บทที่ 127 ร้านซาลาเปาเปิดแล้ว
สวี่จือจือเก็บความลับไว้ เื่เปิดร้านซาลาเปาในตระกูลลู่มีแค่คุณนายลู่ ลู่จิ่งซาน และเธอกับลู่ซือหยวนสองคนที่รู้ ส่วนคนอื่นๆ จะคิดว่าสวี่จือจือยังคงหาหน้าร้านไม่ได้
แต่พอหน้าร้านจัดเตรียมเกือบเสร็จ คุณนายลู่ก็เลือกวันให้ร้านซาลาเปาฝูเต้าไหลของสวี่จือจือกับลู่ซือหยวนก็เปิดตัว
หญิงชราเลือกวันดีที่สุดของเดือนนี้ พอร้านซาลาเปาของสวี่จือจือเปิด บังเอิญเหลือเกิน ร้านของอันฉินก็เปิดวันเดียวกัน
สองร้านจุดประทัดไล่กัน ร้านของอันฉินจุดก่อน
จุดประทัดเสร็จเดิมทีจะต้อนรับลูกค้า ก็ได้ยินเสียงประทัดฝั่งตรงข้าม ถึงรู้ว่าฝั่งนั้นก็เปิดร้านซาลาเปา
โดยเฉพาะเมื่ออันฉินเห็นสวี่จือจือยิ้มต้อนรับลูกค้าที่หน้าประตู เธออึ้งอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้ แล้วดึงมือของโจวเป่าเฉิง “นาย…นายว่าคนฝั่งนั้นคือใคร?”
“สวี่…สวี่จือจือ?” โจวเป่าเฉิงก็งุนงง “ไม่ใช่ หล่อนมา…เปิดร้านที่นี่ได้ยังไง?”
“ฉันถามนายอยู่นะ” อันฉินโมโห “แม่นายไม่ใช่บอกว่าร้านของพวกหล่อนยังหาไม่ได้เหรอ?”
ทำไมถึงแอบมาเปิดร้านเงียบๆ?
ถ้ารู้ว่าพวกนั้นจะเปิดร้านซาลาเปา เธอต้องรีบเปิดก่อนแน่
ตอนนี้แย่แล้ว ทำเลไม่สะดวกเท่าฝั่งนั้น ที่สำคัญรสชาติก็สู้ไม่ได้ ร้านของเธอจะชนะสวี่จือจือได้ยังไง?
“ต้องโทษนายทั้งหมด” อันฉินะโอ้วยความโมโห “ร้านยุ่งขนาดนี้ นายยังมาก่อเื่วุ่นวายอีก”
ไม่กี่วันก่อนโจวเป่าเฉิงไม่รู้เป็อะไร ท้องร่วง พอหายแล้วตกลงส้วม แล้วท้องร่วงอีกรอบ วนไปหลายครั้ง
กว่าจะหายร้านเธอก็ใกล้เปิด แต่ดันเปิดวันเดียวกับร้านสวี่จือจือเสียได
“ฉันสน นายไปหาพ่อนายซะ” อันฉินพูด “ฉันจะให้ร้านของสวี่จือจือเปิดกิจการวันนี้ไม่ได้”
“อันนี้… ไม่ดีมั้ง” โจวเป่าเฉิงพูด
“ทำไมจะไม่ดี?” อันฉินชี้ไปที่ฝั่งตรงข้าม “ดูสิ แค่แป๊บเดียวคนเข้าไปกี่คนแล้ว คิวเริ่มยาวแล้ว”
ถ้าปล่อยให้เปิดต่อไป ต่อไปพวกเขาจะอยู่ยังไง?
“ให้พ่อนายหาคนมา หาเหตุผลอะไรก็ได้ ปิดร้านหล่อนก่อน” อันฉินกัดฟันพูด
แต่ขณะที่เธอมองไปฝั่งสวี่จือจือ สวี่จือจือก็เหมือนรู้ตัว ยิ้มหวานทักทายเธอจากระยะไกล แล้วยังชี้คนที่ต่อแถวของตัวเองพร้อมยักไหล่
นี่มันยั่วโมโหชัดๆ
อันฉินโมโหจนแทบะเิ เธอดึงหูโจวเป่าเฉิง “ฉันไม่สน นายหาทางให้ฉันเดี๋ยวนี้”
“คุณนาย อยู่นอกบ้านนะ” โจวเป่าเฉิงร้องเจ็บ “ปล่อยก่อน ฉันจะไปหาพ่อ”
อันฉินถึงยอมปล่อยมืออย่างพอใจ
“จือจือ” ลู่ซือหยวนเช็ดมือแล้วเดินมาแอบถาม “คนต่อแถวหน้าประตู เธอไปหามาเหรอ?”
ไม่งั้นวันแรกคงไม่มีคนเยอะขนาดนี้
“คิดว่าเงินเยอะจนใช้ไม่หมดเหรอ?” ดวงตาผลซิ่งของสวี่จือจือมองอีกฝ่ายเบาๆ “มั่นใจในตัวเองหน่อยสิคะ ส่วนใหญ่เป็คนจากสถานี”
ั้แ่หัวหน้าสถานีถูกสอบสวนครั้งนั้น พวกเธอก็ไม่ได้ส่งซาลาเปาไปอีก
คนพวกนี้อยากกินมานานแล้ว วันนั้นเธอมาหาหวังไห่จวิน เจอคนขับรถหลายคนถามว่าเมื่อไหร่จะได้กินซาลาเปาบ้านเธออีก
พอวันเปิดร้านกำหนด เธอบอกหัวหน้าสถานีกับหวังไห่จวิน
คนขับรถพวกนี้ข่าวไว รู้ว่าเปิดร้านวันนี้ ตื่นเช้ามารอคิวกันแต่เนิ่นๆ คนที่ต้องออกรถก็หาคนฝากซื้อกลับไป
อีกส่วนคือคนตามกระแส เห็นคนต่อคิวก็ตามมา พอรู้ว่าขายซาลาเปาก็ซื้อกลับไปบ้าง
“ดีแล้ว” ลู่ซือหยวนตบหน้าอก แต่ก็เริ่มกังวล “รู้แบบนี้ฉันน่าจะทำไส้เพิ่ม นวดแป้งให้เยอะกว่านี้”
“ไม่ได้นะคะ” สวี่จือจือพูด “วันหนึ่งขายเท่าไหร่ก็กำหนดไว้ ขายหมดแล้วก็ปิดร้าน”
“เงินหาได้ไม่หมดหรอก อย่าทำจนป่วยแล้วพอแก่ค่อยมาใช้เงินซื้อสุขภาพ”
ดูสิพูดอะไรเนี่ย? แช่งเธอเหรอ?
แต่มันก็จริง
“ก็ได้” เธอพูดอย่างจนปัญญา “ยังไงก็ฟังเธอ ฉันแค่ทำให้ซาลาเปาดีก็พอ”
“เดี๋ยวขายหมด ฉันจะพาพวกพี่ไปกินของอร่อย” สวี่จือจือยิ้มพูด
อันฉินรออยู่นาน ฝั่งตรงข้ามคึกคักขายซาลาเปาจนหมด แถมขอโทษคนต่อคิวว่าหมดแล้ว ถ้าอยากกินให้มาแต่เช้าพรุ่งนี้ แต่โจวเป่าเฉิงก็ยังไม่กลับมา
เทียบกับร้านเธอ มีคนผ่านบ้าง แต่เห็นหน้าประตูไม่มีคนก็ส่ายหน้าเดินไป
ดีไม่ดีมีคนจะซื้อซาลาเปา กำลังจะสั่งก็มีคนขัด “ดูร้านนี้สิไม่มีคนเลย ต้องไม่อร่อยแน่ๆ”
พูดจบไม่ใช่แค่ตัวเองเดินไป ยังลากคนที่อยากซื้อไปด้วย
น่าโมโหไหมล่ะ!
สามสาวที่จ้างมาทำซาลาเปายืนอยู่ตรงนั้นอย่างใและเก้อเขิน
อันฉินจ้างคนจากหมู่บ้านมาเดือนละสามหยวน สามคนนี้ก็ดีใจสุดขีด
พวกเธออยู่ในหมู่บ้านแค่เลี้ยงลูกทำกับข้าวเท่านั้น ไหนเลยจะมีโอกาสดีแบบนี้ เดือนละสามหยวนเชียว เพียงพอจ่ายค่าเทอมลูกกับสมุดปากกาได้ทั้งปีเลยตกลงทันที
พูดถึงการทำซาลาเปา ถึงพวกเธอจะสู้ลู่ซือหยวนไม่ได้ แต่ทำกับข้าวในระยะหลายลี้ก็อร่อยอยู่
แต่ใครจะคิดว่าจะเป็แบบนี้?
เช้าตรู่ยุ่งนวดแป้งสับไส้ ตอนนี้ซาลาเปาออกหม้อแล้ว แต่ยังขายไม่ได้สักลูก
ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป งานนี้จะอยู่ได้ไหม?
ทั้งสามคนมองหน้ากัน พี่สะใภ้หม่าที่มีความกล้าก็ถาม “ปัญญาชนอัน เธอว่าพวกเราจะทำยังไงกันดี?”
อันฉินกำลังโมโห พอถูกถามแบบนี้ก็หน้าบึ้งตึง “จ้างพวกเธอมาไม่ใช่แค่ทำซาลาเปา ตอนนี้ขายไม่ได้ พวกเธอไม่มีวิธีอะไรเลยเหรอ? รู้จักแต่ถามฉัน ฉันจะไปรู้ได้ยังไง”
พี่สะใภ้หม่าเริ่มเสียใจ
ไส้ซาลาเปาของเธออาจธรรมดา แต่ฝีมือดี ห่อสวย
ตอนแรกลู่ซือหยวนเคยมาชวน แต่ต่อมาอันฉินมาชวนและให้มากกว่าลู่ซือหยวนถึงห้าเหมา เธอต้องเลือกที่ราคาสูงกว่าแน่นอน แต่ถ้ารู้ว่าร้านลู่ซือหยวนดีขนาดนี้ ทุบตีเธอให้ตายก็ไม่มาฝั่งอันฉิน
ยิ่งไปกว่านั้นนิสัยของอันฉินยังไม่ดีเท่าไหร่
“อีกอย่าง อะไรคือปัญญาชนอัน? ให้เรียกเถ้าแก่อัน” อันฉินพูดอย่างหงุดหงิด
พี่สะใภ้หม่ายิ้มเจื่อนๆ คำพูดในปากก็พูดไม่ออก
ตอนนั้นเธอเห็นร้านฝั่งตรงข้ามปิดร้าน สวี่จือจือพาลู่ซือหยวนกับสะใภ้ในหมู่บ้านสองคนยิ้มแย้มกันออกมา
สองคนนั้นเธอก็รู้จัก และห่อซาลาเปาดีด้วย
พี่สะใภ้หม่าที่หูดีได้ยินคนหนึ่งพูดยิ้มๆ “จือจือ เธอจะพาพวกเราไปกินอะไรอร่อยๆ เหรอ?”
พี่สะใภ้หม่า “…”
เธอเสียใจจนอยากกลับไปแก้ไขเลย
.............................