‘นั่นใช่ท่านอ๋องเฉินจริงหรือ เหตุใดจึงละม้ายคล้ายกับไอ้หมาบ้าที่ท่านพ่อเก็บมาเลี้ยงนัก’
หลินซูอัน ได้แต่ครุ่นคิด พลางจ้องมองชายตรงหน้าที่เอนกายนอนอยู่บนเตียง ทำทีเป็ป่วยราวกับจงใจแสร้งแสดงละคร ภาพนั้นช่างเหมือนกับ ชิงหยาง สามีขี้โรคที่มักจะนอนรอให้นางป้อนยา ทว่าเมื่อถึงคราวต้องลงแรงทำงานไร่ กลับมีเรี่ยวแรงไม่ต่างจากคนปกติ
นางเผลอต้องมองเขาอย่างลืมตัว ใบหน้านั้นงดงามราวรูปสลัก คมคายและสง่างามไม่ต่างจากสามีของนางแม้แต่น้อย นางรู้มาตลอดว่าชิงหยางมิใช่คนธรรมดา ท่วงท่ากิริยาและแววตาของเขาบ่งบอกถึงชาติกำเนิดที่ไม่สามัญ อย่างมากนางก็เพียงคาดเดาว่าเขาอาจเป็คุณชายจากตระกูลใดตระกูลหนึ่งที่ตกอับ
แต่บุรุษตรงหน้าคือท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ จะไปใช้ชีวิตในชนบทกันดารได้อย่างไร นางหัวเราะเยาะความคิดตนเอง
“เป็อะไรไปเล่าท่านหมอ รีบมาดูอาการข้าสักที ข้าปวดหัวจวนจะตายอยู่แล้ว”
เสียงเรียกของอ๋องเฉินทำให้หลินซูอันสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ นางปรายตามองรอบ ๆ ก่อนจะพบว่าสาวใช้ที่นำทางมาได้หายตัวไปแล้ว เหลือเพียงนางกับท่านอ๋องเพียงลำพัง
นางก้าวเข้าไปใกล้เตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขาอย่างนอบน้อม
“ท่านอ๋องเรียกหาผิดคนแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็เพียงบุตรสาวของหมอประจำหมู่บ้าน มิได้มีความสามารถในการรักษาแต่อย่างใด” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบทว่าในใจกลับเต้นระส่ำด้วยความหวาดกลัว
เฉินไป๋หรง แม่ทัพใหญ่ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็ผู้ที่โเี้และเ็าที่สุดในใต้หล้า อีกทั้งยังทรงดำรงตำแหน่งชินอ๋อง เป็รองเพียงฮ่องเต้ผู้เดียว หากนางทำอะไรผิดพลาดหรือทำให้พระองค์ไม่พอพระทัยขึ้นมา เกรงว่าศีรษะนางคงได้หลุดออกจากบ่าเป็แน่
“ข้าได้ยินมาว่าตระกูลหลินเป็หมอที่เก่งกาจยิ่งนัก เ้าเองก็เป็คนตระกูลหลินมิใช่หรือ”
ไป๋หรง เอ่ยเสียงเรียบพลางปรายตามองหญิงสาวอย่างไม่แสดงอารมณ์ใด สายตาคู่นั้นเปรียบดั่งใบมีดคมกริบที่พร้อมเชือดเฉือนนางได้ทุกเมื่อ สร้างความหวาดหวั่นให้นางเป็อย่างยิ่ง
“แม้หม่อมฉันเป็คนตระกูลหลิน แต่บิดามิได้ถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้หม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันรู้เพียงวิธีปรุงยาไม่กี่ชนิดจากบิดา ขอท่านอ๋องโปรดทรงเข้าใจ”
นางได้แต่เพียงก้มหน้า แสร้งทำทีไม่หวั่นเกรงทว่าภายใต้ท่าทีนั้น ปลายนิ้วกลับกำแน่นกับชายกระโปรงจนซีดขาว หยาดน้ำใสค่อย ๆ เอ่อคลออยู่ที่ขอบตา นางพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลริน
ไม่คาดว่าการเรียกตัวคนตระกูลหลินเข้าวังในครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับการรักษาโรค
ตระกูลหลินเหลือเพียงนางกับบิดา น่าเสียดายที่บิดาของนางได้จากไปเสียแล้ว ไม่มีผู้ใดในตระกูลจะเชี่ยวชาญศาสตร์การแพทย์ได้เทียบเท่าเขาอีก
เฉินไป๋หรงขยับกายขึ้นมานั่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวอย่างไม่ละสายตา
“เช่นนี้แล้ว การเรียกเ้ามาก็เสียเปล่า” เสียงนั้นเย็นเฉียบ ราวน้ำแข็งที่ค่อย ๆ กรีดผ่านผิวเนื้อ
“ข้าควรทำอย่างไรกับคนไร้ประโยชน์ที่ทำให้ข้าเสียเวลาเช่นเ้าดี” ถ้อยคำไม่ดังนัก แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมากลับกดอากาศรอบกายให้หนักอึ้ง
หลินซูอันได้แต่นิ่งเงียบ ทำได้เพียงก่นด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ หากไม่ใช่เพราะเขาเสนอจะช่วยนางหาสามีที่หายตัวไป แลกกับการพบคนตระกูลหลิน นางคงไม่มีวันย่างกรายเข้าสถานที่แห่งนี้เด็ดขาด
ยามนี้ สิ่งเดียวที่นางทำได้คือภาวนาให้เขาจะปล่อยนางไปโดยง่าย ทว่าความหวังอันแสนริบหรี่นั้นดูช่างห่างไกลจากความเป็จริงเหลือเกิน
“เห้อ ข้านึกว่าจะได้กินยาต้มไป๋เหอนั่นเสียแล้ว” เสียงถอนหายใจแ่เบาดังออกมาจากร่างหนา
ยาไป๋เหอ นั่นเป็ยาที่นางต้มให้ชิงหยางเป็ประจำมิใช่หรือ เขารู้จักมันได้อย่างไร ซูอันครุ่นคิดพลางเงยหน้ามองเขาอย่างไม่รู้ตัว
“ข้าอยากลิ้มรสยาของอันอันจนทนไม่ไหวแล้ว”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยหัวใจที่เคยเต้นระส่ำพลันหยุดชะงัก น้ำตาที่เอ่อคลอก่อนหน้ากลับเลือนหายไป ความหวาดกลัวก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ จนนางผุดลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว
“อาหยาง เป็เ้าเองรึ”
เมื่อเห็นท่าทางของนาง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็ดังขึ้น “เ้ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ อันอัน”
ชิงหยาง หรือยามนี้คือเฉินไป๋หรง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แววตาเ็าเมื่อครู่สลายหาย เหลือเพียงแววตาขี้เล่นที่นางคุ้นเคย
ความประหลาดใจค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็ความขุ่นเคือง นางกลัวเสียจนเกือบร่ำไห้ แต่เขากลับเห็นเป็เพียงเื่น่าขัน
ไอ้หมาบ้านี่กล้าแกล้งนางถึงเพียงนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็อ๋องหรือผู้ใด นางก็ไม่สนแล้ว
เพียะ!
ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนแขนเขาอย่างเต็มแรง หากอยู่ที่บ้านไร่นางคงหยิบไม้หวายมาไล่ฟาดเขาเสียแล้ว
“ท่านแกล้งข้าอย่างนี้ไม่กลัวข้าจะหัวใจวายตายหรืออย่างไร” นางกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ ไอ้หมาบ้านี่ทำให้นางหงุดหงิดได้ทุกเมื่อ
“โอ๊ย ข้าเจ็บนะ” เฉินไป๋หรง ยกมือขึ้นลูบบริเวณที่ถูกตีพลางทำหน้ามุ่ยคล้ายไม่พอใจทว่ามุมปากกลับยกยิ้มอย่างกลั้นไม่อยู่
เมื่อเห็นท่าทีของเฉินไป๋หรง นางจึงหมุนกายเตรียมจากไปด้วยความหงุดหงิด ทว่าก่อนที่ปลายเท้านางจะทันได้ก้าว มือแกร่งกลับคว้าร่างบางของนางเข้าไปในอ้อมอกเสียก่อน
“ข้าคิดถึงเ้ามากนะ อันอัน” เฉินไป๋หรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเคย พลางซุกใบหน้าเข้าหาซอกคอขาวนวล สูดดมกลิ่นหอมจาง ๆ อย่างอาวรณ์
“คิดถึงข้า แล้วท่านทิ้งข้าไปทำไม” ซูอันตอบเสียงเรียบ ทว่าความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ในถ้อยคำนั้นชัดเจนเสียจนไป๋หรงรับรู้ได้
การจากไปโดยไม่บอกกล่าวนานร่วมเดือน ทำให้นางกังวลอยู่ทุกวัน แม้ภายนอกจะทำเป็เข้มแข็ง แต่ในใจกลับว้าวุ่นไม่น้อย
“ข้ามีเหตุจำเป็ ไว้เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าจะอธิบายให้เ้าฟังทั้งหมด” เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นราวกับกลัวว่านางจะหายไป
“ข้าขอโทษที่ปิดบังเื่ฐานะของตนเอง หากเ้ารู้ว่าข้าเป็ใคร ข้ากลัวว่าเ้าจะไม่ยอมแต่งกับข้า”
แววตาของนางสั่นไหวเล็กน้อยกับคำสารภาพของเขา
แม้ท่านพ่อได้ฝากฝังนางไว้กับเขา แต่ก็มิได้หมายความว่าการฝากฝังนั้นคือการแต่งงาน นางไม่เคยคิดว่าชีวิตจะถูกผูกไว้กับบุรุษผู้สูงศักดิ์ถึงเพียงนี้
“เื่ที่ข้าตามหมอ ข้าไม่ได้พูดเล่น” ไป๋หรงประคองใบหน้าเล็กขึ้นมาสบตากับเขา สีหน้าเว้าวอนอย่างไม่คิดจะปิดบัง
“ข้านอนไม่หลับ ข้า้ายาของเ้า”
เ้าหมาบ้าตัวโตที่หญิงสาวมักเรียก บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็ลูกหมาน้อยที่กำลังอ้อนขอความเมตตาจากเ้าของ
หากผู้ใดมาเห็นภาพตรงหน้า คงไม่มีวันเชื่อว่านี่คืออ๋องผู้โเี้ที่ผู้คนต่างหวาดกลัว
“หมอหลวงที่นี่ทำให้ไม่ได้รึไง” ซูอันเบือนหน้าหนี นางไม่อยากใจอ่อนให้เ้าหมาบ้านี่ง่าย ๆ
“ข้าเคยให้พวกเขาทำแล้ว แต่มันไม่เหมือนกับที่เ้าทำ”
ซูอันรู้ว่านั้นเป็ตำรับยาพิเศษของบิดา ต่อให้คนนอกพยายามแกะสูตรเพียงใด ก็ยากจะเลียนแบบได้
ยามอยู่ที่บ้านไร่ เฉินไป๋หรงมักนอนไม่หลับ และนางคือผู้ปรุงยาถ้วยนั้นให้เขาทุกคืน
“ข้าทำให้เ้าก็ได้ แต่ข้าจะไม่พักอยู่ที่นี่เด็ดขาด” นางกล่าวหนักแน่น ชีวิตในวังมิใช่สิ่งที่นางปรารถนา ทุกอย่างต้องอยู่ใต้กฎระเบียบ ไร้ซึ่งอิสระ ไหนจะสายตาสอดรู้และเสียงซุบซิบนินทาของนางกำนัลเ่าั้
ไป๋หรงเข้าใจดีว่าซูอันไม่ชอบความวุ่นวาย นางเคยกล่าวไว้ชัดเจนว่าไม่้าให้เขาเข้าวังเพื่อยกระดับฐานะ หากทว่ายามนี้สถานการณ์มิใช่เช่นเดิมอีกต่อไป
การปล่อยให้นางกลับไป เขาก็ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยได้ โดยเฉพาะเมื่อมีมือสังหารวนเวียนอยู่แถบบ้านไร่ของพวกเขา
“อันอัน เ้ามาที่นี่แล้วคงไม่สามารถกลับไปได้ง่าย ๆ เ้าก็รู้ว่าข้าเป็ถึงอ๋อง ศัตรูมีอยู่รอบทิศ หากมีผู้ใดล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ของเรา เ้าก็จะเป็อันตราย” ไป๋หรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง หวังให้นางเห็นความจริงในข้อนี้
“แล้วท่านจะให้ข้ามาทำไมั้แ่แรก” ซูอันกำลังจะกล่าวต่อว่าเขา แต่เมื่อเห็นสีหน้าซึมลงของบุรุษตรงหน้า ถ้อยคำที่เตรียมไว้กลับติดค้างอยู่ที่ปลายลิ้น นางเบือนหน้าหนีอย่างรู้สึกผิด ทั้งที่ตนเองก็คือฝ่ายถูกปิดบังมาตลอด
“เพื่อความปลอดภัยของเ้า ข้าไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์ของเราให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ในตอนนี้”
เขานิ่งเงียบไปชั่วครู่ คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักคำพูด ก่อนจะเอ่ยต่อ “ข้าจะให้เ้าอยู่ข้างกายในฐานะหมอประจำตัวของข้า เ้าคิดเห็นเช่นไร”
“ข้าเนี่ยนะ ยาที่ข้ารู้จักยังไม่ถึงสิบชนิดเลยด้วยซ้ำ” ซูอันขมวดคิ้ว การให้นางเป็เพียงนางกำนัลติดตามยังดูง่ายกว่าการให้เป็หมอเสียอีก
ราวกับอ่านความคิดของนางออก ไป๋หรงหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“หากข้าให้เ้าไปอยู่ตำแหน่งอื่น เ้าคงอยู่ในวังได้ไม่ถึงคืนเป็แน่” เพียงได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าเล็กก็ฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด
“ข้าเรียกเ้ามาในฐานะหมอ เ้าก็แค่มาเป็หมอประจำตัวให้ข้า ไม่ต้องรักษาผู้อื่น เพียงดูแลข้าคนเดียวก็พอ”
เขาวางมือลงบนบ่าเล็กอย่างแ่เบา คล้ายปลอบโยน
“วางใจเถิด ไม่มีผู้ใดบังคับให้เ้าไปรักษาผู้อื่นหากข้าไม่อนุญาต”
เมื่อเห็นนางนิ่งเงียบไม่ทักท้วงอันใด เขาจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “ห้องพักของเ้า ข้าเตรียมไว้แล้ว”
มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย
“ในเมื่อเ้ามาช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับของข้า เ้าก็ควรมานอนห้องเดียวกับข้า จะได้สะดวก”
ซูอันชะงักไปชั่วครู่ นางรู้ว่าสามีของตนบางครั้งก็แสร้งโง่แต่ไม่คิดว่าจะโง่ ถึงเพียงนี้
ปากก็บอกว่าไม่อาจให้ผู้ใดล่วงรู้ความสัมพันธ์ แต่กลับจะให้นางนอนห้องเดียวกัน ผู้ใดเห็นเข้าก็ล่วงรู้หมดแล้วมิใช่หรือ
โง่เง่าเพียงนี้ยังมีตำแหน่งเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ได้อย่างไรกัน
