เมื่อเห็นว่าวัตถุมีค่าทั้งสามเป็ไปตามสมมติฐานแรก ดวงตาของจิ้งหยวนก็แทบจะฉายแสงออกมาเป็เงินหยวน
หลังจากเปลี่ยนเป็ชุดลำลองที่ทันสมัยเข้ากับโลกปัจจุบัน จิ้งหยวนก็มายืนส่องกระจกและมองตัวเองอย่างพินิจพิเคราะห์
ในกระจก ยังคงเป็ภาพสะท้อนของชายหนุ่มอายุ 21 ปีคนเก่าคนเดิม
โดยพื้นฐานแล้ว รูปร่างหน้าตาของพวกเขาไม่ได้แตกต่างอะไรมาก หากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าจะแปลกที่สุด ก็คงจะต่างกันแค่เื่สีผิวที่ขาวขึ้นกับเส้นผมที่ยาวตกถึงบ่า เป็ไปตามค่านิยมของโลกนั้นที่ทั้งชายและหญิงนิยมไว้ผมยาว
“มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า?”
“นอกจากชื่อแล้วหน้าตาก็ยังจะคล้ายกันอีก” จิ้งหยวนพูดกับตัวเองในใจ และด้วยสิ่งนี้ เขาก็ไม่ต้องกังวลเื่ตัวตนใหม่และตัวตนเก่า ต่อให้ผมยาวแต่เขาก็แค่อ้างได้ว่าแค่เขาไปทำการต่อเส้นผมมา
ชีวิตในเมืองใหญ่เมืองโตที่ไม่มีญาติ จิ้งหยวนแทบจะไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาจับผิด
“รู้สึกว่าตัวเองหล่อขึ้นแฮะ” หลังจากมองดูเงาสะท้อนของตัวเองอยู่สักพักใหญ่ จิ้งหยวนก็พูดชมตัวเองเล็กน้อย
ตัวตนเดิม ผิวของเขาค่อนข้างคล้ำจากแดดเป็ผลจากการทำงานที่หนักหน่วง แต่ตัวตนปัจจุบันกลับเป็คนที่ผิวขาวมือนิ่มเหมือนดารา ถึงจะมีรูปร่างออกไปทางผอมเพรียว แต่แค่กินอาหารเสริมและออกกำลังกาย หุ่นฟิตๆ ที่เคยมีก็ไม่ใช่เื่ยากที่จะปั้นกลับมา
“เวลาของโลกนี้กับโลกนั้นไหลเท่ากันสินะ “
“งั้นคงชักช้าไม่ได้ รีบเอาของไปขายรีบไปรีบกลับดีกว่า”
หลังจากเดินไปหยิบมือถือ เขาก็พบว่าเป็เวลาสองวันแล้วที่เขาหายไปจากโลกนี้ ซึ่งตรงกันกับที่เขาอยู่ที่อีกโลกหนึ่ง
สำหรับการค้าขายของเก่า มันเป็อุตสาหกรรมที่ค่อนข้างนิยมในจีนแผ่นดินใหญ่ พ่อค้าโบราณหลายคนมักจะเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อซื้อของเก่ามีราคา ตราบใดที่พบของโบราณ การเป็เศรษฐีในชั่วข้ามคืนก็ไม่ใช่เื่เพ้อฝันที่เกินความจริง
ตราบใดที่ของล้ำค่าไม่ใช่ของจากราชวงศ์ในประวัติศาสตร์ หน่วยทางรัฐก็จะไม่เข้ามาแทรกแซง จนทำให้ตลาดค้าของเก่าในจีนค่อนข้างรุ่ง จนงานประมูลจะไม่ใช่แค่เื่ของคนทั่วไปหรือพวกมหาเศรษฐี แต่บางทีเ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจก็เข้าร่วมด้วยเพื่อหาของมงคลไปเสริมดวงและบารมีส่วนตัว
แน่นอน จิ้งหยวนจะไม่ไปหาผู้ค้าของเก่ามือสมัครเล่นตามถนนพวกนั้น เพราะในเมืองนี้ มันมีโรงประมูลของเก่าที่มีชื่อเสียงที่เปิดทำการอยู่หลายแห่ง ซึ่งนับว่าเป็ทางเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ไม่ใช่ขาประจำ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเก็บของใส่กระเป๋าแบกสะพายที่ด้านหน้าแล้วกอดไว้ แล้วปั่นจักรยานไปสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อเดินทางเข้าไปในตัวเมืองตามที่เขาเสิร์จหาดู
“ที่นี่สินะ”
หลังจากลงจากรถไฟแล้วนั่งแท็กซี่ต่อมาถึงจุดหมาย จิ้งหยวนก็นำของเก่าทั้งสามชิ้นไปยังบ้านประมูลแห่งหนึ่ง อธิบายจุดประสงค์ของการมาให้พนักงานต้อนรับฟัง
“กรุณารอสักครู่ครับ เ้าหน้าที่ประเมินของเราจะเข้ามาประเมินให้ท่าน หากสินค้าเป็ของแท้และท่านวางแผนที่จะขาย เราสามารถยกเว้นค่าธรรมเนียมการประเมินของท่านได้ แต่หากเป็สินค้าปลอม ท่านต้องจ่ายค่าประเมินเอง” พนักงานก็อธิบายถึงกฏพื้นฐานแรกของโรงประมูล
คนที่มา ใช่ว่าจะสามารถขายหรือยกขึ้นไปประมูลได้ ขึ้นตอนแรกต้องผ่านผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อน
“ไม่มีปัญหา เอาตามที่คุณบอกเถอะ”
หลังจากรอสักครู่ ชายวัยกลางคนในชุดสูทก็เดินเข้ามาที่ห้องรับแขก
“สวัสดีพ่อหนุ่ม ฉันชื่อเจิ้งหยู๋ จะเรียกว่าลุงเจิ้งก็ได้” อีกฝ่ายค่อนข้างสุภาพ จนทำให้จิ้งหยวนรีบทักทายรู้สึกดีต่อโรงประมูล
“ผมจิ้งหยวนครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“พนักงานบอกฉันว่าของที่เธอนำมาเป็ของเก่า เธอคงรู้ใช่ไหมว่าหากเป็ของเชื้อพระวงศ์ รัฐบาลจะเข้ามารับของพวกนั้นไป”
เจิ้งหยู๋ถามเพื่อความแน่ใจ ด้วยที่ในวงการธุรกิจนี้ จำเป็ต้องมีข้อมูลพื้นฐานคร่าวๆ ก่อน ไม่งั้นหากรัฐบาลรู้ในภายหลัง มันจะทำให้พวกเขาเสียเวลา
“มันเป็ของเก่าที่ตระกูลผมเก็บไว้แล้วส่งรุ่นต่อรุ่น” จิ้งหยวนคิดว่ามันเป็ข้ออ้างและเหตุผลที่เหมาะสม เพราะส่วนใหญ่ ก็มักจะมีคนจำนวนมากชอบนำมรดกของครอบครัวมาขายอยู่เป็ประจำ
เจิ้งหยู๋พยักหน้า ก่อนที่เขาจะเพ่งความสนใจไปที่วัตถุสามชิ้นที่หลี่เหวิ่นเปิดฝ่ากล่องออกมาให้ดู จากนั้นก็หยิบแว่นขยายออกมาส่อง
“อืมมม แจกันกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินชิ้นนี้ค่อนข้างเป็งานที่ประณีต ม้าทองคำแม้จะดูเก่าแต่เนื้อละเอียด ส่วนหยกสีขาวชิ้นนี้ก็มีค่าสะท้อนแสงเหมือนจะเป็หยกแท้ ฉันจะเอาเครื่องสแกนยิงใส่วัตถุ มันไม่เป็อันตรายเพียงแค่วัดธาตุคาร์บอนเพื่อตรวจอายุ”
เจิ้งหยู๋ใช้แว่นขยายส่งดูความละเอียด พิจารณาเนื้อแจกันเคลือบและม้าทองคำก็พยักหน้า ใช้ไฟฉายเล็กกดไปที่เต่าหยกสีขาวก็สะท้อนเนื้อสีนวลให้เห็นมาจากข้างใน ถือเป็ขั้นตอนแรกๆ ที่ใช้ประเมินว่าของที่นำมาขายเป็ของจริงหรือของปลอม
จากผลการตรวจเบื้องต้น มีความเป็ไปได้ว่าจะเป็ของแท้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
ราคาของโบราณวัตถุสามารถระบุได้จากสี่ลักษณะ หนึ่งคือเื่อายุความเก่าแก่ หากจะให้ประเมินราคาก็ต้องตรวจให้รู้ถึงอายุจริงๆ ของวัตถุ
สองคือการประเมินว่าเป็ของที่เอาไว้ถวายราชวงศ์หรือขุนนางผู้สูงศักดิ์หรือเปล่า
สามคือผลงานที่สร้างเป็ฝีมือชิ้นเอกของปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ แต่ส่วนใหญ่การพิจารณานี้มักจะนำไปใช้กับพวกภาพวาดไม่ก็งานกวีโบราณ
และลักษณะสุดท้าย คือวัดจากปริมาณขนาดน้อยใหญ่ของวัตถุ เช่นหากชิ้นงานทำมาจากแร่มีค่าพวกทองคำและหยก ยิ่งมีขนาดใหญ่และเก่าควบเข้าด้วยกัน ราคาที่จะประเมินออกมาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปหลายเท่าตัว
เครื่องประเมินสแกนส่งเสียงทำงานไม่นานผลก็ปรากฏ เมื่อเจิ้งหยู๋มองไปที่ค่าตัวเลข ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างใ เมื่อเครื่องวัดค่าออกมาได้ว่าของทั้งสามชิ้นมีอายุมากถึง 1,200 ปี
อะไร?
ของทั้งสามชิ้นมาจาก่เวลาเดียวกันเลยเหรอ
เจิ้งหยู๋ใ ถึงเขาจะอยู่ในแวดวงของเก่ามานานแล้ว แต่การพบของมีค่าอายุพันปีด้วยตัวเองนั้นแทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน ทำเอาเขาเกิดลังเลและเริ่มหวาดกลัวจิ้วหยวนนิดหน่อย ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็ผู้ดีหรือลูกขุนนางเก่าที่ตกยากหรือเปล่า
มีของโบราณแต่ยังคงอยู่ในสภาพที่ดี หากไม่มีอำนาจหรือรู้เื่พวกนี้พอ มันก็มีให้เห็นแค่จากกลุ่มสุสานจักรพรรดิ แต่ถึงอย่างนั้นของที่ขุดขึ้นมาได้มักจะได้รับความเสียหาย ไม่ก็รัฐบาลรับไปหากชิ้นไหนยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์
“คุณจิ้ง โปรดรอสักครู่ ของสะสมของคุณมีค่ามาก และฉันก็ไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงตัวคนเดียว ด้วยวิธีนี้ ฉันจะเชิญผู้เชี่ยวชาญมาประเมิน คุณคงไม่ว่าอะไรนะ”
เมื่อได้ยินเจิ้งหยู๋กล่าวออกมาอย่างสุภาพมากขึ้น จิ้งหยวนก็รู้สึกโล่งใจอย่างลับๆ ผลกาลเวลาของมิติทำงานได้ดี แม้วัตถุทั้งสามจะดูไม่ต่างอะไรจากเมื่อตอนที่เขาหยิบมา แต่เนื้อข้างในก็จะแน่นและแสดงเนื้อแท้ของอายุซึ่งเรียกได้ว่าคือของเก่าอย่างแท้จริง
“เชิญครับ ผมรอได้” จิ้งหยวนพยักหน้า และระหว่างรอเจิ้งหยู๋ไปเชิญใครสักคนมา พนักงานก็เริ่มเอาอกเอาใจราวกับรู้ว่าจิ้งหยวนในเวลานี้คือลูกค้า VVIP
