เทพีสราญรมย์รีบหยิบโล่ออกมา โล่นั่นลักษณะคล้ายกับโล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์ของโอวหยางฮวาเป็อย่างมาก ทว่าพลังป้องกันนั้นเหนือชั้นกว่าหลายเท่า ทันใดนั้น ม่านแสงเหลืองดินพลันปกคลุมเทพีสราญรมย์ชั้นหนึ่ง
ลูกธนูโลหิตทั้งสี่ปะทะกับม่านแสงทองเหลือง เสร็จสิ้นการะเิ ม่านแสงทองเหลืองสั่นเพียงไม่กี่ครั้ง ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับเทพีสราญรมย์แต่อย่างใด
เทพีสราญรมย์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ปรมาจารย์สราญรมย์มอบโล่นี้ไว้ให้กับนาง พลังการป้องกันน่าพรั่นพรึงยวดยิ่ง แม้เป็ขั้น์ปฐีก็ยากจะทำลาย
ทักษะการยิงธนูที่จูชิงสำแดงนั้นทำให้เทพีสราญรมย์หวาดผวา นางไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนฝึกปรือทักษะการยิงธนูจนชำนาญเฉกเช่นนี้ ความมั่นใจที่คิดว่าเอาชนะจูชิงได้ก่อนหน้านี้มลายสูญไปในพริบตา นางหวังเพียงแค่ว่าจะสามารถใช้โล่นี้ป้องกันตัวต่อไปได้อีกสักพัก ตราบใดที่ยืดเยื้อเวลาได้ระยะหนึ่ง พอจูชิงหมดสิ้นพลัง อีกฝ่ายที่เป็ขั้นสั่งสมหนึ่งชั้นฟ้าไม่มีทางประมือกับนางได้อย่างแน่นอน
“ศัสตราวุธิญญาขั้นปฐีระดับกลาง สำนัก์สราญรมย์ร่ำรวยเสียจริง ทว่าก็เปล่าประโยชน์” จูชิงแค่นเสียง
จูชิงน้าวสายธนูหลัวโหวเป็จันทร์เต็มดวง ยิงธนูเจ็ดดอกติดต่อกันในครั้งเดียว!
เจ็ดดาราคืนจันทร์!
“ฟิ้ว!” ลูกธนูดอกแรกพุ่งเข้าใส่ม่านแสงทองเหลือง หากแต่ม่านแสงกลับสั่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!
“ฟิ้ว!” ลูกธนูดอกที่สองพุ่งตามลูกธนูดอกแรกแทบจะในเวลาเดียวกัน แรงกระแทกส่งผ่านเข้าไปยังหางของลูกธนูดอกแรกพลันเกิดรอยแตกเล็กๆ บนม่านแสงทองเหลือง
“ฟิ้ว!”
“ฟิ้ว!”
“ฟิ้ว!”
“ฟิ้ว!”
“ฟิ้ว!”
เสียงดังชัดถนัดหู ลูกธนูทั้งเจ็ดดอกถูกยิงออกไปในหนึ่งลมหายใจ อีกทั้งลูกธนูแต่ละลูกล้วนแล้วพุ่งเข้าใส่หางลูกธนูก่อนหน้านี้อย่างแม่นยำ แรงกระแทกที่ทับซ้อนกันนั้นทำให้ลูกธนูดอกแรกพุ่งทะลุผ่านโล่เข้าไปชนิดที่คาดไม่ถึง
เทพีสราญรมย์มองลูกธนูโลหิตที่ปักอยู่กลางอกของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา จูชิงสะบัดมือ หินโลหิตกลืนกินลมปราณในร่างกายของเทพีสราญรมย์โดยพลันทันใด พริบตาเดียว เทพีสราญรมย์ผู้งดงามก็กลายเป็หมอกโลหิต
ก่อนตายเทพีสราญรมย์เบิกตาทั้งสองกว้างจับจ้องมองเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า นางไม่อยากเชื่อว่านางจะตายด้วยน้ำมือของจูชิง นางคือเทพีแห่งสำแดง์สราญรมย์ ภายภาคหน้ายังเดินไปได้อีกไกล อาจเป็เ้าสำนัก์สราญรมย์ หรือสำเร็จเป็ขั้นมหันต ทว่ายังไม่ทันเริ่มต้น ทุกอย่างก็จบสิ้นลงแล้ว
มีขั้น์ปฐีจำนวนไม่น้อยตายด้วยน้ำมือของจูชิง มีทั้งผู้ที่แข็งแกร่งและอ่อนแอกว่าเทพีสราญรมย์
จูชิงเก็บกำไลเอกภพของเทพีสราญรมย์ หลังจากปรับสภาพร่างกายให้สงบ เขากลืนแก่นปราณเจือจางหยดหนึ่งแล้วออกเดินทาง
ด้านหลังของจูชิง จอมยุทธ์จากโลกวายุคลั่งอาณาเขตเงินขาวกลุ่มหนึ่งจับจ้องเขม็งมองจูชิง
พวกเขาเห็นตอนที่จูชิงสังหารเทพีสราญรมย์ รวมถึงตอนที่จูชิง่ชิงกำไลเอกภพของเทพีสราญรมย์ไป
อย่างไรเสียมันก็เป็คลังสมบัติของขั้น์ปฐีสองชั้นฟ้า แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเก็บของล้ำค่าเอาไว้ในเอกภพของตัวเอง ทว่าสิ่งที่อยู่ในกำไลเอกภพก็นับเป็ขุมสมบัติขนาดย่อมเช่นกัน
“เด็กนั่นมีวิชาลับสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้ในระยะเวลาสั้นๆ กระทั่งขั้น์ปฐีสองชั้นฟ้ายังไม่ใช่คู่ประมือ” จอมยุทธ์โลกวายุคลั่งตะลึงงัน
แต่เมื่อพลังของวิชาลับสิ้นสุดลง จูชิงก็เป็แค่ขั้นสั่งสมหนึ่งชั้นฟ้าคนหนึ่ง เท่าที่พวกเขารู้มา การใช้วิชาลับเสริมแกร่งให้กับตัวเองในระยะเวลาสั้นๆ นั้นมีผลข้างเคียงสูงมากจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะใช้วิชาลับสองครั้งติดต่อกัน
ในเมื่อจูชิงไม่สามารถใช้วิชาลับเสริมแกร่งให้กับตัวเองได้อีกต่อไป เขาก็เป็เพียงขั้นสั่งสมหนึ่งชั้นฟ้าธรรมดาเท่านั้น ซึ่งอ่อนแอมากที่สุดในอาณาเขตค้ำ์
เพราะผู้ที่สามารถเข้ามาในอาณาเขตค้ำ์ได้นั้น ส่วนมากมาจากอาณาเขตทองเหลือง มีเพียงส่วนน้อยที่มาจากอาณาเขตเงินขาว เด็กนั่นมีพลังเพียงเท่านั้นกล้าเข้ามาในอาณาเขตค้ำ์ได้อย่างไร?
ถึงแม้โลกวายุคลั่งจะเป็แค่อาณาเขตเงินขาว แต่ครั้งนี้พวกเขาส่งคนจำนวนมากเข้ามาในอาณาเขตค้ำ์ นอกจากค้าขายกับเผ่าค้ำ์แล้ว พวกเขายัง้าสมุนไพริญญากับเอกภพของจอมยุทธ์ที่ตายในอาณาเขตแห่งนี้ด้วย
จูชิงมีขั้นพลังต่ำมาก หากกลับสมบัติล้ำค่ามากมาย ยามนี้อีกฝ่ายเหมือนกับลูกหมูตัวอ้วนท้วน พวกเขาไม่จำเป็ต้องเปลืองแรงไปสู้กับคนที่มีขั้นพลังสูงกว่าให้เสียเวลา
“เ้าหนู มีคนตามเ้าอยู่ ขั้นเหินนภาสี่ชั้นฟ้าสองคน ขั้นเหินนภาห้าชั้นฟ้าสองคน ขั้นเหินนภาเจ็ดชั้นฟ้าหนึ่งคน ดูท่าจะรับมือยากไม่เบา” เฒ่าปีศาจหัวเราะ
“เทียบกับเทพีสราญรมย์ที่เป็ขั้น์ปฐีสองชั้นฟ้าแล้ว จัดการง่ายกว่าหลายขุม” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
เขาต้องอาศัยพลังของเฒ่าปีศาจเพื่อสังหารเทพีสราญรมย์ เนื่องจากช่องว่างระหว่างขั้นพลังนั้นต่างกันเกินไป ทว่าอีกฝ่ายที่เป็ขั้นเหินนภา เขาไม่จำเป็ต้องยืมพลังเฒ่าปีศาจแต่อย่างใด
“ขั้นเหินนภาเจ็ดชั้นฟ้าดูจะเป็ปัญหาสักหน่อย ดูท่าคงต้องจัดการขั้นเหินนภาสี่ชั้นฟ้ากับห้าชั้นฟ้าก่อน ไม่อย่างนั้น หากถูกพวกเขาล้อมปราบจะยุ่งยากกว่าเดิม” จูชิงประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
“เ้าจะทำยังไง?” เฒ่าปีศาจถามจูชิงด้วยความสนอกสนใจ
“ง่ายมากก็แค่ฆ่าทิ้งซะ!” ตราประทับเปลวเพลิงประจักษ์กลางระหว่างคิ้วของจูชิง ทันใดนั้น ั์ตาแปรเปลี่ยนเป็สีเื เห็นได้ชัดว่าเขากำลังจะใช้จิตบัวคำสาปผลาญโลหิตสังหารขั้นเหินนภาเ่าั้
“ไอ้หนู พวกข้ามาจากโลกวายุคลั่ง ส่งของล้ำค่ามา...” ขั้นเหินนภาสี่ชั้นฟ้าเอ่ยปาก ยังไม่พูดไม่ทันจบ สิ่งที่ตอบรับเขากลับมาก็คือลูกธนูโลหิต
จอมยุทธ์โลกวายุคลั่งผู้นั้นหน้าเปลี่ยนสี อีกฝ่ายไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ชิงลงมือก่อนที่พวกเขาจะเปิดปากพูดเสียอีก!
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เห็นทักษะการยิงธนูอันน่าทึ่งที่จูชิงใช้สังหารเทพีสราญรมย์ พวกจอมยุทธ์โลกวายุคลั่งก็เตรียมตัวพร้อมรับมือเอาไว้ก่อนแล้ว ถึงจูชิงจะลงมือในทันทีแต่ก็ยังไม่ถึงตัวพวกเขา ขั้นเหินนภาสี่ชั้นฟ้าเอี้ยวตัวหลบทัน ลูกธนูดอกนั้นจึงแค่เฉียดข้อมือ สร้างาแเพียงเล็กน้อยให้กับเขาเท่านั้น
“รนหาที่ตายนัก ตอนแรกข้ากะว่าจะไว้ชีวิตเ้า แต่เมื่อเ้าไม่เห็นค่า อย่ามาโทษพวกข้าทีหลังก็แล้วกัน” ขั้นเหินนภาสี่ชั้นฟ้าผู้นั้นเดือดดาล
จูชิงหาได้เชื่อคำพูดของพวกจอมยุทธ์โลกวายุคลั่งไม่ เขายิงธนูออกไปสี่ครั้งติดต่อกัน ทักษะการยิงธนูนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ็ดดาราคืนจันทร์!
ทว่าพวกเขาเตรียมตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว มีหรือจะถูกลูกธนูทั้งสี่ดอกโจมตี เพียงโบกสะบัดมือ ลูกธนูก็ถูกลมพัดปลิวหายไป
จอมยุทธ์ส่วนใหญ่ในโลกวายุคลั่งฝึกฝนธาตุวายุเป็หลัก วรยุทธ์มากกว่าครึ่งข้องเกี่ยวกับธาตุวายุ อีกทั้งพวกเขายังมีความสามารถในการควบคุมกระแสลมที่อยู่รอบๆ ตัว เพียงปรับเปลี่ยนกระแสลมเล็กน้อยย่อมส่งผลต่อวิถีลูกธนูอย่างมหาศาล
“กระบี่วายุคลั่ง!” จอมยุทธ์โลกวายุคลั่งทั้งสี่เคลื่อนไหว วายุผสานเป็หนึ่งในกระบี่ ลมปราณธาตุวายุแพร่งพรายทั่วทั้งบริเวณมาดหมายฉีกทึ้งจูชิงเป็ชิ้นๆ!
จูชิงกระตุกยิ้มมุมปาก แสงโลหิตในดวงตาประกายจรัสแจ้ง จอมยุทธ์ทั้งสี่เมื่อเห็นดังนั้นใบหน้าพลันเปลี่ยนสีไปอีกครั้ง ลมปราณธาตุวายุเริ่มผลาญเผา ลมปราณที่อยู่ในร่างกายเองก็เริ่มผลาญเผาเช่นกัน!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จอมยุทธ์ที่ถูกลูกธนูแฉลบผ่าน เปลวเพลิงลุกโหมทั่วสรรพางค์กายกลายเป็เถ้าถ่านในพริบตาเดียว
จอมยุทธ์สามคนที่เหลือไม่ได้ดีไปกว่าเสียเท่าไหร่ พวกเขาดิ้นรนอยู่ได้ไม่กี่ลมหายใจ สุดท้ายก็กลายเป็เถ้าถ่านเช่นเดียวกัน
พริบตาเดียว จอมยุทธ์โลกวายุคลั่งทั้งสี่ก็ดับสิ้นวายชีวา สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายได้อย่างไร
ขั้นเหินนภาเจ็ดชั้นฟ้าที่เหลืออยู่ไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง เขาเห็นจูชิงยิงธนูไม่กี่ดอก แต่สหายของเขากลับถูกไฟเผาเป็เถ้าถ่านอย่างอธิบายไม่ได้
“เ้าทำอะไร?” ขั้นเหินนภาเจ็ดชั้นฟ้าคำราม
จูชิงเก็บธนูหลัวโหว “เหลือเ้าคนเดียวแล้ว!”
“อย่าหยิ่งผยองให้มากนัก เ้ามันก็เป็แค่ขั้นสั่งสม ข้าไม่กลัวเ้าหรอก!” ถึงจะพูดแบบนั้น ทว่าขาทั้งสองกลับสั่นเทา ร่างกายทรยศเขาเสียแล้ว
ความกลัวของคนส่วนใหญ่มาจากสิ่งที่ไม่รู้ ความสามารถของจูชิงที่สามารถฆ่าคนได้ปราศจากรูป ปราศจากเสียง ทำให้เขาอกสั่นขวัญแขวน
ในความเป็จริงแล้ว จูชิงสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้เช่นกัน จอมยุทธ์โลกวายุคลั่งไม่รู้จักจิตบัวคำสาปผลาญโลหิต ซึ่งลูกธนูที่ยิงออกไปนั้นมีจิตบัวคำสาปผลาญโลหิตแฝงอยู่ แม้ว่าลูกธนูจะถูกปัดทิ้งจนหมด ทว่าพลังที่อยู่ข้างในลูกธนูไหลตามลมปราณธาตุวายุของพวกเขาเข้าไปในร่างกาย
ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว เมื่อจอมยุทธ์โลกวายุคลั่งขับเคลื่อนลมปราณ จิตบัวคำสาปผลาญโลหิตจึงสำแดงพลานุภาพ เมื่อเป็เช่นนั้น ถึงเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ก็ไม่สามารถยับยั้งมันได้
พอจัดการปัญหาเล็กๆ น้อยเสร็จ จูชิงก็สามารถมุ่งความสนใจไปที่ปัญหาใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าได้
ถ้าจอมยุทธ์โลกวายุคลั่งรู้ว่าจูชิงมองพวกเขาเป็แค่ปัญหา ไม่รู้ว่าจะเป็โทสะปานใด
“ช่างเถอะ ขั้นเหินนภาเจ็ดชั้นฟ้าก็น่าจะเพียงพอใช้เป็หนูทดลองแล้ว” จูชิงหักคอ ัคะนองน้ำในตันเถียนมหาสมุทรโลหิตคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเดิม!
“โฮกกก!” จูชิงคำรามสะท้านปฐีคล้ายมาจากดึกดำบรรพ์ เงาใหญ่ั์ปรากฏขึ้นข้างหลังของจูชิง!
“ฟิ้ว!” ลมปราณพุ่งขึ้นฟ้า ลมปราณมหาอำนาจห่อหุ้มกายาของจูชิง!
“นักรบิญญาอสูร!” จอมยุทธ์โลกวายุคลั่งผู้นั้นมองจูชิงที่ตัวขยับขยายใหญ่ต่อเนื่องด้วยความตกตะลึง
นักรบิญญาอสูรไม่ว่าจะเป็โลกใด ล้วนแล้วมีความหมายเดียวกัน บางคนสามารถกระตุ้นจิติญญาอสูรที่อยู่ในร่างกายของตัวเองข้ามก้าวพรมแดนพลังไร้ขีดจำกัด
เดิมทีจูชิงเป็ขั้นสั่งสมหนึ่งชั้นฟ้า ถ้าิญญาอสูรแข็งแกร่งพอ หลังจากที่กระตุ้นพลังก็จะมีพลังเทียบเท่ากับขั้นเหินนภา เมื่อเป็เช่นนั้น ข้อได้เปรียบของเขาก็จะลดน้อยลงหลายเท่า!
