ในมหาสมุทริญญาจุดตันเถียน สะเก็ดดาวดวงหนึ่งพลันเปล่งประกายแวววาวราวกับเพชร
แสงดาวหนึ่งดวงบินออกมาจากในสะเก็ดดาวดวงนั้นและผสานรวมเข้ากับกระแสจิตกลุ่มหนึ่งของเนี่ยเทียนทันที
กระแสจิตกลุ่มนี้ไม่เหมือนในเวลาปกติที่จะต้องบินออกมาจากในร่างของเนี่ยเทียน แต่กลับกลายเป็ว่าจมดิ่งลงไปในร่างอย่างเงียบเชียบตามการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเขา
กระแสจิตที่มีแสงดาวเจือปนถูกเนี่ยเทียนเรียกว่าเป็ “ทิพย์จักษุ” ทิพย์จักษุข้างนี้เมื่อบินเข้าไปในเืเนื้อของเขา เนี่ยเทียนก็มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบด้านของเืเนื้อได้อย่างละเอียดยิบ!
เขามองเห็นชัดเจนว่าเืเนื้อที่ถูกทิพย์จักษุสาดส่องลงไปกำลังดูดซับเอาปราณเืหลายเส้นที่เล็กบางกว่าเส้นผมหลายสิบเท่า!
ขณะที่เขาสามารถมองเห็นเส้นใยละเอียดเล็กบนเืเนื้อ สามารถมองเห็นปราณเืผสานรวมเข้ากับมัน เส้นใยเืเนื้อเ่าั้ก็ค่อยๆ ขยายใหญ่และหดตัวลงอย่างรวดเร็วอีกครั้งเพื่อเขมือบกลืนปราณเืเส้นหนึ่ง
นี่เป็ประสบการณ์ที่เขาไม่เคยมีมาก่อน
เขาจึงมั่นใจทันทีว่าในมหาสมุทริญญาจุดตันเถียนของเขาต้องมีพลังงานสองประเภทที่มาจากต้นกำเนิดเดียวกันทว่ากลับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน
อย่างหนึ่งคือพลังจิตระดับต่ำ ส่วนอีกอย่างหนึ่งคือพลังจิติญญาที่หลังจากถูกหลอมให้บริสุทธิ์แล้วก็ยกระดับสูงขึ้น!
เมื่อรวบรวมกระแสจิตขึ้นมาไม่มีทางสามารถมองทิศทางการเคลื่อนไหวที่เล็กละเอียดของเืเนื้อได้ ทำได้เพียงรับััอย่างพร่าเลือน
ทว่าหลังจากที่ผสานรวมกับพลังจิติญญาจากสะเก็ดดาวหนึ่งดวงแล้ว พลังจิตก็แปรสภาพกลายมาเป็ทิพย์จักษุ
ทิพย์จักษุแฝงเร้นไว้ด้วยพลังิญญา เมื่อตรวจสอบดูเืเนื้อและอวัยวะภายในจึงสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้พื้นที่ที่เดิมทีมองเห็นได้อย่างพร่าเลือนกลายมาเป็ชัดเจนเด่นชัด
พลังจิติญญาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้แข็งแกร่งที่บรรลุถึงเขตสามัญ เขตลี้ลับ และเขติญญาหลอมพลังจิตให้บริสุทธิ์และชำระล้างมันเท่านั้น
เขาที่มีเพียงตบะท้าย์กลับได้มันล่วงหน้าก็เพราะคาถาสะเก็ดดาวที่ได้รับมาจากในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
“คาถาสะเก็ดดาว!”
เมื่อนึกถึงคาถาสะเก็ดดาวเขาก็พลันตระหนักได้ขึ้นมาทันที
ที่เขาถูกหัวมู่พาตัวมายังอาณาจักรเลี่ยคงก็เพราะว่าเขามีคาถาสะเก็ดดาว นี่คือพื้นที่ต้องห้ามของวิมาน์แห่งอาณาจักรเสวียนเทียน
หัวมู่บอกเขาว่าขอแค่เขาทำความเข้าใจกับบทต้นและบทกลางของคาถาสะเก็ดดาวและผสานรวมตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสองให้เป็หนึ่งเดียวกับร่างกายได้ เขาถึงจะสามารถเดินออกไปจากอาณาจักรเลี่ยคงได้อย่างเปิดเผย และจะใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรใดก็ตามในดินแดนดาวตกก็ได้
ถึงเวลานั้นวิมาน์ก็ไม่สามารถใช้วิธีบีบบังคับกรีดเอาตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสองไปจากร่างเขาได้อีก
ถึงเวลานั้นวิมาน์ที่้าตราประทับสะเก็ดดาวก็ได้แต่เพียงขอร้องเขา ขอให้เขาเข้าไปอยู่ในวิมาน์ ให้เขากลายมาเป็ลูกศิษย์คนสำคัญของสำนักและทุ่มเทปลูกฝังเขาอย่างเต็มกำลัง
เกราะัเพลิงที่เขาก็ต้องรอให้ถึงเวลานั้นก่อนเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างไม่ต้องกังวลเื่ใดๆ
หลังจากที่เขากลายเป็ลูกศิษย์คนสำคัญของวิมาน์แล้ว ต่อให้เหยียนเสินแห่งอาณาจักรอั้นิก็ย่อมไม่กล้าลงมือ่ชิงเกราะัเพลิงไปจากเขาโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
“ดูท่าหลังจากนี้คงต้องใช้เวลามากกว่านี้เพื่อคิดหาวิธีผสานตราประทับสะเก็ดดาวเข้ากับร่างกายเสียแล้ว”
เมื่อนึกถึงคาถาสะเก็ดดาวขึ้นมาได้กะทันหันเขาถึงตระหนักได้ว่า่ที่ผ่านมาเขาเอาแต่ยุ่งอยู่กับการฝึกฝนเพราะร้อนใจอยากจะฝ่าทะลุขอบเขตท้าย์ จนลืมวัตถุประสงค์แท้จริงที่เขามายังอาณาจักรเลี่ยคงไป
ขาระงับความคิดวุ่นวายไว้ชั่วคราว อาศัยทิพย์จักษุที่จมอยู่ในเืเนื้อมาตรวจสอบสภาพร่างกายของตัวเองต่อ
ทิพย์จักษุล่องลอยอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของเืเนื้อเขา ทำให้เขาสามารถมองทุกอย่างที่้าได้อย่างชัดเจน
ปราณเืที่เล็กละเอียดยิ่งกว่าเส้นผมหลายสิบเท่าถูกเืสดในหลอดเื เืเนื้อ อวัยวะภายใน และยังมีกระดูกค่อยๆ ดูดซับเอามาและหายไปในร่างกายช้าๆ กลายมาเป็พลังงานบริสุทธิ์
เมื่อปราณเืหลายเส้นหายวับไป ความรู้สึกเ็ปบนร่างกายของเขาก็ลดฮวบฮาบลงไปมาก ไม่นานก็เปลี่ยนมาเป็ปกติ
ท่ามกลางขั้นตอนนี้หัวใจของเขานอกจากเต้นแรงผิดปกติแล้วก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดอะไรอีก
เขาพลันนึกถึงปราณเืสีเขียวเส้นหนึ่งที่เป็ตัวแทนของสายเืแห่งพลังชีวิตที่อยู่ในหัวใจของเขา
ปราณเืสีเขียวนั้นมีเพียงแค่เส้นเดียว แต่เขากลับรู้สึกว่ามันเป็สิ่งที่ดุร้ายและเผด็จการมากที่สุดในเรือนกายของเขา
เขาเชื่อว่าหากเส้นเืสีเขียวเส้นนั้นยื่นมือเข้ามาแทรกการกลืนกินเืสดของแรดหินทอง ปราณเืที่หลอมมาจากเืของแรดหินทองสี่ถัง เกรงว่าคงไม่พอให้ปราณเืสีเขียวนั่นกลืนกิน
จากความเข้าใจที่เขามีต่อสายเื เขายิ่งรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าปราณเืสีเขียวที่เป็ตัวแทนของสายเืแห่งพลังชีวิตเส้นนั้น นอกจากความดุร้ายและเผด็จการอย่างถึงที่สุดแล้ว มันยังมีสติปัญญาไม่น้อยด้วย
อย่างเช่นในตอนนี้ที่ดูเหมือนปราณเืสีเขียวจะรู้ว่าเรือนกายนี้ของเขา้าปราณเืบริสุทธิ์ที่เปี่ยมล้นอย่างถึงที่สุด
ราวกับว่าปราณเืสีเขียวก็รู้ชัดเจนดีว่าการที่เรือนกายนี้ของเขาแข็งแรงและทนทานเป็สิ่งที่มีประโยชน์มหาศาลต่อตัวของปราณเืสีเขียวเอง ดังนั้นทั้งๆ ที่ปราณเืสีเขียวรู้ว่าตอนนี้ในเืเนื้อของเขามีปราณเืบริสุทธิ์อยู่ ทว่ากลับไม่มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติและปล่อยให้อวัยวะตันห้าอวัยวะกลวงหกของเขาชุบหลอมต่อไป
เนี่ยเทียนยืมใช้ทิพย์จักษุเส้นนั้นมาตรวจสอบทุกตำแหน่งในร่างกายอย่างละเอียดลออ
ไม่นานปราณเืทั้งหมดที่มาจากเืสดแรดหินทองต่างก็กระจายอยู่ตามเืเนื้อ อวัยวะภายในและกระดูกของเขา เขาไม่รู้สึกถึงความเ็ปที่ทำให้ไม่สบายตัวใดๆ อีกแล้ว
เวลานี้เขามองออกไปนอกหน้าต่างก็พบว่าท้องฟ้าสว่างขึ้นมาแล้ว
“เวลาคืนนี้ผ่านไปโดยไม่รู้ตัวเลย”
เนี่ยเทียนรับรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เพิ่งจะหลอมเืสดของแรดหินทองไปได้สี่ถังและสังเกตสภาพการณ์ในร่างกายของตัวเองครู่หนึ่งเท่านั้น เวลาคืนหนึ่งก็ผ่านไปแล้ว
เขาสามารถััได้ว่าถึงแม้ปราณเืเ่าั้จะแทรกซึมเข้ามาในร่างกาย แต่หากจะให้มันย่อยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยังจำเป็ต้องใช้เวลาอีก่หนึ่ง
เขาไม่ได้หยิบเอาถังไม้ใบใหม่ออกมา ไม่ได้รีบร้อนหลอมเืสดของแรดหินทอง แต่หยิบเอาหินวิเศษออกมาหลายก้อนและเริ่มใช้การดูดซับพลังิญญาในหินวิเศษมาชำระล้างมหาสมุทริญญาจุดตันเถียน
หลายวันหลังจากนั้นเขาไม่ได้ออกไปจากในห้องเลยแม้แต่ก้าวเดียว เอาแต่ฝึกฝนอย่างตั้งใจทั้งวันทั้งคืน
เมื่อการฝึกบำเพ็ญตบะของเขาผ่านไป หินวิเศษก้อนแล้วก้อนเล่าก็แตกออกและกลายมาเป็หินธรรมดา เมื่อผ่านการฝึกฝนหลายวัน มหาสมุทริญญาที่กว้างใหญ่ของเขาก็ขยายออกไปอีกหนึ่งส่วน
ทว่าในสายตาของเขามันยังอยู่ห่างจากจุดสิ้นสุดอยู่อีกยาวไกลนัก
มีเพียงขยายมหาสมุทริญญาให้กว้างได้ถึงขีดสุดเท่านั้น เขาถึงจะสามารถใช้น้ำวนพลังิญญาทั้งสามลูกมาหลอมปราณิญญาให้บริสุทธิ์ไปทีละรอบ จนกระทั่งบรรลุถึงคอขวดของขอบเขตท้าย์
เจ็ดวันหลังจากนั้น เผยฉีฉีก็มาตามเวลาที่นัดหมาย
เผยฉีฉีที่สวมอาภรณ์พอดีกับตัวมัดผมสีนิลไว้เป็หางม้า เมื่อเรือนกายสูงโปร่งของนางเดินเข้ามาก็ทำให้ดวงตาของเนี่ยเทียนเป็ประกาย พลันรู้สึกว่าโลกสว่างสดใสราวกับดอกบัวมากมายพากันเบ่งบาน
อาภรณ์ที่เผยฉีฉีสวมเป็สีฟ้าเหมือนน้ำ แนบสนิทไปกับเรือนร่าง เรือนกายที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเด่นชัดขับให้ยิ่งดูยั่วยวนน่าหลงใหล
“เจ็ดวันแล้วหรือ...”
เนี่ยเทียนมีสติกลับคืนมา พึมพำกับตัวเองหนึ่งประโยคแล้วจึงลุกขึ้นยืน
ดวงตาคู่งามของเผยฉีฉีสุกสกาวราวดวงดาว นางจ้องเนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำหนึ่งครั้งแล้วจึงกล่าวว่า “ดูท่าการฝึกตนของเ้า่ที่ผ่านมาคงลำบากมาก ถึงได้ลืมวันเวลาอย่างนี้”
เนี่ยเทียนยิ้มให้และถามว่า “เป็อย่างไรบ้าง?”
เผยฉีฉีย่อตัวลงน้อยๆ ชันเข่าข้างหนึ่งให้แนบไปกับหน้าอกอวบอิ่ม และเอามือเรียวยาวราวลำเทียนวางลงไปบนพื้นเบาๆ
แสงงดงามที่มีเฉพาะในหินวิเศษเท่านั้นพลันเปล่งประกายไปทั่วทั้งห้องหิน หินวิเศษแวววาวก้อนแล้วก้อนเล่ากองทับถมกันขึ้นมาคล้ายูเาลูกหนึ่งจนแทบจะกินพื้นที่ไปเกินครึ่งห้อง
แสงสว่างของหินวิเศษสาดส่องจนเนี่ยเทียนตาพร่าลาย ทำให้รูขุมขนทั่วร่างของเขาคล้ายกำลังยิ้มเบิกบาน
เขายังไม่เคยเห็นหินวิเศษมากมายขนาดนี้มาก่อน
“วัตถุดิบวิเศษทั้งหมดข้าเอาไปขายให้เ้าหมดแล้ว แลกหินวิเศษมาได้ทั้งหมดห้าพันหกร้อยก้อน บวกกับหยกคงหลิงที่เ้ามอบให้ข้า หินวิเศษที่ข้าควรมอบให้เ้าเดิมทีควรมีแปดพันหกร้อยก้อน” เผยฉีฉีลุกขึ้นยืนแล้วถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ถลึงตาด้วยความดูิ่ใส่เนี่ยเทียนที่ละโมบในทรัพย์สินเงินทองหนึ่งครั้งถึงได้กล่าวต่อว่า “แต่ข้าทำตามคำไหว้วานของเ้า เอาหินวิเศษหนึ่งพันหกร้อยก้อนมาซื้อวัตถุดิบที่มีพลังของธาตุไฟ ธาตุไม้และพลังดวงดาวให้เ้า”
“ดังนั้น หินวิเศษเหล่านี้จึงมีเพียงเจ็ดพันก้อน เ้าลองนับดูก็ได้”
“ไม่ต้องนับหรอก ข้าย่อมเชื่อใจคุณหนูเผยอยู่แล้ว” เนี่ยเทียนหัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง กวาดเอาหินวิเศษทั้งหมดเจ็ดพันก้อนใส่เข้าไปในแหวนเก็บของของหยางหลิง
พื้นที่นที่บรรจุของแหวนเก็บของมีมากกว่ากำไลเก็บของที่เขาสวมอยู่ตอนนี้เป็สิบเท่า หลังจากเก็บหินวิเศษทั้งหมดไว้ด้านใน แหวนเก็บของก็ยังเหลือพื้นที่ไว้ให้ใช้งานอีกเยอะมาก
“นี่คือวัตถุดิบธาตุไฟ ธาตุไม้และพลังดวงดาว” เผยฉีฉีก้มตัวลงไปอีกครั้ง ค่อยๆ วางของอีกส่วนหนึ่งลงไปบนโต๊ะหินเบาๆ
เมื่อนางก้มตัวลง หน้าอกสองก้อนที่ตั้งตระหง่านของนางก็ยิ่งอวบอิ่มน่าหลงใหล
เส้นสายตาของเนี่ยเทียนไม่ได้มองไปที่วัตถุดิบเ่าั้เป็สิ่งแรก แต่ถูกดึงดูดด้วยหน้าอกของนางทั้งยังอดใจเหลือบตามองอีกหลายครั้งไม่ไหว
ตอนที่เผยฉีฉียืดกายขึ้นมามองเขาก็สังเกตเห็นทิศทางของสายตาเขาทันทีจึงเอ่ยขึ้นด้วยความขุ่นเคือง “มองอะไรของเ้า?”
“ไม่...ไม่ได้มองอะไร” เนี่ยเทียนกระอักกระอ่วนอย่างถึงที่สุด รีบเก็บเอาวัตถุดิบที่นางวางไว้กลับมาและไม่กล้าหันมามองนางอีก
เผยฉีฉีแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง กล่าวว่า “วัตถุดิบวิเศษที่มีธาตุไม้และธาตุไฟมีอยู่มากมาย ทว่าวัตถุดิบที่มีพลังดวงดาวกลับมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ข้าพยายามซื้อหามาให้เ้าแล้วก็ยังได้มาแค่นั้น ต่อไปหากเ้ายัง้าวัตถุดิบประเภทนี้ก็สามารถไปดูที่พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพังได้”
“ข้าเข้าใจแล้ว” เนี่ยเทียนรีบกล่าว
เผยฉีฉีกล่าวด้วยสายตาไม่เป็มิตร “ต่อไปหากยังกล้ามองข้าด้วยสายตาหื่นกระหายแบบนั้นอีกข้าจะไม่เกรงใจเ้าแน่!”
เนี่ยเทียนได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่พูดอะไร
“ตอนนี้จำนวนหินวิเศษของเ้ามีมหาศาล หาก้าฝึกตบะให้ได้เร็วที่สุด หลอมมหาสมุทริญญาให้ถึงระดับที่จะฝ่าทะลุ เ้าสามารถไปที่กะโหลกเืแล้วใช้หินวิเศษมาเช่าห้องที่ใช้ฝึกตนโดยเฉพาะได้” กล่าวประโยคนี้จบเผยฉีฉีก็ถลึงตามองเขาอย่างเ็าอีกครั้ง จากนั้นจึงจากไปอย่างถือตัว ไม่มีอารมณ์จะพูดคุยกับเขาอีก
“ห้องที่ใช้ฝึกตนโดยเฉพาะ?” เนี่ยเทียนตะลึง
ใจเขาอยากจะถามให้รู้แน่ชัด น่าเสียดายที่พอเผยฉีฉีโกรธแล้วก็ไม่มีความคิดจะสนใจเขาอีก
-----
