ฮวาเหยียนถามเสียงเบา
สายตาของนางลอยไปจดจ้องที่ร่างของฉิงคงอย่างแ่เบา ทว่ากลับแฝงด้วยการกดดันและบีบบังคับ
ที่สุดก็ได้ยินฉิงคงเปิดปากกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบว่าค่ำคืนเมื่อสี่ปีก่อนเกิดเื่ใดขึ้น ทว่าข้าน้อยทราบ สาเหตุที่ท่านตกไปอยู่ในสถานที่แห่งนั้น ย่อมเกี่ยวข้องกับคนผู้หนึ่งเ้าค่ะ!”
“เป็ผู้ใด?”
ดวงตาของฮวาเหยียนพลันเย็นเฉียบ เดิมทีนาง้าจะเค้นถาม ด้วยอยากรู้ว่าตกลงแล้วค่ำคืนเมื่อสี่ปีก่อนเกิดเื่ใดขึ้นกับมู่อันเหยียนกันแน่ แต่กลับนึกไม่ถึงว่านางจะได้รับเบาะแสที่ไม่คาดคิด
ความหมายในคำพูดของฉิงคงย่อมหมายถึง นางรู้ว่าที่มู่อันเหยียนเกิดเื่ขึ้นในหอนางโลมเมื่อสี่ปีก่อน เป็ฝีมือของผู้ใด...
“เป็...”
“พี่หญิง ท่านอยู่หรือไม่เ้าคะ?”
ฉิงคงพูดได้แค่คำเดียว จู่ๆ พลันปรากฏเสียงหวานลอยเข้ามา เห็นเพียงมู่ชิงอวิ้นที่เดินอย่างงดงามอยู่ด้านนอก คล้ายว่านางจะรู้สึกร้อนอบอ้าว ในมือจึงถือพัดเล็กเอาไว้
คิ้วของฮวาเหยียนปรากฏรอยย่นที่แทบมองไม่เห็น นางสั่งการเหล่าสาวใช้ในจวนและข้ารับใช้ที่คอยคุ้มกันด้านนอกแล้ว ว่าหากไม่มีเื่ใดก็ไม่อนุญาตให้ผู้อื่นเข้ามาในเรือน รวมถึงไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาด้วยเช่นกัน ทว่านางกลับคิดไม่ถึง ว่าแค่หันศีรษะกลับมาก็พบมู่ชิงอวิ้นที่เดินเข้ามาเรียบร้อยแล้ว
เฮอะ...
ดูเหมือนว่าน้องรองของนางผู้นี้จะมีวิธีเอาชนะใจคนชั้นยอดจริงๆ ถึงขั้นซื้อใจคนในเรือนของนางเอาไว้ทั้งหมดแล้ว ช่างเก่งกาจยิ่ง!
“มีเื่ใด?”
“พี่หญิง ข้า...เอ๊ะ? พี่หญิงมีแขกหรือเ้าคะ?”
มู่ชิงอวิ้นเดินมาถึงด้านหน้า สายตาของนางตกลงที่ร่างของฉิงคง จากนั้นจึงเปล่งเสียงถามออกมา
ไม่ต้องรอการแนะนำจากฮวาเหยียน เห็นเพียงสตรีที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นหมุนตัวคำนับไปทางมู่ชิงอวิ้น “ฉิงคงคารวะคุณหนูรองเ้าค่ะ”
“ฉิงคง?”
มู่ชิงอวิ้นที่ได้ยินนามนี้พลันแสดงความใออกมาอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นดวงตาของนางก็มองประเมินสตรีตรงหน้าทั้งตัว “เงยหน้าขึ้นเสีย”
นางกล่าว
ฮวาเหยียนมิได้ส่งเสียงใด
ฉิงคงเป็สาวใช้ประจำกายของมู่อันเหยียน ทั้งยังรับนางเข้าจวนมาั้แ่เด็ก ดังนั้นเหล่าเ้านายในจวนจึงรู้จักนางเป็อย่างดี
ฉิงคงเงยหน้าขึ้น มู่ชิงอวิ้นที่เผชิญกับใบหน้านั้นของนาง ทันใดนั้นก็ยกมือขึ้นปิดปาก อุทานด้วยความใ “ฉิงคง? เป็เ้าจริงๆ ด้วย เ้าโผล่มาที่นี่ได้อย่างไร เกิดอันใดขึ้นกับใบหน้าของเ้า?”
นางขมวดคิ้ว สีหน้าราวกับได้รับความใเป็อย่างยิ่ง
“คุณหนูรอง ใบหน้าของข้าน้อยเสียโฉมเนื่องจากไม่ระวังจึงล้มจนได้แผลเมื่อไม่กี่ปีก่อน วันนี้ข้าน้อยได้ยินข่าวว่าคุณหนูใหญ่หวนคืนกลับจวน ดังนั้นจึงกลับมา คิดเพียงอยากพบหน้าคุณหนูใหญ่ เพื่อดูว่าคุณหนูใหญ่สุขสบายดีหรือไม่เ้าค่ะ”
ฉิงคงก้มศีรษะลง
ทว่าผู้ใดจะทราบ ทันทีที่เสียงพูดจบลง พลันพบว่าใบหน้าของมู่ชิงอวิ้นดำมืดขึ้นมา คุณหนูรองผู้อ่อนโยนไร้พิษภัย จู่ๆ ก็บันดาลโทสะ จ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง “เ้ายังมีหน้ากลับมาอีกหรือ? ช่างกล้านัก เ้าเคยถูกขับไล่ออกจากจวนตระกูลมู่ พวกเราเหลือทางเดินให้เ้า ย่อมถือเป็เมตตาจากคนตระกูลมู่แล้ว เ้ายังกล้าโผล่หางออกมาอีก จะกลับมาเพื่ออันใด!”
มู่ชิงอวิ้นพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว
ฉิงคงถูกด่า นางอดกลั้นมิให้ตัวสั่นเทามิได้
มู่ชิงอวิ้นเงยหน้าขึ้นมองฮวาเหยียน นางผลักฉิงคงไปข้างหน้าแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทางว้าวุ่นใจเป็อย่างยิ่ง “พี่หญิง ฉิงคงคือสาวใช้ประจำกายของท่าน ทว่านางไร้กำลังปกป้องเ้านาย วันที่ท่านเกิดเื่ในหอนางโลม เกินครึ่งถือเป็ความรับผิดชอบของนาง คราแรกท่านลุงใหญ่รวมถึงเหล่าท่านพี่ตัดสินใจจะกำจัดนาง ทว่าเพราะท่านมีใจเมตตา ขอให้ไว้ชีวิตนางและทำเพียงขับไล่นางออกไป แต่ไม่นึกว่าสาวใช้ผู้นี้จะขวัญกล้าเทียมฟ้า มาปรากฏตัวต่อหน้าท่านอีก ช่างน่ารังเกียจนัก!”
มู่ชิงอวิ้นกล่าวอ้างเหตุผลชอบธรรม ใบหน้าเปี่ยมด้วยโทสะ
ศีรษะของฉิงคงยิ่งก้มต่ำลง จากมุมมองของฮวาเหยียน สามารถเห็นได้ว่าสาวใช้ผู้นี้กำลังกัดริมฝีปากของตนเองแน่นจนเห็นเื
“พี่หญิง ท่านรีบขับไล่นางออกไปเถิดเ้าค่ะ อย่าให้คนต่ำช้าเช่นนี้แปดเปื้อนสายตาของท่าน”
“ทหาร!”
หลังจากมู่ชิงอวิ้นกล่าวคำเหล่านี้จบ นางก็ออกคำสั่งต่อมาทันที เสียงของนางทั้งดังและแหลมเป็อย่างยิ่ง ทันใดนั้นก็ปรากฏทหารอารักขาของเรือนสองนายวิ่งเข้ามา
“คุณหนูรอง้ารับสั่งอันใดขอรับ?”
“ลากนางออกไป...”
มู่ชิงอวิ้นกล่าว
“ขอรับ”
ทหารทั้งสองนายน้อมรับคำสั่ง รีบก้าวมาข้างหน้าเพื่อจับคนออกไป
ร่างกายของฉิงคงสั่นเทา นางรีบเงยหน้าขึ้นมองฮวาเหยียน ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ช้าก่อน”
ขณะที่ทหารสองนายก้าวเข้ามา ฮวาเหยียนพลันส่งเสียงดุเบาๆ นางกลอกตามอง สายตาตกไปอยู่ที่ใบหน้าของทหารทั้งสอง “ช่างกล้านัก ข้าบอกให้พวกเ้าจับคนแล้วหรือ?”
ฮวาเหยียนเปล่งเสียง น้ำเสียงของนางเย็นเฉียบ เห็นชัดถึงความเ็า
ทหารทั้งสองพลันตื่นตระหนก คุกเข่าลงทันที “คุณหนูใหญ่โปรดระงับโทสะด้วย นี่เป็คำสั่งของคุณหนูรอง...”
“คุณหนูรอง? หากยังไม่รู้ว่าผู้ใดเป็เ้านายของเรือนนี้ พวกเ้าก็ไม่จำเป็ต้องเป็ทหารรับใช้ของจวนตระกูลมู่แล้ว”
ฮวาเหยียนพ่นถ้อยคำเ็าเหล่านี้ออกมาจากริมฝีปากบางของตน ใบหน้าของมู่ชิงอวิ้นพลันเปลี่ยนสี พร้อมกันนั้นหยาดน้ำตาก็ไหลรินจากดวงตา นางกัดริมฝีปากล่างของตนเอง ท่าทีราวกับมิได้รับความเป็ธรรม
ใจของทหารทั้งสองสั่นไหว คำกล่าวนี้แฝงความหมายล้ำลึก ทว่าก็เป็การบ่งบอกอย่างชัดเจน เ้านายของจวนตระกูลมู่คือนางผู้เป็คุณหนูใหญ่ หาใช่คุณหนูรองจากครอบครัวรองไม่ พวกเขาที่ฟังคำสั่งของคุณหนูรองเช่นนี้ เท่ากับเอาคุณหนูใหญ่ไปวางไว้ที่ใด?
เหงื่อเย็นผุดซึมทั่วร่างของทหารทั้งสอง พวกเขาเลอะเลือนแล้วจริงๆ ต้องโทษที่ไม่กี่ปีมานี้เอาแต่รับคำสั่งจากคุณหนูรองจนเคยชิน จนหลงลืมไปว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ตัวจริงคือสตรีที่อยู่เบื้องหน้าตน
“คุณหนูใหญ่ โปรดระงับโทสะด้วย ข้าน้อยรู้ผิดแล้ว คุณหนูใหญ่โปรดระงับโทสะด้วยขอรับ”
ทั้งสองร้องขอความเมตตา
ใบหน้าของฮวาเหยียนปราศจากอารมณ์ “ไสหัวไป”
เพียงคำสั่งเดียว ทหารทั้งสองก็มิกล้ารั้งรออีก รีบถอยเท้ากลับไปทันที
ในศาลาคลายร้อน เหลือเพียงคนสามคนเท่านั้น
“พี่หญิง ท่าน...เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? ข้าทำไปเพื่อทวงความยุติธรรมให้ท่าน เหตุใดท่านจึงไม่ไว้หน้าข้าเช่นนี้? ฮือ...”
มู่ชิงอวิ้นรู้สึกเสียใจเป็อย่างยิ่ง นางเงยหน้าเหลือบตาขึ้นมอง เนื้อตัวสั่นเทา หยาดน้ำตารินไหล ท่าทางน่าถนอมเอ็นดู
“น้องรอง เ้าหยุดร้องเถิด ข้ามิได้ต่อว่าเ้า เพียงแต่ฉิงคงเคยเป็สาวใช้ประจำกายของข้า ข้ายังมีคำถามมากมาย้าถามนาง และเ้ายังไม่ทันขออนุญาตข้า ก็กลับเรียกทหารมาจับตัวนางออกไปเสียแล้ว ดังนั้นข้าย่อมไม่ยินยอม”
ฮวาเหยียนกล่าว
สีหน้าของมู่ชิงอวิ้นยังคงไม่น่ามองนัก
“พี่หญิง ท่านมีเื่จำเป็อันใดต้องถามสาวใช้ผู้หนึ่งเล่า? ั้แ่เด็กท่านก็สนิทสนมกับข้าที่สุด หากอยากรู้เื่ใด ท่านก็สามารถถามข้าได้ เหตุใดต้องไปถามสาวใช้ผู้หนึ่งที่ถูกขับออกจากจวนด้วยเ้าคะ?”
ความไม่พอใจของมู่ชิงอวิ้นถูกเขียนไว้เต็มใบหน้า ท่าทางของนางทั้งคับข้องใจและเ็ปใจยิ่ง
“น้องรอง หยุดร้องไห้เถิด เ้านั่งลงก่อน”
ฮวาเหยียนชี้ไปที่ตั่งซึ่งอยู่เบื้องหน้า
มู่ชิงอวิ้นใช้ผ้าเช็ดหน้าไหมเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของตน ก่อนนั่งลงอย่างเชื่อฟัง
ฉิงคงยังคงคุกเข่าอยู่ ศีรษะของนางก้มต่ำเป็อย่างยิ่ง มีเพียงมือของนางที่กำแน่น
“น้องรอง มิใช่ว่าข้ามิเคยถามเ้า กลับเป็เ้าที่ไม่ยอมบอกข้าต่างหาก ข้าอยากทราบเื่ราวเมื่อสี่ปีก่อน เื่ที่ข้ามั่วโลกีย์ในหอนางโลม เ้าเต็มใจจะบอกข้าหรือไม่?”
ฮวาเหยียนกล่าว
ทันทีที่สิ้นเสียง ใบหน้าของมู่ชิงอวิ้นพลันฉายแววไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด “พี่หญิง ท่านลุงใหญ่และพี่ใหญ่มีคำสั่งปิดปาก ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่ได้รับอนุญาตให้กล่าวถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน มิเช่นนั้นจะถูกขับไล่ออกจากตระกูล ท่านเองก็ทราบดี คำสั่งของท่านลุงใหญ่และพี่ใหญ่นั้น ข้ามิกล้าขัดเ้าค่ะ”
มู่ชิงอวิ้นกล่าวเสียงเบา...
