ั้แ่เริ่มทำกิจการขายขนมมาเกือบสิบวันถือว่าเป็การเริ่มต้นที่ดี มีลูกค้าประจำเพิ่มมากขึ้นเรื่อยและยังขายหมดทุกวัน ยิ่งมีเหวินเสียนมาเป็ผู้ช่วยหลังจากได้กระทะขนมมาเพิ่มอีกสามใบ ก็มีลูกค้าสตรีแวะมาซื้อเรื่อย ๆ ถือว่าเป็ผลดีกับกิจการขนมของหลินหว่านไปในตัว เมื่อขนมครกของหลินหว่านเริ่มเป็ที่รู้จักมากขึ้น นางจึงคิดว่าต้องเพิ่มผักลงไปบนหน้าขนมครกบ้างแล้ว เพราะสีสันที่หลากหลายจะยิ่งช่วยให้ขนมน่าทาน รวมถึงเป็จุดเด่นที่เรียกความสนใจของลูกค้าหน้าใหม่เข้ามาได้เช่นกัน
ส่วนหวังซินหยางที่พยายามอย่างมากในการรักษาอาการาเ็ เขาเคร่งครัดตามคำสั่งของท่านหมอและยังมีหลินหว่าน ที่คอยกำชับเขาอยู่ทุกวันจึงทำให้เขาอยากจะหายเป็ปกติโดยเร็ว อย่างน้อยพอให้ร่างกายแข็งแรงได้ออกไปช่วยงานหลินหว่านก็ยังดี แม้เหวินเสียนจะบอกว่าไม่มีบุรุษมาเกี้ยวพานางก็เถิด แต่ก็ไม่อาจไว้วางใจได้ว่าจะ
ไม่มีใครสนใจในตัวของหลินหว่าน ฉะนั้นหวังซินหยางจึงเชื่อฟังและดื่มยาให้ครบถึงจะรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่บ้าง แต่เพื่อให้ตนเองสามารถเดินเหินไปด้านนอกได้ก็ต้องอดทน
ในวันนี้หลังจากขายขนมเสร็จและกลับมาถึงบ้านเช่าแล้ว หลินหว่านได้บอกกับหยุนเหลียงและเหวินเสียนไว้ ว่าหลังยามอู่นางจะไปหมู่บ้านหลูหยางเพื่อทักทายหัวหน้าหมู่บ้าน แวะดูการสร้างกำแพงรอบที่ดินของนางก่อนที่จะขึ้นเขาด้านหลัง เพราะหลินหว่าน้าตามหาหัวมันเพื่อนำมาเป็ส่วนหนึ่งของหน้าขนมครก
“ท่านอาหยุนเหลียงพี่ชายเหวินเสียนเ้าคะ หลังยามอู่รบกวนพวกท่านสองคนไปหมู่บ้านหลูหยางกับข้าสักหน่อย มีเื่ที่ต้องไปทำที่หมู่บ้านและดูว่าตอนนี้กำแพงรอบที่ดินคืบหน้าไปถึงไหนด้วยเ้าค่ะ”
“คุณหนูพักผ่อนอยู่ที่บ้านไม่ดีกว่าหรือขอรับ หากมีเื่อะไรที่ข้าสามารถทำแทนได้ท่านสั่งการมาก็พอ แค่ท่านต้องตื่นแต่เช้าไปขายขนมที่ตลาดทุกวันก็เหนื่อยมากแล้วนะขอรับ” หยุนเหลียงกล่าวด้วยความเป็ห่วงเ้านายของตน
“ท่านอาหยุนเหลียงอย่าเป็กังวลมากจนเกินไปเลย ตอนนี้สภาพร่างกายของข้าแข็งแรงมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่า แค่ยังดูซูบผอมอยู่เล็กน้อยเท่านั้นเองทานอาหารบำรุงอีกหน่อยก็ดีเหมือนเดิมเ้าค่ะ”
“แล้วนอกจากจะแวะทักทายหัวหน้าหมู่บ้านและแวะดูการทำงานของนายช่างที่สร้างกำแพงรอบที่ดิน คุณหนูโจวยังมีสิ่งอื่นที่ต้องทำที่นั่นมันคืออะไรหรือขอรับ ท่านพอจะบอกข้ากับท่านน้าได้หรือไม่” เหวินเสียนยังไม่เข้าใจว่าที่นั่นยังมีอะไรให้หลินหว่านอยากไปทำ
“บอกพวกท่านสองคนตามตรงแม้ยามนี้ขนมจะขายดี แต่มันยังดูขาดสีสันที่น่าดึงดูดอยู่ที่ข้า้าไปที่หมู่บ้านหลูหยาง เพราะ้าขึ้นเขาด้านหลังไปตามหาหัวมันหรือผักชนิดอื่น ๆ ที่สามารถนำมาทำเป็หน้าขนมให้ดูงดงามน่าทานมากยิ่งขึ้นอย่างไรเล่าเ้าคะ”
“อ้อ ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เองว่าแต่เ้าผักหรือหัวมันที่คุณหนูโจวพูดถึง หน้าตาของมันเป็อย่างไรหรือขอรับผักที่เป็หัวข้าไม่เคยเห็นหรือเคยกินมาก่อนนะขอรับ” เหวินเสียนทำเหมือนเข้าใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจ
“อิ อิ พี่ชายเหวินเสียนทำหน้าตลกจังเ้าค่ะ เอาเป็ว่าพอขึ้นเขาตามหาหัวมันเจอเมื่อไหร่ ก็จะรู้เองว่ามันมีหน้าตาเป็เช่นไหรดีไหมเ้าคะถ้าจะให้อธิบายคงนึกภาพไม่ออกแน่”
“แฮะ ๆ ๆ ก็จริงอย่างที่คุณหนูโจวว่าจริง ๆ ด้วยขอรับ”
"เช่นนั้นหลังยามอู่สักหนึ่งเค่อเจอกันที่หน้าประตูนะเ้าคะ ตอนนี้พวกเราแยกย้ายกันไปผักผ่อนก่อนจะดีกว่าเ้าค่ะ”
“ขอรับ/ขอรับ”
และก่อนที่จะไปพักเหวินเสียนได้แวะรายงานสิ่งที่ต้องไปทำหลังยามอู่ เพื่อให้เ้านายของตนได้ทราบเอาไว้ว่าหลินหว่านจะไปทำอะไรที่ไหนต่อ หวังซินหยางจึงนึกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับหลินหว่านขึ้นมาได้
“หลังยามอู่นางจะไปที่หมู่บ้านหลูหยางเพื่อตามหาหัวมันงั้นรึ ข้าไม่เคยได้ยินชื่อผักเช่นนี้มาก่อนแล้วนางจะหาเจอได้อย่างไร เ้ากับท่านอาหยุนเหลียงลองไปที่ตลาดแล้วใช่ไหมเหวินเสียน” หวังซินหยางก็ไม่เคยเห็นเ้าหัวมันนี่มาก่อนเช่นกัน
“ขอรับคุณชายใหญ่แต่พวกแม่ค้าเองก็ไม่รู้จักเช่นกัน และไม่รู้ด้วยว่าหน้าตาของเ้าหัวมันนี้มันมีลักษณะเช่นไรขอรับ แต่คุณหนูโจวบอกว่าหากพบเจอเ้าสิ่งนี้บนเขาพวกข้าจะรู้เองว่าหน้าตาเป็อย่างไร ที่สำคัญคุณหนูโจวจะใช้เ้าหัวมันโรยบนหน้าขนมครกด้วยขอรับ”
“อืม เอาเป็ว่าเ้าคอยติดตามดูแลนางให้ดีก็แล้วกัน นางสั่งให้ทำอะไรก็ทำไปก่อนอย่าได้ขัดคำสั่งนางเด็ดขาด ตอนนี้เ้ากลับไปพักก่อนเถิดในตอนบ่ายยังต้องใช้แรงอีกมาก”
“ขอรับคุณชายใหญ่”
“ซั่วเหยียนเ้าเขียนจดหมายถึงซวี่ข่ายให้ส่งคนไปที่แคว้นเว่ย ข้า้ารู้ความเป็มาของคุณหนูโจวทั้งหมด รวมถึงสาเหตุที่นางต้องระเหเร่ร่อนย้ายมาปักหลักยังแคว้นหยางแห่งนี้ ไม่ว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายนางจนร่างกายซูบผอมจงสืบมาให้ครอบคุลม ในอนาคตหากนาง้าแก้แค้นหรือเอาคืนคนเ่าั้ ข้าค่อยลงมือจัดการเองเพราะมือของนางไม่ควรแปดเปื้อนกับเื่สกปรกของคนชั่ว”
“รับทราบขอรับคุณชายใหญ่”
“เ้าเองก็ไปพักเสียบ้างเถิดหากข้า้าอะไรจะเรียกเ้าเอง”
“ขอรับ”
หวังซินหยางคาดเดาเื่ของหลินหว่านน่าจะเกี่ยวกับครอบครัว เนื่องจากเขาไม่เคยพบเห็นว่าจะมีสตรีที่หน้าตางดงาม ออกเดินทางไกลข้ามแคว้นเพื่อปักหลักเริ่มต้นชีวิตใหม่เช่นนาง เพราะการเดินทางไกลย่อมลำบากและมีความเสี่ยงอยู่มากที่จะพบเจอคนชั่วระหว่างทาง แต่ไม่ว่าปัญหาที่นางพบเจอมาจะเกี่ยวกับเื่อะไรก็ตาม เขาจะเป็คนขจัดปัญหาเ่าั้ให้กับนางเอง
หลินหว่านกลับเข้าห้องพักของตนเองก็หายเข้าไปในมิติบ้านสวน เพื่อพูดคุยกับเสี่ยวลวี่ถึงสิ่งที่นางกำลังจะไปตามหาบนเขา เพราะยามนี้ยังไม่สะดวกมากนักที่จะหยิบเอาพวกผักผลไม้ออกไปจากด้านในมิติ หลินหว่านรอให้บ้านสวนในส่วนของตนเองสร้างเสร็จก่อน และนางจะบอกเื่นี้กับบ่าวทั้งสองให้รับรู้เอาไว้ ยามที่นางต้องหยิบต้นไม้
หรือต้นกล้าผักที่ไม่มีในโลกใบนี้บางชนิดออกไปใช้ พวกเขาสองคนจะไม่ได้ใหรือเกิดข้อกังขาคิดว่านางเป็ภูตผีปีศาจ
“นายหญิงขนมของท่านอร่อยมากจริง ๆ เ้าค่ะข้ากินได้ทุกวันไม่เบื่อเลย ส่วนทุกอย่างในมิติไม่ว่าจะเป็บ้านพักของท่านหรือแปลงผักผลไม้ เสี่ยวลวี่ดูแลให้ท่านอย่างดียามนี้มีผลไม้บางอย่างเริ่มติดผลแล้วนะเ้าคะ”
“เสี่ยวลวี่ของข้าน่ารักที่สุดขอบใจเ้ามากนะที่ดูแลทุกอย่างให้เป็อย่างดี เออนี่เสี่ยวลวี่เ้าช่วยดูบริเวณบนเขาด้านหลังที่ดินของข้าหน่อยได้ไหม ว่าพอจะมีพวกหัวมันที่กินได้หรือจะเป็ลูกฟักทองด้านในมีเนื้อสีเหลืองก็ได้ เนื่องจากมันเป็ส่วนหนึ่งของหน้าขนมที่จะเพิ่มสีสันให้น่าดึงดูดมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความอร่อยของขนมไปในตัวอีกด้วย” หลินหว่านอยากจะหาหัวมันหรือฟักทองให้เจอ มีเพียงต้องพึ่งความสามารถของเสี่ยวลวี่เท่านั้น
“นายหญิงไม่ต้องเป็ห่วงประเดี๋ยวเมื่อไปถึงหมู่บ้าน เสี่ยวลวี่จะไปสอบถามกับพวกสหายบนเขาให้ท่านเอง และเชื่อว่าสิ่งที่ท่านตามหาจะต้องมีอยู่บนเขาอย่างแน่นอนเ้าค่ะ คราวนี้ขนมของนายหญิงก็จะยิ่งน่าทานจนลูกค้ามาหาซื้อไม่ขาดสาย ต่อไปพวกท่านต้องเพิ่มกระทะทำขนมอีกหลายใบเป็แน่ อิ อิ”
“คิดว่าคนอย่างโจวหลินหว่านจะกลัวความลำบากหรือไม่มีทาง ขอเพียงบรรลุเป้าหมายที่วางไว้จะเหนื่อยแค่ไหนข้าต้องทำมันให้สำเร็จให้จงได้”
“เสี่ยวลวี่จะเป็ผู้ช่วยที่เก่งที่สุดของนายหญิงเองเ้าค่ะ แต่เสี่ยวลวี่ขอขนมเพิ่มอีกนิดได้หรือไม่เ้าคะ”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว อิ อิ”
“เย้ ๆ ๆ”
เมื่อได้นั่งอยู่บนที่นอนอันแสนคุ้นเคยหลินหว่านจึงถือโอกาสนอนพักไปในตัว โดยไม่ลืมเตือนเสี่ยวลวี่ให้ปลุกนางในยามอู่เพื่อไปเยือนหมู่บ้านหลูหยาง ซึ่งพอถึงเวลานั้นทั้งหยุนเหลียงและเหวินเสียนก็รอนางอยู่ที่ประตูหน้าบ้านเช่าแล้ว ทั้งสามคนใช้เวลาเพียงสามเค่อก็มาถึงหมู่บ้านหลินหว่านได้นำขนมครกมาด้วย เพื่อเป็ของขวัญพบหน้าและฝากตัวเป็ลูกบ้านที่นี่อีกคน
“ก๊อก ๆ ๆ มีใครอยู่บ้านหรือไม่ข้ามาขอพบหัวหน้าหมู่บ้านขอรับ” หยุนเหลียงอาสาลงไปเคาะประตูบ้านเอง
“มี ๆ ๆ เ้ามาพบข้ามีเื่อันใดหรือแต่ทำไมหน้าตาของเ้าข้าถึงไม่คุ้นเลยเล่า” เหอซู่เผิงมองหน้าหยุนเหลียงไปมาด้วยความสงสัย
"ท่านคือหัวหน้าหมู่บ้านหลูหยางแห่งนี้ใช่หรือไม่ ที่ท่านไม่คุ้นหน้าเพราะข้ากับเ้านายยังมิได้ย้ายเข้ามา เนื่องจากบ้านต้องใช้เวลาในการสร้างอีกสักพักน่ะ ท่านคงจะรู้แล้วว่าที่ดินติดเชิงเขาจำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบหมู่มีเ้าของแล้ว ยามนี้กำลังทำการสร้างกำแพงล้อมรอบที่ดินทั้งหมด คาดว่าแรงงานส่วนหนึ่งก็เป็คนในหมู่บ้านของท่านกระมัง”
“ที่แท้เ้านายของเ้าก็คือคนที่ซื้อที่ดินติดเชิงเขานั่นเองหรอกรึ ไหนล่ะเ้านายของเ้าวันนี้เดินทางมาด้วยกันหรือไม่ ข้าอยากจะกล่าวขอบคุณจากใจที่ให้โอกาสคนในหมู่บ้านได้มีงานทำ พวกชาวบ้านต่างดีใจจนบางคนถึงกับร้องไห้ออกมาเชียวนะ”
“สวัสดีท่านลุงเ้าค่ะข้าคือเ้าของที่ดินผืนนั้นเอง และดีใจเช่นกันที่ได้เข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านแห่งนี้ ต่อไปมีสิ่งใดพวกเราก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยช่วยเหลือกันนะเ้าคะ” หลินหว่านที่ได้ยินหัวหน้าหมู่บ้านถามถึงตนจึงได้ลงจากรถม้าไป
“โอ้ คารวะคุณหนูขอรับยินดีต้อนรับท่านสู่หมู่บ้านหลูหยาง ข้าในฐานะที่เป็หัวหน้าหมู่บ้านขอเป็ตัวแทนทุกครอบครัว ขอบคุณท่านจากใจที่มอบโอกาสในการทำงานให้ชาวบ้านที่นี่ก่อน ครั้งนี้ไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไรดีเพราะชาวบ้านมีรายได้น้อยลงมาสักพักใหญ่ ๆ แล้วขอรับ”
“ท่านลุงอย่าได้เกรงใจไปเลยเ้าค่ะในเมื่อเป็เื่ดี ที่ทุกคนมีงานทำมีรายได้ไปจุนเจือครอบครัว ถือว่าเป็การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนชั่วคราว ถึงอย่างไรบ้านสวนของข้ายังต้องใช้เวลาในการสร้างอีกหลายเดือน ชาวบ้านก็จะมีรายได้จากตรงนี้ไว้ซื้อเสบียงเก็บไว้สำหรับฤดูหนาวหรือจะเตรียมพวกเครื่องนอนเสื้อผ้ารวมถึงสิ่งของจำเป็ วันไหนที่บ้านสวนของข้าสร้างเสร็จและได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ค่อยคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาที่พวกท่านพบเจอและไม่อาจแก้ได้ร่วมกันดีไหมเ้าคะ อ้อ นี่เป็ขนมที่ข้าทำขายอยู่ในตลาดถือเป็ของขวัญพบหน้า ถือเป็การฝากเนื้อฝากตัวเป็ลูกบ้านของท่านลุงอีกคนนะเ้าคะ”
“ข้าเหอซู่เผิงขอบคุณคุณหนูไว้ล่วงหน้าด้วยขอรับ ไม่ทราบว่าวันนี้นอกจากคุณหนูจะมาพบข้าแล้ว มีสิ่งใดที่จะให้ช่วยเหลือหรือแนะนำหรือไม่” เขารับห่อขนมไว้และถามกลับเผื่อว่านาง้าความช่วยเหลือ
“ไม่มีอันใดเพิ่มเติมแล้วเ้าค่ะประเดี๋ยวข้าจะแวะไปดูการก่อสร้างกำแพงเสียหน่อย หลังจากนั้นจะขึ้นไปดูบนเขาว่ามีสิ่งที่ข้า้าอยู่บนนั้นหรือไม่ ท่านลุงไม่ต้องห่วงนะเ้าคะข้ามีคนติดตามมาถึงสองคนย่อมปลอดภัยเ้าค่ะ”
“หากมีอะไรที่ข้าพอจะช่วยเหลือคุณหนูได้ให้คนมาบอกที่บ้านะขอรับ ถ้าไม่เจอก็ฝากเื่ไว้กับภรรยาหรือบุตรชายของข้าได้”
“ขอบคุณท่านลุงเ้าค่ะเช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
“คุณหนูดูแลตัวเองด้วยขอรับ”
หลังจากพูดคุยทักทายกับหัวหน้าหมู่บ้านเป็ที่เรียบร้อย หลินหว่านจึงนั่งรถม้าเข้าไปยังที่ดินของตนเอง เพื่อดูนายช่างฮ่วนปิ่ง พร้อมคนงานมากกว่าครึ่งร้อย กำลังช่วยกันก่อกำแพงรอบที่ดินอยู่อย่างขะมักเขม้น ทุกคนล้วนทำงานตรงหน้าด้วยความตั้งใจไม่มีใครแอบอู้งานกันแม้แต่น้อย ั้แ่เริ่มการก่อสร้างมาสิบกว่าวันถือว่างานมีความคืบหน้าอย่างมาก นั่นหมายความว่าหากการทำงานยังคงสม่ำเสมออยู่เช่นนี้ กำแพงรอบที่ดินน่าจะแล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือนอย่างแน่นอน และอีกหนึ่งเดือนก็ต้องเป็บ้านของหลินหว่านที่จะสร้างเสร็จในลำดับต่อมา นายช่างฮ่วนปิ่งเห็นรถม้าของหลินหว่านมาหยุดอยู่ใกล้ ๆ บริเวณที่ตนยืนอยู่จึงเข้าไปทักทาย รวมถึงบอกกล่าวเกี่ยวกับงานที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้
“อ้าว คุณหนูโจววันนี้ใยมาถึงที่นี่ได้เล่าขอรับ มีอะไร้าที่ปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับบ้านของท่านเช่นนั้นหรือ สุสานที่ท่าน้าสร้างข้าได้แบ่งคนงานไปจัดการแล้ว คาดว่าไม่เกินยี่สิบวันน่าจะเรียบร้อย”
“ท่านลุงฮ่วนปิ่งคิดมากไปแล้วเ้าค่ะข้าแค่แวะมาดูเท่านั้น ทุกอย่างยังคงดำเนินการตามแบบที่มอบให้ท่านไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเ้าค่ะ ท่านลุงสามารถทำต่อไปได้อย่างสบายใจข้าอาจจะแวะมาดูความคืบหน้าเป็ครั้งคราว”
“คุณหนูโจวอย่าได้เกรงใจถ้าท่านมีตรงไหนที่้าปรับปรุงเพิ่มละก็ ส่งคนของท่านมาบอกกล่าวกับข้าได้ทุกเมื่อนะขอรับ รับรองว่าจะทำออกมาให้ดีที่สุดขอรับ”
“ข้ารู้ว่าฝีมือของท่านลุงฮ่วนปิ่งย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้วเ้าค่ะ ไว้โอกาสหน้าจะแวะมาพูดคุยกับท่านนะเ้าคะพอดีมีเื่ที่ต้องไปจัดการเล็กน้อย”
“ได้ ๆ ๆ เชิญคุณหนูโจวตามสบายขอรับ”
ยามนี้ธุระในหมู่บ้านก็จัดการเสร็จแล้ว ถึงเวลาที่หลินหว่านจะขึ้นเขาตามหาหัวมันและฟักทองเสียที เมื่อนั่งรถม้าต่อไปอีกไม่ไกลก็หยุดอยู่ตรงเชิงเขาโดยเรียกหาเสี่ยวลวี่ถามถึงสิ่งที่นางกำลังตามหา
‘เสี่ยวลวี่สหายของเ้าว่าอย่างไรบนเขาแห่งนี้ มีสิ่งที่ข้า้าหรือไม่และอยู่บริเวณใดของูเารึ’
‘นายหญิง้าของูเาอุดมสมบูรณ์มากเ้าค่ะ สหายของข้าบอกว่าที่นั่นน่าจะมีสิ่งที่ท่านตามหาอยู่ เพียงแค่เดินขึ้นเขาตรงไปเรื่อย ๆ ประมาณครึ่งชั่วยามก็จะเจอพื้นที่ ที่เต็มไปด้วยพืชผักนานาพันธุ์บางทีนายหญิงอาจจะได้มากกว่าสองอย่างที่บอกกับข้าไว้ก็ได้นะเ้าคะ’
‘อื้อ ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวลวี่หากได้ของตามที่หวังไว้ รับรองว่าข้าจะทำขนมเพิ่มให้เ้าอีกหนึ่งเท่าไปเลยดีไหม’
‘ดีสุด ๆ ไปเลยขอบคุณนายหญิงเ้าค่ะ’
“ท่านอาหยุนเหลียงพี่ชายเหวินเสียนพวกเรารีบขึ้นเขากันเถิดเ้าค่ะ ชักช้าเกินไปอาจจะมืดค่ำเสียก่อนพวกเราจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้นะเ้าคะ”
“ขอรับคุณหนู/ขอรับคุณหนู”
หลินหว่านเดินขึ้นเขาตรงไปเรื่อย ๆ ตามที่เสี่ยวลวี่ได้บอกไว้ โดยมีบุรุษทั้งสองคอยดูแลอยู่ด้านซ้ายและขวาของนาง เพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายที่จะเจอได้ทุกเมื่อ จนกระทั่งเดินเลยกลางูเาขึ้นมาได้เกือบครึ่งชั่วยามก็เริ่มเห็นต้นพืชผักมากมาย มีพืชผักบางอย่างที่หยุนเหลียงและเหวินเสียนรู้จัก แต่ที่เหลือพวกเขาสองคนไม่รู้เลยว่ามันสามารถกินได้หรือไม่ ต่างกับหลินหว่านในยามนี้ที่วิ่งเข้าไปหาต้นผักใบเขียวด้วยความดีใจอย่างที่สุด ยอดเครือของหัวมันที่อยากได้หรือแม้แต่ลูกฟังทองขนาดใหญ่ ใบเตย ดอกอัญชันรวมถึงข้าวโพดก็ยังมีอยู่บนเขาแห่งนี้จะไม่ทำหลินหว่านดีใจได้อย่างไร
“กรี๊ดดดด!! ในที่สุดก็เจอพวกเ้าเสียทีคราวนี้ล่ะขนมครกของข้าจะมีสีสันสวยงาม น่าทานมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าสมกับเป็ป่าที่อุดมสมบูรณ์ของแคว้นหยางอย่างแท้จริง ฮ่า ๆ ๆ”
“เอ่อ คุณหนูขอรับเ้าผักหน้าตาแปลก ๆ พวกนี้คือสิ่งที่ท่านบอกไว้ใช่หรือไม่ แล้วมันนำไปทำอะไรได้บ้างนอกจากโรยหน้าของขนมครกน่ะขอรับ” หยุนเหลียงที่ยังงุนงงกับอาการดีใจของหลินหว่านถามด้วยความอยากรู้
“นั่นน่ะสิขอรับคุณหนูโจวบริเวณนี้มีผักบางอย่างที่ข้ารู้จัก แต่ว่าพวกผักที่ท่านวิ่งไปจับตรงนั้นทีตรงนู้นทีและอีกหลายต้นกลับไม่เคยรู้จักมาก่อน มันสามารถนำไปทำเป็อาหารทานได้จริง ๆ ใช่ไหมขอรับคุณหนู” เหวินเสียนยิ่งแล้วใหญ่เขาโตมาจนป่านนี้ยังไม่เคยกินหัวมันที่หลินหว่านพูดถึงเลยสักครั้ง
“ไอหยา พี่ชายเหวินเสียนไม่รู้จักของอร่อยพวกนี้เสียแล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่ข้าจับย่อมกินได้และอิ่มท้องด้วยเ้าค่ะ เอาเช่นนี้เป็อย่างไรพวกท่านสองคนช่วยก่อกองไฟให้มีถ่านสักกองหนึ่ง ข้าจะเผาหัวมันสีม่วงนี้ให้ได้ลองชิมรสชาติของมันดูสักครั้ง หากติดใจขึ้นมาต้องช่วยข้านำมันกลับไปปลูกที่บ้านด้วยนะเ้าคะ”
“เื่นี้ง่ายมากขอรับท่านรอประเดี๋ยวข้าจะจัดการให้เองขอรับ”
ระหว่างที่รอเหวินเสียนก่อกองไฟหลินหว่านกับหยุนเหลียง ก็ช่วยกันเก็บหัวมันม่วง ฟักทอง ข้าวโพด ขุดต้นใบเตยและดอกอัญชัน นอกจากนั้นยังมีลิ้นจี่ที่กำลังเริ่มโตอีกหลายสิบต้น หลินหว่านไม่ลืมเก็บยอดเครือหัวมันม่วงกลับไปด้วย เพราะว่ามันสามารถนำไปปลูกต่อได้และเติบโตได้รวดเร็ว เมื่อเก็บทุกอย่างใส่ตระกล้าทั้งสามใบเกือบเต็มแล้ว กองไฟของเหวินเสียนก็มีถานสีแดงร้อน ๆ รออยู่ หลินหว่านจึงโยนหัวมันลงไปในกองถ่านใช้ขี้เถ้ากลบเล็กน้อย เพื่อใช้ความร้อนทำให้หัวมันสุกอย่างทั่วถึง เหวินเสียนเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อกับหัวมันม่วงเผาตรงหน้า ที่หลินหว่านบอกว่ากับเขาว่ารสชาติอร่อยจนต้องติดใจ จนได้เวลาจึงใช้ไม้เขี่ยหัวมันออกมาจากกองถ่าน กลิ่นหอมที่ลอยออกมาก็ทำบุรุษทั้งสองถึงกับแอบกลืนน้ำลายไปหลายอึก
“ได้แล้ว ๆ ฟืดดด แค่กลิ่นก็บ่งบอกได้ว่าจะต้องหวานเป็แน่ พวกท่านสองคนลองชิมดูสิเ้าคะแต่ระวังร้อนด้วยนะ ประเดี๋ยวลิ้นพองจะทานข้าวไม่อร่อยเอาได้เ้าค่ะ”
“อูย ๆ ๆ ร้อนอย่างที่คุณหนูเตือนจริง ๆ ด้วยขอรับ ฟู่ ฟู่ ง่ำ อื้อ!! หอมหวานมากหากต้องเดินทางไกล พกเ้าหัวมันนี้เป็เสบียงก็ดีไม่น้อยเลยนะขอรับคุณหนู”
“ฟู่ ฟู่ ง่ำ ง่ำ โอ้โห!! ข้าเชื่อแล้วว่าคุณหนูโจวรู้จักพืชผักต่าง ๆ มากกว่าข้าขอรับ ไม่คิดว่าแค่หัวมันเผาธรรมดา ๆ ยังอร่อยได้ถึงเพียงนี้” เหวินเสียนได้ลองชิมเป็ครั้งแรกทั้งแปลกใจและชื่นชอบ
“ต่อไปจะมีให้ทานหากพวกท่านช่วยข้าปลุกไว้ที่บ้าน และเมื่อไหร่ที่ย้ายไปอยู่บ้านสวนก็นำมันไปปลูกเพิ่มอีกหลาย ๆ แปลง เผื่อว่าจะแบ่งให้ชาวบ้านได้นำไปปลูกที่บ้านของพวกเขาด้วย มีหัวมันไว้เป็เสบียงหน้าหนาวก็อิ่มท้องได้นะเ้าคะ”
“เป็ความคิดที่ดีมากเลยขอรับข้าสนับสนุนเื่นี้อย่างเต็มที่ ถ้าเป็ไปได้คุณหนูช่วยบอกเล่ากับคุณชายใหญ่สักหน่อยได้ไหมขอรับ หากนำเื่ดี ๆ ถวายรายงานต่อหยางอ๋องคงจะมีรางวัลตอบแทนกลับมาให้ท่าน ในอนาคตกิจการของคุณหนูอาจจะขยายใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม การมีคนตำแหน่งใหญ่โตหนุนหลังย่อมได้เปรียบมากกว่านะขอรับ” เหวินเสียนคิดว่าคุณชายใหญ่ของตนน่าจะช่วยหลินหว่านในเื่นี้ได้
“หือ ไม่เลวเลยนะเ้าคะถึงขั้นมีท่านอ๋องคอยหนุนหลัง กิจการของข้าในอนาคตย่อมไม่มีใครกล้ามาหาเื่ แต่หากต้องพึ่งอำนาจของท่านอ๋องคงมีข้อแลกเปลี่ยนที่มีค่ามากพอเสียก่อน หากจะทำการค้านี้ไว้ข้าจะลองกลับไปทบทวนดูอีกทีนะเ้าคะ ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนกว่าเื่อื่น ๆ ก็คือช่วยกันขนเ้าพวกนี้ลงเขาเ้าค่ะ ยังต้องนำพวกมันไปทำให้สุกแล้วหั่นเป็ชิ้นเล็ก ๆ สำหรับโรยบนหน้าขนมครกอีกนะเ้าคะ” หลินหว่านเก็บเื่หยางอ๋องไว้ในใจจะรีบร้อนไม่ได้
“ต้องเร่งมือหน่อยแล้วเหวินเสียนใกล้จะเลยยามเซินไปทุกที หากมืดค่ำระหว่างทางลงเขาจะเป็อันตรายได้ คุณหนูไม่ต้องแบกตะกร้าพวกนี้หรอกขอรับประเดี๋ยวข้ากับเหวินเสียนจัดการเอง”
“คุณหนูโจวเดินลงเขาอย่างปลอดภัยก็พอแล้วขอรับ อย่าห่วงเ้าพวกนี้รับรองไม่เกิดความเสียหายแต่อย่างใดขอรับ”
“อืม ขอบคุณพวกท่านสองคนมากเ้าค่ะ”
กว่าทั้งสามคนจะลงจากเขามาถึงด้านล่างก็เล่นเอาเหนื่อยหอบอยู่เหมือนกัน ส่วนคนที่บ้านเช่าก็เป็กังวลเพราะทั้งเ้านายและสตรีในดวงใจยังไม่กลับมาเสียที จวบจนดวงตะวันโพล้เพล้เสียงรถม้าก็เข้ามาหยุดด้านในบ้านเช่าพอดี หวังซินหยางถึงกับให้ซั่วเหยียนประคองเขาออกมาดูให้เห็นกับตา ว่าหลินหว่านไม่ได้าเ็หรือมีอันตรายอันใดถึงจะวางใจ พอได้เห็นใบหน้าหวาน ๆ พร้อมรอยยิ้มสดใสก็เบาใจได้บ้างจึงพยักหน้าให้ซั่วเหยียนเข้าไปช่วย เพราะตะกร้าพืชผักในรถม้านั้นท่าหนักพอสมควรทีเดียว หวังซินหยางไม่เห็นร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยบนใบหน้าหวานนั้นแม้แต่น้อย มองดูนางออดอ้อนน่าซือที่ยืนบ่นด้วยความเป็ห่วงก็คิดไปว่าถ้านางอ้อนเขาเช่นนั้นคงดี
