บทที่ 5 พลิกฟื้นผืนดินเนรมิต
ท้ายหมู่บ้านชิงสุ่ย, เขตชายเขา
ความเงียบงันของยามค่ำคืนที่ท้ายหมู่บ้านชิงสุ่ยดูจะลึกลับและเยือกเย็นกว่าที่ใดในโลก กระท่อมไม้ผุพังที่ชาวบ้านต่างขนานนามว่า เรือนผีสิง ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางดงหญ้าคาที่สูงท่วมเอว แสงจันทร์สาดส่องลอดรอยโหว่ของหลังคามุงจากลงมายังพื้นดินที่แตกระแหง กลิ่นอับชื้นของไม้ที่เน่าเปื่อยปะปนกับกลิ่นสาบของสัตว์ป่าลอยมาตามลมเป็ระยะ
ภายในกระท่อม แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวมาจากกองไฟกองเล็กๆ ที่ เซียวหรัน (แม่) พยายามจุดขึ้นเพื่อไล่ความหนาวในตอนกลางคืน
"เราจะนอนที่นี่กันจริงๆ หรือลูก?" เซียวหรันถามด้วยเสียงสั่นเครือ มือผอมบางกอด เซียวหยวน (น้องชาย) ไว้แน่น
"ที่นี่มันรกร้างนัก แม้แต่เสียงนกยังฟังดูน่ากลัว"
เซียวฉิง ที่กำลังใช้เศษผ้าเก่าๆ เช็ดรอยฝุ่นบนพื้นไม้กระดานที่ยังพอใช้ได้หยุดชะงัก เธอเงยหน้ามองแม่และน้องชายด้วยแววตามั่นคง แสงไฟสะท้อนในดวงตาของเธอเป็ประกายสีเขียวหยกที่ดูทรงอำนาจอย่างประหลาด
"ที่นี่อาจจะเก่าและพัง แต่ความสงบของมันคือจุดเริ่มต้นของอาณาจักรเราค่ะแม่" เซียวฉิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น
เซียวหยวนเงยหน้าขึ้นจากตักแม่ ดวงตาเป็ประกาย
"ผมไม่กลัวครับแม่! พี่สาวบอกว่าที่นี่คือปราสาทลับของเรา ผมจะช่วยพี่สาวเฝ้าปราสาทเอง!"
เซียวฉิงทอดสายตามองออกไปที่ความมืดมิดเบื้องหน้า ทุ่งหญ้าคาที่พริ้วไหวตามแรงลมดูเหมือนอสุรกายที่คอยจ้องจะกลืนกินผู้ที่ย่างกรายเข้ามา แต่ในความสิ้นหวังที่คนทั้งหมู่บ้านหยิบยื่นให้ เธอกลับััได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปตามไขสันหลัง ความรู้สึกคุ้นเคยที่เคยสูญเสียไปเมื่อครั้งถูกคมะุปลิดชีพในโลกเก่า กำลังสั่นะเือยู่ในส่วนลึกของดวงิญญา
‘อย่างน้อย... พระเ้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับฉันจนเกินไป’ เธอกระตุกยิ้มที่มุมปาก เมื่อพบว่าสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของ เนบิวลา คอร์ปอเรชัน ไม่ได้หายไปพร้อมกับร่างเดิม แต่มันถูกหลอมรวมเข้ากับจิตใต้สำนึกของเธออย่างสมบูรณ์
[ระบบเนบิวลา คอร์: เริ่มต้นการทำงาน (System Initializing...) ]
ทันใดนั้น เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาท เป็เสียงที่เยือกเย็นแต่กลับทำให้เธอรู้สึกมั่นใจยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก รูม่านตาของเซียวฉิงขยายออกกะทันหัน เส้นสายของรหัสสีเขียวมรกตพุ่งพล่านผ่านเส้นประสาทตา ก่อนจะกางออกเป็หน้าจอโฮโลแกรมกึ่งโปร่งแสงที่ฉายทับซ้อนลงบนทัศนวิสัยของเธอ
[สถานะระบบ: เชื่อมต่อผ่านคลื่นสมองระดับควอนตัม] [ระดับการเข้าถึง: ผู้บริหารสูงสุด (Level 10 - Empress) ] [ฐานข้อมูล: คลังความรู้ด้านชีวเคมี, พันธุศาสตร์, และกลยุทธ์การค้าทั่วโลก (อัปเดตถึงปี 2026) ]
เซียวฉิงมองดูข้อมูลที่พรั่งพรูขึ้นมาบนหน้าจอเสมือนจริง เธอพบว่านี่ไม่ใช่แค่ฐานข้อมูลทั่วไป แต่มันคือ เนบิวลา คอร์ รุ่นต้นแบบที่เธอพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการปรับสภาพดาวเคราะห์ ในโครงการลับ ซึ่งความสามารถของมันนั้นเหนือชั้นเกินกว่าที่มนุษย์ยุคนี้จะจินตนาการได้
ขีดความสามารถของ "เนบิวลา คอร์" (Nebula Core Abilities)
ในโลกที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยังเป็เื่ไกลตัว ระบบนี้คืออาวุธระดับทำลายล้างที่เซียวฉิงถือครองอยู่เพียงผู้เดียว:
1. การวิเคราะห์ชีวมวลเชิงลึก (Bio-Analytical Scanner) : สามารถสแกนสภาพแวดล้อม ดิน น้ำ และพืชพรรณ เพื่อระบุองค์ประกอบทางเคมีและแร่ธาตุได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าเครื่องมือในแล็บชั้นนำ
2. การจำลองการเจริญเติบโต (Growth Simulation) : ระบบสามารถคำนวณผลลัพธ์ล่วงหน้าได้ว่า หากใส่สารตัวเร่งชนิดนี้เข้าไปในปริมาณเท่านี้ พืชจะโตขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ภายในกี่ชั่วโมง
3. การดัดแปลงพันธุกรรมระดับจุลภาค (Molecular Engineering) : ระบบสามารถไกด์วิธีการสกัดเอนไซม์จากธรรมชาติรอบตัว เพื่อสร้าง "แม่เชื้อ" ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปกติหลายเท่าตัว
4. ระบบบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ (Strategic Risk Assessment) : วิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์และแนวโน้มตลาด เพื่อหาช่องโหว่ในการทำกำไรสูงสุด
การวิเคราะห์ผืนดิน "สุสาน"
[ตรวจพบสารพิษอลูมิเนียมสะสมในชั้นดินเหนียวระดับลึก] [ระดับความเป็กรด (pH) : 4.2] [ประเมินความล้มเหลว: หากปลูกข้าวหรือธัญพืชตามวิธีปกติ อัตราการรอดคือ 0.02%]
เซียวฉิงมองดูตัวเลขสีแดงกระพริบเตือนบนหน้าจอ เธอไม่ได้ตระหนก แต่กลับรู้สึกท้าทาย
"อลูมิเนียมเป็พิษงั้นเหรอ? ในสายตาของเกษตรกรยุคนี้ มันคือคำสาป..." เธอพึมพำกับตัวเอง
"แต่ในทางเคมี มันก็แค่โจทย์ข้อหนึ่งที่รอการแก้สมการ"
เธอเริ่มคำนวณในใจโดยอาศัยระบบช่วยประมวลผล การปรับค่า pH ของดินขนาด 5 หมู่ (ประมาณ 8,000 ตารางเมตร) จาก 4.2 ให้ขึ้นมาเป็ค่าที่เห็ดชอบนั้น หากใช้เทคโนโลยีปัจจุบัน (ปี 1982) อาจต้องใช้เวลานับปีและเงินทุนมหาศาลในการซื้อปูนขาว แต่สำหรับเธอ...
pH=−log [H+]
ระบบคำนวณค่าความเข้มข้นของไอออนไฮโดรเจนที่ต้องสะเทินออกมาเป็ตัวเลขที่ชัดเจน
[คำแนะนำจากระบบ: ตรวจพบสารประกอบแคลเซียมคาร์บอเนตและโพแทสเซียมใน ขี้เถ้า จากการเผาฟืนของชาวบ้าน] [สูตรผสม: ขี้เถ้า 1 ส่วน ต่อ แกลบดิบ 3 ส่วน จะสร้างปฏิกิริยาการแลกเปลี่ยนประจุประธาน (Cation Exchange) ที่ดีที่สุดในดินร่วนปนทราย]
"ขี้เถ้าที่คนทิ้งขว้าง... กับแกลบที่โรงสีไม่เอา..." เซียวฉิงเผยยิ้มอย่างพึงพอใจ
"นี่แหละคือวัตถุดิบที่ถูกที่สุดและดีที่สุดในยุคนี้"
เธอมองไปยังทุ่งหญ้าคาที่เงียบเหงาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สายตาของเธอไม่ได้มองเห็นเพียงความแห้งแล้ง ระบบ AI กำลังฉายภาพจำลองของโรงเรือนสีขาวนวลที่เต็มไปด้วยเห็ดเกรดพรีเมียมที่กำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า
เช้าวันแรก ณ กระท่อมท้ายหมู่บ้าน
แสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดรอยโหว่ของหลังคาฟางลงมาทาบบนใบหน้าซูบเซียวของ เซียวฉิง เธอขยับกายเล็กน้อยก่อนจะพบว่าร่างกายนี้ช่างอ่อนแอและตึงเครียดไปหมด เสียงนกร้องจิ๊บๆ บนยอดต้นพุทราเก่าหน้าบ้านไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกรื่นรมย์เท่ากับััของมือน้อยๆ ที่กำลังพยายามดึงผ้าห่มผืนบางมาคลุมไหล่ให้เธอ
"เจี่ยเจีย... พี่ตื่นแล้วเหรอครับ?" เซียวหยวน กระซิบเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแววเป็กังวล
"เมื่อคืนพี่ละเมอเรียกชื่อใครก็ไม่รู้ที่ฟังดูน่ากลัว พี่ฝันร้ายเหรอครับ?"
เซียวฉิงดึงน้องชายเข้ามากอดเบาๆ ความอบอุ่นจากร่างกายเล็กๆ นี้ชะล้างความเ็าจากฝันถึงโลกเก่าไปจนสิ้น
"พี่ไม่ได้ฝันร้ายหรอกจ้ะหยวนหยวน พี่แค่กำลังฝันถึงวันที่เราจะมีบ้านหลังใหญ่กว่านี้"
เธอลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองไปรอบๆ กระท่อมที่สภาพดูไม่ได้ยิ่งกว่ากองขยะ ผนังดินแตกร้าว หลังคาโหว่จนเห็นกิ่งไม้ และพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง เซียวหรัน (แม่) กำลังพยายามกวาดพื้นด้วยไม้กวาดที่เหลือเพียงก้านมะพร้าวไม่กี่เส้น
"ชิงเอ๋อร์... แม่ว่าถ้าคืนนี้ฝนตก เราคงได้นอนอาบน้ำแน่ๆ ลูก" เซียวหรันเอ่ยพลางถอนหายใจ แววตาเต็มไปด้วยความกังวล
[ระบบเนบิวลา: เริ่มการสแกนโครงสร้างที่อยู่อาศัย] [ตรวจพบ: ความเสถียรของคานหลัก 42% ผนังด้านทิศตะวันออกเสี่ยงต่อการพังทลาย 65% หลังคาเสียหาย 80%] [คำแนะนำ: จำเป็ต้องซ่อมแซมเร่งด่วนก่อนพายุฤดูร้อนจะมาถึงภายใน 48 ชั่วโมง]
เซียวฉิงขมวดคิ้ว ‘48 ชั่วโมงงั้นเหรอ? ลำพังพวกเราสามคน ต่อให้ขุดดินยันเช้าก็ซ่อมไม่เสร็จ’
เธอหันไปมองถุงแป้งหมี่และเนื้อหมูสามชั้นที่ซื้อมาเมื่อวาน ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในสมองของนักบริหารระดับโลก
"แม่คะ... หนูจะไปขอแรงคนในหมู่บ้านมาช่วยมุงหลังคาค่ะ"
"จะดีเหรอลูก? คนหมู่บ้านเรา... ส่วนใหญ่เขากลัวอิทธิพลของท่านปู่กับป้าสะใภ้ใหญ่กันทั้งนั้น ใครจะกล้ามาช่วยเรา"
"หนูไม่ได้ไปขอเปล่าๆ ค่ะแม่" เซียวฉิงยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
"หนูจะใช้ อาหารแลกแรงงาน หนูเชื่อว่าในหมู่บ้านนี้ ยังมีคนที่หิวโหยและมีความเป็ธรรมเหลืออยู่ค่ะ"
เซียวฉิงเดินจูงมือหยวนหยวนไปที่บ้านของ ป้าจาง หญิงม่ายใจดีที่เคยแอบส่งน้ำข้าวให้พวกเธอในวันที่ถูกงดอาหาร ป้าจางกำลังนั่งสานตะกร้าอยู่หน้าบ้านด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน
"ป้าจางคะ... หนูเซียวฉิงเองค่ะ"
ป้าจางเงยหน้าขึ้น มองดูเด็กสาวที่บัดนี้มีท่าทางสง่างามผิดตา
"อ้าว ชิงเอ๋อร์! ได้ยินว่าพวกหนูแยกบ้านออกมาแล้ว เป็ยังไงบ้างลูก? กระท่อมนั่นมันกันแดดกันฝนได้ซะที่ไหน"
"เพราะเหตุนั้นหนูถึงมาหาป้าค่ะ" เซียวฉิงย่อตัวลงนั่งข้างๆ
"หนูอยากขอแรงลุงหวัง (สามีป้าจางที่ขาหายดีแล้ว) กับพวกพี่ๆ อีกสักสองสามคนไปช่วยมุงหลังคากระท่อมให้หน่อยได้ไหมคะ? หนูไม่มีเงินจ้าง... แต่หนูจะทำ บะหมี่หมูตุ๋นสูตรลับ เลี้ยงเป็การตอบแทนค่ะ"
"บะหมี่หมูตุ๋น?" ป้าจางชะงักไป กลิ่นของแป้งหมี่ชั้นดีและเนื้อหมูคือสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้
"หนูเอาของพวกนั้นมาจากไหนลูก?"
"หนูขายของป่าได้เงินมานิดหน่อยค่ะป้า" เซียวฉิงพูดพลางส่งยิ้มที่ดูใสซื่อแต่แฝงด้วยความจริงใจ
"หนูอยากให้ทุกคนได้อิ่มท้อง และหนูเองก็อยากให้แม่กับน้องมีที่นอนที่ปลอดภัย... ป้าช่วยหนูหน่อยนะคะ"
(ป้าจาง: "แววตาเด็กคนนี้... มั่นคงนัก ไม่เหมือนคนขี้ขโมยอย่างที่อีหลิวด่าว่าเลย แถมเนื้อหมูตุ๋นงั้นเหรอ? ตาแก่นั่นกับเ้าลูกชายไม่ได้กินของดีๆ มาหลายเดือนแล้ว ถ้าได้กินบะหมี่สักชามคงมีแรงทำงานอีกเยอะ")
"ได้! เดี๋ยวป้าจะไปตามตาแก่นั่นกับอาเฉินคนตีเหล็กมาให้ เขาเห็นแกสู้กับเฒ่าซูเมื่อวาน เขาก็แอบชมอยู่นะว่าแกใจกล้า!"
่สายของวัน ลานหน้ากระท่อมรกร้างกลับคึกคักไปด้วยผู้ชายร่างกำยำ 4-5 คน ที่มาพร้อมกับตับจากและฟางข้าว ลุงหวังและอาเฉินเริ่มปีนขึ้นไปบนหลังคาภายใต้คำแนะนำของเซียวฉิง (ที่ได้รับพิกัดความปลอดภัยจากระบบ AI)
"ระวังคานด้านซ้ายนะคะพี่เฉิน! ตรงนั้นไม้ผุ 60% ให้ใช้ไม้ไผ่หนุนไว้ก่อนค่ะ!" เซียวฉิงะโบอก ท่าทางเชี่ยวชาญของเธอทำให้ชายฉกรรจ์เ่าั้ทึ่ง
"อีหนูซู... เอ๊ย เซียวฉิง! แกไปเรียนรู้เื่ช่างมาจากไหนเนี่ย? แม่นยำกว่าช่างไม้ในเมืองอีก!" อาเฉินะโตอบพลางหัวเราะ
ขณะที่ข้างบนกำลังทำงาน ข้างล่างเซียวฉิงก็เริ่มร่ายเวทมนตร์ ในครัวชั่วคราว เธอตั้งเตาไฟง่ายๆ โดยใช้ก้อนหินวางซ้อนกัน กลิ่นหอมของเนื้อหมูสามชั้นที่ถูกเคี่ยวกับน้ำตาลกรวด ซีอิ๊ว และสมุนไพรที่เธอเก็บมาจากชายเขาเริ่มลอยฟุ้งไปตามลม
[ระบบเนบิวลา: วิเคราะห์อุณหภูมิการเคี่ยวเนื้อ] [คำแนะนำ: เพิ่มความร้อนอีก 5 องศาเซลเซียส เพื่อให้ไขมันหมูแตกตัวเป็เจลาติน จะทำให้รสชาติััละมุนขึ้น 30%]
กลิ่นหอมนั้นช่างรุนแรงและเย้ายวนใจเสียจนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดยืนสูดลมหายใจ
‘ (ป้าเฝิงที่เดินผ่านมา) : กลิ่นนี่มันอะไรกัน! หอมไปถึงหน้าหมู่บ้านเลย หรือว่าอีหนูเซียวมันทำของขลัง? ไม่สิ... กลิ่นเนื้อหมูตุ๋นชัดๆ! นี่มันรวยมาจากไหนกันแน่?’
เซียวหยวนทำหน้าที่เป็ลูกมือตัวน้อย คอยล้างผักกาดป่าและส่งฟืนให้พี่สาว
"เจี่ยเจีย หอมจังเลยครับ ผมน้ำลายไหลหมดแล้ว"
"อดทนหน่อยนะหยวนหยวน เดี๋ยวพี่จะให้น้องกินชามที่ใหญ่ที่สุดเลย" เซียวฉิงปาดเหงื่อที่หน้าผาก แต่อิ่มเอมใจเมื่อเห็นรอยยิ้มของน้องชาย
เมื่ออาทิตย์ตรงหัว หลังคากระท่อมที่เคยโหว่ก็ถูกมุงด้วยฟางใหม่จนมิดชิด ผนังดินถูกพอกด้วยโคลนผสมฟางเพื่อเสริมความแข็งแรง ชายฉกรรจ์ทุกคนเดินลงมาด้วยสภาพเหงื่อท่วมกาย แต่เมื่อเห็นชามบะหมี่เส้นสดสีเหลืองนวล ราดด้วยซอสหมูตุ๋นสีน้ำตาลเข้มที่เนื้อหมูแทบจะละลายในปาก แปะหน้าด้วยไข่ต้มและผักกาดป่าสีเขียวสด... ทุกคนก็ลืมความเหนื่อยไปปลิดทิ้ง
"โอ้โห! นี่มันอาหารฮ่องเต้ชัดๆ!" ลุงหวังอุทานก่อนจะคีบเส้นเข้าปาก
"ซู้ดดด... อื้อหือ! รสชาตินี้... ฉันเกิดมาห้าสิบปีเพิ่งเคยได้กิน! มันทั้งหวาน ทั้งเค็ม ทั้งกลมกล่อม!"
"เก่งจริงๆ เซียวฉิง! ฝีมือแกนี่เปิดร้านในเมืองได้เลยนะ" อาเฉินพูดไปกินไปจนแก้มตุ่ย
เซียวหรันยืนมองภาพนั้นด้วยน้ำตาแห่งความซึ้งใจ นางไม่เคยคิดเลยว่าในวันที่มืดมนที่สุด พวกนางจะได้รับน้ำใจจากเพื่อนบ้านเพียงเพราะฝีมือและการจัดการของลูกสาว
"ทุกคนกินให้อิ่มนะคะ หนูขอบคุณมากจริงๆ ที่มาช่วยพวกเราในวันที่คนอื่นเบือนหน้าหนี" เซียวฉิงเอ่ยเสียงนุ่มนวล
"สำนวนจีนเขาว่าไว้ หิมะตกมอบถ่านไฟ น้ำใจของพวกท่านในวันนี้ หนูจะไม่มีวันลืมค่ะ"
ท่ามกลางเสียงซู้ดบะหมี่และเสียงชมไม่ขาดปาก บรรยากาศรอบกระท่อมที่เคยรกร้างกลับอบอวลไปด้วยมิตรภาพ
‘ (ลุงหวัง) : เด็กคนนี้ไม่ใช่ธรรมดาจริงๆ นางรู้จักใช้ ใจ แลก ใจ ตระกูลซูไล่นางออกมาน่ะเป็ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดแล้ว ต่อไปฉันจะคอยดูว่านางจะพาแม่กับน้องไปได้ไกลแค่ไหน’
เมื่อทุกคนกลับไป กระท่อมหลังนี้ก็ดูเป็ บ้านมากขึ้น เซียวฉิงเดินเข้าไปลูบผนังบ้านที่มั่นคงขึ้น เธอหันไปมองแม่และน้องชายที่กำลังนั่งกินบะหมี่กันอย่างมีความสุข
"คืนนี้เราจะนอนอุ่นแล้วนะจ๊ะแม่"
"จ้ะลูก... แม่ไม่เคยรู้สึกปลอดภัยขนาดนี้มานานแล้ว"
เซียวฉิงยิ้มบางๆ เธอมองออกไปนอกหน้าต่างที่บัดนี้มีบานพับไม้ไผ่ติดไว้เรียบร้อยแล้ว แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็ความมุ่งมั่น
‘สภาพความเป็อยู่เริ่มคงที่แล้ว... ก้าวต่อไปคือการ เนรมิต ที่ดินตายซากห้าหมู่นี้ให้กลายเป็เหมืองทอง!’
[ระบบเนบิวลา: สภาพความเป็อยู่ดีขึ้น 15% พร้อมสำหรับการดำเนินโปรเจกต์เพาะเห็ดปาฏิหาริย์ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า]
"เตรียมตัวให้ดีนะหมู่บ้านชิงสุ่ย... พรุ่งนี้ฉันจะทำให้พวกคุณรู้ว่า ดินสุสาน ที่พวกคุณขยะแขยง มันมีมูลค่ามากกว่าทองคำ!"
