามามีชื่อสมุนไพรข้าไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยเ้าค่ะ”
“ อาจารย์ก็ไม่รู้จักเหมือนกัน น่าจะเป็หนังสือเก่าแก่มานานดูจากหน้าหนังสือออกเหลืองหมดแล้ว ลูกศิษย์เล็กก็เก็บไว้ เผื่อในอนาคตได้เจอสมุนไพรพวกนี้จะได้เอามาทำยาได้เ้ายังเด็กยังมีโอกาสเดินทางอีกไกล”
ถิงถิง ได้เรียนหนังสือและอาจารย์สอนเขียนยันต์สองสามใบเพราะทนถิงถิง พูดเช้าพูดเย็นไม่ไหว แต่ว่าก็ยังสร้างไม่ได้เพราะเขียนไม่เหมือนลายมือไม่หนักแน่นพอ แต่ก็พอรู้วิธีเขียน
จนเวลาผ่านไปจนถึงหน้าฝน ที่ปีนี้ตกเยอะเป็พิเศษ แต่มันก็พิเศษเกินไปจนทำให้หลายหมู่บ้านเกิดภัยพิบัติเนื่องจากน้ำท่วมดินโคลนถล่ม ชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายพื้นที่จนสำนัก ทั้งสี่รวมถึงอาจารย์ต้องไปช่วยเหลือ กระจายกันออกไปหลายหมู่บ้าน
แต่เมืองที่โดนหนักสุดคือเมืองหนานบางหมู่บ้าน ถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้น้ำพวกเขาต้องหนีไปอยู่ตาม ที่สูงทางการก็ส่งเ้าหน้าที่มาช่วยแต่การเข้าถึงยากลำบากเพราะถนนถูกตัดขาด สะพานขาด
ถิงถิง ไปกับศิษย์พี่ทั้งห้า เพราะเร่งการเดินทาง และฝนที่ยังตกไม่หยุด ม้าที่วิ่งไวกว่าลา
“ ศิษย์พี่รอข้าด้วย ทางเริ่มมืดแล้วข้ากลัวหลงทาง ”ทั้งห้าคนได้ยินเสียง ศิษย์น้องเล็กก็ชะลอม้าลงหันกลับมามอง
สายน้ำเชี่ยวกรากในพัดพาเอาสะพานที่พวกเขาเพิ่งข้ามมาหายไป มองเห็นถิงถิง อยู่อีกฟากหนึ่งของสะพาน
“ ศิษย์พี่ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าดูแลตัวเองได้ไปเถอะไปช่วยชาวบ้านที่อยู่ข้างหน้าส่วนข้าจะช่วยชาวบ้านที่อยู่ที่นี่” ทีแรกพวกเขาตั้งใจจะไปช่วยชาวบ้านที่อยู่ข้างในสุดก่อน แต่ตอนนี้ทุกหมู่บ้านเดือดร้อนเหมือนกันหมด
ถิงถิง บังคับลาให้เดินกลับ ทั้งห้าคนเห็นดังนั้นจึงบังคับม้าวิ่งต่อไปข้างหน้าศิษย์น้องนางเอาตัวรอดได้เก่งไม่น่าเป็ห่วง
“ ชาวบ้านหายไปไหนกันหมด หรือจะหนีขึ้นไปอยู่บนเขากัน เอ๊ะ!สะพานที่ขาดน้ำมายังไม่ถึงตรงนี้ชาวบ้านยังออกมาไม่หมด”
“ รีบหนีออกจากตรงนี้ก่อนน้ำกำลังมา” ถึงแม้ถิงถิงจะเป็เด็กแต่ว่าชุดสำนักเทียนซาน ที่ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นและมีข่าวว่าเด็กผู้หญิงสำนักเทียน ที่เป็ศิษย์รักของอาจารย์และศิษย์พี่
ถิงถิงรีบลงจากหลังลาแล้วรีบวิ่งลงเนินเขาไปช่วยเด็กแล้วคนชราที่กำลังใทำอะไรไม่ถูก มือหนึ่งอุ้มเด็กวัยสองขวบ อีกมือหนึ่งจูงคนแก่ พาพวกเขาขึ้นมาอยู่บนเขาและนางก็วิ่งลงไปอีก
“ พวกท่านไม่ต้องห่วงสมบัติน้ำกำลังจะมาถึงแล้วพวกท่านฟังให้ดีมีเสียงน้ำไหลมาเอาชีวิตก่อนไม่ตายค่อยหาใหม่ได้”
ถิงถิงอุ้มเด็กออกมาจาก พ่อแม่ที่ยังยืนงงสับสนอยู่ แต่พอเห็นลูกของตนหายไปก็วิ่งตาม ถึงอุ้มเด็กทีละสองคนวิ่ง ยังไม่รู้จักหนักและเหนื่อย
มวลน้ำไหลเชี่ยวกราก เร็วและแรงได้พัดพาบ้านของชาวบ้านลอยตามน้ำไปด้วย ต้นไม้ต้นไผ่ถูกพัดพาลอยไปจนหมด ชาวบ้านที่ เพิ่งจะปีนขึ้นมาบนเขาถึงกับทรุดเข่าลงนั่ง กับพื้นถ้าช้ากว่านี้อีกนิดพวกก็คงลอยไปกับสายน้ำแล้ว
“พวกท่านสำรวจดูว่ามีคนใกล้ตัวสูญหายไปบ้างไหม ตอนนี้มีใครที่เป็ผู้นำชุมชนหรือหมู่บ้าน”
“ แม่หนูเป็ข้าเองที่เป็ผู้นำชุมชนอยู่ที่นี่ ก่อนอื่นต้องขอบใจเ้าที่วิ่งมาแจ้งเตือนก่อนจะเกิดหายนะมากกว่านี้ทรัพย์สินไม่เป็ไรแต่ชีวิตของชาวบ้าน สำคัญกว่า ”
“ ใช่ เ้าเก่งมากที่สามารถอุ้มเด็กทีละสองคนวิ่ง ขนาดผู้ใหญ่ยังข้ายังไม่ไหวถ้าอุ้มแล้ววิ่งขึ้นเขาแบบนี้ สมกับเป็ลูกศิษย์สำนักเทียนซานจริงๆ”
“ ตอนนี้สำรวจผู้สูญหาย และหาที่พักก่อนเ้าค่ะ ฝนยังไม่หยุดตกแบบนี้ถ้าเด็กตัวเปียกนานไปจะทำให้เป็หวัดไม่สบายได้นะเ้าคะ”
“แถวนี้มีถ้ำหรือที่พอจะหลบฝนได้ไหมเ้าคะต้องรีบไปที่นั่นก่อนที่จะมืดกว่านี้จะเดินลำบาก”
“ มีอยู่้า เดินไปอีกไม่ไกล ข้าเคยเจอตอนไปล่าสัตว์ ทุกคนตามข้ามา”ถิงถิง มองดูลา เดินตามหลังมา
“ แม่หนูข้าสำรวจลูกบ้านแล้วไม่มีใครสูญหายเพราะว่าบ้านของเราเป็ชุมชนเล็กๆอยู่กันแค่ 25 ครอบครัวเอง มี 82 ชีวิต”
“ ถ้ำนี้ใหญ่และโล่ง มีช่องอากาศ ระบายและควันได้พวกท่านจุดไฟก่อนเพื่อให้เด็กได้รับความอบอุ่นและทำให้ตัวแห้งเ้าค่ะ”
“ นี่เป็น้ำ สะอาดเ้าค่ะให้แบ่งกันกินได้เลย ข้าเอามาจากสำนักเทียนซาน”
ก่อกองไฟให้เด็กนั่งเป่าเสื้อผ้าจนแห้งบางคนเป็เด็กเล็กก็ถอดตากไปกับกองไฟ ไม่มีใครมีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนและเวลาต่อมา
“ ท่านแม่ข้าหิวข้าว วันนี้ั้แ่เช้าเรายังไม่ได้กิน อะไรเลยฝนตกออกไปเก็บผักอะไรก็ไม่ได้ ” เสียงเด็กน้อยวัยห้าขวบคือรุ่นเดียวกับถิงถิง เขามีแม่ที่ป่วยทำงานหนักไม่ได้ส่วนพ่อก็ไปทำงานอยู่ในเมือง
“ นี่ขนมเ้ากินรองท้องไปก่อน ใครหิวให้มารับขนมจากข้า ให้เด็กได้กินก่อนผู้ใหญ่เอาไว้ทีหลัง”
“ อ้อ!ลืมไป ในถุงย่ามข้ายังพอมีเสบียงที่เอามาจากสำนัก แต่ถ้าให้กินทั้งหมดคงไม่พอ ให้เด็กคนป่วยคนชราก่อนก็แล้วกันนะเ้าคะ ส่วนคนที่แข็งแรงเดี๋ยวพวกเราไปหา อาหารข้างนอกทำกินกัน”
“ ใครที่เคยมาล่าสัตว์แถวนี้ส่วนมากมีสัตว์ประเภทไหนเ้าคะหรือว่ามีผลไม้ไหม ถ้าเรารู้จุดจะทำให้เรา ไม่เสียเวลาหา อยู่กลางสายฝนนานเกินไปเดี๋ยวจะพากันไม่สบายอีก”
“ บนเขานี้เป็ป่าใหญ่สัตว์มีทุกประเภท นกกระต่ายหมูป่าไก่พวกนี้จะเห็นได้ทั่วไป แต่ถ้าเข้าลึกไปอีกหน่อยก็จะมีพวกกวางเสือหมี”
