หยางหงรุ่ยได้ยินวาจาของผู้จัดการร้านก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับยิ้มพร้อมเอ่ย “หนังสือที่ดีจะจัดการทุกอย่างเอง รอก่อนเถิด ไม่พ้นวันนี้เขาต้องร้องไห้ออกมาแน่”
ยุคนี้ถึงแม้ยังไม่มีกฎหมายเื่ลิขสิทธิ์ และถึงแม้ผู้คนสามารถคัดลอกผลงานนำมาเปลี่ยนแปลงได้ เช่นผู้เขียนคนหนึ่งเขียนเื่หนุ่มยาจกหลงรักโสเภณี ผู้เขียนอีกคนก็แก้ไขเนื้อเื่เป็บัณฑิตยากจนหลงรักโสเภณี ผู้เขียนคนหนึ่งเขียนชื่อตัวละครว่าชื่อจางซาน อีกคนเขียนชื่อตัวละครว่าหลี่ซื่อ ผู้เขียนคนหนึ่งเขียนว่าบิดามารดาตายทั้งคู่ ผู้เขียนอีกคนก็เปลี่ยนว่ามีมารดาเป็แม่ม่าย สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ปัญหา นิยายที่คล้ายคลึงกันก็มีบานเบอะ แต่จะทำเงินได้อย่างไรนั้นล้วนขึ้นอยู่ที่ความสามารถของร้านหนังสือ
แต่นิยายเื่ ‘ตำนานเก้า์’ ทั้งสองเล่มกลับมีเนื้อเื่ที่เหมือนกัน ชื่อตัวละครก็เหมือนกัน ต่างกันแค่สำนวน เช่นนี้ก็มีแต่จะทำให้ผู้อ่านรังเกียจ
ร้านหนังสือทั้งสองร้านล้วนแขวนป้ายนิยายเื่ตำนานเก้า์ไว้ทั้งสองร้าน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้คนจะนำมาแลกกันอ่านและเปรียบเทียบกัน อย่างไรเสียทุกคนก็ล้วนชื่นชอบเื่ซุบซิบอยู่แล้วไม่ใช่หรือ
เพียงไม่นานก็เกิดเหตุการณ์เป็จริงดังคาด เ้าของร้านหนังสืออวี๋หลินดีใจได้ไม่นานนัก ทันทีที่เขาพลิกเปิดอ่านนิยายที่ซื้อมาจากร้านชุ่ยเหวิน แน่นอนว่าซื้อมาก็ย่อมต้องเปิดอ่านดูสักหน่อยจึงพบว่า ไม่เพียงกระดาษที่ใช้จะมีคุณภาพดีกว่าของร้านตน แม้เนื้อหาจะเหมือนกัน แต่สำนวนที่ใช้กลับแตกต่างราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
อย่างเช่นทุกครั้งที่ตัวเอกร่ำสุราก็จะท่องกลอนหนึ่งบท เมื่อใดที่ต่อต้านผู้ที่แข็งแกร่งกว่าช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่าได้ก็จะท่องกลอนอีกหนึ่งบท และเมื่อใดที่ได้เจอสหายใหม่ก็จะท่องกลอนอีกหนึ่งบท อีกทั้งยังต้องขอกล่าวว่า กลอนพวกนี้สำนวนที่ใช้ช่างสละสลวยยิ่ง!
หากเป็ผู้อ่านที่หลงใหลในหนังสือจะต้องเห็นนิยายเล่มนี้เป็ดั่งของล้ำค่า ด้วยเพราะเนื้อหาก็ดี บทกลอนก็สละสลวย นับว่าเป็นิยายที่ดีซึ่งหาได้ยากยิ่ง!
เถ้าแก่จางยิ่งอ่านก็ยิ่งมีเหงื่อผุดซึมที่หน้าผาก ก่อนจะเลิกม่านรถม้าแล้วสั่งการกับบ่าวรับใช้ที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับว่า “เ้ารีบกลับไปบอกที่ร้านว่าไม่ต้องขายแล้ว ปิดร้าน!”
บ่าวรับใช้มีสีหน้างุนงงไม่น้อย “ไม่ขายแล้วหรือขอรับ”
เพราะเหตุใด? ทั้งที่กำลังขายดีแท้ๆ เหตุใดถึงจะไม่ขายแล้วเล่า?
“ข้าบอกให้เ้ารีบไปอย่างไรเล่า เร็วเข้า ไม่ขายแล้ว รีบไปปิดร้านเสีย!” คนขับรีบหยุดรถม้าอย่างกะทันหัน เถ้าแก่จางตะคอกสั่งบ่าวรับใช้ด้วยน้ำเสียงร้อนใจพร้อมกับถีบคนผู้นั้นลงจากรถ จากนั้นหันไปสั่งคนขับรถม้า “เลี้ยวกลับไปเดี๋ยวนี้ กลับไปที่ร้านหนังสือชุ่ยเหวิน!”
คนขับรถม้าใแทบแย่ รีบเลี้ยวรถกลับตามคำสั่งทันที ส่วนบ่าวรับใช้ที่ถูกถีบลงจากรถเห็นผู้เป็นายมีท่าทีกราดเกรี้ยวก็รีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งกลับที่ร้านหนังสืออวี๋หลินทันที
ทว่าพอไปถึงหน้าร้านหนังสืออวี๋หลิน ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ยามนี้มีคนมายืนออที่หน้าร้านเต็มไปหมด ทุกคนล้วนมาเพื่อขอเงินคืน บางคนถึงขั้นเปรียบเทียบหนังสือของทั้งสองร้านให้ฟัง คนหนึ่งอ่านหนึ่งย่อหน้า อีกคนก็อ่านอีกหนึ่งย่อหน้า เมื่อได้ฟังที่เปรียบเทียบแล้ว เสียงก่นด่าว่าร้านอวี๋หลินหลอกเอาเงินจึงดังระงมไปทั่วบริเวณ บางคนซึ่งเป็บัณฑิตแม้จะด่าว่าด้วยถ้อยคำที่ไม่หยาบคาย หากฟังแล้วก็ทำให้รู้สึกเจ็บใจไม่ใช่น้อย
บ่าวรับใช้ของจางต้าหย่งเห็นว่าหน้าร้านกำลังวุ่นวายก็ทำอันใดไม่ถูกไปชั่วขณะ พอเห็นว่าอย่างไรก็ไม่อาจแทรกเข้าไปในร้านได้ จึงตัดสินใจปีนขึ้นไปบนต้นไม้ด้านข้าง แล้วะโว่า “หนังสือที่ร้านชุ่ยเหวินใกล้จะขายหมดแล้ว!”
ได้ยินเช่นนั้นเหล่าผู้คนที่มาเพื่อจะขอเงินคืนถึงได้วิ่งออกไป ใช่ พวกเขาต้องรีบไปซื้อหนังสือที่ร้านหนังสือชุ่ยเหวินให้ได้เสียก่อน ส่วนทางนี้เดี๋ยวค่อยมาขอเงินคืนภายหลัง!
ถึงว่าเหตุใดร้านหนังสือชุ่ยเหวินถึงขายหนังสือในราคาแพง เพราะมันคุ้มค่ากับราคานั่นเอง!
ลองดูสำนวนการเขียนนิยายของร้านหนังสือชุ่ยเหวิน แล้วมาดูสำนวนนิยายร้านหนังสืออวี๋หลินสิ หากจะลอกเลียนแบบก็ลอกเลียนแบบอย่างไม่ได้เื่เอาเสียเลย
คนเหล่านี้คงลืมไปแล้วว่าก่อนหน้าที่จะได้อ่านนิยายเื่ตำนานเก้า์ที่กู้อวี้เขียน พวกเขายังกล่าวชมอยู่เลยว่านิยายของร้านหนังสืออวี๋หลินนั้นมีเนื้อเื่แปลกใหม่
แบบนี้เรียกว่า เมื่อไม่เปรียบเทียบก็ไม่เ็ปใช่หรือไม่!
“เถ้าแก่หยาง ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เป็ท่านที่วางแผนเล่นงานข้าใช่หรือไม่!” ครั้นเถ้าแก่จางมาถึงร้านหนังสือชุ่ยเหวินก็ปานิยายลงบนพื้น หนังสือตกลงตรงเท้าของหยางหงรุ่ยพอดี
“นี่ท่านไปกินยาผิดมาหรือไร ถึงได้มาหาเื่ที่นี่!” ผู้ดูแลร้านหนังสือชุ่ยเหวินเข้ามายืนบังหน้าหยางหงรุ่ยพร้อมกับชี้หน้าเถ้าแก่จาง
หยางหงรุ่ยก้มหยิบหนังสือขึ้นมาปัดเศษฝุ่นก่อนจะวางไว้บนโต๊ะน้ำชา “พวกเราเปิดร้านหนังสือ หากไม่ดูแลหนังสือให้ดี จะถือว่าทำผิดต่อสิ่งที่เป็ตัวทำเงินให้พวกเรา”
“ข้าถามท่านว่าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ท่านจงใจร่วมมือกับผู้อื่นมาเล่นงานข้าใช่หรือไม่!” เถ้าแก่จางมีสีหน้าเดือดดาล แม้จะถูกคนงานของร้านหนังสือชุ่ยเหวินจับตัวเอาไว้ แต่เขาก็ยังยกแข้งยกขาหมายจะถีบหยางหงรุ่ยให้ได้
หยางหงรุ่ยมองเถ้าแก่จางด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “หากข้าคิดจะเล่นงานท่านจริงๆ จะวางขายหนังสือวันเดียวกันด้วยเหตุใด ข้าวางขายหลังจากท่านขายหมดไม่ดีกว่าหรือ รอให้ทุกคนพูดถึงหนังสือของท่านทั่วทั้งเมืองเสียก่อนแล้วค่อยวางขายทีหลัง ซึ่งถ้าหากข้าทำแบบนั้นท่านต้องเสียหายยิ่งกว่านี้แน่ บอกตามตรง ตอนที่ข้ารู้ว่าพวกเราจะวางขายนิยายเื่เดียวกัน ยังคิดอยู่เลยว่าผู้เขียนเอานิยายที่ขายให้ข้าไปขายให้แก่ท่านด้วยหรือไม่ แต่เมื่อได้เห็นเนื้อหาข้างในถึงได้โล่งใจ และข้าขอบอกท่านเอาไว้อย่างหนึ่ง ท่านไม่คู่ควรพอให้ข้าเล่นงานโดยไม่เลือกวิธีการหรอกนะ”
เถ้าแก่จาง “…”
‘ไม่คู่ควร…’
แม้คำนี้ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ ทว่ากลับแฝงความดูถูกไว้อย่างเข้มข้น!
ฟังแล้วแทบจะกระอักเืออกมาเลยทีเดียว!
หยางหงรุ่ยหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเอาไปวางบนมือเถ้าแก่จาง “หากข้าเป็ท่าน ข้าจะไปหาคนที่ขายนิยายเื่นี้มาให้ ใช่ นิยายเื่นี้ยังวางขายอยู่ที่ร้านหนังสือชุ่ยเหวินสาขาเมืองหลวงั้แ่เดือนเก้าปีที่แล้วด้วย”
ซึ่ง่ที่วางขายนั้นเป็เวลาเดียวกับที่กู้อวี้เกิดเื่พอดี
ก่อนหน้านี้หยางหงรุ่ยป่วยหนัก คนในครอบครัวจึงทุ่มเงินขอให้หมอเทวดาชวีมาช่วยรักษาตัว บังเอิญยามนั้นหมอเทวดาชวีผ่านมาแถวนี้พอดีเลยช่วยรักษาไว้ หาไม่แล้วไม่รู้จะว่าเขาจะได้วางขายนิยายเื่นี้เมื่อใด
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ใครไหนเลยจะรู้ว่าในวันที่วางขายจะเกิดเื่ขึ้น จะว่าไปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นับว่าเป็เื่ดีต่อร้านหนังสือของเขาไม่น้อย ทั้งได้เล่นงานคู่แข่ง ทั้งได้ทำชื่อเสียงให้แก่ร้าน ยามนี้เขาเลยคิดจะเตรียมของตอบแทนให้หลานชายนำไปมอบให้แก่กู้อวี้เพื่อขอบคุณ
เถ้าแก่จางไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่า ตัวเองกลับมาที่ร้านหนังสืออวี๋หลินได้อย่างไร เพราะระหว่างที่เดินทางกลับในหัวสมองมีแต่เสียงวิ้งๆ และที่น่าแค้นใจยิ่งกว่าคือ ยามที่ไปถึงร้านหนังสือชุ่ยเหวิน ลูกค้ายังไม่มาก ทว่าตอนจะกลับที่หน้าร้านกลับมีลูกค้ามายืนมุงกันเต็มไปหมด และทุกคนล้วนมาเพื่อซื้อนิยายเื่ตำนานเก้า์!
ครั้นจางต้าหย่งกลับมาถึงร้านก็ได้ยินคนงานในร้านรายงานว่า ลูกค้าที่ซื้อหนังสือไปก่อนหน้านี้ต่าง้าจะขอเงินคืน เขาจึงกัดฟันเอ่ยออกไปว่า “คืนเงินไปให้หมด แล้วก็ขนหนังสือที่เหลือไปใส่ไว้บนรถ ข้าจะเดินทางไปที่อำเภอฟู่หยวนประเดี๋ยวนี้!” กล้าเล่นงานข้าหรือ คิดว่าข้าหน้าตาเหมือนพระโพธิสัตว์หรืออย่างไร! ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ข้าไม่ใช่คนที่ผู้ใดจะมาเล่นงานได้ง่ายๆ!
“เถ้าแก่ พรุ่งนี้ค่อยไปเถิดขอรับ วันนี้เย็นแล้ว ข้ากลัวว่าหากท่านไปจะกลับมาไม่ทันก่อนประตูเมืองปิด” คนงานพูดพร้อมกับเข้ามาขวางไว้
ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง “พี่ชาย ท่านจับมือข้าเขียนเถิด” เจินเจินพูดด้วยท่าทางน่าสงสารขณะมองกู้อวี้ เด็กหญิงนึกไม่ถึงเลยว่าขนาดเข้ามาเที่ยวในเมืองก็ยังหลบการคัดอักษรไม่พ้น
“เจินเจินเด็กดี หากคัดบทนี้เสร็จก็ไม่ต้องทำแล้ว ไหนเ้าบอกว่าอยากกินเต้าฮวยเชื่อมไม่ใช่หรือ หากคัดบทนี้เสร็จ ข้าจะพาไปกิน” กู้อวี้พูดกล่อม เวลานี้เองเสียงของไป๋เฮ่าก็ได้ดังขึ้นที่หน้าประตู “ไอโยว จวนหลังนี้ไม่เลวเลย”
ได้ยินเสียงของอีกคนดังมาไม่ไกล ดวงตาเจินเจินเปล่งประกายในทันที “พี่ชาย มีแขกมา ข้าจะไปรินน้ำชามาให้!”
