“ลมปราณหนาแน่นมาก!” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก
ในฟ้าดินแห่งนี้มิได้มีพลังปราณอยู่ หากทว่าเป็ลมปราณ ทั้งยังเป็ลมปราณที่บริสุทธิ์ยิ่งหยั่งถึง!
จูชิงไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีฟ้าดินที่มีลมปราณน่าพรั่นพรึงเฉกเช่นนี้อยู่ด้วย ถึงเป็เอกภพของขั้น์ปฐีก็มีแค่พลังปราณธาตุไฟเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ยังมิใช่ลมปราณ
ลมปราณนั้นเกิดขึ้นจากกระบวนการหล่อหลอมทางวิชายุทธ์ ซึ่งปกติแล้วไม่มีทางที่มันจะมีอยู่ในฟ้าดิน
ทว่าที่นี่กลับทำลายแิทั้งหมดทั้งมวลที่มีในคัมภีร์ ลมปราณบริสุทธิ์เหลือแสนไม่ต้องผ่านการหล่อหลอมใดๆ ก็สามารถดูดซับเข้าไปในร่างกายได้โดยตรง หากบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่จักต้องมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าโลกภายนอกหลายเท่าหรือหลายสิบเท่า
ระหว่างที่จูชิงกำลังจมจ่อมอยู่ในความคิด ศิลาอันหนึ่งพลันร่วงตกลงมาจากท้องฟ้า!
“ตู้มมม!” ศิลาฝังลึกลงไปในปฐี แสงโลหิตสว่างวาบ อักษรห้าอักษรประจักษ์บนหน้าศิลา
“โลกหินโลหิต์!” ตัวอักษรสีเืปรากฏโดดเด่นสะดุดตา
“ชื่อโลกแห่งนี้งั้นรึ?” จูชิงพึมพำ
“เฒ่าปีศาจ เ้าอยู่ที่ไหน นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” จูชิงเรียกเฒ่าปีศาจ ทว่าไม่มีการตอบสนอง
จูชิงใจสั่น เขาไม่เคยติดต่อเฒ่าปีศาจไม่ได้มาก่อน
เห็นได้ชัดว่าโลกหินโลหิต์มิได้้าให้เวลากับจูชิงมากนัก ในพริบตาจอมยุทธ์คนหนึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้า เขาถือกระบี่ยาวเล่มหนึ่งจ้องเขม็งมองจูชิงอย่างเงียบๆ
“ใคร? เ้าเป็ใคร?” จูชิงขมวดคิ้ว ธนูหลัวโหวประจักษ์ในมือ นิ้วกรีดกรายง้าวสายธนูเล็งลูกธนูเืไปที่จอมยุทธ์ผู้นั้น
ทว่าจอมยุทธ์ผู้นั้นไม่เอ่ยวาจาใดๆ ยังคงมองจูชิงเฉกเช่นเดิม
ทันใดนั้น แสงหนึ่งสว่างจรัสแจ้งบนศิลา เสียงทุ้มลึกดังสะท้อนก้องกังวาน
“เริ่มการประลอง!”
จูชิงผงะไปชั่วขณะ ประลองอะไร แล้วประลองกับใคร?
ไม่นานนักจูชิงก็ได้คำตอบ จอมยุทธ์ผู้นั้นเคลื่อนไหว เหวี่ยงกระบี่ยาวในวิถีลึกลับแสนพรรณนา
จูชิงเบิกตาทั้งสองกว้าง มันเป็ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เขาเห็นอย่างชัดเจนว่ากระบี่ยาวกำลังทะลวงอกเขา ทว่าเขากลับทำอะไรไม่ได้เลย!
ความเ็ปที่ได้รับบ่งบอกกับเขาว่านั่นไม่ใช่ภาพลวงตา เขาถูกกระบี่ยาวแทงทะลวงอกจริงๆ!
“ไม่!” จูชิงใมาก แผดเสียงร้องโหยหวน เขาไม่อยากตาย เขายังไม่อยากตาย!
แสงโลหิตสว่างวาบอีกหน จอมยุทธ์ถือกระบี่ยาวหายไปแล้ว กระบี่ที่ปักอยู่ที่อกหายไป าแที่เกิดจากกระบี่ยาวเองก็หายไปเช่นเดียวกัน!
จูชิงแตะอกที่เหลือแต่ความว่างเปล่า เมื่อหนึ่งลมหายใจก่อนตรงนี้ยังมีกระบี่ปักอยู่เลย เืไหลเป็ทางราวกับสายธารา แล้วเหตุใดมันถึงหายไป หรือว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็ภาพลวงตา
แต่ถ้ามันเป็ภาพลวงตา ภาพลวงตานี้ก็เหมือนจริงเกินไปแล้ว จูชิงได้กลิ่นของความตายใน่เวลานั้นจริงๆ
จูชิงเหลือบมองศิลาพลันเห็นกากบาทสีแดงขนาดใหญ่!
“เกิดอะไรขึ้น?” จูชิงผงะ เขาสาบานได้เลยว่าก่อนหน้านี้ยังไม่มีสัญลักษณ์นั่นบนศิลา
“เ้าเป็ผู้ท้าชิงที่อ่อนแอที่สุดที่ข้าเคยเห็น!” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังออกมาจากศิลา
จูชิงตะลึงงัน ศิลาพูดได้อย่างนั้นรึ
“ถ้าไม่ใช่เพราะเ้ามีสายเืตระกูลจู ข้าคงฉงนสงสัยว่าเ้าเป็ลูกหลานตระกูลจูจริงหรือไม่!” สิ่งมีชีวิตในศิลาแค่นเสียงเย็น
“เ้า…” จูชิงมองศิลาอย่างเหลือเชื่อ
“เ้าอะไรของเ้า!” สิ่งมีชีวิตในศิลาพูดอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตนั้นก็มองจูชิงด้วยสายตาประหลาดใจ
“เป็ไปไม่ได้ เื่แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร” สิ่งมีชีวิตในศิลาถอนหายใจ
ทว่ามันเหมือนนึกอะไรออก รีบปิดปากเงียบ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ
“เ้าหนู เ้าอ่อนแอเกินไป กระทั่งการทดสอบที่ง่ายที่สุดเ้ายังไม่ผ่าน” แม้ว่าน้ำเสียงจะยังคงดูเหยียดหยามอยู่เล็กน้อย ทว่าท่าทางดีขึ้นมาก
เพียงแต่จูชิงยังงงว่าทำไมตัวเองถึงมาโผล่ที่นี่ แล้วเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น มันคือภาพลวงตาอย่างนั้นหรือ?
โลกแห่งนี้เรียกว่าโลกหินโลหิต์ เป็สถานที่ที่ลูกหลานตระกูลจูใช้ฝึกฝนวิชายุทธ์ ลูกหลานของตระกูลจูเกือบทั้งหมดต้องเข้าฝึกฝนในโลกนี้หลังจากที่พวกเขาเติบโต
ในโลกหินโลหิตสรรค์ แม้จะได้รับาเ็หรือว่ามีความรู้สึกเ็ปแต่ก็ไม่มีทางตาย เมื่อร่างกายาเ็สาหัสถึงชีวิตก็จักออกจากการทดสอบโดยพลันทันใด สิ่งที่ต้องจ่ายมีเพียงอย่างเดียวก็คือลมปราณ
หากได้รับชัยชนะในการทดสอบก็จะได้รางวัลจากโลกหินโลหิต์!
หลังจากฟังคำอธิบายจากศิลา จูชิงถึงกับอ้าปากค้าง บนโลกนี้มีเื่อัศจรรย์เฉกเช่นนี้ด้วยรึ?
ศิลาอธิบายแค่สิ่งที่จูชิงควรรู้ มันไม่ได้พูดชื่อหรืออะไรที่เกี่ยวกับคนอื่น
“เ้าเป็ศิลาไม่ใช่หรือ แล้วพูดได้อย่างไร?” จูชิงเอ่ยถาม
ศิลาหัวเราะ “ตอนแรกข้าถูกย้อมด้วยเืของจอมยุทธ์ หลังจากที่จอมยุทธ์ผู้นั้นจากไป เขาฝึกฝนถึงขั้นบำเพ็ญเพียรที่น่าพรั่นพรึง เืที่ทิ้งไว้บนตัวข้าเองก็มีพลานุภาพน่าเหลือเชื่อเช่นเดียวกัน และเพราะเืหยดนั้น เศษเสี้ยวจิติญญาของข้าจึงถือบังเกิดขึ้น”
จูชิงส่ายศีรษะ ทั้งหมดนี้เหนือขอบเขตความเข้าใจของเขา
“เ้าชื่ออะไร?” จูชิงถามต่อ
“เรียกข้าว่าสือจึก็ได้ ตอนนั้นจอมยุทธ์ผู้นั้นก็เรียกข้าเช่นนี้เหมือนกัน” ศิลากล่าว
จูชิงพยักหน้า “ข้าขอทดสอบต่อได้หรือไม่?”
พอถูกกระบี่ทะลวงอก จูชิงรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก เหตุใดเขาถึงอ่อนแอขนาดนี้
“ไม่มีปัญหา ตราบใดที่เ้า้า เ้าสามารถฝึกฝนในโลกหินโลหิต์ได้ทุกเมื่อทุกเวลา” สือจึพูด
จอมยุทธ์ผู้นั้นปรากฏตัวหน้าจูชิงอีกครั้ง คราวนี้จูชิงน้าวสายธนูทันที ยิงลูกธนูโลหิตตรงเข้าใส่จอมยุทธ์ผู้นั้น
เป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสามชั้นฟ้าเช่นกัน จูชิงไม่คิดว่าจอมยุทธ์ผู้นั้นจักหลบลูกธนูดอกนี้ได้
จอมยุทธ์ผู้นั้นเหวี่ยงกระบี่ยาว แสงกระบี่ในอากาศควบแน่นเป็เส้นบางๆ!
เส้นบางๆ ตัดผ่านลูกธนูโลหิตฟันเข้าที่ลำคอของจูชิง!
“เร็วมาก!” นั่นคือความคิดสุดท้ายของจูชิง เมื่อเขาตั้งสติได้ เขาก็ออกมาจากการทดสอบแล้ว นี่เขาตายไปอีกครั้งหนึ่งแล้วงั้นรึ!
“นั่นมันวิชายุทธ์อะไร?” จูชิถามอย่างอดไม่ได้
สองครั้งติดต่อกัน จูชิงถูกจอมยุทธ์ผู้นั้นบั่นศีรษะถึงสองครั้ง
เห็นได้ชัดว่าจอมยุทธ์ผู้นั้นเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสามชั้นฟ้าเหมือนกับจูชิง ทว่าหลังจากที่ประมือกันสองครั้ง จูชิงกลับมีความรู้สึกว่ามิอาจต้านทานอีกฝ่ายได้ หากบอกว่าอีกฝ่ายเป็ขั้นหลอมลมปราณสามชั้นฟ้า เขาก็เชื่อ
“ไม่ใช่เพราะเขาแข็งแกร่ง แต่เป็เพราะเ้าอ่อนแอเกินไป” สือจึส่ายหัว
“ข้าอ่อนแอ?” จูชิงเลิกคิ้ว
ในบรรดาจอมยุทธ์ที่อยู่ในขั้นบำเพ็ญเพียรเดียวกัน จูชิงไม่คิดว่าตัวเองนั้นอ่อนแอ อย่าว่าแต่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสามชั้นฟ้าเลย แม้เป็ขั้นสร้างลมปราณสามชั้นฟ้า เขาก็สู้ได้อย่างสบายๆ
“ถ้าเ้าคิดว่าเ้าแข็งแกร่ง แสดงว่าคนที่เ้าเจอมาก่อนหน้านี้อ่อนแอยิ่งกว่าเ้าเสียอีก” สือจึพูดตรงประเด็นไม่ไว้หน้าจูชิง
“เขาทะลวงอกเ้าในกระบี่แรก บั่นศีรษะเ้าในกระบี่ที่สอง เหตุใดเขาถึงต้องโจมตีสองแห่งนั้นแทนที่จะเป็ที่อื่นล่ะ?” สือจึกล่าว
จูชิงไม่ได้โง่ พอได้ยินสือจึพูดดังนั้น เขาก็เข้าใจแจ่มแจ้งในทันที
ไม่ว่าจะเป็คอหรือว่าหน้าอกล้วนแล้วเป็จุดอ่อนของจูชิงในปัจจุบัน ซึ่งเป็จุดที่มีการป้องกันต่ำมากที่สุด อีกทั้งยังเป็ส่วนที่อันตรายถึงชีวิต
จอมยุทธ์ผู้นั้นเชี่ยวชาญเื่ความเร็ว ตอนที่กระบี่แรกพุ่งเข้ามา จูชิงไม่ทันสร้างเกราะปีศาจเพลิงกับลมปราณปัดป้องด้วยซ้ำ กับกระบี่ที่สองเองก็เช่นกัน!
ถ้าจูชิงเปิดเกราะปีศาจเพลิงได้ กระบี่ของจอมยุทธ์ผู้นั้นไม่มีทางบั่นศีรษะเขาได้อย่างแน่นอน
การต่อสู้ก็เป็เช่นนี้ พลาดไปนิดเดียวก็จะผิดไปเป็โยชน์ ถ้าจูชิงช้ากว่าศัตรูเพียงเล็กน้อย สิ่งที่เขาต้องจ่ายก็คือชีวิต
ปฏิเสธไม่ได้ว่า วิชา วรยุทธ์ วิชาลับที่จูชิงฝึกฝนนั้นล้วนแล้วเป็ระดับสูงสุด ทว่าเขากลับไม่ทำให้สิ่งเ่าั้กลายเป็ของตัวเอง!
ถึงมีสำนวนที่ว่ารู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ทว่าก็มีสำนวนที่ว่าอย่าทำงานเกินกำลังตัวเอง คนเรามีขีดจำกัด ถ้าฝึกฝนมากเกินไป จากที่ควรดี จักกลายเป็แย่เอา
“วิชาลับของเ้าไม่เลว ทว่าเ้ายังไม่ได้ฝึกฝนมันถึงแก่นแท้จนสามารถใช้งานได้ดั่งใจนึก ไม่เช่นนั้นกระบี่นั่นคงฆ่าเ้าไม่ได้!” สือจึพูด
“ถ้าอย่างนั้น หากข้าสามารถเปิดใช้เกราะปีศาจเพลิงตรงจุดล่วงหน้า ข้าก็จักไร้เทียมทานใช่หรือไม่?” จูชิงถาม
“เ้าโง่หรือไง ศัตรูจักบอกเ้าไหมว่าจักโจมตีตอนไหน โจมตีที่ไหน?” สือจึก่นด่า
“โลกหินโลหิต์มีไว้เพื่อฝึกฝนขัดเกลา หากเ้าโกงแม้แต่เื่นี้ เท่ากับว่าเ้าขาดความรับผิดชอบต่อตัวเอง” สือจึแค่นเสียงหึ
“เข้าใจแล้ว ก็แค่ตายไม่กี่ครั้งไม่ใช่รึ ไม่มีอะไรเสียหาย” จูชิงทำหน้ามุ่ย
“ฟึ่บ! กระบี่ฟันฉับที่คอของจูชิง หัวลอยละลิ่วสู่ฟ้า
จูชิงตายแล้ว!
จูชิงทำขั้นตอนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าก็ไม่สามารถต่อต้านกระบี่นั้นได้!
กระบี่นั่นเร็วเกินไป!
“เคร้ง!” ทันใดนั้น จูชิงเป็ปีติเสียจนแทบเปล่งเสียงร้อง ในที่สุดเกราะปีศาจเพลิงก็ต่อต้านกระบี่ยาวของจอมยุทธ์ผู้นั้นสำเร็จแล้ว
“สำเร็จแล้ว!” จูชิงหัวเราะลั่น
อย่างไรก็ตาม อีกนิดเดียวกระบี่ยาวก็เกือบเจาะเกราะปีศาจเพลิงแล้ว จูชิงดีใจได้ไม่ถึงสามลมหายใจ กระบี่ยาวในมือของจอมยุทธ์ผู้นั้นพลันสั่นะเื แสงกระบี่แทงเข้าที่ลำคอของจูชิง
จูชิงตายอีกแล้ว!
“บัดซบ! นี่มันใช่บททดสอบแน่รึ!” จูชิงสบถด่าอย่างทนไม่ไหว จอมยุทธ์ในโลกหินโลหิต์แข็งแกร่งเหนือฟ้าเกินไปหน่อยกระมัง
