หลังจากที่สมาชิกทั้ง 12 คนของทีมเหยี่ยวทะเลทานอาหารมื้อแรกที่จีนเสร็จสิ้นเป็ที่เรียบร้อย แต่ละคนก็ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
อีกทั้งพวกเขายังสนิทกับเฉียงเวยได้อย่างรวดเร็ว เธอมักจะบอกกับทีมเหยี่ยวทะเลอยู่เสมอว่าหากขาดเหลืออะไรให้ติดต่อขอกับพนักงานได้ในทันที
เมื่อโมลินและคนอื่นๆ นำกระเป๋าเดินทางส่วนตัวไปเก็บไว้ตามห้องพักของตนเองแล้ว พวกเขาบางคนก็ร้องขออุปกรณ์หรือความ้าแบบเฉพาะกับเฉียงเวยโดยละเอียด
หยางเฉินเห็นว่าเฉียงเวยนั้นดูจะกระตือรือร้นที่จะพูดคุยกับทีมเหยี่ยวทะเลมาก ถึงแม้ว่าเธอจะพูดภาษาต่างประเทศไม่ได้ และยังต้องให้เขาช่วยแปลก็ตาม ทำให้เธอสามารถพูดคุยและทำความรู้จักกับทีมเหยี่ยวทะเลได้รวดเร็วเลยทีเดียว
หลังจากนั้นไม่นานทางโรงแรมก็ได้รับรายงานมาว่า มีรถขนน้ำแร่กำลังจะมาส่งน้ำแร่ที่โรงแรมที่ชั้นล่าง พวกเขา้าให้ไปตรวจสอบรายการสั่งซื้อทั้งหลายให้เสร็จเรียบร้อย
ใครบ้างจะขนน้ำแร่มาส่งในเวลาค่ำคืนแบบนี้?
โมลิน และคนอื่นๆ ต่างพยักหน้ายืนยัน “ท่านเฮดีส ดูเหมือนว่าทางบริษัทที่เราสั่งเครื่องมือเครื่องใช้ไป กำลังจะมาส่งของให้พวกเราแล้วนะครับ”
หยางเฉินรู้สึกพอใจกับผลลัพธ์และการรายงานของโมลิน เขายิ้มออกมา “เฉียงเวย คุณช่วยพาพวกเขาไปยังห้องใต้ดินของโรงแรมที ขอเป็ห้องที่กว้างพอจะใส่ของเข้าไปได้แล้วก็เก็บเสียงดี แล้วสั่งให้คนจำนวนหนึ่งมาช่วยกันขนอุปกรณ์ลงไปด้วย”
“อุปกรณ์? อุปกรณ์อะไรหรือคะ?” เฉียงเวยงุนงง
“ในรถบรรทุกน้ำแร่ ผมสั่งมาจากต่างประเทศ ของเหล่านี้จะทำให้พวกเราสามารถแสดงถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาได้” หยางเฉินกล่าว
“มันคงไม่ใช่อาวุธาหรอกนะคะ...” เฉียงเวยรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในใจ
โมลินและคนอื่นๆ รีบเข้ามาอธิบายเธอทันที “คุณนายเฉียงเวย พวกเราไม่ได้คิดจะนำอาวุธทำลายล้างเข้ามาในประเทศจีนเลยนะครับ เราแค่มาตามคำสั่งของท่านเฮดีสเพื่อรับหน้าที่ดูแล และตรวจสอบบางอย่างเท่านั้น”
“อย่างนี้นี่เอง...” เฉียงเวยค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อย
หยางเฉินแค่นรอยยิ้มออกมา “ก่อนหน้านี้ผมค่อนข้างจะประมาทเกินไป คนพวกนั้นสามารถเข้ามาทำร้ายครอบครัวของผมขณะที่ผมไม่อยู่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงต้องให้พวกเขา ที่มีความสามารถด้านการตรวจสอบและค้นหามาช่วยควบคุมสถานการณ์ โดยเฉพาะกับทีมเหยี่ยวทะเลนี่ ไม่ว่าเื่ผิดปกติอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในจงไห่ พวกเขาสามารถตรวจพบได้ในทันที”
เฉียงเวยเบ้ปากพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “ใช่สิ ภรรยาของคุณสำคัญที่สุดสินะคะ ฉันมันก็แค่ผู้หญิงที่ต้องคอยช่วยคุณอยู่ในเงามืดสินะ”
หยางเฉินรู้สึกอายและเศร้าใจกับคำพูดของเฉียงเวยมาก “นี่... ที่รัก คุณอย่าพูดว่าผมไม่รักคุณสิครับ คนพวกนี้เป็ทีมรักษาความปลอดภัยชั้นเลิศของผม นอกจากนี้พวกเขายังช่วยฝึกคนของคุณให้เก่งขึ้นได้อีกด้วย คุณไม่คิดเหรอว่าถ้ากองกำลังของคุณเก่งกาจเท่ากับหน่วยรบพิเศษมันจะดีมากขึ้นขนาดไหน?”
เฉียงเวยห่อริมฝีปากของตัวเองก่อนจะครุ่นคิดอยู่ในใจ “จริงเหรอคะ?”
“แน่นอน” หยางเฉินพยักหน้า
เฉียงเวยรู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที เธอหันไปคล้องคอหยางเฉินแล้วโน้มตัวเขาลงมาจูบทีหนึ่ง
หลังจากทำการขนย้ายอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว หยางเฉินและเฉียงเวยก็บอกลาโมลินและคนอื่นๆ โดยที่โมลิน ให้สัญญากับหยางเฉินว่าจะเริ่มทำงานในวันพรุ่งนี้ทันที
การมีทีมเหยี่ยวทะเลเข้ามาช่วยดูแลเื่ความปลอดภัย ทำให้หยางเฉินรู้สึกสบายใจขึ้นมามากทีเดียว
ที่ด้านล่างของโรงแรม หยางเฉินและเฉียงเวยยังคงเดินมาด้วยกัน ในตอนนั้นเฉียงเวยก็เอ่ยถามหยางเฉินขึ้นอย่างซุกซน “คืนนี้คุณจะกลับไปนอนที่บ้านหรือเปล่าคะ?”
“บ้านหลังไหนเหรอครับ?” หยางเฉินยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
“ไม่ใช่ว่าคุณพูดไปก่อนหน้านี้เหรอคะ?”
“ผมไม่กลับหรอก ตอนนี้ดึกเกินไปแล้ว” หยางเฉินมองดวงจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้า “คืนนี้ผมจะไปนอนกับคุณ”
“อืม... ฉันก็คิดอย่างนั้น” เฉียงเวยอมยิ้ม “กลับไปตอนนี้มันค่อนข้างจะเปลืองแรงเกินไป”
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง หยางเฉินและเฉียงเวยก็มาถึงโรสบาร์ พวกเขากลับไปที่ห้องนอนห้องใหญ่หลังโรสบาร์ด้วยกัน นานแล้วที่เขาไม่ได้อยู่กับเฉียงเวย
หยางเฉินรู้สึกว่าความร้อนภายในร่างกายกำลังปะทุออกมา หลังจากที่ได้กลิ่นห้องและกลิ่นหอมของเฉียงเวยที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี
ในที่สุดเขาก็ดึงแขนเธอเข้าหาตัวของเขา ก่อนจะลูบแผ่นหลังของเฉียงเวยเบาๆ ไปทั่ว ก่อนจะลงมาหยุดที่บั้นท้ายกลมกลึงของเธอ เฉียงเวยรู้สึกรุ่มร้อนขึ้นมาทันที ใบหน้าของเธอแดงขึ้นมาด้วยความอายและจากแรงกระตุ้นของหยางเฉิน
“ก่อนอื่นเลย คุณไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ”
“ฤดูหนาวครั้งนี้หนาวเกินไปที่จะอาบน้ำตอนกลางคืนแล้ว คุณไม่กลัวผมแข็งตายเหรอ?” หยางเฉิน้าที่จะลัดขั้นตอนการอาบน้ำออกไป
“ไม่ได้ ยังไงคุณก็ต้องไปอาบน้ำก่อน!” ผู้หญิงทุกคนนั้นรักความสะอาด เฉียงเวยก็เช่นกัน
หยางเฉินเดินเข้าไปอาบน้ำด้วยความห่อเหี่ยว เขารีบอาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วใส่เสื้อคลุมสีขาวไปนอนรอเฉียงเวยบนเตียงอย่างหิวกระหาย
หลังจากนั้นไม่นานเสียงน้ำในห้องน้ำก็หยุดลง เฉียงเวยเดินออกมาทั้งที่ผมยังไม่แห้งดี ทำให้เธอต้องใช้ผ้าขนหนูที่พันอยู่รอบตัวมาเช็ดผม นั่นทำให้ผ้าขนหนูหลุดออกมาจากลำตัวของเธอ เผยให้เห็นผิวเนียนเรียบและทรวงอกครึ่งวงกลมอันเต่งตึง กับร่องลึกที่ดูน่าค้นหากลางหน้าอกของเธอ
หยางเฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยิ่งเขาเห็นเฉียงเวยที่กำลังเปลือยทั้งตัวด้วยแล้ว ทำให้น้องชายของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที
เฉียงเวยแกล้งทำเป็ไม่เห็นว่าหยางเฉินกำลังมองเธออยู่ เธอเยื้องกรายขึ้นมาบนเตียงช้าๆ ก่อนจะล้มตัวลงไปกอดหยางเฉินพร้อมทั้งแนบหน้าอกอวบนุ่มลงไปกับแผ่นอกของเขา กลิ่นหอมของสบู่และยาสระผมที่ติดตัวเธอบวกกับกลิ่นที่เป็ธรรมชาติของเฉียงเวย ทำให้หยางเฉินรู้สึกราวกับกำลังถูกไฟลนอยู่ข้างในร่างกายทันที
“เราเริ่มกันเลยมั้ย?” หยางเฉินยื่นมือไปััใบหน้าของเฉียงเวย ความนุ่มลื่นนั้นทำให้เขาไม่อยากจะปล่อยมือไปจากใบหน้าของเธอเลยแม้แต่น้อย
เฉียงเวยยังคงแสร้งทำเป็ไม่เข้าใจ “เริ่มอะไรเหรอคะ?” ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความไร้เดียงสา
หยางเฉินตอบเธอพร้อมทั้งยิ้มแปลกๆ ขึ้นมา “ปกติแล้วตอนเริ่มใครๆ ก็แห้งกันทั้งนั้น เดี๋ยวคุณก็จะได้เปียกแล้ว...”
เฉียงเวยหอบหายใจแ่เบาออกมาอย่างมีเสน่ห์ เธอค่อยๆ คืบคลานไปหาหยางเฉินช้าๆ หน้าอกคู่งามยังคงกองอยู่บนแผ่นอกกว้างของหยางเฉินอยู่ เฉียงเวยยกเรียวขายาวขึ้นมาก่ายไปที่ลำตัวของเขา ทำให้หยางเฉินลูบขานวลเนียนของเธอได้อย่างถนัดมือ
หยางเฉินลูบขาของเฉียงเวยช้าๆ เป็วงกลม เพื่อปลุกเร้าอารมณ์หญิงสาว
“ฉันอยากทำแล้ว...”
หยางเฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา “ทำ...?”
“คนเลว” เฉียงเวยหัวเราะออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะสอดลิ้นเรียวเล็กเข้าไปในปากของหยางเฉิน
ทั้งคู่ดื่มด่ำกับรสจูบหอมหวานอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่หยางเฉินจะเป็ฝ่ายผละออกมาก่อน
ร่างกายของหยางเฉินกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างระหงของเฉียงเวยทันที
หลังจากนั้นหยางเฉินก็พุ่งจู่โจมเธออย่างรวดเร็วและเริ่มบรรเลงเพลงรักให้เฉียงเวยได้ฟังอย่างไม่รอช้า ทั้งคู่ถูกเปลวไฟอันร้อนระอุแห่งความรักอันร้อนรุ่มเผาไหม้ในทันที
ห้องนอนที่เคยสงบกำลังแปรเปลี่ยนเป็สมรภูมิที่เต็มไปด้วยความสุขเหลือล้นของทั้งคู่ จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานเปลวไฟที่โหมกระหน่ำอยู่ในครั้งก่อนก็ค่อยๆ มอดดับลง
หลังจากผ่านบทรักอันยาวนานทั้งคู่ก็ค่อยๆ หยุดลง ร่างกายของเฉียงเวยเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่ไหลออกมาจากกิจกรรมก่อนหน้า
เธอนอนปวดเอวอยู่บนอกของหยางเฉินอย่างหมดท่าโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะกับท่าสุดท้ายที่หยางเฉินอยู่ล่างและให้เธออยู่บน ทำให้เฉียงเวยสามารถไปถึงจุดสุดยอดก่อนหยางเฉินหลายต่อหลายครั้งจนหมดเรี่ยวแรง
“ขอฉันพักสักหน่อยนะคะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว...” เฉียงเวยเอ่ยเสียงอ่อยขึ้นขณะหอบหายใจ
หยางเฉินโอบกอดเฉียงเวยไว้กับอกของเขาอย่างไม่เต็มใจที่จะหยุดนัก ก่อนจะพูดขึ้นมา “ตอนนี้ผมเคลียร์เื่งานได้ลงตัวแล้ว ต่อจากนี้ผมคิดว่าจะมาหาคุณให้มากกว่าเดิมนะครับ”
“ทำไมเหรอคะ?” เฉียงเวยรู้สึกสงสัย
“เพราะผมได้เลื่อนขั้น” หยางเฉินยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงตอนที่เขาคุยกับหลินรั่วซีก่อนหน้านี้
ในดวงตาของเฉียงเวยเผยให้เห็นว่าเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ “คุณสามี คุณกำลังจะบอกว่าคุณได้เลื่อนขั้นเป็ผู้อำนวยการบริษัทบันเทิงของอวี้เหล่ย นั่นไม่ได้หมายความว่าทั้งเอกสารและการเจรจาต่างๆ ก็ต้องถูกส่งมาให้คุณจัดการเหรอคะ?”
“จะว่าแบบนั้นมันก็ใช่ แต่ผมมีลูกมือดีอยู่สองคนแล้ว พวกเขาจะช่วยผมเคลียร์งานที่มีอยู่ ส่วนผมก็มาอยู่กับคุณแทนไง ผมคงจะบ้าตายแน่ถ้าต้องมานั่งทำเอกสารน่าเบื่อในห้องสี่เหลี่ยมที่ชวนอึดอัดนั่น” หยางเฉินรู้สึกหดหู่
“งั้นก็หมายความว่าสามีกำลังทำงานร่วมกับฉันสิคะ” จู่ๆ เฉียงเวยก็พูดขึ้น
“ทำงานร่วมกับคุณ? หมายความว่าไง?” หยางเฉินรู้สึกอัศจรรย์ใจ
“ไม่ใช่ว่าฉันบอกคุณไปแล้วเหรอคะ? แก๊งหนามแดงของเราไม่ได้มีรายได้มาจากการค้ายาเสพติดกับลักลอบส่งคนเข้าเมืองแบบแก๊งตงซิ่ง และกลุ่มสมาพันธ์ตะวันตกพวกเรามีรายได้จากการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ตามร้านบาร์เท่านั้น ทำให้ธุรกิจของเรามีขนาดเล็ก แต่ก่อนหน้านี้ที่พวกเราสามารถรวมแก๊งใต้ดินของจงไห่เขาเป็หนึ่งได้ ทำให้การเงินของเราคล่องตัวและมีมากขึ้น ทำให้ฉันสนใจที่จะไปลงทุนกับอะไรสักอย่าง และในตอนนั้นเองอวี้เหล่ยก็ประกาศตั้งบริษัทบันเทิงขึ้นมา ฉันคิดว่าบริษัทนั้นคงจะช่วยให้เราสามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ ไม่คิดเลยว่าผู้บริหารของบริษัทนั้นจะเป็คุณสามีของฉันไปได้”
หยางเฉินพยักหน้ารับฟังเธอไปเรื่อยๆ เขาไม่คิดเลยว่าเฉียงเวยจะเป็คนที่สามารถคว้าทุกโอกาสเอาไว้ได้ พร์ด้านการจัดการและการลงทุนของเธอนั้นอยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะกับการประกอบอาชีพแบบถูกกฎหมายที่ไม่จำเป็ต้องหลบหนีเ้าหน้าที่รัฐแม้แต่น้อย และเงินเ่าั้ก็สามารถนำมาหมุนเวียนได้ภายในแก๊งได้จริงๆ!
“คุณอยากจะลงทุนเหรอ?” หยางเฉินไม่สนใจว่าเฉียงเวยจะซื้อหุ้นจากบริษัทไหน เพียงแต่ตอนนี้เธอบอกกับเขาว่ากำลังจะซื้อหุ้นของอวี้เหล่ยบางส่วน
ถึงแม้ว่าอวี้เหล่ยจะเป็บริษัทั์ใหญ่ในเื่อุตสาหกรรมแฟชั่นและการบันเทิง ทำให้เขาไม่คิดว่าการที่เธอจะซื้อหุ้นของอวี้เหล่ยเพื่อผลกำไรระยะยาวจะผิดตรงไหน อีกทั้งเขายังมีพันธมิตรด้านการเงินเพิ่มมาอีกด้วย
“อืม... ถึงตอนนี้อุตสาหกรรมด้านเพลงและสิ่งบันเทิงจะไม่ค่อยเฟื่องฟูเท่าไรนัก แต่ถ้าอวี้เหล่ยเป็ผู้นำเทรนด์ในด้านนี้ล่ะก็ มันจะสามารถดึงดูดตัวแทนและผู้สนับสนุนรายใหญ่และรายย่อยได้มาก จากภาพยนตร์หรือโฆษณาทางทีวี ฉันคิดว่ามันน่าจะคุ้มค่าที่จะลงทุนกับส่วนนี้น่ะค่ะ” เฉียงเวยวิเคราะห์ข้อมูลอย่างจริงจัง
หยางเฉินรู้สึกว่าเขากำลังจะจมอยู่ภายใต้อิทธิพลของเหล่าคนรักเขาในอีกไม่นาน “ไม่น่าเชื่อว่าเฉียงเวยที่รักของผมกำลังจะกลายเป็ผู้บริหารหญิงไปอีกคนแล้ว”
“หึ!” เฉียงเวยย่นจมูกราวกับว่ากำลังเคืองเขาอยู่ “ฉันไม่ได้บอกคุณเหรอคะ ว่าต่อให้สู้กับคุณอีกสัก 100 รอบฉันก็ยังสู้ไหว! กับแค่ตำแหน่งผู้บริหารอะไรนั่นมันจะไปยากแค่ไหนเชียว?”
หยางเฉินได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสงสารบั้นท้ายอวบอัดของเฉียงเวยขึ้นมาทันใด “ผมรู้ว่าคุณเก่ง แต่ยังไงคุณก็ไม่มีทางเอาชนะ ''ของของผม'' ได้อยู่ดี”
เฉียงเวยรู้สึกอับอายที่พูดอะไรที่ทำให้ดูเข้าใจผิดออกมา เธอทุบอกของหยางเฉินเบาๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะถูกหยางเฉินโต้กลับด้วยการสอดมือไปบีบบั้นท้ายนุ่มลื่นของเธออย่างแรงจนเธอสะดุ้งจนตัวโยน แต่หยางเฉินกลับรู้สึกสบายมืออย่างเหลือเชื่อ
“สามีคะ คุณรู้หรือเปล่าว่าสิ่งมีชีวิตชนิดไหนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก” เฉียงเวยถามพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเสน่ห์
“ผมไม่รู้ มันคืออะไรเหรอ?”
“ผู้หญิงยังไงล่ะ! พวกเราเืออกทุกเดือน แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ยังมีชีวิตอยู่ได้!” เฉียงเวยรู้สึกมีความสุข “ดังนั้นฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่!”
หยางเฉินหัวเราะออกมาด้วยความสนุกสนาน “เฉียงเวยที่รัก คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดีสักเท่าไร อนาคตผมอาจจะเป็สามีของภรรยานับหมื่นคนก็ได้!”
“หน้าหนาจริงๆ นะคุณเนี่ย!” เฉียงเวยยิ้มออกมาพร้อมทั้งค่อยๆ สาวเท้ามาหาหยางเฉินราวกับราชินี ก่อนจะทอดกายลงไปแนบกับลำตัวของหยางเฉินอีกครั้ง
“มาต่อกันอีกรอบดีกว่าค่ะ...”
