นายท่านสามแห่งสกุลซินอาศัยอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเกาะ ลำพังแค่ระยะทางก็ไกลเกือบร้อยลี้แล้ว แถมยังต้องแบกท่อนซุงหนักหลายร้อยกิโล ถึงเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาก็แทบทนไม่ไหว
ทั้งด้วยนิสัยที่แปลกประหลาดของอีกฝ่ายที่ถึงจะนำของไปส่งให้ถึงมือก็ยังไม่พอใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ผิด ทาสรับใช้สกุลซินจึงไม่อยากสุงสิงกับนายท่านสามเท่าไหร่นัก
จูชิงเป็เด็กใหม่ งานยากประเภทนี้จึงกลายเป็ของเขาไปโดยปริยาย จูชิงไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองถูกผู้ดูแลหลอก
“หืม!” ทันที่ทีหยิบท่อนซุง จูชิงก็มองมันด้วยความประหลาดใจ น้ำหนักของท่อนซุงมากกว่าที่เขาคาดไว้สองเท่า
“ดูเหมือนจะเป็วัตถุดิบที่ใช้ในการเขียนอักขระิญญา” ในฐานะนักหลอมอักขระิญญา จูชิงััได้ทันทีว่าท่อนซุงนี้ไม่ธรรมดา
ความคิดนั้นประจักษ์เพียงชั่วครู่ จากนั้นจูชิงก็แบกท่อนซุงเดินไปตามเส้นทาง
ผู้ดูแลเอนตัวนอนผิวปากบนเก้าอี้หวาย ะโด่าทาสรับใช้เป็ครั้งคราว เร่งให้พวกเขาทำงานให้เร็วขึ้น
สองชั่วยามต่อมาจูชิงก็มาถึงริมทะเล มีกระท่อมหลังหนึ่งตั้งอยู่บนหน้าผา
“ช้ามาก!” ชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้ามอซอแผดเสียงเ็า คว้าท่อนซุงบนไหล่ของจูชิงแล้วเดินเข้าไปในกระท่อม
ชายวัยกลางคนตัดท่อนซุงเป็แผ่นไม้หนาหนึ่งนิ้ว แล้ววาดภาพลงบนแผ่นไม้ด้วยมีดขนาดเล็ก
“วิ้ง!” ทันใดนั้นแผ่นไม้ก็แตกสลายกลายเป็ขี้เลื่อย
“อักขระิญญา?” จูชิงผงะครู่หนึ่ง เขาคิดไม่ถึงว่าชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้ามอซอกำลังศึกษาอักขระิญญาอยู่
ทว่าชายวัยกลางคนผู้นั้นดูเงอะงะเกินไป จิติญญาอ่อนแอเป็อย่างมาก อักขระิญญาที่วาดออกไปไม่สามารถเชื่อมต่อกับจิติญญาได้เลย
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือกระทั่งสัดส่วนของลมปราณก็ยังยุ่งเหยิง ถ้าวาดอักขระิญญาออกมาสำเร็จด้วยวิธีการเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับเห็นผี
จูชิงมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าอักขระิญญาที่ชายวัยกลางคนวาดเป็เพียงอักขระิญญาทั่วไป ทั้งยังเป็อักขระิญญาที่ง่ายมาก
“อักขระิญญารวบรวมลม แต่เหมือนจะต่างออกไปสักหน่อย” จูชิงมองแล้วเผลอพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว
“เ้ารู้จักอักขระิญญางั้นรึ?” ชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้ามอซอหันขวับมามองจูชิงอย่างเหลือเชื่อ
จูชิงอยากตบหน้าตัวเองสักฉาด แค่รู้อักขระิญญานิดๆ หน่อยๆ ต้องคุยโวโอ้อวดให้ใครรู้ด้วยรึ?
แต่ก็พูดออกไปแล้ว ถึงจูชิงไม่อยากจะยอมรับทว่าจะทำอย่างไรได้
“นิดหน่อย แค่นิดหน่อย” จูชิงหัวเราะกลบเกลื่อน
อย่างที่จูชิงเดาเอาไว้ไม่ผิด มันคืออักขระิญญารวบรวมลมที่เกิดการเปลี่ยนแปลง คนที่นี่เรียกมันว่าอักขระิญญาลมโชย ดัดแปลงมาจากอักขระิญญารวบรวมลม
มีอักขระิญญาใหม่ๆ ปรากฏขึ้นทุกๆ วัน บางครั้งแค่ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยอักขระิญญาดั้งเดิมก็สามารถกลายเป็อักขระิญญาแบบใหม่ได้
อักขระิญญาปราณกระบี่ของจูชิงก็เช่นเดียวกัน ไม่มีใครเคยได้ยินว่าอักขระิญญาปราณกระบี่ะเิได้มาก่อน
อักขระิญญาลมโชยเป็อักขระิญญาที่พบเห็นได้ทั่วไปในต่างแดน เรือล่าสัตว์ทุกลำล้วนสลักอักขระิญญาลมโชยไว้ ซึ่งเป็สิ่งที่สำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนเรือรบ
“ไหนลองวาดอักขระิญญาให้ข้าดูสิ!” ชายวัยกลางคนสวมเสื้อมอซอโยนมีดเล็กในมือให้กับจูชิง
จูชิงก้มหน้าใช้มีดเล็กวาดอักขระิญญาลมโชยลงบนแผ่นไม้!
“ฟิ้ว!” ทันใดนั้นแผ่นไม้ก็ลอยขึ้นไปในอากาศ
แววตาของชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้ามอซอเปล่งประกาย “น่าเหลือเชื่อ น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
“เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” เสียงที่ดังจากด้านหลังทำให้จูชิงแทบร้องไห้
“เ้าอีกแล้วรึ?” จูชิงมองร่างผอมบางของซินิจูแล้วส่ายหัว
“ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้น?” ซินิจูมองพ่อตัวเองที่กำลังกอดแผ่นไม้ร้องห่มร้องไห้
“ไม่มีอะไรแล้วใช่หรือไม่ ถ้างั้นข้าขอตัวก่อน!” จูชิงกะพริบตาปริบๆ
“เ้าจะไปไหน!” ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ ชายวัยกลางคนสวมเสื้อมอซอจะลุกขึ้นพรวด จับไหล่จูชิงไว้แน่นเสมือนกับคีมเหล็ก
ชายวัยกลางคนผู้นี้แท้จริงแล้วเป็จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณ แรงกดดันจากขั้นสร้างลมปราณมหาศาลสุดแสน จูชิงแทบเป็ลมหมดสติ
“ท่านอาจารย์ โปรดรับข้าเป็ศิษย์ด้วย!” ทันใดนั้นชายวัยกลางคนก็คุกเข่าต่อหน้าจูชิง ก้มหัวคำนับสามครั้ง
“หา?” จูชิงตกตะลึง เขาไม่ได้เป็คนโง่ แต่เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าชายวัยกลางคนนั้น้าอะไร
“ท่านเข้าใจผิดแล้วกระมัง ข้าไม่ใช่อาจารย์ของท่าน!” จูชิงอยากสลัดมือเขาออก หากแต่จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณนั้นใช่คนที่ขั้นหลอมกายาต่อต้านได้อย่างนั้นหรือ
“เ้าเป็นักหลอมอักขระิญญา ดังนั้นเ้าคืออาจารย์ของข้า!” ชายวัยกลางคนเหมือนถูกผีเข้า เขาจับไหล่จูชิงแน่นไม่ยอมปล่อย
เกาะที่ในบริเวณแถบนี้มีอยู่หลายร้อยเกาะ ซึ่งมีอาจารย์เวิงคนเดียวที่เป็นักหลอมอักขระิญญา ขั้นบำเพ็ญเพียรของอาจารย์เวิงมิได้สูงมาก เป็แค่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ ทว่าเพราะเป็นักหลอมอักขระิญญา แม้ว่าเป็ขั้นสร้างลมปราณเมื่อพบเขาก็ต้องแสร้งทำตัวเป็หลาน หรือกระทั่งเ้าของเกาะถ้าเจออาจารย์เวิงก็ต้องให้ความเคารพ
นักหลอมอักขระิญญาเป็ผู้ที่มีเกียรติสูงศักดิ์ ซินต้าซานคิดไม่ถึงว่าจะมีนักหลอมอักขระิญญาปรากฏตัวบนเกาะสกุลซิน ดังนั้นเขาจึงไม่อยากพลาดโอกาสดีๆ เช่นนี้ไป
“นักหลอมอักขระิญญา!” จูชิงยิ้มเจื่อน เขาเป็แค่มือใหม่หัดวาดอักขระิญญา เข้าใจอักขระิญญาเพียงผิวเผินจะให้ไปสอนคนอื่นได้อย่างไร?
“บอกพ่อเ้าให้ทีสิ ข้าสอนเขาไม่ได้หรอก” จูชิงพูดกับซินิจู
“เ้าสอนพ่อข้าเถอะ การได้เป็นักหลอมอักขระิญญาเป็ความปรารถนาตลอดชีวิตของเขา” ซินิจูกล่าว
เมื่อเห็นซินต้าซานน้ำตาไหลพรากอาบสองพวงแก้ม จูชิงก็รู้สึกว่าถ้าเขาไม่ตอบรับก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ไปจากที่นี่
“แน่ใจใช่หรือไม่ว่าจะเรียนอักขระิญญากับข้า?” จูชิงถามซินต้าซาน
“ข้าแน่ใจ ขอแค่รับข้าเป็ศิษย์ เ้าบอกขวาข้าก็จะไปขวา เ้าบอกให้ซ้ายข้าก็จะไปซ้าย” ซินต้าซานกล่าว
จูชิงกลอกตา “ข้าเป็แค่ผู้ที่รู้อักขระิญญาเพียงผิวเผิน ไม่นับว่าเป็นักหลอมอักขระิญญาด้วยซ้ำ มั่นใจหรือว่าอยากให้ข้าเป็อาจารย์?”
“เ้าชำนาญอักขระิญญามากกว่าข้า เช่นนั้นเ้าก็คืออาจารย์ของข้า” ซินต้าซานพูด
จูชิงอยากตบปากตัวเองสักทีสองที อยากปากไวพูดออกไปนักแล้วเป็อย่างไรล่ะ เจอกับปัญหาเข้าเสียแล้ว
จะอย่างไรก็ตามสุดท้ายซินต้าซานก็ฝากตัวเป็ศิษย์ได้สำเร็จ จูชิงจึงมีศิษย์ที่แก่พอจะเป็พ่อของเขาได้มาหนึ่งคน
“พลานุภาพของอักขระิญญาลมโชยนั้นมีจำกัดจึงไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร ถ้า้าใช้มันเพื่อขับเคลื่อนเรือล่าสัตว์ อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้อักขระิญญาลมโชยหนึ่งพันอักขระ” ซินต้าซานเอ่ย
“หนึ่งพันอักขระ แม้ว่าอักขระิญญาลมโชยจะเป็อักขระิญญาที่ง่ายที่สุด ทว่าการเขียนอักขระหนึ่งพันอักขระในครั้งเดียวแทบเป็ไปไม่ได้ นับประสาอะไรกับการทับซ้อนหนึ่งพันอักขระิญญา?” จูชิงตกตะลึง
“อาจารย์ไม่รู้หรือว่าหน่วยฐานของอักขระิญญาสามารถปรับเปลี่ยนได้?” ซินต้าซานกล่าวแล้วหยิบหนังสือออกมาหนึ่งเล่ม
มันเป็หนังสือเกี่ยวกับอักขระิญญา แม้ว่าซินต้าซานจะไม่ได้มีพร์ในด้านอักขระิญญามากนัก ทว่าเขาก็สะสมหนังสืออักขระิญญาไว้เป็จำนวนมาก!
หนึ่งในนั้นมีเนื้อหาการปรับเปลี่ยนหน่วยฐานของอักขระิญญาอยู่ด้วย ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของการซ้อนทับและเชื่อมโยงอักขระิญญาก็คือหน่วยฐาน หากหน่วยฐานเกิดข้อผิดพลาดทุกอย่างก็จะสิ้นสุด อักขระิญญาก็จะไม่ใช่อักขระิญญาอีกต่อไป
เพราะเหตุนั้นอัตราความสำเร็จของการเชื่อมต่อและการซ้อนทับจึงลดลงเป็อย่างมาก มิต้องเอ่ยถึงการวาดอักขระิญญาจำนวนมากเลย
หลังจากความพยายามนับครั้งไปถ้วนของนักหลอมอักขระ ในที่สุดพวกเขาก็พบวิธีที่จะเอาชนะปัญหาได้ ถ้ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับหน่วยฐานก็แค่ลบมันทิ้งแล้ววาดหน่วยฐานอักขระิญญาขึ้นมาใหม่
แม้ว่าหน่วยฐานของอักขระิญญาที่เพิ่มเข้าไปทีหลังอาจเกิดความขัดแย้งกับหน่วยฐานเดิม เป็เหตุให้พลานุภาพของอักขระิญญาอ่อนลง หากก็ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการทับซ้อนของอักขระิญญาให้สูงขึ้น
ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือถ้าแก้ไขด้วยวิธีอันชาญฉลาด ความขัดแย้งระหว่างหน่วยฐานของอักขระิญญาก็จะลดลง แทบจะเหมือนกับหน่วยฐานดั้งเดิมด้วยซ้ำ
มันเหมือนกับเปิดโลกของจูชิง ปัญหาที่กวนใจเขามานานในที่สุดก็คลี่คลาย
“อักขระิญญาลมโชยมีหน่วยฐานทั้งหมด 3 หน่วย ถ้านำอักขระิญญาลมโชยหนึ่งร้อยอักขระมาทับซ้อนกัน เท่ากับว่าจะมีหน่วยฐานทั้งหมด 300 หน่วย เป็ไปไม่ได้เลยที่หน่วยฐานแต่ละหน่วยจักไม่มีข้อผิดพลาด” จูชิงถือมีดเล็กแล้ววาดอักขระิญญาลมโชยลงบนแผ่นไม้
ตอนแรกอาจตะกุกตะกักเล็กน้อย แต่พอวาดไปได้ร้อยครั้งจูชิงก็เริ่มชินมือ เขาวาดอักขระิญญาลมโชยได้เร็วยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า พริบตาเดียวก็วาดอักขระิญญาลมโชยหนึ่งร้อยอักขระที่ทับซ้อนกันเสร็จแล้ว
หน่วยฐานของอักขระิญญาลมโชยหนึ่งร้อยเส้นจะต้องมีปัญหาไม่มากก็น้อย ถ้าลมปราณไหลเวียนไม่ราบรื่นก็เท่ากับไร้ค่า
จูชิงหยิบมีดเล็กงัดๆ แงะๆ หน่วยฐานของอักขระิญญาที่ผิดพลาดทีละตัว เขารู้ว่าควรแก้ไขอย่างไรถึงจะสามารถกระตุ้นพลานุภาพของอักขระิญญาออกมาได้มากที่สุด
ซึ่งนี่เป็ข้อดีของการมีจิติญญาที่แข็งแกร่ง ในอดีตเหล่านักหลอมอักขระิญญาที่เก่งกาจล้วนแล้วเป็ผู้มีจิติญญาเหนือฟ้าทั้งสิ้น!
“ฟู่ว!” จูชิงปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้ววางมีดลง เขามองอักขระิญญาลมโชยที่ทับซ้อนกันหนึ่งร้อยอักขระบนแผ่นไม้ รอยยิ้มพลันประจักษ์บนใบหน้า
ซินต้าซานตะลึงจังงัน เขาเคยเห็นอาจารย์เวิงวาดอักขระิญญามาก่อน ทว่าอาจารย์เวิงก็ยังทำไม่ได้ถึงขั้นนี้
ซินต้าซานรู้สึกประหลาดใจอย่างอธิบายไม่ได้ ชายหนุ่มอายุแค่ไม่กี่ปีกลับชำนาญการวาดอักขระิญญายิ่งกว่าอาจารย์เวิงที่อายุเจ็ดแปดสิบปีเสียอีก!
“หวือ!” จูชิงใส่ลมปราณเล็กน้อยลงไปในแผ่นไม้!
แสงสีฟ้าสว่างวาบ แผ่นไม้นั้นหลุดลอยจากมือของจูชิง พุ่งทะลุหลังคาหายไปในมหาสมุทร!
“เร็วมาก!” จูชิงตาเป็ประกาย นี่เป็ครั้งแรกที่เขาทับซ้อนอักขระิญญาหนึ่งร้อยอักขระ พลังในการขับเคลื่อนของอักขระิญญาลมโชยเหนือกว่าที่เขาคาดเดาเอาไว้มาก!
