“ผู้ใหญ่บ้าน!”
นางจางคุกเข่าดังตุบและร้องไห้น้ำตาหลั่งเป็สายน้ำ
“ข้าถูกปรักปรำ ต้องเป็ตาเฒ่าคังแน่! เขาฉวยโอกาสกับข้า! เมื่อคืนข้าดื่มจนเมาไม่มีสติ จะต้องเป็เขาที่แอบคิดไม่ซื่อกับข้ามานานและเกิดความมักมากในกาม แล้วจึง… จึงขืนใจข้า! ท่านจะต้องให้ความเป็ธรรมกับข้าด้วย ฮือๆๆ …”
พอนางจางพูดเช่นนี้ ตาเฒ่าคังก็เริ่มโมโห ไม่สนใจจะแต่งตัวให้เรียบร้อยรีบลุกขึ้นกระทืบเท้าด่า
“ถุย! นางจางเ้าพูดบ้าอะไรกัน? ชัดเจนว่าเมื่อวานเ้าเป็คนยั่วยวนข้าก่อนเอง ข้าอายุใกล้จะหกสิบแล้ว ถูกเ้าเอาถึงสามครั้งภายในคืนเดียว ทำเอาเอวข้าจะหักอยู่แล้ว ข้าจะสามารถฟ้องร้องกับผู้ใดได้บ้าง!”
“ตาเฒ่าคังเ้ากำลังพูดไร้สาระ ข้าจะจับเ้ามาฉีกปาก!”
นางจางโมโหและแยกเขี้ยวพร้อมกับพุ่งเข้าไปทางตาเฒ่าคัง ทั้งสองเริ่มต่อสู้กัน
“คิก…” เสิ่นม่านอดไม่ได้และหลุดขำ
เมื่อเผชิญกับขนไก่เต็มพื้น สมองของหลี่เถี่ยโถวแทบะเิออก นี่ช่างไร้เหตุผลเหลือเกิน เดิมทีคนทั้งหมู่บ้านต่างก็รื่นเริงกับเทศกาล แต่สองครอบครัวนี้กลับก่อเื่
ทั้งยังเป็เื่บัดสีเช่นนี้อีกด้วย!
หากคนหมู่บ้านอื่นรู้เข้า เขาที่เป็ผู้ใหญ่บ้านไม่รู้จะต้องอับอายขายหน้าไปถึงไหนต่อไหน
เขาให้คนติดตามสองคนมาแยกสองคนนี้ออกจากกันและด่า “หุบปากทั้งคู่! ขืนยังพูดมาก ข้าจะจับพวกเ้าทั้งหมดใส่กรงหมูถ่วงน้ำ!”
พอเอ่ยถึงกรงหมูถ่วงน้ำ คนทั้งบ้านก็หุบปากเงียบ นอกจากใครบางคน
นางจางปั้นหน้าโศกเศร้าบนพื้นและเริ่มคร่ำครวญกับฟ้าดินอีกครั้ง
“ข้า ข้าไม่้ามีชีวิตอยู่แล้ว! แก่จนปูนนี้กลับถูกขืนใจ มิสู้ขอตายให้รู้แล้วรู้รอดดีกว่า”
นางคร่ำครวญจบ ตาเฒ่าคังเองก็กลิ้งกับพื้นและคร่ำครวญเช่นกัน
“อา! นางผู้หญิงหน้าเหม็นสมควรตาย ข้าเป็ตาแก่ที่ตัวครึ่งหนึ่งใกล้ฝังลงดินอยู่แล้ว แต่กลับถูกเ้าทำให้เสื่อมเสียเช่นนี้! ข้าเองก็ไม่อยากอยู่แล้ว! แม่ของลูก เ้าคอยข้าอยู่บน์ด้วย ข้าถูกปรักปรำจริงๆ …”
คนทั้งหมด “…” สองคนนี้อยู่รวมกัน ช่างเหมือนเผือกร้อนลวกมือทั้งคู่
ตบก็ไม่ได้ ตีก็ไม่ได้ หลี่เถี่ยโถวปวดศีรษะจนสมองบวม
หากเป็การลักลอบเป็ชู้สาว เช่นนั้นคงจับถ่วงน้ำได้ทันที
แต่หลี่เถี่ยโถวเองก็ใช้ชีวิตมาสามสิบกว่าปี จากการรับรู้ของเขา ไม่เคยเห็นใครที่อายุห้าสิบกว่าแล้วยังลอบเป็ชู้สาวกัน
นับเป็การเปิดทัศนคติสามด้านของเขาจริงๆ!
โอ้ ไม่สิ ทัศนคติสามด้านของเขาแหลกละเอียดจนกลายสภาพเป็ชิ้นส่วนเหมือนคิวอาร์โค้ดแล้ว!
เสิ่นม่านชำเลืองมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวของหลี่เถี่ยโถว นางถอนหายใจอย่างเห็นอกเห็นใจ จากนั้นก็ถอยตัวหลบออกไป
ความครึกครื้นปล่อยให้เป็เื่ของสกุลจาง นางไม่อยากเข้าร่วมด้วย
เมื่อกลับถึงบ้านก็เห็นเ้าสามตัวกำลังปีนกำแพงแอบดู เมื่อเห็นนางมา ก็รีบยืนเรียงกันเป็แถว
เสิ่นม่านเดินผ่านข้างกายพวกเขา เด็กๆ มองตามนางในทุกจังหวะก้าวเดิน
นางกลับเข้าห้องและดื่มน้ำ เด็กๆ ก็ตามเข้ามา จากนั้นยืนเรียงต่อหน้านางอย่างเรียบร้อย ใบหน้าเด็กน้อยเผยความกังวล
อืม นี่มันผิดปกติ เมื่อเชื่อมโยงไปถึงคำด่าของนางจางเมื่อครู่ เสิ่นม่านหรี่ตาลงและกวาดตามองพวกเขาทีละคน แล้วค่อยเอ่ยเสียงต่ำ
“พวกเ้าดูผิดปกติ”
เสี่ยวตงหน้าเครียดและก้าวออกมาเป็คนแรก จากนั้นเอ่ยด้วยท่าทางน่าสงสาร “ท่านอา เื่ของบ้านข้างๆ เป็ฝีมือข้าเอง”
เสิ่นม่านที่กำลังกลืนน้ำถึงกับสำลัก “!”
เด็กน้อยอีกสองคนก็รีบชิงกันสารภาพ “ไม่! พวกเราก็ร่วมมือด้วย! ไม่ใช่แค่พี่ชายคนเดียว!”
เสิ่นม่านเบิ่งตากลมโต “!”
โอ้ แม่เ้า นี่ตกลงว่าสามคนนี้เป็เด็กอย่างไรกัน?
นางกลืนน้ำลายและถามด้วยใบหน้านิ่ง “เกิดอะไรขึ้น? พวกเ้าสารภาพมาแต่โดยดี!”
เสี่ยวตงหน้าเจื่อน จากนั้นเล่าเื่ราวต้นตอที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาเล่ารายละเอียดขั้นตอนของพวกเขาสามคนว่าสับเปลี่ยนสุราใส่ยาของนางจางอย่างไร
ต่อมาก็อาศัยจังหวะที่พวกนางไม่ทันระวัง นำสุราที่มียาเปลี่ยนให้นางจางกับจางซิ่วอวิ๋นดื่ม ส่วนผลลัพธ์ของสองคนนั้นที่ดื่มของของตนเองไป จึงเกิดเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อเช้านี้
เสี่ยวตงถูฝ่ามืออย่างสำนึกผิดและเอ่ยด้วยความกังวล
“จางซิ่วอวิ๋นผู้นั้นบอกว่าจะนำสุราใส่ยาให้ท่านกับลุงหนิงดื่ม ถึงเวลาก็จะให้ท่านแต่งงานกับหลี่โก่วเซิ่งและนางจะลุงหนิงไว้ไม่ปล่อย จะแต่งงานกับลุงหนิงให้ได้ ไม่ว่าอย่างไร ท้ายที่สุดสมบัติของสกุลเสิ่นจะต้องตกเป็ของพวกนาง”
เสียงของเขาเบาลงเรื่อยๆ ยิ่งฟังยิ่งอู้อี้ น้ำตาเม็ดเท่าถั่วเหลืองไหลรินลงจากเบ้าตา
“ข้าไม่อยากให้หลี่โก่วเซิ่งทำร้ายท่าน เขาไม่คู่ควรที่จะแตะต้องท่าน แล้วก็ลุงหนิง เขาเพียงแค่รูปโฉมสง่างาม เกิดมารูปงามแล้วผิดหรือ? จางซิ่วอวิ๋นจิตใจชั่วร้ายคิดจะทำลายชื่อเสียงของพวกท่าน!”
“...เดิมทีข้าคิดเพียงว่า จะใช้แผนซ้อนแผนเพื่อจัดการพวกเขา แต่ข้าคิดไม่ถึงว่าเื่ราวจะพัฒนาไปไกลเพียงนี้ ผู้ใหญ่บ้านจะจับพวกเขาใส่กรงหมูถ่วงน้ำจริงหรือ? ท่านอา ข้ากลัว ข้าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพวกเขาให้ตาย ฮือๆ …”
เสิ่นม่านได้ยินคำอธิบายของเขาและนิ่งเงียบไปนานพักใหญ่ นางไม่เคยคาดคิดเลยว่า ลูกสุนัขสามตัวแสนน่ารักน่าชังที่ตนเลี้ยงไว้ จะกลายเป็ลูกหมาป่าที่กล้าหาญและเ้าแผนการเช่นนี้?
นางจางกับจางซิ่วอวิ๋น พูดให้ชัดเจนก็คือกรรมตามสนอง หาเื่ใส่ตัว! หากนางรู้ว่ามีคนคิดร้ายกับตน นางก็คงทำเื่เดียวกัน
เพียงแต่ตอนนี้เื่ราวนี้เปลี่ยนไปเกิดกับเด็กๆ ที่นางเลี้ยงดูมา เสิ่นม่านรู้สึกสับสนในใจ นางถูฝ่ามืออย่างลังเล ชั่วขณะนั้นไม่รู้ควรสั่งสอนพวกเขาอย่างไรจึงจะดี
ต้าเป่านึกว่านางกำลังโกรธ จึงดึงแขนเสื้อของเสิ่นม่านและเอ่ยถามอย่างหวาดกลัว
“ท่านแม่ ท่านคงไม่ได้โกรธพวกข้าใช่หรือไม่? เราเองก็ไม่รู้ว่าเื่ราวจะเป็เช่นนี้ หรือไม่เราไปพูดกับผู้ใหญ่บ้านให้ชัดเจนดีกว่า?”
เสี่ยวหลานพยักหน้า ขอบตาของนางแดงก่ำ “ใช่แล้วท่านอา เราไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านให้ชัดเจน แล้วยอมรับความผิด หากจะจับพวกเขาใส่กรงหมูถ่วงน้ำจริง ก็ให้จับเราไปแทน”
“ผายลม!”
เสิ่นม่านขัดคำพูดของนางทันที “ใครกล้าจับพวกเ้าถ่วงน้ำ? ข้าจะเป็คนแรกที่ไม่ยอม!”
นางจ้องเสี่ยวตงและกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ก่อนอื่น พวกเ้าทำเพื่อปกป้องข้ากับลุงหนิงและครอบครัวนี้ พวกเ้าไม่มีความผิด! หากเปลี่ยนเป็ข้า ข้าก็จะทำเื่เดียวกัน ไม่แน่ว่าข้าอาจจะโหดร้ายยิ่งกว่าพวกเ้าก็เป็ได้”
เสี่ยวตงอึ้งไปและมองนางเหมือนจะเข้าใจ
เสิ่นม่านนั่งลง จากนั้นโอบกอดพวกเขาไว้ในอ้อมกอดและถอนหายใจยาว
“เสี่ยวตง เ้าหวังดีต่ออา อาคิดว่าเ้าไม่ผิด เพียงแต่ ภายใต้สถานการณ์ใดก็ตาม พวกเ้าต้องรู้จักปกป้องตนเองให้ดี อย่าให้ตนเองตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาด”
“ยามปกติข้าดูแลพวกเ้าน้อยเกินไป จนทำให้พวกเ้าคิดหาวิธีอันตรายเช่นนี้ พวกเ้าไม่ได้ผิดที่ลงโทษคนชั่วเหล่านี้ อาหวังเพียงแค่ว่า ต่อไปหากพวกเ้ามีความคิดอะไรก็ควรต้องมาปรึกษากับอาเป็คนแรก ส่วนคนชั่วเหล่านี้ ไม่สมควรให้พวกเ้าที่เป็เด็กมาจัดการ”
พวกเ้ายังเล็กนัก ชีวิตยังอีกยาวไกล ไม่ควรต้องแบกรับความรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตและใช้ชีวิตในภายภาคหน้าอย่างหวาดกลัว
เสิ่นม่านขอบตาร้อนผ่าว เด็กๆ รอบกายก็สะอื้นไห้เสียงเบา เื่ราวเกินความคาดหมายของพวกเขามากเกินไป หากผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้นก็ต้องเกิดการสังหารคนถึงสี่ชีวิต
นางจางกับจางซิ่วอวิ๋นสมควรได้รับโทษ แต่อีกสองคน?
ไม่ว่าหลี่โก่วเซิ่งกับตาเฒ่าคังจะเป็คนใช้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้มีโทษถึงตายไม่ใช่หรือ?
เสี่ยวตงสะอื้นไห้อยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามเสิ่นม่านด้วยเสียงแหบ
“ท่านอา เช่นนั้นตอนนี้พวกข้าควรทำอย่างไรดี? หากว่าผู้ใหญ่บ้านจะจับพวกเขาถ่วงน้ำจริง พวกเขาจะต้องตายจริงๆ ใช่หรือไม่ขอรับ?”
เสิ่นม่านส่ายหน้าและเอ่ยอย่างหนักแน่น
“ไม่มีทาง อาจะคิดหาทางรักษาชีวิตของพวกเขาเอง พวกเขาจะไม่ตาย”
-----
